“มทบ.34” จัดกิจกรรม เสนาสนเทศ กำลังพล ชี้แจง,เน้นย้ำ,ข้อห่วงใย และนโยบายของ ผู้บังคับบัญชา ให้กับกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 34

“มณฑลทหารบกที่ 34” จัดกิจกรรม เสนาสนเทศ กำลังพล ชี้แจง,เน้นย้ำ,ข้อห่วงใย และนโยบายของ ผู้บังคับบัญชา ให้กับกำลังพล มณฑลทหารบกที่ 34


เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 มณฑลทหารบกที่ 34 ดำเนินการจัดกิจกรรม เสนาสนเทศ ให้กับกำลังพลของมณฑลทหารบกที่ 34 และหน่วยขึ้นตรงมณฑลทหารบกที่ 34 โดยมี พลตรี วิศิษฐ์ บรรณากิจ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 เป็นประธาน พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34, รอง เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 34, หัวหน้ากองฝ่ายอำนวยการมณ ฑลทหารบกที่ 34, ผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงมณฑลทหารบกที่ 34, หัวหน้าฝ่าย/แผนก ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ณ แหล่งสมาคม ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

โดย ผู้บังคับบัญชา และหัวหน้ากองฝ่ายอำนวยการมณฑลทหารบกที่ 34 ได้เน้นย้ำนโยบาย/การสั่งการ /ข้อห่วงใย ของผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นให้รับทราบ และมีความเข้าใจที่ตรงกัน โดยเฉพาะการลงโทษทางวินัยทหาร,การแสดงออกทางการเมือง/การเป็นกลางในการเลือกตั้ง และการใช้สื่อออนไลน์ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้องตรงตามระเบียบ ข้อบังคับ และเจตนารมณ์ของผู้บังคับบัญชา

#มทบ.34 จัดกิจกรรมเสนาสนเทศ #มณฑลทหารบกที่ 34 #กองทัพภาคที่ 3 #กองทัพบก

นที มีรเดช รายงาน

ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 5 มอบถุงยังชีพ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าห่มกันหนาว ให้ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ พื้นที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 5 มอบถุงยังชีพ ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ผ้าห่มกันหนาวให้ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ พื้นที่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 พันโท พฤกษชาติ พูลพัฒนโยธิน ผู้บังคับกองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 5 มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 5 ประจำอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมจิตอาสาอำเภอแม่ออน จังหวัดเชียง ใหม่ จัดกิจกรรมมอบถุงยังชีพ,ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ และผ้าห่มกันหนาวให้กับผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ยากไร้ จำนวน 5 รายพร้อมกับมอบรถเข็นให้กับนาง เมา ปัญญาใหม่ อายุ 63 ปีที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพื่อใช้อำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตประจำวัน และทำการล้างแผลที่เท้าเนื่องจากติดเชื้อจากโรคดังกล่าว ณ บ้านห้วยน้ำดิบ และบ้านห้วยวังหลวง หมู่ 2 ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งในห้วงที่ผ่านมาในพื้นที่อำเภอแม่ออนได้ประสบภัยหนาว มีสภาพอากาศหนาวเย็น ส่งผลให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุ ได้รับความเดือดร้อนจากอากาศที่หนาวเย็น หน่วยจึงได้ดำเนินกิจกรรมดังกล่าวเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน สร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยและครอบครัว รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยทหารกับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ

โดยประชาชนและครอบครัวผู้ป่วยติดเตียงได้รับถุงยังชีพและผ้าห่มครบถ้วนทุกราย สามารถนำไปใช้บรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี และรู้สึกทราบซึ้งในการเข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกองทัพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของหน่วยเหนือทุกประการ


นที มีเดช รายงาน

นพค.36 ส่งกำลังพลร่วมนายอำเภอ โครงการอำเภอยิ้ม ห่วงชาวบ้านบนดอยสูง

นพค.36 ส่งกำลังพลร่วมนายอำเภอ โครงการอำเภอยิ้ม ห่วงชาวบ้านบนดอยสูง

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 บก.ทท.(นทพ.) โดย นพค.36 สนภ.3 นทพ. จ.แม่ฮ่องสอน ส่งกำลังพลของหน่วยร่วมกับนายอำเภอสบเมย จัดโครงการอำเภอยิ้มเคลื่อนที่ และขับเคลื่อนนโยบายของกรมการปกครอง ประจำปี พ.ศ.2569 พร้อมกันนี้ นพค.36 สนภ.3 นทพ. ได้สนับสนุนให้บริการตัดผมฟรี และมอบน้ำดื่มสะอาดกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 200 ขวด ให้กับส่วนราชการและประชาชนผู้ที่มาร่วมงาน และมอบผ้าห่มกันหนาวให้กับประชาชนผู้สูงอายุ และคณะครูและนักเรียนโรงเรียนบ้านบุญเลอ ม.5 ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ที่ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวเย็น เฉลี่ยอยู่ที่ 12-15 องศาเซลเซียส จำนวน 100 ผืน โดยมี นายอำเภอสบเมย เป็นประธาน

โครงการอำเภอยิ้มของอำเภอสบเมย นอกจากจะเข้าไปให้การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่บนดอยสูงในถิ่นกันดารจากการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านกับตัวเมืองด้วยความยากลำบากของประชาชนแล้ว ยังนำความช่วยเหลือประชาชนไปถึงหน้าบ้าน และสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างหน่วยงานราชการ และประชาชนในพื้นที่อีกด้วย



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

ทบ. เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 32 สร้างพลังเครือข่ายภาคประชาชน สนับสนุนงานด้านความมั่นคง

ทบ. เปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 32 สร้างพลังเครือข่ายภาคประชาชน สนับสนุนงานด้านความมั่นคง

วันนี้ (21 ม.ค. 69) เวลา 10.00 น. ณ ห้องรับรอง 221 กองบัญชาการกองทัพบก พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร (พสบ.) รุ่นที่ 32 ซึ่งดำเนินการโดยโรงเรียนกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบก เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากร ของหน่วยงานความมั่นคง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิสาหกิจ สื่อมวลชน และภาคประชาชน สร้างเครือข่ายภาคประชาชนระดับผู้บริหาร ในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก เสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือเพื่อพัฒนาประเทศชาติ สร้างเครือข่ายผู้บริหารระดับสูงเพื่อสนับสนุนงานด้านความมั่นคง และร่วมแก้ไขปัญหาภัยคุกคามด้านความมั่นคงของประเทศ

การอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 32 มีผู้สนใจเข้าร่วมอบรม จำนวน 83 ราย ประกอบด้วย ข้าราชการทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานองค์กรของรัฐและนักธุรกิจภาคเอกชน โดยเป็นการอบรมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ภารกิจและการดำเนินงานของกองทัพบก, งานด้านกิจการพลเรือนของกองทัพบก การสร้างเครือข่ายมวลชนต่อการสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก ตลอดจนการทัศนศึกษาและกิจกรรมพัฒนาสัมพันธ์ และการดำเนินงานจิตอาสาเพื่อความมั่นคง

ทั้งนี้ หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร (พสบ.) ได้ดำเนินการอบรมมาแล้ว 31 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมมาแล้วกว่า 2,126 คน ซึ่งผู้เข้ารับการอบรม จะได้มีโอกาสศึกษาองค์ความรู้ด้านความมั่นคง พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความคิดเห็น ประสบการณ์ รวมถึงร่วมจัดทำแผนงานสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของชาติ และร่วมกิจกรรมจิตอาสาอย่างสร้างสรรค์ ด้วยความรัก ความสามัคคี เพื่อสร้างเครือข่าย พสบ. ที่เข้มแข็งเป็นพลังสำคัญ ในการขับเคลื่อนสนับสนุนภารกิจของกองทัพบกเพื่อความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนของประเทศตลอดไป



แผนกแถลงข่าว กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ทบ. เปิดรับสมัคร “ทหารออนไลน์ ” ปี 2569 ถึง 25 ม.ค.นี้ พร้อมต่อ ยอดอาชีพสร้างความมั่นคง

ทบ. เปิดรับสมัคร “ทหารออนไลน์ ” ปี 2569 ถึง 25 ม.ค.นี้ พร้อมต่อยอดอาชีพสร้างความมั่นคง

กองทัพบกเปิดรับสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ โดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 โดยเปิดโอกาสให้ชายไทยที่สนใจเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (อายุ 18 – 20 ปีบริบูรณ์ และอายุ 22 – 29 ปีบริบูรณ์ที่ผ่านการตรวจเลือกฯ แล้วแต่ไม่ถูกเข้ากองประจำการ) สมัครด้วยตนเองผ่านระบบออนไลน์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 มกราคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ที่เว็บไซต์ https://rcm.rta.mi.th หรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน

ทั้งนี้ ผู้ที่สมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอ (กรณีพิเศษ) ด้วยระบบออนไลน์ ประจำปี 2569 สามารถเลือกหน่วยเข้ารับราชการได้ 594 หน่วยทั่วประเทศ ตามโควตาทหารกองประจำการที่เปิดรับสมัคร รวมทั้งเลือกวันและสถานที่เพื่อเข้ารับการคัดเลือกได้ตามความประสงค์ของผู้สมัคร (สถานที่คัดเลือกฯ จำนวน 78 แห่ง) โดยจะทำการคัดเลือกห้วงสุดท้าย ในวันเสาร์ที่ 24 และวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเข้ารับการคัดเลือกในจังหวัดของหน่วยทหารที่สมัครเข้ารับราชการ ปัจจุบันมียอดผู้มาสมัครทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการโดยวิธีร้องขอด้วยระบบออนไลน์ ในส่วนของกองทัพบก จำนวน 28,857 คน

สำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆของทหารกองประจำการที่จะได้รับอย่างครบถ้วนตามปกติแล้ว ยังสามารถเลือกหน่วยที่จะเข้ารับราชการได้ตามความสมัครใจ รวมทั้ง ได้รับโควตาการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบกที่สอบแข่งขันกันเฉพาะกลุ่มที่มาจากพลทหารออนไลน์และสิทธิคะแนนเพิ่มการสอบภาควิชาการสำหรับการสอบคัดเลือกเข้าเป็นข้าราชการทหาร

นอกจากนี้ เมื่อเข้ามารับราชการทหารกองประจำการจะได้รับสิทธิและสวัสดิการมากมาย อาทิ เงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ เบี้ยเลี้ยงประจำ, สิทธิรักษาพยาบาล, สวัสดิการทั่วไป, การส่งเสริมทางการศึกษา และการฝึกอบรมวิชาชีพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางประกอบอาชีพที่มีวินัย มีทักษะ มีโอกาสเติบโตทั้งในสายทหารและสายอาชีพหลังปลดประจำการ พร้อมสวัสดิการและความมั่นคง

ทั้งนี้รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259



ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก

แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมสังเกตการณ์ทำลายลูกระเบิดตกค้างของทหารกัมพูชา ที่ จ.บุรีรัมย์

แม่ทัพภาคที่ 2 ร่วมสังเกตการณ์ทำลายลูกระเบิดตกค้างของทหารกัมพูชา ที่ จ. บุรี รัมย์ เผยสถานการณ์จะจบหรือไม่ยังไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่เราต้องเตรียมการคือ ชาวบ้านพร้อม สถานที่หลบภัยพร้อม ส่วนทหารพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว

วันที่ 21 ม.ค. 2569 พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์การทำลายลูกปืน ค. และลูกจรวดหลายลำกล้อง BM 21 ที่บริเวณด้านล่างอ่างเก็บน้ำห้วยตาเขียว (ทิศเหนือสันอ่าง) ต.บึงเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลอดภัยอยู่ห่างไกลจากแหล่งชุมชนและพื้นที่ทางการเกษตร โดยมีระเบิดที่ยังไม่ระเบิดและต้องทำลายจำนวน 7 ลูก จากทั้งหมดที่ทหารกัมพูชายิงเข้ามาในเขตพื้นที่พลเรือนของฝั่งไทย 169 ลูก และยังอยู่ระหว่างการสำรวจอีกอย่างต่อเนื่องในเขตพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะในแหล่งน้ำสาธารณะ ซึ่งการทำลายระเบิดเป็นไปด้วยดี ซึ่งฝ่ายไทยได้ประสานแจ้งไปยังฝั่งกัมพูชา แล้วว่าจะมีการทำลายระเบิด

พ.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ แพ่งศรีสาร รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ตอนนี้ได้แจ้งเตือนชาวบ้านในเขตพื้นที่สีแดงแล้ว หากพบเจอวัตถุต้องสงสัยเป็นวัตถุระเบิด ให้กำชับไว้ 3 จ.คือ “อย่าจับ ให้จดจำ และรีบแจ้ง” ส่วนสถานการณ์ทั่วไปได้รับรายงานจาก สภ.ในพื้นที่ว่า ชาวบ้านยังใช้ชีวิตตามปกติและเตรียมความพร้อมตลอดเวลา

ด้านพลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์ยังปกติ ฝั่งกัมพูชายังไม่มีความเคลื่อนไหวแบบมีนัย ส่วนสถานการณ์จะจบหรือไม่นั้นยังตอบไม่ได้ แต่สิ่งที่เราควรจะต้องทำคือ การเตรียมความพร้อม ชาวบ้านพร้อม สถานที่หลบภัยพร้อม ส่วนทหารพร้อมตลอดเวลาอยู่แล้ว


พรพิพัฒน์ รายงาน

“ดร.แก้ว” ร่วมประชุมคณะกต.ตร.จ.นนทบุรี ครั้งที่ 1/2569

เมื่อวันที่ 16 ม.ค.2569 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมนนทมุนินทร์ ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี : พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี และดร.พีรวัฒน์ สุรเศรษฐ ประธานกต. ตร. จ.นนทบุรี (ภาคประชาชน) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) นนทบุรี ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ “ดร.แก้ว” ประธานกิตติมศักดิ์ กต.ตร.จ.นนทบุรี

พร้อมกันนี้ยังมี รอง ผบก.ภ.จ.นนทบุรี, พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ, พ.ต.อ.สถิตพร บุณยรัตพันธุ์, พ.ต.อ.จักรพงษ์ นุชผดุง, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกุล, พ.ต.อ.วีรฤทธิ์ พิพัฒนาศักดิ์ ผกก. ฝอ.ภ.จ.นนทบุรี และคณะกต.ตร.จ.นนทบุรี อาทิ คุณทวีศักดิ์ สุทิน, คุณสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์, คุณวรภัทร สุนทรพลิน, คุณเกริกเกรียงไกร อิงคนินันท์, คุณอาชวิณ ภัทรสถาพรกุล, คุณภาวัช สุขอนันต์, อัครพล สุขตา, ดร.ไกรวิทย์ โกลีย์ศิริกุล, คุณจันทร์เพ็ญ เจียมสมัย เข้าร่วมประชุมปรึกษาหารือ แนวทางการดำเนินงานของคณะกต.ตร.จ.นนทบุรี


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

โครงการอบรมเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายอำนวยการ 5 (ฝ่ายประชาสัมพันธ์) บช.ภ.1

โครงการอบรมเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายอำนวยการ 5 (ฝ่ายประชาสัมพันธ์) บช.ภ.1

วันที่ 15 ม.ค.2569 เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ประธานพิธีเปิดโครงการอบรมเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายอำนวยการ 5 (ฝ่ายประชาสัมพันธ์) โดยได้รับเกียรติจาก นายสามารถ สารวรรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ Digital & Content Marketing และการบริหารจัดการระบบออนไลน์ครบวงจร และคณะฯ เป็นวิทยากร

โดยมี พ.ต.อ.พอพล อุทัยภพ ผกก.ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ฝอ.5 บก.อก.ภ.1 ร่วมพิธีฯ และเข้ารับการอบรม ณ ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 อาคาร ภ.1


“มูลนิธิพลตำรวจเอกอดุลย์ฯ” มอบทุนการศึกษา–สิ่งของ สนับสนุนบุคลากรโรงพยาบาลตำรวจ เสริมขวัญกำลังใจผู้เสียสละเพื่อสังคม

“มูลนิธิพลตำรวจเอกอดุลย์ฯ มอบทุนการศึกษา–สิ่งของ สนับสนุนบุคลากรโรงพยาบาลตำรวจ เสริมขวัญกำลังใจผู้เสียสละเพื่อสังคม”

วันที่ 15 มกราคม 2569 เวลา 08.00 น. ที่มูลนิธิพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว อาคารมง คลกาญจนา ชั้น 15 โรงพยาบาลตำรวจ : พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิพลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว พร้อมด้วย คุณอรัญญา แสงสิงแก้ว ภริยา ได้มอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยา บาลตำรวจ จำนวน 11 ทุน รวมมูลค่า 110,000 บาท เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ในอนาคต

นอกจากนี้ ยังได้มอบสิ่งของและอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงาน ให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ อาทิ กองบังคับการอำนวยการ โรงพยาบาลตำรวจ, ศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล, ห้องฉุกเฉิน, ศูนย์หัวใจ, ห้องรับรองพิเศษจิตตาลานและห้องรับรองพิเศษรุจิรวงศ์, ศูนย์รักษาความปลอดภัย โรงพยาบาลตำรวจ, กลุ่มงานพยาบาล ชั้น 11 อาคารมหาภูมิ พลราชานุสรณ์ 88 พรรษา และชมรมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลตำรวจ รวมมูลค่าทั้งสิ้น กว่า 310,000 บาท

โดยมี พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช นายแพทย์ (สบ 7) โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต.หญิง กรกาญจน์ อรุณปลอด อิโซมิชิ ผู้บังคับการอำนวยการ โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต.เอกลักษณ์ ดีรุ่งโรจน์ นายแพทย์ (สบ 6) โรงพยาบาลตำรวจ / หัวหน้าศูนย์ส่งกลับและรถพยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ร่วมเป็นผู้แทนรับมอบ

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พล.อ.มงคล เผ่าพงษ์คล้าย และ พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชา การสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร) ร่วมพิธีในโอกาสสำคัญดังกล่าว

ในโอกาสนี้ พล.ต.ต.ธนิต จิรนันท์ธวัช ได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ที่ได้มอบทุนการศึกษาและสิ่งของเครื่องใช้ให้แก่หน่วยงานต่างๆ ของโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งนับเป็น ขวัญและกำลังใจอันสำคัญยิ่ง แก่บุคลากรทุกภาคส่วน ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วยและประชาชนผู้มาใช้บริการ


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า แจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้” ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วย พร้อมเสนอให้รับข้อมูลครบทุกด้าน

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแจง “อังกฤษห้ามขายบุหรี่แบบมวนตลอดชีพ แต่ยังขายบุหรี่ไฟฟ้าได้” ย้ำชัดเจน ไม่ให้สังคมเข้าใจผิดว่ารวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วย พร้อมเสนอให้รับข้อมูลครบทุกด้าน

เครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า เตือนสังคมอย่าเข้าใจผิด กรณีอังกฤษห้ามขายบุหรี่ให้ผู้ที่เกิดหลังปี พ.ศ.2552 โดยยืนยันว่า นโยบายดังกล่าวมีผลเฉพาะบุหรี่มวน ไม่ครอบคลุมถึงบุหรี่ไฟฟ้าทุกประเภท พร้อมย้ำอังกฤษเน้นปกป้องเยาวชนแต่ยังให้ผู้สูบบุหรี่มีทางเลือก

นายอาสา ศาลิคุปต ผู้แทนเครือข่ายผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ชี้แจงข้อเท็จจริงหลังมีการเผยแพร่ข้อมูลรัฐบาลอังกฤษผ่านร่างกฎหมายห้ามจำหน่ายบุหรี่แก่บุคคลที่เกิดหลังปี 2009 (พ.ศ.2552) ตลอดชีวิต จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ว่า “ร่างกฎหมายควบคุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามีเป้าหมายในการสร้างคนรุ่นใหม่ปลอดบุหรี่ โดยนโยบายดังกล่าวบังคับใช้กับบุหรี่มวนเท่านั้น รัฐบาลอังกฤษมีท่าทีชัดเจนว่า ผู้ใหญ่สามารถใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นทางเลือกช่วยเลิกบุหรี่ได้อย่างถูกต้อง ภายใต้คำแนะนำด้านสุขภาพที่เคร่งครัด พร้อมย้ำว่า หากไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่ควรเริ่มใช้บุหรี่ไฟฟ้า และเด็กก็ห้ามใช้บุหรี่ไฟฟ้าเด็ดขาด”

นายอาสาฯ ยังได้ระบุถึง 4 มาตรการสำคัญที่รัฐบาลอังกฤษจะนำมาใช้เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันเด็กและเยาวชนจากบุหรี่ไฟฟ้า กับการสนับสนุนผู้ใหญ่ให้เลิกบุหรี่ ได้แก่ การจำกัดกลิ่นและรสชาติ รวมถึงการโฆษณา, การห้ามแสดงบุหรี่ไฟฟ้าที่จุดจำหน่าย, การกำหนดลักษณะบรรจุภัณฑ์ และการแบนบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้ง ทั้งนี้เพื่อปิดช่องโหว่กฎ หมายที่เคยเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย เช่น การแจกสินค้าตัวอย่างฟรี หรือขายบุหรี่ไฟฟ้าปราศจากนิโคติน

นายอาสาฯ ย้ำ การมีกฎหมายที่ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าอย่างชัดเจน ย่อมดีกว่าการปล่อยให้เติบโตในตลาดมืดโดยไร้การกำกับดูแล พร้อมเชิญชวนทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลจากต่างประเทศให้ครบถ้วน รอบด้าน และตรงตามความจริง เพื่อช่วยลดความเข้าใจผิดในสังคมและเปิดพื้นที่ถกเถียงเชิงนโยบายอย่างมีเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการเลือกตั้งที่มีข้อมูลบิดเบือนหรือเฟคนิวส์จำนวนมาก โดยส่วนตัวเห็นว่าผู้สูบบุหรี่ควรได้รับข้อมูลและสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์แล้วว่ามีอันตรายน้อยกว่า

ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตบนแพลตฟอร์ม X มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ยกตัวอย่างเช่น
“เห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกดีมากๆ เพราะแม่เป็นมะเร็งปอด เพิ่งมาตรวจเจอระยะที่ 4 ส่วนนึงมาจากข้างบ้านที่สูบบุหรี่แล้วควันลอยเข้ามาตลอด”
“ประเทศดี ๆ เค้าทำแบบนี้กันแหล่ะ”
“ผมไม่สูบแต่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ครับ”
“ความตั้งใจคือทำให้คนสูบบุหรี่ค่อยๆ หมดไป แต่ไม่รวมถึงการใช้บุหรี่ไฟฟ้า เพราะที่นั่นยังมองว่าบุหรี่ไฟฟ้าคือทางเลือกทดแทนการสูบบุหรี่”
“ธุรกิจค้าบุหรี่เถื่อนอาจจะเฟื่องฟูมั้ยนะ ว่าแต่อันนี้รวมบุหรี่ไฟฟ้าด้วยไหมหรือแบบมวนอย่างเดียว”


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน