กองทัพภาคที่ 3 บูรณาการ 17 จังหวัดภาคเหนือ เดินหน้าแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ครอบคลุมทุกมิติ

กองทัพภาคที่ 3 บูรณาการ 17 จังหวัดภาคเหนือ เดินหน้าแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควัน ครอบคลุมทุกมิติ

ช่วงธันวาคมถึงเมษายนของทุกปีสภาพอากาศในภาคเหนือมีความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตของประชาชน ในการนี้ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าวและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 3 จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ภาค 3 ณ กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ปฏิบัติภารกิจตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการวางแผน อำนวยการ เฝ้าระวัง ประเมินสถานการณ์ และบูรณาการการปฏิบัติของทุกภาคส่วน

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 3 ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกัน ควบคุม ฟื้นฟู และบรรเทาสาธารณภัย โดยตั้งเป้าหมายลดพื้นที่เผาไหม้ลงร้อยละ 10–20 และลดค่าเฉลี่ย PM 2.5 ลงร้อยละ 5–10 จากปีก่อนหน้า โดยได้จัดชุดลาดตระเวน จุดตรวจ และจุดเฝ้าระวังในพื้นที่เสี่ยง ร่วมกับชุมชนและเครือข่าย เน้นการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในพื้นที่กลุ่มป่าแปลงใหญ่รอยต่อไฟ พื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัด และพื้นที่เปราะบาง พร้อมใช้กลไกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 และรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร ขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงบูรณาการเครือข่ายอากาศยาน 6 หน่วยงาน 28 ลำ การใช้อากาศยานไร้คนขับ (UAV) และโดรน 50 ลำ ตลอดจนกลไกคณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น ไทย–เมียนมา (RBC และ TBC) เพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน โดยกองทัพบกได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์สนับสนุนอย่างเต็มขีดความสามารถ ครอบคลุมการจัดทำแนวป้องกันไฟป่า และการฉีดล้างทำความสะอาดถนนเพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ตลอดจนเสริมสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ ให้สามารถร่วมกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว


นที มีเดช รายงาน

รวบแล้ว มือฆ่าสาวพนักงานโรงแรมกลางเมืองหัวหิน ชิงทรัพย์ พบกบดานในโพรงหญ้าห่างจากจุดเกิดเหตุ 1 กิโล

รวบแล้ว มือฆ่าสาวพนัดกงานโรงแรมกลางเมืองหัวหินชิงทรัพย์ พบกบดานในโพรงหญ้าห่างจากจุดเกิดเหตุ1กิโล

จากกรณีคนร้ายเป็นชายใช้ท่อนเหล็กบุกทำร้าย น.ส.วิรินทร์ พนักงานสาวของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนเสียชีวิตเพื่อโทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงิน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายรัติกร ยิ่งยอด อายุ 36 ปี ชาวจังหวัดนคร ราชสีมา และรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.30 น. วันนี้ 20 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค7 ชุดสืบสภ.หัวหิน และตำรวจกองปราบปราม ตำรวจK9 ได้สนธิกำลังออกติดตามไล่ล่าผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งมาถึงบริเวณใต้สะพานใกล้ทางรถไฟท้ายซอยหัวหิน42 ห่างจากทางเดินรถไฟประมาณ 300 เมตร และห่างจากจุดที่ลงมือก่อเหตุฆ่าสาวพนักงานภายในโรงแรมประมาณ 1กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจK9 ได้นำกำลังเข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณป่าหญ้าริมทางรถไฟเพื่อจะนำสุนัขดมกลิ่นเข้าชมกลิ่นหาเบาะแส จังหวะนั้นตำรวจได้เห็นรอยเท้าต้องสงสัยก่อนพบตัวผู้ก่อเหตุแอบนอนขดตัวอยู่ในโพรงหญ้าจึงขอกำลังเข้าควบคุมตัวได้ทันที่ โดยผุ้ก่อเหตุขัดขืนแต่ไม่สามารถสู้แรงเจ้าหน้าที่ได้ ขณะเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้มีญาติผู้เสียชีวิตติดตามเข้ามาดูได้พยายามเข้าไปทำร้ายผู้ก่อเหตุแต่ถูกเจ้าหน้าที่กันออกจากที่เกิดเหตุไว้ได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนเพิ่มเติมในค่ายแห่งหนึ่ง และยังไม่มีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพใดๆเนื่องจากมีประชาชนชาวเมืองหัวหินที่ทรายบข่าวต่างพากันมาเตรียมรุมต่อว่าผู้ก่อเหตุ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

สาวงามทั่วประเทศแห่สมัครประกวด “ธิดาดอนเจดีย์” คึกคัก

สุพรรณบุรี – สาวงามทั่วประเทศแห่สมัครประกวดธิดาดอนเจดีย์คึกคัก

ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 19 มกราคม 2569 นายเสน่ห์ บุญสุข รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานเปิดรับสมัครประกวดธิดาดอนเจดีย์ ประจำปี 2569 และจับหมายเลขประจำตัว โดยมีสาวงามจากทั่วประเทศ แห่กันมาสมัครประกวด ชิงตำแหน่งธิดาดอนเจดีย์ กว่า 50 คน มีนายคณาน์ กิตยาธิคุณ ประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดฯ, นายนพคุณ สุนทรหงส์ ประชาสัมพันธ์ จังหวัดสุพรรณบุรี, จ่าเอกรณชัย มณีอินทร์ หัวหน้าสำนักปลัด, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาวนิษฐกานต์ คุณวัชระกิจ วัฒนธรรม จังหวัดสุพรรณบุรี, นางจิตรลดา นวมทอง คณะกรรมการตัดสิน และหัวหน้าส่วนราชการร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับปีนี้มีสาวงามจากจังหวัดสุพรรณบุรี ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมประกวดจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีสาวงามจากจังหวัดน่าน แต่งกายด้วยชุดไทยทรงดำสวยงาม สาวจากจังหวัดลำพูน พัทลุง สงขลา ส่วนสาวงามจากจังหวัดอุบลราชธานี ลงทุนขึ้นเครื่องบินมาสมัครประ กวดชิงตำแหน่งธิดาดอนเจดีย์ ปี 2569 สาวงามจากทั่วประเทศได้เข้ามาสมัครและรายงานตัวกองประกวด พร้อมกับ วัดสัดส่วน ความสูง น้ำหนัก จับฉลากหมายเลขประจำตัว

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี ได้จัดให้มีการประกวดธิดาดอนเจดีย์ ประจำปี 2569 ในคืนวันที่ 27 มกราคม 2569 เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. ณ เวทีกลางหน้าพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ การแต่งกายด้วยชุดตะเบงมาน เหมือนวีรสตรีไทยในอดีต สาวงามที่คว้าตำแหน่งธิดาดอนเจดีย์ ปี 2569 จะได้รับรางวัลเงินสด 40,000 บาท พร้อมสายสะพายและถ้วยเกียรติยศ, รองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้รับเงินรางวัล 30,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้รับเงินรางวัล 20,000 บาท, รองชนะเลิศอันดับ 3 ได้รับเงินรางวัล 10,000 บาท และรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้รับเงินรางวัล 8,000 บาท พิเศษสำหรับปีนี้มีตำแหน่งขวัญใจสื่อมวลชนและตำแหน่งขวัญใจคนสุพรรณ

สำหรับงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ปีที่ 67 ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 มกราคม – 1 กุม ภาพันธ์ 2569 ณ พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี “ชมฟรี” การแสดงยุทธหัตถี ประกอบ แสง สี เสียง สงครามยุทธถีอันยิ่งใหญ่ตระการตา ด้วยช้างจริง ม้าจริง ในสถานที่จริง เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีและมีชัยชนะต่อพระมหาอุปราชาและร่วมรำลึกถึงมหาวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ทรงกอบกู้เอกราชให้ชาติไทย จำนวน 10 รอบ วันละ 1 รอบ เริ่มตั้งแต่เวลา 19.30 – 21.30 น. ประกอบด้วย วันที่ 18, 22, 23, 24, 25, 28, 29, 30, 31 มกราคม 2569 และวันที่ 1 กุมภา พันธ์ 2569 โดยจำกัดผู้ชม วันละ 3,000 คน ต่อวัน จองที่นั่งได้เฉพาะหน้างานเท่านั้น ไม่มีการจองที่นั่งล่วงหน้า สามารถจองที่นั่งได้ตั้งแต่ 17.00 น.เป็นต้นไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี

นายก ทต.สามง่าม นำคณะแสดงความยินดี กับนายอำเภอดอนตูมคนใหม่

นายกเทศมนตรีตำบลสามง่ามนำคณะผู้บริหารเทศบาลสามง่ามร่วมแสดงความยินดี กับ นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ เนื่องในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอดอนตูม

วันที่ 19 มกราคม 2569 นายสมรัก มีใจดี นายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม นำคณะผู้บริหารโดยมี ผศ.ดร. อภิชา พรเจริญกิจกุล นายอานนท์ มีใจดี รองนายกเทศมนตรีตำบลสามง่าม ปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาล ผู้อำนวยการแต่ละกอง/ฝ่าย หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมแสดงความยินดีและต้อนรับ นายจักรกฤษณ์ ไขว้พันธุ์ เนื่องในโอกาสได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นายอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ซึ่งมี กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน องค์การบริการส่วนตำบลในเขตอำเภอดอนตูม มาร่วมต้อนรับ ณ หอประชุมอำเภอดอนตูม


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

“ประชาชนเดือดร้อน ต้องมาก่อน” ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เร่งประสาน กรมทางหลวง นำหินคลุกมาทำจุดกลับรถใต้สะพาน หลังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากจุดกลับรถที่ไกล

“ประชาชนเดือดร้อน ต้องมาก่อน” ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เร่งประสาน กรมทาง หลวง นำหินคลุกมาทำจุดกลับรถใต้สะพาน หลังชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากจุดกลับรถที่ไกล

วันที่ 19 มกราคม 2569 ที่บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองห้วยยาง หลัก กม.ที่ 335+ 687 หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายธวัชชัย แดงฉ่ำ ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง หลังชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 11 มกราคม ที่ผ่านมา โดยรอ (กกต.) ประกาศรับรองผลเลือกตั้ง พบว่าชาวบ้านในตำบลห้วยยาง และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในตำบลห้วยยาง ซึ่งมีทั้งน้ำตกชื่อดัง ( น้ำตกห้วยยาง ) และ ชายหาดห้วยยาง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่มาพักอาศัยอยู่ในตำบลห้วยยางเป็นจำนวนมาก ได้ประสบปัญหาด้านการจราจรเมื่อช่วงวันหยุดยาวปีใหม่ที่ผ่านมา จุดกลับรถที่ไกล และช่วงตำบลห้วยยางได้กำลังดำเนินการก่อสร้างสะพานข้าม

นายธวัชชัย ว่าที่นายกอบต.ห้วยยาง เปิดเผยว่า เนื่องจากช่วงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ทางกรมทางหลวงได้ปิดการจราจร จุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ทำให้ชาวบ้าน รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางหรือเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลห้วยยาง ประสบปัญหาจุดกลับรถที่ไกลร่วม 10 กิโล โดยมีจุดกลับรถที่ใต้สะพานคลองห้วยยาง ซึ่งสภาพทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อชาวบ้านลำบากในการเดินทางเส้นทางดังกล่าว

ตนเองจึงได้ประสานไปทาง กรมทางหลวง และทาง อบต.ห้วยยาง โดยให้ พ.อ.อ.ฉัตรชัย สวียานนท์ หัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.ห้วยยาง ประสานรถบรรทุก 6 ล้อ และรถไถดำเนินการขนหินคลุกจำนวนกว่า 25 คิว มาใส่เป็นทางและรถไถดันเกลี่ยเพื่อใช้ชาวบ้านใช้สัญจรได้ตามปกติ ซึ่งจุดกลับรถดังกล่าวเมื่อซ่อมเสร็จ รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก รถรั้ว รถกระบะ รถเก๋ง และ จยย. สามารถใช้ได้หมด และยังช่วยลดอุบัติเหตุจุดกลับรถยูเทิร์นสาย 2 ได้อีกด้วย



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0649646443

ทะลักไม่หยุด ตม.จว.กาญจนบุรี ไล่สกัดจับรถขนคนต่างด้าว รวบเมียนมา 48 ราย

ทะลักไม่หยุด ตม.จว.กาญจนบุรี ไล่สกัดจับรถขนคนต่างด้าว รวบเมียนมา 48 ราย

ตามนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สําราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.), พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.), พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

เมื่อวันที่ 18 ม.ค.69 เวลา 09.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.ชินวุฒิ ตั้งวงษ์เลิศ/ รอง ผบก.ตม3 นำโดย พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.ท.ตฤณธวัช ปัญญาธร รอง ผกก. ตม.จว.กาญจนบุรี สั่งการให้ พ.ต.ต.หญิง ศรีสกุล เธียรประดิษฐ์ สว.ตม.จว.กาญจนบุรี พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสืบสวนขบวน การขนคนต่างด้าว พบรถยนต์ตู้ต้องสงสัย (Toyota สีขาว ทะเบียน ฮว 9728 กทม.) โดยไล่ติดตาม กระทั่งสกัดจับได้บริเวณริมถนนหมายเลข 323 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

พบนายวัชรศักดิ์ ปรินแคน อายุ 40 ปี สัญชาติไทย (ผู้ขับขี่) และตรวจสอบพบกลุ่มคน ลักษณะเป็นคนต่างด้าวจำนวนมากอัดแน่นภายในห้องโดยสาร โดยตรวจสอบแล้วไม่มีเอก สารแสดงตนต่อ จนท. ให้การว่าเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ทั้งหมด 48 ราย (ชาย 26 หญิง 17 และมีผู้ติดตาม 5 ราย) ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้นำตัวมายัง ตม. จว.กาญจนบุรี เพื่อทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th


///////# กัทพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ความมั่นคงเชิงมิติทางสังคมในพื้นที่จังหวัดสงขลา

* กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ความมั่นคงเชิงมิติทางสังคมในพื้นที่จังหวัดสงขลา*

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 13.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ, นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม, นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกและเลขานุการคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ, อนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่รับทราบความมั่นคงมิติสังคมและบทบาทวัดในฐานะศูนย์รวมจิตใจและเป็นแหล่งบ่มเพาะคุณธรรมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ณ วัดนาทวี จังหวัดสงขลา

ในการนี้ พระครูสุวัฒนาภรณ์ (สุภัตร อริโย) เจ้าอาวาสวัดนาทวี ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง

จากนั้น พระครูสุวัฒนาภรณ์ (สุภัตร อริโย) เจ้าอาวาสวัดนาทวี ได้นำ ฝพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง เข้านมัสการพระพุทธรูปในวัดนาทวีที่ตั้งในพื้นที่รอยต่อระหว่างจังหวัดสงขลากับพื้นที่ที่มีสถานการณ์ความไม่สงบและส่งผลให้อำเภอนาทวีทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่รองรับการปฏิบัติการด้านความมั่นคงและเป็นพื้นที่กันชนระหว่างศูนย์ กลางเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลากับพื้นที่ความขัดแย้ง จชต. ซึ่งความสำคัญดังกล่าวทำให้อำเภอนาทวีอยู่ในขอบเขตการรักษาความมั่นคงทางพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลายทางศาสนาและอัตลักษณ์ในบริบทพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางการเมืองและวัฒนธรรมร่วมกันกับ 3 จชต. ด้วย

ต่อจากนั้น เวลา 16.00 น. พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง ร่วมกับสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เดินทางไปสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานแก่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ โดยมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและท่อร้อยสายไฟทั้งระบบแรงสูงและแรงต่ำ ณ เทศบาลเทศบาลนครหาดใหญ่

ในการนี้ นางสาววิริยา วิปุลากร รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง

จากนั้น นางสาววิริยา วิปุลากร รองนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้นำ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมการ และคณะเดินทาง รับมอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและท่อร้อย สายไฟทั้งระบบแรงสูงและแรงต่ำ รวมมูลค่ากว่า 1,034,024.10 บาท เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ที่ประสบปัญหาและมีความเปราะบางเชิงโครงสร้าง การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนบทบาทของคณะกรรมาธิการการทหารฯ ในมิติความมั่นคงแบบองค์รวม ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะมิติทางทหาร หากแต่ครอบคลุมถึงความมั่นคงของประชาชน ความมั่นคงด้านพลังงาน และความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญยิ่งต่อการดำรงชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่อ่อนไหวด้านความมั่นคง ความร่วมมือกับองค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรม ยังสะท้อนแนวคิดการบูรณาการองค์ความรู้ทางเทคนิคกับกลไกด้านนโยบายและการกำกับดูแลของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความมั่นคงมีความยั่งยืน ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติและความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐในระยะยาว

โดยกิจกรรมดังกล่าวสามารถมองได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมสร้าง “ความมั่นคงจากฐานราก” เพื่อให้การรักษาความมั่นคงของรัฐสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ความต้องการของประชาชน และการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป


กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาความรุนแรง จชต. ณ กอ.รมน.ภ.4 สน. ค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ ติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาความรุนแรง จชต. ณ กอ.รมน.ภ.4 สน. ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 09.30– 11.30 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ, นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง, ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน, คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล โฆษกและเลขานุการคณะกรรมาธิ การ กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวมเดินทางไปศึกษาดูงานเพื่อติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้า ที่ฝ่ายความมั่นคง ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี ในการนี้ พลโท นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที้ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ พร้อมคณะเดินทาง

จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทางเข้ารับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็น รวมทั้งปรึกษาหารือประเด็นการน้อมนำศาสตร์พระราชา เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ดำเนินการเสริมสร้างความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ในการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างมั่นคงและยั่งยืนกับประธานชมรมผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคใต้ ผรท. พร้อมกับผอ.รมน.ภาค 4 สน. และผู้แทนจากกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้

(1) ผรท.โจรจีนคอมมิวนิสต์มาลายา ผรท.บีอาร์เอ็นและผรท.พูโล จากพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอสะเดา ของจังหวัดสงขลา และอำเภอกาบัง ของจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นกลุ่ม ผรท.จากพื้นที่ในการสะท้อนงานพัฒนาทางสังคมและความมั่นคงของรัฐในพื้นที่ชายแดนภาคใต้และชายแดนไทย – มาเลเซีย โดยมีรากฐานจากความขัดแย้งทางอุดมการณ์และการเมืองในอดีต ก่อนที่รัฐจะปรับแนวทางจากการใช้มาตรการด้านความมั่นคงเชิงแข็งไปสู่การผนวกกลไกทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน การดำรงอยู่ของกลุ่มดังกล่าวจึงเป็นทั้งบทเรียนและตัวชี้วัดสำคัญต่อการกำหนดนโยบายด้านการทหารและความมั่นคงของรัฐในปัจจุบัน ซึ่งกรรมาธิการการทหารฯสามารถนำไปใช้พิจารณาเสนอแนะการปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการความมั่นคงให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืนในภาพรวม

(2) ผรท.พูโล ผรท.บีอาร์เอ็น และผรท.บีเอ็นพีพี จากจังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นกลุ่ม ผรท.ที่มีที่มาจากขบวนการพูโล บีอาร์เอ็น และบีเอ็นพีพี ในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา เพื่อสะท้อนพลวัตทางสังคมและความมั่นคงของรัฐในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรัฐได้ปรับบทบาทจากการควบคุมด้านการทหารเพียงอย่างเดียวไปสู่การใช้มาตรการบูรณาการทางการเมืองและสังคมในการดึงผู้เห็นต่างเข้าสู่กระบวนการของรัฐ ประเด็นดังกล่าวจึงมีนัยสำคัญต่อการพิจารณาของกรรมาธิการการทหารฯในการเสนอแนะเพื้อกำหนดทิศทางนโยบายที่มุ่งเสริมสร้างความไว้วางใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง และสนับสนุนเสถียรภาพด้านความมั่นคงในภาพรวมอย่างยั่งยืน

(3) ผรท.พูโล ผรท.บีอาร์เอ็น ผรท.บีเอ็นพีพี มูจาฮิดินอิสลามปัตตานี ในพื้นที่จังหวัดนราธิ วาส และ ผรท.ที่พักพิงในต่างประเทศ รวมจำนวน 100 คน

อย่างไรก็ตาม ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ มีความคาดหวังและเป้าหมายในการเสนอแนะแก้ไขปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือและติดตามให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.)ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาหรือการดูแลจากภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้รับสิทธิ์ตามที่นโยบายหรือกฎหมายของคณะรัฐมนตรีชุดต่างๆที่ผ่านมาโดยคณะกรรมการฯยังไม่ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยว การช่วยเหลือ/แก้ไข ผรท.ดังกล่าวอย่างชัดเจนเพียงพอซึ่งถือว่ามีความจำเป็นในการช่วยให้การแก้ไขปัญหามีทางออกและประสบความสำเร็จได้มากขึ้นหากภาครัฐทั้งฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปก ครอง ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายพลเรือนประสานและร่วมมือกันอย่างเพียงพอมากขึ้น การทำงานจะเกิดผลดีต่อการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและความรุนแรงในพื้นที่ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะ ณ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานีมาประกอบการพิจารณาศึกษาเสนอแนะไปยังรัฐบาลเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคงตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบของฝ่ายนิติบัญญัติให้บังเกิดผลมากยิ่งขึ้นต่อไป


กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ให้กำลังใจแก่ผู้บริหาร และพนักงานสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่ จ.ยะลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ณ จังหวัดยะลา

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ให้กำลังใจแก่ผู้บริหาร และพนักงานสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดยะลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ณ จังหวัดยะลา

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม 2569 เวลา 08.30 – 09.30 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล กรรมาธิการอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่รับทราบและให้กำลังใจแก่ผู้บริหารและ พนักงานสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดยะลาซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดปั้มน้ำกว่า 10 แห่งในสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในการนี้ นายนูรดีน บือราเฮง เจ้าของกิจการปั๊มน้ำมัน ปตท.418 (ขาเข้าตัวเมืองยะลา) ให้ การต้อนรับพลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง

จากนั้น พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง ได้มอบกระเช้าเพื่อแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจแก่ผู้บริหารและพนักงานสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติในการติดตามสถานการณ์ด้านความมั่นคง ตลอดจนรับทราบผลกระทบต่อภาคเอกชนและประชา ชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการมอบกระเช้าและการพบปะผู้ได้รับผลกระทบถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจ ควบคู่ไปกับการรับฟังข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับผลกระทบด้านความปลอดภัย เศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาเชิงนโยบายของคณะกรรมาธิการ เพื่อสนับสนุนการกำหนดแนวทางด้านความมั่นคงที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นศูนย์กลาง

นอกจากนี้ ประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯย้ำว่า การสร้างเสถียรภาพด้านความมั่นคงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ โดยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านการให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการเสริมสร้างความเชื่อมั่น ลดผลกระทบทางจิตวิทยา และสนับสนุนการฟื้นฟูความปกติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมธิการจะได้นำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้มาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบฝ่ายนิติ บัญญัติต่อไป


กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ติดตามการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินและสงบเรียบร้อย ณ สถานีตำรวจภูธรเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ติดตามการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินและสงบเรียบร้อย ณ สถานีตำรวจภูธรเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 13.30 – 16.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธาน คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา, นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง, ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง, นายนิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม, กรรมาธิการ, อนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม เดินทางลงพื้นที่ติดตามงานการรักษาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินและสงบเรียบร้อยของพื้นที่เมืองเบตง โดยเฉพาะงานการเฝ้าตรวจ การคัดกรองบุคคลที่ก่อคดีอาญาหรือคดีความมั่นคงหรือก่ออาชญากรรมข้ามชาติ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินการ เช่น การใช้กล้อง CCTV การใช้โปรแกรมตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ ทั้งในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และพื้นที่สาธารณะของอำเภอเบตง

ในการนี้ พ.ต.อ.จุฬาชัย แสงกุล รอง ผบก.ภ.จว. ยะลา, พ.ต.อ.จิรวัฒน์ ดูดิง ผกก.สภ.เบตง, พ.ต.ท.พงษ์ศักดิ์ ขุนบรรเทิง รอง ผกก.สส.เบตง, พ.ต.ท.มนพ ดำแดง สว.สส.สภ.เบตง ได้ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง

ต่อจากนั้น พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการ และคณะเดินทาง รับฟังบรรยายสรุป และแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับ การเฝ้าตรวจ การคัดกรองบุคคลที่ก่อคดีอาญาหรือคดีความมั่นคงหรือก่ออาชญากรรมข้ามชาติ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินการ เช่น การใช้กล้อง CCTV การใช้โปรแกรมตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ ทั้งในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และพื้นที่สาธารณะของอำเภอเบตง ดังนี้

(1) ความสำคัญของมาตรการเฝ้าตรวจและคัดกรองบุคคลในพื้นที่ชายแดนการเฝ้าตรวจและคัดกรองบุคคลในพื้นที่ชายแดนเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ โดยเฉพาะบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และพื้นที่อำเภอเบตง ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านกาเดินทาง การค้าชายแดน และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
(2) การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการบริหารจัดการความมั่นคงการใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ ลดความเสี่ยงต่อการลักลอบเข้าเมือง การกระทำความผิดทางอาญา และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงช่วยลดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานของมนุษย์
(3) การติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) มีการติดตั้งกล้อง CCTV ครอบคลุมเส้นทางเข้า–ออก พื้นที่สาธารณะ และเขตควบคุมพิเศษของด่านชายแดน เพื่อใช้ในการเฝ้าระวังและตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคลในพื้นที่
(4) การประยุกต์ใช้ระบบตรวจจับและวิเคราะห์ใบหน้า (Facial Recognition System) ระบบดังกล่าวถูกนำมาใช้เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของหน่วยงานด้านความมั่นคง ระบบตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานตำรวจสากล (INTERPOL) เพื่อช่วยคัดกรองบุคคลต้องสงสัยได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
(5) การสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีเฝ้าตรวจช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ เพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าระวัง และลดภาระการทำงานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง
(6) การบูรณาการข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงานภายในประเทศมีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานความมั่นคง เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพ ตำรวจ และหน่วยงานความมั่นคงชายแดน เพื่อให้การเฝ้าตรวจเป็นไปอย่างเป็นระบบและรัดกุม
(7) ความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านช่วยลดช่องโหว่ของการหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย และเสริมประสิทธิภาพการควบคุมพื้นที่ชายแดน
(8) การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยมาตรการเฝ้าตรวจและคัดกรองบุคคลช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าพื้นที่อำเภอเบตง
(9) การยกระดับความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน
การใช้เทคโนโลยีเฝ้าตรวจและระบบคัดกรองอัตโนมัติเป็นแนวทางสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคง ป้องกันอาชญากรรม เสริมเสถียรภาพ และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และสถานีตำรวจภูธรเบตง ได้มีข้อเสนอในการติดตั้งระบบ ไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) ในการตรวจอัตตลักษณ์บุคคลทางกายภาพ เช่น ใบหน้า, ลายนิ้วมือ, ม่านตา หรือลักษณะทางพฤติกรรม เช่น เสียงพูด, ลายเซ็น ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ ละบุคคล เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนหรือระบุอัตลักษณ์ที่มีความแม่นยำสูงและยากต่อการปลอมแปลงเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในพื้นทีให้กับจุดตรวจ ศอร.(ศูนย์อำนวยการร่วม) กม.2 ต.เบตง อ.เบตง ซึ่งเป็นทางเข้าเมืองเบตงเพื่อสนนับสนุนการปฏิบัติงานด้านความมั่นคง

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานกรรมาธิการได้กล่าวชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ที่เข้มแข็งของตำรวจภูธรจังหวัดยะลา และสถานีตำรวจภูธรเบตงในการรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งการเฝ้าตรวจ การคัดกรองบุคคลที่ก่อคดีอาญาหรือคดีความมั่นคงหรือก่ออาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และพื้นที่สาธารณะของอำเภอเบต จนทำให้เมืองเบตงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ปลอดภัยของจังหวัดชายแดนภาคใต้และทำให้การพัฒนาด้านต่าง ๆ ดำเนินไปได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูลข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับทราบหรือจากการแลกเปลี่ยนความเห็นมาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมต่อไป