ประกาศ‼️ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เปิดรับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือนเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพรานชาย

รู้หรือยังว่า หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เปิดรับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือนเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพรานชาย 👨‍🦰👨‍🦰 แล้วนะ

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๑๑ ร่วมออกซุ้มอาหารบริการพี่น้องประชาชนที่มาร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ วัดพลับพลาวนาราม จ.นราธิวาส

เมื่อ ๑๐ พ.ย.๖๒ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ ๑๑ ร่วมออกซุ้มอาหารบริการพี่น้องประชาชนที่มาร่วมทอดกฐินสามัคคี ณ วัดพลับพลาวนาราม (หลวงตาขาว) ต.ภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส โดยมี คุณกิมซัน – คุณถนอม ใฝ่จิตร เป็นประธานในพิธี

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

การเป็น “ทหาร” นั้น มากกว่าสิ่งที่ตัวเอง ภูมิใจ

การเป็น “ทหาร” นั้นมากกว่าสิ่งที่ตัวเอง ภูมิใจ ที่สามารถผ่านจุดที่ไม่ใช่ใคร ก็ได้ สามารถทำได้ ซึ่งความภูมิใจตรงนี้ก็คือ พ่อกับแม่ [ พ่อกับแม่ ภูมิใจ ในตัวลูกมากนะ ] ประโยคสั้นๆที่แฝงไปด้วยความรู้สึก…

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 4#SMARTSoldiersStrongArmy

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

กองทัพบกเปิดรับสมัคร‼️ กำลังพลสำรอง เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว ของ ทบ. ปี 63

กองทัพบกเปิดรับสมัคร‼️ กำลังพลสำรองเข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราวของ ทบ. ปี 63

สมัครด้วยตนเอง 9 ธ.ค. 62 – 8 ม.ค. 63 ณ หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ในเวลาราชการ)

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ : กองการควบคุมกำลังพลสำรอง หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน เลขที่ 2 ถนนเจริญกรุง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
www.tdc.mi.th ☎️โทร 02-223-3245

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

เพชรบูรณ์ – ไอเดียเจ๋ง ครู นักเรียน สุดสร้างสรรค์ นำขนมปังมาทำกระทง ในรูปแบบแตกต่างกัน เตรียมสืบสานประเพณีลอยกระทง

เพชรบูรณ์ ไอเดียเจ๋ง ครู นักเรียน สุดสร้างสรรค์ นำขนมปังมาทำกระทงในรูปแบบแตกต่างกัน เตรียมสืบสานประเพณีลอยกระทง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครู นักเรียน โรงเรียนบ้านวังพลับ หมู่ที่ 5 ตำบลวังหิน อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ไอเดียสุดเจ๋ง นำขนมปังหลากหลายสีสัน มาออกแบบตามจินตนาการ ประดิษฐ์เป็นกระทงรูปร่างต่างๆ เพื่อเตรียมสืบสานประเพณีลอยกระทงประจำปีที่ใกล้จะถึงนี้ และกระทงขนมปังบางส่วน ยังเตรียมไว้จำหน่ายตามชุมชน เพื่อนำรายได้ไว้สำหรับเป็นทุนการศึกษาต่อไป

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบ ที่โรงเรียนบ้านวังพลับ พบครู นักเรียน ตั้งแต่ระดับชั้นประ ถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ต่างกำลังช่วยกันออกแบบ ประดิษฐ์กระทงจากขนมปังตามจินตนาการของนักเรียน เช่น กระทงรูปร่างกระเช้าผลไม้ กระทงรูปร่างชุดหมูกระทะ กระทงรูปร่างครก/สาก กระทงรูปร่างเป็ด เป็นต้น โดยวัตถุดิบส่วนใหญ่ที่ใช้ จะเป็นขนมปังหลากหลายสีสัน นำมาตัดแต่ง ดัดแปลงตามต้องการ แล้วใช้น้ำเปล่าเป็นตัวประสานให้ขนมปังติดกัน จนออกมาเป็นกระทงรูปร่างต่างๆ ได้อย่างลงตัวและสวยงาม โดยมีราคาจำหน่าย เริ่มต้นเพียง 50 บาท ไปจนถึงราคา 100 บาท ขึ้นอยู่กับขนาด และความยากง่าย

ครูศศิธร จันทาบัว เปิดเผยว่า ได้ใช้ช่วงเวลาว่าง กิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ และคาบวิชาศิลปะ เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนแต่ละระดับชั้น ได้แสดงออกถึงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ ในการร่วมกันออกแบบกระทงขนมปัง ซึ่งแต่ละคน สามารถช่วยกันประดิษฐ์กระทงออกมาได้อย่างสวยงาม และแปลกตา ที่สำคัญยังเป็นการร่วมรักษ์โลก และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เนื่องจากกระทงขนมปังนี้ เมื่อนำไปลอยตามแหล่งน้ำ จะสามารถย่อยสลาย และกลายเป็นอาหารปลา และอาหารสัตว์น้ำได้อีกทางหนึ่งด้วย

ด้าน เด็กหญิงสุวดี แก้วนึก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กล่าวว่า กระทงที่ทำขึ้นมาจากขนมปัง เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของเพื่อนๆทุกคน โดยแต่ละคนก็จะออกแบบตามจินตนาการที่แตกต่างกันออกไป เช่นเดียวกับตนเอง ที่เป็นคนชอบกินหมูกระทะ จึงคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์กระทงขนมปังขึ้นมา ในรูปแบบของ ชุดหมูกระทะ เพื่อนำไปลอยในลำน้ำ ส่งต่อให้ปลาและสัตว์น้ำได้กินเป็นอาหารเช่นกัน
   

ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านวังพลับ เพิ่มเติมว่า หลังจากคณะครู นักเรียน ได้ประดิษฐ์กระทงจากขนมปังหลากหลายสีสัน และได้มีการโพสต์ลงสื่อโซเชียลมีเดียไปแล้วนั้น ปรากฎว่าได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป และคนในชุมชน ต่างติดต่อสอบถาม และสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

เพชรบูรณ์ – ปลูก“ต้นค้อ”บนเขาค้อ พร้อมร่วมทำบุญทอดกฐิน ยอดเงินเฉียดล้านบาท

เพชรบูรณ์ ปลูก “ต้นค้อ” บนเขาค้อ พร้อมร่วมทำบุญทอดกฐิน ยอดเงินเฉียดล้านบาท

ณ ที่พักสงฆ์นาลันทารามภูบังบด ตั้งอยู่หมู่ที่ 6 บ้านดงหลง ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ พุทธศาสนิกชน ตลอดจนประชาชนจำนวนมาก ต่างหลั่งไหลเข้าร่วมทำบุญตักบาตรอาหารแห้งเดินลงเขา พร้อมทั้งร่วมทอดกฐินสามัคคี ซึ่งเป็นประเพณีที่สำคัญ และเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ถือว่าเป็นทานพิเศษ กำหนดเวลาปีหนึ่งทอดถวายได้เพียงครั้งเดียว

โดยมีนายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส นำพุทธศาสนิกชนทั้งหลายตั้งองค์กฐิน เดินแห่ลงมาจากเขา เพื่อนำไปถวายแก่คณะสงฆ์ โดยมี พระอาจารย์สมคิด สีลคุตโต เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ รับมอบผ้ากฐิน โดยมีผู้ร่วมทำบุญในครั้งนี้ ได้ยอดเงินรวมทั้งสิ้น 800,020.50 บาท (แปดแสนยี่สิบบาทห้าสิบสตางค์) เพื่อนำปัจจัยที่ได้ไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบต่อไป ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานต่างยกมือสาธุกันถ้วนหน้า และต่างไม่พลาดที่จะนำตัวเลขยอดเงินดังกล่าว เตรียมเสี่ยงดวงรับโชคตามความเชื่อ

และโอกาสเดียวกันนี้ นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมด้วย ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกับ พระอาจารย์สมคิด สีลคุตโต ประธานที่พักสงฆ์ และคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำข้าวสารอาหารแห้ง ชุดยาสามัญประจำบ้าน และเครื่องกันหนาว มอบให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ป่วย และผู้ประสบภัยแล้ง ในพื้นที่ตำบลแคมป์สน จำนวน 350 ชุด

นอกจากนั้น ยังได้จัดเตรียมกล้าพันธ์ “ต้นค้อ” จำนวน 499 ต้น ดำเนินการปลูกโดยรอบที่พักสงฆ์นาลันทารามภูบังบด เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษ์พันธ์ไม้หายาก ให้คงอยู่คู่เขาค้ออย่างยั่ง ยืน และเพื่อให้ลูกหลาน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ได้มีแหล่งเรียนรู้ ซึ่งปัจจุบัน“ต้นค้อ” แทบจะไม่มีให้เห็นทั่วไป จึงนำมาปลูกไว้ในที่แห่งนี้ ให้เจริญเติบโต คืนความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และยังเป็นการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ อีกทางหนึ่งด้วย

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

คนร้าย ยิงคนหาของป่า ที่ยะหา ยะลา

เมื่อ 11 พ.ย. 62 เวลาประมาณ 08.00 น.ราษฎร บ.คลองพี ม.9 ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา รวมจำนวน 7 คน ได้ร่วมเดินทางไปหาของป่าในพื้นที่ บ.เจาะกาแด๊ะ ( บ้านย่อย บ.บายอ ) ม.1 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวได้แยกออก เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 3 คน กลุ่มที่ 2 จำนวน 4 คน เพื่อแยกย้ายกันหาของป่า

ในระหว่างที่กำลังหาของป่า กลุ่มที่ 2 ซึ่งมีจำนวน 4 คน ได้ถูกกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ( ไม่ทราบกลุ่ม ) ได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ราษฎรกลุ่มดังกล่าว ประมาณ 10 นัด แต่ไม่ทราบทิศทางวิถีกระสุนของกลุ่มคนร้าย จึงได้ทำการยิงตอบโต้ไปจำนวน 1 นัด ( ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ) จากนั้นจึงได้วิ่งหลบหนีและไปแจ้งเหตุให้กับ จนท.ตร.กาบังได้รับทราบ ส่วนราษฎรกลุ่มแรกจำนวน3 คน ยังไม่สามารถติดต่อได้ หลังได้รับแจ้งจึงได้ประสาน จนท.ทหารพราน และ จนท.ตร.ในท้องที่เข้าตรวจ พื้นที่เกิดเหตุ. รายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี/ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าวความมั่นคง

ชื่นชม !! ทัพเรือส่งเรือรบชายแดน พร้อมทีมพยาบาล ฝ่าคลื่นลม รับผู้ป่วย ก.กูด ตราด กลางดึก ห่างฝั่งกว่า 20 ไมล์

กลางดึกคืนวันที่ 10 พ.ย.62 เวลา 21.30 น. หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ สั่งการให้ เรือโท พีระพันธุ์ คำภิระแปง ผู้ควมคุมเรือ ต.235 นำเรือพร้อมทีมพยาบาลหมวดเรือลาดตระเวนชายแดน รับผู้ป่วยฉุกเฉินเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน

จากกรณีที่หมวดเรือลาดตระเวนชายแดน ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด ว่า น.ส.รัตติยา อาณาศัย อายุ 27 ปี มีอาการปวดท้องด้านขวา คลื่นใส้ อาเจียน กดเจ็บบริเวณท้องด้านขวาขั้นรุนแรง ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ของวันที่ 10 พ.ย.62 แพทย์โรงพยา บาลเกาะกูด วินิจฉัยเบี้องต้นว่าเกิดจากไส้ติ่งอักเสบ ทางโรงพยาบาลเกาะกูดจำเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยดังกล่าวไปทำการผ่าตัดยังโรงพยาบาลบนฝั่งเป็นการเร่งด่วน แต่ทางโรงพยาบาลเกาะกูด ประสบปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ด้านการขนส่งผู้ป่วย จึงขอรับการสนับสนุนเรือ จากหมวดเรือลาดตระเวนชายเเดน ทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ นำผู้ป่วยเข้ารับการรักษา

หลังรับแจ้งเมื่อ เวลา 23.30 น. เรือ ต.235 พร้อมทีมพยาบาล ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลเกาะกูด เพื่อรับตัวผู้ป่วยเดินทางขึ้นฝั่งที่ท่าเทียบเรืออเนก ประสงค์ คลองใหญ่ อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด และประสานโรงพยาบาลคลองใหญ่ รับผู้ป่วยเพื่อดำเนินการรักษาพยาบาลต่อไป

ทั้งนี้ การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นนโยบายของ พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ที่มอบหมายให้กับหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือ เตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา เพื่อการดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนเป็น “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่น และภาคภูมิใจ”

ภาพ/ข่าวจาก ปจว.ปชส.บก.ทรภ.1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี ก012 ชลบุรี 0909535645

ตร. คุมผู้ต้องหา ทีมยิงถล่มบ้านเด็กหญิง 14 ปี สอบรับสารภาพสิ้นไส้

ตร.คุมผู้ต้องหาทีมยิงถล่มบ้านเด็กหญิง14ปีสอบรับสารภาพสิ้นไส้ ยันไม่ประสงค์ต่อชีวิตอยากขอตายแทนเหยื่อ-ตร.เร่งล่า “หัวมัน” หัวโจกแก๊งส์

จากเหตุการณ์คนร้ายยิงถล่มบ้านเลขที่ 88/4 หมู่ 11 ตำบลปากพูน อำเภอเมือง นครศรีธรรม ราช เมื่อกลางดึกที่ของวันที่ 9 ที่ผ่านมาส่งผลให้เด็กหญิงศศิประภา ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี นอนอยู่ในบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ.มหาราช ขณะเดียวกันคนร้ายทีมเดียวกันยังยิงบ้านของเครือญาติอีก 3 หลัง มีเด็กชาย 4 ขวบได้รับบาดเจ็บไปอีกราย โดยนายวิชัย ยี่สุ่นแซม บิดาของเด็กหญิงศศิประภา ยืนยันถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากต้นเหตุแค่ไปดุด่า1ในกลุ่มมือปืนเทน้ำหวานให้สุนัข จนบุคคลดังกล่าวไปชักชวนเพื่อนมาก่อเหตุ

ความคืบหน้าล่าสุดช่วงเช้าของวันที่ 11พฤศจิกายน 2562 พลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้เข้าประชุมติดตามคดี หลังจากที่มีการออกหมายจับผู้ต้องหาทีมก่อเหตุแล้ว 5 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวไว้ได้แล้ว 2 รายตามหมายจับคือนายอนุศักดิ์ หรือ เท่ห์ แดงเดช อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/23 หมู่ที่ 4 ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นทั้งต้นเรื่องและผู้ร่วมใช้อาวุธปืนลูกซองยิงเข้าใส่บ้านของนายวิชัย ยี่สุ่นแซม จนทำให้เด็กหญิงศศิประภา ยี่สุ่นแซม อายุ 14 ปี ลูกสาวของนายวิชัยเสียชีวิต

นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังจับกุมนายวัชระ วรรณมาศ หรือบังและห์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 281 หมู่ 4 ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช โดยนายวัชระ หรือบังและห์ มีหน้าที่ในการชี้เป้าบ้านของนายวิชัย ให้ทีมมือปืนเข้าก่อเหตุ

ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 3 รายยังอยู่ในการติดตามไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ คือนายวัฒนา หรือหัวมัน อนันทขาล อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นหัวโจกนำทีมเข้าก่อเหตุ นายขุนพล หรือเมย์ เงินเลี่ยม อายุ 25 ปี และนายวิศนุ หรือเถื่อน นาคคง อายุ 27 ปี ทั้งหมดอาศัยอยู่ในท้องที่ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ตัวในเร็วๆนี้

พลตำรวจตรีสนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ระบุว่ากลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดล้วนแต่มีประวัติและพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและคดีอาวุธปืน ก่อนเกิดเหตุได้เสพยาเสพติดแล้วเข้าไปก่อเหตุ โดยพฤติการณ์นั้นนายอนุศักดิ์ เจ็บแค้นที่ถูกนายวิชัยดุด่าและทำร้ายจากนั้นไปขอยืมปืนจากนายวัฒนาหรือหัวมันเพื่อจะไปยิงบ้านของนายวิชัย แต่เมื่อนายวัฒนาทราบต้นเรื่องจึงเจ็บแค้นแทนนายอนุศักดิ์ชักชวนเพื่อนร่วมเข้าก่อเหตุ จากเรื่องไม่เป็นเรื่องโดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงไล่ล่าผู้ต้องหาที่เหลืออย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นายอนุศักดิ์ หรือ เท่ห์ แดงเดช อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นต้นเรื่องในคดีนี้ หลังจากถูกสอบเค้นอย่างหนักได้ยอมรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่อย่างหมดเปลือกโดยบอกว่าเจตนาต้อง การไปยิงบ้าน เพื่อล้างแค้นและข่มขู่เท่านั้น ไม่ได้หวังให้ถูกคนและพร้อมที่จะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แต่ยอมรับว่าหวั่นเกรงเรื่องความปลอดภัย อาจถูกญาติของผู้เสียหายทำร้าย ถ้าตายเลยนั้นจบไปแต่ถ้าไม่ตายพิกลพิการจะกลายเป็นภาระของมารดาที่อยู่ข้างหลัง

นายอนุศักดิ์ ยังบอกด้วยว่าเรื่องที่ลุกลามบานปลายไปขนาดนี้ทำให้เสียใจมากและอยากขอโทษกับทุกคน แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ถ้าเป็นไปได้นั้น ขอตายแทนลูกสาวของนายวิชัย พร้อมแลกชีวิตให้เขามีชีวิตอยู่แล้วให้ผมตายแทน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายไปขออำนาจศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ฝากขังโดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว พร้อมกันนั้นนางทัดดาว ยี่สุ่นแซม มารดาของเด็กหญิงศศิประภา ผู้ตกเป็นเหยื่อได้เข้าร่วมคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายด้วย.

/////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

จันทบุรี – ปลดผู้ใหญ่บ้านที่ชาวบ้านรัก ลุกฮือไล่ปลัดอำเภอ!!


11 พ.ย.62 พิทักษ์ สัตยะสัจจา โทร. 087 – 9414782 ไม่ถูกกฎระเบียบทางราชการ แต่ถูกใจชาวบ้าน คนกว่า 100 คน จากหมู่บ้านใน อ.สอยดาว จันทบุรี ลุกฮือไล่ปลัดอำเภอ!! ไม่พอใจปลดผู้ใหญ่บ้านที่เพิ่งเป็นเพียงกว่า 5 เดือน โดยไม่ตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง สาเหตุถูกปลด เพราะเคยตัดไม้หวงห้ามเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ศาลสั่งรอลงอาญา 2 ปี ปรับ 3,000 บาท ชาวบ้านระบุเป็นเรื่องเก่า ความผิดผ่านไปแล้ว ถ้าไม่รักผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ จะไม่รวมตัวขอความเป็นธรรมให้ ที่สุดอำเภอเตรียมตั้งกรรมการสอบหาข้อเท็จจริง ผู้ใหญ่ถูกปลดระบุ ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม จะสู้ให้ถึงที่สุด

เวลา 08.30 น.วันที่ 11 พ.ย. 62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอสอยดาว จ.จันทบุรี ชาวบ้านหมู่บ้านโป่งเจริญชัย หมู่ 4 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว กว่า 100 คน รวมทั้งนายปรีชา ดิษพงษา อายุ 51 ปี ผู้ใหญ่บ้านโป่งเจริญชัย รวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากนายสมทรง นิลยอง นายอำภอสอยดาว โดยนำป้ายเขียนข้อความต่าง ๆ อาทิ ความเป็นธรรมอยู่ไหน? ปลดผู้ใหญ่บ้านของพวกเราทำไป , ปลัดหมูออกไป และข้อความต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศตรึงเครียด กระทั่ง อส.อำเภอสอยดาว กับตำรวจ สภ.สอยดาว ต้องกระจายกำลังตามบริเวณดังกล่าว ป้องกันเหตุบานปลายที่อาจจะมีขึ้น

ในการรวมตัว ชาวบ้านได้เรียกร้องให้มีการทบทวนการปลดนายปรีชา ออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน เรียกร้องให้ย้ายนายพฤกษา กิตติเวช หรือปลัดหมู ปลัดฝ่ายปกครอง อำเภอสอยดาว ออกไปจาก อ.สอยดาว อย่างเร่งด่วนที่สุด ท่ามกลางเสียงตระโกนของชาวบ้านที่ขับไล่นายพฤกษาเป็นระยะ ทั้งนี้ ระหว่างการรวมตัว นายพฤกษา ได้พยายามชี้แจงสาเหตุการปลดนายปรีชา จากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านให้ตัวแทนชาวบ้านฟัง โดยระบุว่านายปรีชาทำผิดข้อกฎหมายว่าด้วยการเป็นผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากเคยมีคดีตัดไม้หวงห้ามเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา แต่ชาวบ้านไม่ยอม เพื่อถือว่าเป็นเรื่องเก่าและชาวบ้านรักนายปรีชา หลังจากเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อารมณ์ความไม่พอใจของชาวบ้านทวีขึ้นๆ จนในที่สุดนายขวัฒน์ ขมังลาภ ปลัดอาวุโส อ.สอยดาว ได้เข้ามาเจรจากับชาวบ้าน โดยระบุว่านายสมทรง นายอำเภอสอยดาวป่วย ให้ตนเป็นตัวแทนมาคุยกับชาวบ้าน พร้อมกันนี้นายขวัฒน์ ได้ให้ตัวแทนชาวบ้านกว่า 10 คนพร้อมด้วยนายปรีชา ขึ้นไปพูดคุยกันที่ห้องประชุม อ.สอยดาว

ภายในห้องประชุม นายพฤกษา ได้อ่านข้อห้ามที่เกี่ยวเนื่องกับการเป็นผู้ใหญ่บ้าน ว่าต้องไม่เคยมีความผิดต่าง ๆ เช่น เคยต้องโทษยาเสพติด วิกลจริต เป็นนักบวช หรือทำความผิดเกี่ยวกับการตัดไม้ทำลายป่า หลังจากนายพกฤษาอ่านข้อกฎหมาย นายปรีชาได้กล่าวว่า การที่นายพฤกษาปลดตนจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ไม่มีความเป็นธรรมกับตน อ้างว่ามีหนังสือร้องเรียก แต่หนังสือร้องเรียนกลับไม่มีผู้ลงชื่อผู้เรียกเรียน และไม่มีการตั้งกรรมการสอบสวนตนเลย อยู่ ๆ กลับใช้อำนาจปลดตนทันที จึงจำเป็นต้องมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยหลังจากนั้น นายขวัฒน์ ได้เปิดโอกาสให้นายปรีชายื่นหนังสือร้องเรียนพร้อมกับให้ความมั่นใจแก่นายปรีชาว่า จะเสนอให้นายอำเภอสอยดาว ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้เพื่อหาข้อยุติต่อไป

นายปรีชา เปิดผยว่า สาเหตุที่ชาวบ้านรวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้นายพกฤกษา ได้มีคำสั่งปลดตนจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน ให้เหตุผลว่า ตนเคยมีความผิดเกี่ยวกับกฏหมายป่าไม้ แต่ไม่มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือให้ความเป็นธรรมแก่ตนก่อนปลด เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ตนอายุ 19 ปี เคยไปรับจ้างตัดไม้เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัวว แต่ถูกจับ ศาลรอลงอาญา 2 ปี ปรับ 3,000 บาท เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยคดียความสิ้นสุดลงไปตั้งกว่า 30 ปีแล้ว หลังจากที่ตนได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านมากว่า 5 เดือน อยู่ ๆ นายพฤกษาก็มีคำสั่งปลดตน ทั้ง ๆ ที่การจะรับสมัครเลือกตั้งเป็นกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองต้องตรวจสอบประวัติก่อนแล้ว เรื่องนี้หากตนไม่ได้รับความเป็นธรรมจะยื่นเรื่องถึง ผวจ.จันทบุรี และศาลปกครอง ตนจะต่อสู้ให้ถึงที่สุด

ด้านนางสุรินทร์ พันมาลา อายุ 72 ปี ชาวบ้านโป่งเจริญชัย ที่มาร่วมเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้นายปรีชาด้วย เปิดเผย นายปรีชาทำงานเพื่อชาวบ้านมาตั้งแต่อายุไม่มากจนถึงทุกวันนี้ เช่น เป็นอาสาสมัครมูลนิธิ หรือมีงานอะไรก็ตามที่จะช่วยชาวบ้าน นายปรีชาไม่เคยปฏิเสธ ชาวบ้านโป่งเจริญชัยแทบทุกคนรวมทั้งตนรักนายปรีชา เพราะเป็นคนดี การจะมาปลดนายปรีชา โดยให้เหตุผลว่าเคยตัดไม้ เป็นเรื่องเก่าแล้ว ขนาดฆ่าคนตาย คดีความยังมีวันหมดอายุ ถึงจะผิดกฎระเบียบของราชการ แต่ชาวบ้านไม่สนใจ และไม่ต้องการเลือกตั้งใหม่ เพราะชาวบ้านแทบทุกคนรักนายปรีชา

ผู้สื่อข่าวรายงายด้วยว่า ได้ขอสัมภาษณ์นายพฤกษาในประเด็นการปลดนายปรีชา แต่นายพฤกษาปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ โดยไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ ที่ไม่ให้สัมภาษณ์.

ภาพ/ข่าว ใหญ่ ตราด
แฟรงค์ พัทยา รายงาน