มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำคณะ วางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำคณะกรรมการมูลนิธิฯ และหน่วยงานในเครือ เข้าวางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ.2569 : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสัก กอแสงเรือง รองประธานกรรมการฯ, นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล รองประธานกรรมการฯ, นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการฯ นำคณะกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่บริหารมูลนิธิฯ พร้อมหน่วยงานในเครือ เข้าวางพวงมาลาและกราบถวายบังคมพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ติดตามข่าวสารกิจกรรม การช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่ เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung หรือดูรายละเอียดช่องทางที่สะดวกได้ที่ https://linktr.ee/pohtecktung

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” แอปพลิเคชัน และ #สายด่วน ป่อเต็กตึ๊ง1418


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

“เสี่ยโก้” ร้องขอถอดถอนและยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ “บ.แพลนบี” เพราะใช้เอกสารกยื่นจดทะเบียนเป็นเอกสารเท็จเกือบทั้งหมด

“เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์รางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันบุกกระทรวงพาณิชย์ ร้องขอถอดถอนและยกเลิกทะเบียนพาณิชย์ “บ.แพลนบี” เพราะใช้เอกสารการยื่นจดทะเบียนเป็นเอกสารเท็จเกือบทั้งหมด

วันทึ่ 19 ม.ค.2569 ที่ กระทรวงพาณิชย์ “เสี่ยโก้” นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกเจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบัน ยังคงเดินหน้าร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูก บ.แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ปลอมลายเซ็นต์นายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยาเพื่อแก้ไขจำนวนหุ้นให้น้อยลงไม่เกิน 5% ซึ่งทำให้นายก่อเกียรติและภรรยาไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของบริษัทจึงนำหลักฐานเอกสารมามอบต่อกระทรวงพาณิชย์ ดังมีรายละเอียด ดังนี้

กระผมนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ โปรโมเตอร์มวยโลกรางวัลยอดเยี่ยมเอเชีย 3 สถาบันได้เดินทางมาที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อยื่นหนังสือขอให้มีคำสั่ง ถอดถอน และ ยกเลิก ทะเบียนพาณิชย์ ของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน)

เนื่องจาก กระทรวงพาณิชย์ ยังไม่เคยทราบมาก่อนว่า เอกสารการยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัด ของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันแรกที่ยื่นขอจดทะเบียน เป็นเอกสารเท็จ เกือบทั้งหมด

เริ่มจากรายงานการประชุม เป็นเอกสารเท็จ เพราะมีการปลอมแปลงรายมือชื่อผู้ถือหุ้นหลัก คือ นายก่อเกียรติฯ และ นางวรันญาฯ มีการปลอมแปลงรายมือชื่อผู้ถือหุ้น เพื่อแก้ไขจำนวนหุ้นให้น้อยลงไม่เกิน 5% เพื่อไม่ให้ ก่อเกียรติฯ และ ภรรยา มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของบริษัท มากกว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยทั่วไป อีกทั้ง ยังเป็นการหลบเลี่ยงระบบภาษีการโอนหุ้นตามกฏหมายปัจจุบัน

และยังเป็นการจำกัดสิทธิ ของ นายก่อเกียรติฯ และภรรยา ในการเสนอชื่อกรรมการอิสระ : สิทธิในการเสนอวาระการประชุมและเสนอชื่อกรรมการ : สิทธิในการขอให้เรียกประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ : สิทธิขอตรวจดูรายงานการประชุมและเอกสารสำคัญ : สิทธิในการฟ้องร้อง : สิทธิในการรับข้อมูลและการแจ้งข่าวสาร : และ สิทธิอื่นๆ อีกมากมาย

และในการปลอมแปลงลายมือชื่อ โดยเจตนาทุจริต เพื่อแก้ไข จำนวนหุ้นในหนังสือบริคณห์ สนธิ ดังกล่าวจึงทำให้หนังสือบริคณห์สนธินี้ เป็น เอกสารปลอม เมื่อนำไปยื่นขอจะทะเบียนหลักทรัพย์ ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้เกิดความไม่โปร่งใสในการถือครองหุ้น

ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ และ ประชาชนทั่วไป หลงเชื่อ อันอาจจะทำ ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ และ สังคมโดยรวม อันอาจจะนำไปสู่การกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน การฟอกเงิน และ ยังอาจฝืนกฏหมายอื่นๆอีกมากมายหลายฉบับ

และในการใช้หนังสือบริคณห์สนธิปลอมนี้ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ยังมีเจตนาทุจริต ใช้เอกสารปลอมนี้มากกว่า 50 ฉบับ ไปเป็นเอกสารประกอบการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสัญญาสัมปทานโฆษณาบนรถโดยสาร ขสมก. จาก บริษัท ก่อเกียรติ กรุ๊ป จำกัด ไปเป็น บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) โดยได้ร่วมกันกับ เจ้าหน้าที่ ขสมก. ใช้เอกสารปลอม ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ใช้อำนาจโดยทุจริต และ ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเปลี่ยน แปลงแก้ไขสัญญาสัปทาน ตั้งแต่เริ่มสัญญาสัปทาน ฉบับเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2548 จนถึงสัญญาสัมปทานปัจจุบันที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2570

ซึ่งการกระทำดังกล่าว เป็นการกระทำโดยเจตนาทุจริตกระทำผิดกฏหมายตั้งแต่เริ่มต้น อันอาจจะเป็นฐานความผิดที่จะนำไปสู่ พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

เป็นเหตุให้ กระผม สูญเสียโอกาสทางธุรกิจตลอดหลายปีที่ผ่านมา มากกว่า 5 พันล้านบาท และยังอาจทำให้ ขสมก. สูญเสียรายได้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มากกว่าพันล้านบาท

ด้วยเหตุผลดังกล่าว กระผม จึงมายื่นหนังสือในวันนี้เพื่อให้ กระทรวงพาณิชย์ มีคำสั่ง ถอด ถอน และ ยกเลิก ทะเบียนพาณิชย์ ของ บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกระผมนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ และภรรยา ซึ่งถูกปลอมลายเซ็นต์และเป็นผู้เสียผลประโยชน์โดยตรง รวมไปถึงผู้ที่หลงเชื่อและร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ก็เข้าข่ายถูกหลอกลวงจากบริษัทดังกล่าว และอาจสูญเสียประโยชน์จากการซื้อหุ้นของบริษัทดังกล่าวด้วยเช่นกัน จึงขอฝากกระทรวงพาณิชย์เร่งตรวจสอบเพื่อสร้างธรรมาภิบาลที่โปร่งใสให้เกิดขึ้น และยังเป็นการสร้างความมั่นใจในการทำงานที่เข้มข้นของกระทรวงพาณิชย์อีกด้วย

ทางด้านนายสุทธิพงษ์ บุษบงค์ ทนายความของนายก่อเกียรติ พาณิชยารมณ์ พูดถึงการทำ งานในมุมของกฎหมายว่า “กรณีนี้เหตุเริ่มต้นมาจากการปลอมหนังสือบริคนห์สนธิ เพื่อจดทะเบียนของ บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) ดังนั้นทางนายทะเบียนต้องตรวจสอบความจริงให้ปรากฏเพื่อสร้างธรรมาภิบาลทางด้านการพาณิชย์ให้เกิดขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจยังสมารถติดตามข้อมูลอย่างละเอียดทางออนไลน์ได้ที่ “โปรมวยโลกก่อเกียรติร้องทุกข์” ขอบพระคุณมากครับ


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” เฟ้นหา 10 ครูต้นแบบจาก 5 ภูมิภาค ชิงทุนสนับสนุนการสอนและสถานศึกษา รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เดินหน้าสานต่อปณิธานด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว่า 1 ทศวรรษ ประกาศเปิดรับสมัคร สว>“ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” ภายใต้โครงการ “บีเจซี ครูไทยของแผ่นดิน ประจำปี 2569” เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับปฐมวัยและประถมศึกษาจากทั่วประเทศ ได้แสดงศักยภาพ แนวคิด และหัวใจความเป็นครู ผ่านผลงานที่สะท้อนการเสียสละ ความคิดสร้างสรรค์ และบทบาทการเป็นศูนย์กลางของชุมชน โครงการนี้ไม่เพียงเป็นเวทีเชิดชูเกียรติครู แต่ยังสะท้อนความเชื่อสำคัญของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ที่เชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมีคุณภาพ หากได้รับการดูแล หล่อหลอม และชี้นำจากครูที่มีคุณภาพ ผู้ที่ได้รับคัดเลือกเป็นครูต้นแบบ จะได้รับโล่เกียรติยศและทุนสนับสนุนรวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อ 1 รางวัล โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้–16 กุมภาพันธ์ 2569

โครงการ “บีเจซี ครูไทยของแผ่นดิน” ริเริ่มขึ้นโดยกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ด้วยความเชื่อมั่นว่าการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต้องเริ่มจากรากฐานทางการศึกษาที่เข้มแข็ง โดยมอง “ครู” เป็นเสมือนต้นน้ำของห่วงโซ่การศึกษา ผู้ปลูกฝังทั้งความรู้ คุณธรรม และทักษะชีวิตให้แก่เยาวชน ตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมา โครงการมุ่งเน้นการเชิดชูเกียรติและพัฒนาศักยภาพครูไทยให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ แคมป์ครูเชิงปฏิบัติการ และการพัฒนาทักษะดิจิทัล

สำหรับการเปิดรับสมัคร “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” ในปีนี้ โครงการมีเป้าหมายในการเฟ้นหาครูต้นแบบจำนวน 10 คน ได้แก่ ระดับปฐมวัย 5 คน และระดับประถมศึกษา 5 คน จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ (ภูมิภาคละ 2 คน) เพื่อสร้างเครือข่ายครูคุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนครู ชุมชน และสังคมไทยในวงกว้าง

คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การคัดเลือก : โครงการเปิดรับสมัครข้าราชการครู พนักงานราชการ หรือครูอัตราจ้าง ที่มีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 2 ปี ในระดับปฐมวัยหรือประถมศึกษา โดยคณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกภูมิภาคละ 2 ท่าน จากคะแนนรวม 100 คะแนน ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  1. ความทุ่มเทเพื่อการศึกษา (40 คะแนน)พิจารณาจากจิตวิญญาณความเป็นครู การอุทิศตนดูแลนักเรียน และผลลัพธ์การพัฒนาผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม
  2. นวัตกรรมหรือเทคนิคการจัดการเรียนรู้ (30 คะแนน) ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดการเรียนการสอน การพัฒนาสื่อหรือแนวทางใหม่ที่สามารถนำไปขยายผลได้จริง
  3. ความทุ่มเทและเสียสละเพื่อสังคม (30 คะแนน)

บทบาทการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผู้ปกครอง และการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่ท้องถิ่น : รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็น “ครูต้นแบบ รุ่นที่ 5” จำนวน 10 ท่าน จะได้รับรางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ รวมมูลค่ากว่า 30,000 บาทต่อท่าน ประกอบด้วย:
• โล่รางวัลเกียรติยศ พร้อมเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติ
• ทุนสนับสนุนการสอน (ส่วนตัว) มูลค่า 10,000 บาท
• Big C Gift Voucher สนับสนุนสถานศึกษา มูลค่า 20,000 บาท
นอกจากนี้ ผู้ผ่านเข้ารอบ 30 ท่านสุดท้าย จะได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมเกียรติบัตร เพื่อยกย่องความมุ่งมั่นตั้งใจในการเป็นพลังสำคัญของวงการศึกษาไทย

กำหนดการและช่องทางการสมัคร

  • เปิดรับสมัคร : ตั้งแต่วันนี้–16 กุมภาพันธ์ 2569
  • วิธีการสมัคร : ดาวน์โหลดฟอร์มส่งผลงานและกรอกข้อมูลผ่าน Google Form (แนบไฟล์ PDF)
  • ประกาศผลรอบ 30 ท่านสุดท้าย : ต้นเดือนมีนาคม 2569 ผ่านทาง Facebook Page: บีเจซีครูไทยของแผ่นดิน
  • รอบตัดสิน : นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ ในวันที่ 9 มีนาคม 2569 ณ อาคารบิ๊กซี เฮ้าส์

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่
Facebook Fanpage : bjckruthaikhongphandin หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณลัทธชัย เกตุปาน โทร.084-942-9159


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก

กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวง อว. ผนึกภาคีจัดประชุม “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030” ปักหมุดอาหารไทยสู่ความยั่งยืนระดับโลก

วันที่ 20 มกราคม 2569 กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา นักวิทยาศาสตร์ทรงคุณวุฒิ และผู้อำนวยการสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมและเสวนาวิชาการ เรื่อง “Thailand Sustainable Food Horizons 2026–2030 : วิสัยทัศน์และทิศทางอาหารไทยเพื่อความยั่งยืน” เพื่อยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมอาหารไทย และเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

ดร.กนิษฐ์ ตะปะสา กล่าวว่า กรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) โดยสถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ มุ่งยกระดับงานวิจัย นวัตกรรม และมาตรฐานการตรวจสอบรับรองเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยตลอดห่วงโซ่การผลิตควบคู่การขับเคลื่อนตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งจะผลักดันอาหารแห่งอนาคต เทคโนโลยีอาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมเสริมศักยภาพ SMEs และวิสาหกิจชุมชนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

ด้านนายสมภพ ลาภวิบูลย์สุข ผู้อำนวยการศูนย์ห้องปฏิบัติการอ้างอิงชีวภาพ สถาบันห้องปฏิบัติการอ้างอิงแห่งชาติ (วศ.) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภายในงานมีการบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงาน อาทิ เรื่องการยกระดับมาตรฐานห้องปฏิบัติการอาหาร ความปลอดภัยอาหารอย่างยั่งยืน แนวโน้ม Future Food และกรอบทิศทางการวิจัยด้านอาหารในช่วงปี 2026–2030 นอกจากนี้ ยังมีเวทีเสวนากลยุทธ์และกรอบทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารไทยแบบบูรณาการ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน

การประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทย ที่มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน รวมกว่า 35 หน่วยงาน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอาหารคุณภาพและยั่งยืนในเวทีโลก


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ดร.จำนงค์ฯ ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัด และกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุชฯ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569

ดร.จำนงค์ อัศวเรืองชัย ประธานบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัดและกาญจนา อัศวเรืองชัย พร้อมด้วยคุณ นงนุช นามวงศ์ ที่ปรึกษาอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป เป็นประธานมอบทุนการศึกษาประจำปี 2569 แก่เด็กนักเรียนโรงเรียนวัดโรงวัว ต.แม่ก๊า อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ พร้อมจัดเลี้ยงอาหารกลางวัน

ซึ่งนอกจากมอบทุนการศึกษาแล้ว ดร.จำนงค์และคุณกาญจนา ยังบริจาคเงินเพื่อสร้างอาคารเรียน สร้างโรงอาหาร ปรับปรุงและสร้างสนามกีฬาโรงเรียน บริจาครถตู้สำหรับใช้ในกิจการโรงเรียน จัดซื้อโต๊ะ เก้าอี้ และยังสนับสนุนโรงเรียนในด้านอื่นๆอีกจำนวนมาก เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กนักเรียน โดยมีคุณ พิชญาภัค โนลา ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นผู้รับมอบ

นอกจากนี้ยังมีพิธีมอบ “สีตราพัด” นวัตกรรมใหม่สีน้ำกันยุง ภายใต้ แบรนด์แรกของประเทศ ไทย ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท สีไทยกันไซเพนท์ จำกัด ที่ใช้ป้องกันยุงได้ยาวนานถึง 70 เดือน ภายใต้การรับรองของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) มอบให้กับโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โดยมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปทาสีอาคารเรียนโรงเรียนบ้านห้วยแม่จะค่าน ตชด.อนุสรณ์ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2518 และมีการจัดตั้งเป็นโรงเรียน ตชด.ชื่อโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบำรุงที่ 107 จนกระทั่งในปี 2541 กก.ตชด.ที่ 33 ได้มอบโอนโรงเรียนให้แก่สำนักงานการประถมศึกษา จังหวัดเชียงใหม่ และใช้ชื่อใหม่ว่า “โรงเรียนบ้านแม่จะค่าน ปัจจุบันมีคุณคำจันทร์ เรือนธนวงษ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน

รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหาย สูญเงิน 1.5 ล้าน ใช้คนมาเลเซียแทนบัญชีม้ามารับเงินต่อกัน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.2569 ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น., พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2, พ.ต.อ.เด่นโดม ลาภานันต์ ผกก.สน.เตาปูน, พ.ต.ท.อภิวัฒน์ อาจอินทร์ รอง ผกก.สส.สน.เตาปูน สั่งการให้ พ.ต.ต.เกียรติศักดิ์ เพชรสงค์ สว.สส.สน.เตาปูน พร้อมกำลังฝ่ายสืบสวน ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ คือชายชาวมาเลเซีย วัย 28 ปี ฐานความผิดฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ตามหมายจับศาลอาญา ณ โรงแรมย่านรามคำแหงกรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 ผู้เสียหาย วัย 72 ปี ได้มาลงประจำวันแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 13 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 15.30 น. ตนได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก และตนได้ไปกดเงิน จำนวน 1,500,000 บาท และส่งมอบให้ผู้ก่อเหตุบริเวณลานจอดรถ คอนโดรีเจนท์ เฟส 27 แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ติดตามตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนสืบทราบว่าคนมารับเงินจากผู้เสียหาย คือชาววัย 28 ปี ชาวมาเลเซียเมื่อได้รับเงินแล้วจะได้นำเงินไปส่งต่อให้กับ ผู้ร่วมขบวนการสัญชาติ มาเลเซีย เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ขอศาลอนุมัติขอหมายจับผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ราย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับได้พักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบตัวไปตรวจค้นห้องพักของโรงแรม พบของกลางภายในห้องคือ

  1. เงินสด 53,300 บาทไทย
  2. เงินริงกิต มาเลเซีย 63 ริงกิต
  3. กระเป๋าสะพายหลัง สีดำ จำนวน 1 ใบ
  4. กระเป๋าเดินทาง สีดำขอบน้ำตาล จำนวน 1 ใบ (ใส่เครื่องปริ้นและตาชั่งดิจิตอล)
  5. เครื่องปริ้นเตอร์ ยี่ห้อEPSON จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)
  6. เครื่องชั่งดิจิตอล จำนวน 1 เครื่อง (พบภายในกระเป๋าเดินทาง ของกลางลำดับที่2)
  7. ซองกระดาษ สีน้ำตาล จำนวน 47 ซอง
  8. กระดาษ เอ4 จำนวน 1 ริม
  9. ถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 20 ใบ
  10. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีแดง จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ส่วนตัว)
  11. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อไอโฟน สีน้ำเงิน จำนวน 1 เครื่อง (ใช้ในการติดต่อสื่อสาร)
  12. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อHONOR สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง (ใช้สำหรับส่วนตัว)

จึงทำการตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป


สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.37 จัดกำลังพล สร้างบ่อปูนกักเก็บน้ำ ณ บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน บูรณาการร่วมกับ นักศึกษาชุมชนการเรียนรู้เซเวียร์การศึกษาทางเลือก เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ และประชาชน บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง สร้างบ่อปูนกักเก็บน้ำ ขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 3 เมตร จำนวน 1 บ่อ ณ บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานมณฑลทหารบกที่ 37 จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” นำโดย ร้อยตรี ณัฐพล บุญทับ หัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานการคุ้มครองป้องกันชุมชน โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตามพระราชดำริ บ้านห้วยหญ้าไซ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ หัว บูรณาการร่วมกับ นักศึกษาชุมชนการเรียนรู้เซเวียร์การศึกษาทางเลือก เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ และประชาชน บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง ดำเนินการสร้างบ่อปูนกักเก็บน้ำ ขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 3 เมตร จำนวน 1 บ่อ

วัตถุประสงค์เพื่อไว้สำหรับกักเก็บน้ำไว้ใช้ในห้วงหน้าแล้ง อีกทั้งปีที่ผ่านมาในทุกๆ ปี ห้วงเดือน มีนาคม – กรกฎาคมจะขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้ทั้งอุปโภคและบริโภคต่างๆ ในชุมชนเป็นการบรรเทาการดำรงชีวิตของประชาชน จึงจำเป็นต้องการทำบ่อเก็บน้ำคอนกรีตหรือถังน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) เป็นโครงสร้างกักเก็บน้ำที่มีความทนทานสูงและมีอายุการใช้งานยาวนานหลายทศวรรษ เหมาะสำหรับการสำรองน้ำประปา น้ำฝน หรือน้ำบาดาล เพื่อใช้ในที่พักอาศัย การเกษตร และอุตสาหกรรม ข้อดีของบ่อเก็บน้ำคอนกรีตมีความทนทานต่อสภาพอากาศ แรงกระแทก และการกัดกร่อน รวมทั้งการควบคุมอุณหภูมิของคอนกรีตมีคุณสมบัติเป็นฉนวน ช่วยให้น้ำไม่ร้อนจัดในฤดูร้อนและลดการเกิดตะไคร่น้ำอีกทั้งทนไฟไม่หลอมละลายหรือปล่อยก๊าซพิษเมื่อเกิดไฟไหม้ จึงนิยมใช้เป็นถังน้ำสำรองสำหรับดับเพลิง สามารถ สามารถปรับแต่งออกแบบขนาดและรูปทรงให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งานได้ และอาจต้องมีการฉาบหรือเคลือบผิวบ่อเพื่อป้องกันการรั่วซึม และเพิ่มความคงทนเพื่อใช้กักเก็บน้ำสำหรับการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงปลา หรือเพื่อใช้ในครัวเรือน โดยมีข้อดีคือความแข็งแรง ทนทาน ป้องกันการรั่วซึมได้ดี สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมได้ง่าย และดูแลรักษาสะดวกกว่าบ่อดิน การสร้างบ่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมาก ช่วยให้มีน้ำไว้ใช้อุปโภคและบริโภคห้วงหน้าแล้งที่จะมาถึงนี้ โดยในวันนี้เป็นการมัดเหล็กขึ้นรูป ณ บ้านบริวาร บ้านแม่ตาช้าง หมู่ 11 ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

#เพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน #น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น #ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.ภัยพิบัติภาค 3 (ไฟป่า หมอกควัน) ร่วมเปิดยุทธการ (Kick off) การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 ( ไฟป่า หมอกควัน ) ร่วมกับ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 และ จังหวัดนครสวรรค์ เปิดยุทธการ (Kick off) การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569


เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. ศูนย์อำนวยการจิตอาสาภัยพิบัติภาค 3 ( ไฟป่า หมอกควัน ) ร่วมกับ จิตอาสาภัยพิบัติ กองพันทหารปืนใหญ่ที่ 4 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 และจังหวัดนครสวรรค์ เปิดยุทธการ (Kick off) การเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ประจำปี 2569 ณ วนอุทยานเขาหลวง ตำบลหนองกรด อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยมี นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ กำลังพลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสาภัยพิบัติจังหวัดนครสวรรค์ และประชาชนจิตอาสา เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว เพื่อแสดงพลังและความพร้อมของทุกภาคส่วนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)

โดยภายในกิจกรรมดังกล่าว มีการปล่อยแถวขบวนรถรณรงค์ของหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งได้จำลองเหตุการสถานการณ์ควบคุมไฟป่า ตามแผนเผชิญเหตุป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า อีกทั้งซักซ้อมแผนทางอากาศยานการบินเฮลิคอปเตอร์ สนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน การตรวจจับรถควันดำของสำนักงานขนส่งจังหวัดนครสวรรค์ และร่วมเดินรณรงค์ กิจกรรม “เดินเคาะประตูบ้าน” เพื่อสร้างการตระหนักรู้ ลดการเผา และปลูกจิตสำนึกให้กับประชาชน

ด้วยในห้วงเดือนมกราคม จะเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งซึ่งเป็นช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยว และเตรียมพื้นที่เพื่อทำการเกษตรและการเก็บหาของป่าของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสถานการณ์ไฟป้าและหมอกควันส่งผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้และสุขภาพของประชาชน ดังนั้นเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟบ้า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจน เพื่อบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ให้เข้ามามีบทบาทในการป้องกันแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน ในการลดความรุนแรงของภัยที่จะเกิดขึ้นพร้อมทั้งสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน จึงกำหนดให้มีกิจกรรมเปิดยุทธการเตรียมความพร้อมในการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2s)

ด้าน นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่าทางจังหวัดนครสวรรค์ได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจังในด้านการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) โดยให้บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกันจัดกิจกรรมดังกล่าว พร้อมได้กำหนดมาตรการควบคุมการเผาอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนงดการเผาในทุกพื้นที่ ห้ามมิให้มีการเผาใด ๆ โดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืน มีบทลงโทษสูงสุดตามกฎหมาย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืน


นที มีเดช รายงาน

“ทหารพราน 32″ มอบผ้าห่มกันหนาว ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

“ทหารพราน 32″ มอบผ้าห่มกันหนาว ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” ในพื้นที่ อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 กองร้อยทหารพรานที่ 3204 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองบังคับการควบคุมกองกำลังผาเมือง ประจำพื้นที่ด้านสาธารณประชาธิปไตยประชาชนลาว จัดกำลังพลจิตอาสาพระราชทาน เราทำความดี “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” จัดกิจกรรม “ทหารพราน 32 ส่งความสุข อุ่นใจ บรรเทาภัยหนาว” ลงพื้นที่มอบผ้าห่มกันหนาวให้กับประ ชาชน ในพื้นที่ บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อช่วยเหลือบรรเทาภัยหนาวสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานทหารกับประชาชนในพื้นที่ จำนวน 3 ราย ดังนี้

  1. นายมาลี พูลคูณ อายุ 72 ปี บ้านเลขที่ 5/4 บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
  2. นางสีราวรรณ ฟูใจ อายุ 50 ปี บ้านเลขที่ 114 บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์
  3. นางบุญตา พลชศรี อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 133 บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์

#ทหารเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส #กองทัพบกช่วยเหลือประชาชน #กรมทหารพรานที่32สุภาพบุรุษชุดดำ #หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่32 #กองกำลังผาเมือง


นที มีเดช รายงาน

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

เย็นวันนี้ (15 ม.ค. 69) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระ หม่อมให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ณ บ้านเลขที่ 88/8 หมู่ที่ 4 อำเภอแม่ริม จัง หวัดเชียงใหม่ ซึ่งถึงชีพิตักษัย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สิริพระชันษา 78 ปี โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จฯ

พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ประสูติเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2490 เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กับ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นพระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาชั้นประถมศึกษาที่วชิราวุธวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ทรงศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียน Kemper Military School รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา และทรงสำเร็จปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Western Pacific University ซึ่งปัจจุบัน คือ California Miramar University และหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการกีฬาจากสถาบันเดียวกัน

หลังทรงสำเร็จการศึกษา เสด็จกลับมาทรงรับราชการทหารในตำแหน่งยศร้อยตรี ณ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยกองรบที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี


นที มีเดช รายงาน