ม.เทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จ.ชลบุรี แถลงข่าว การจัดงานเกษตรบางพระแฟร์ ครั้งที่ 26 ประจำปี 2562

         นายศิริชัย สมแสน รองอธิการบดี ได้จัดการแถลงข่าว การจัดงานเกษตรบางพระแฟร์ ครั้งที่ 26 ประจำปี 2562 “เกษตรดิ จิทัล” ในวันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา 16.30 น. ณ บริเวณลานอาคารสาขาวิชาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก จังหวัดชลบุรี

         การจัดงานเกษตรบางพระแฟร์ ทางมหาวิทยาลัยเทคโนโล ยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตบางพระ ได้ริเริ่มจัดงานนิทรรศ การ เผยแพร่วิชาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการเกษตร รวมทั้งการออกร้านจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร โดยใช้ชื่อว่า “งานเกษตรบางพระแฟร์” ขึ้นในเดือนธันวาคม พุทธศักราช 2535 เมื่อครั้งยังมีฐานะเป็น คณะเกษตรศาสตร์บางพระ สังกัดสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และจัดต่อเนื่องกันมาทุกปี โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มาร่วมแสดงในงาน ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชน ในจังหวัดชลบุรี รวมถึงประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงที่เข้ามาชมงานและกิจกรรมทั้งหลายที่จัดไว้ในงานเป็นจำนวนมาก มหาวิทยาลัยได้พัฒนาให้งานนี้ เป็นที่จัดแสดงความเจริญก้าวหน้าด้านวิชาการ เทคโนโลยีทางการเกษตร รวมทั้งเป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ วิทยาการที่ทันสมัย สอดคล้องกับการพัฒนาให้มหาวิทยาลัยเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าของวิทยาการด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร ในภาคตะวันออก

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เพชรบูรณ์ – สีสันเยาวชนเข้าฐานกิจกรรมสุดมันส์ ในโครงการอบรมเยาวชนสัมพันธ์ ต้านภัยยาเสพติด

เพชรบูรณ์ สีสันเยาวชนเข้าฐานกิจกรรมสุดมันส์ สร้างความสนุกสนาน และเรียกเสียงหัวเราะ ในโครงการอบรมเยาวชนสัมพันธ์ ต้านภัยยาเสพติด

ที่วัดอรุณรัศมี หมู่ที่13 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้ทำการเปิดค่ายโครงการอบรมเยาวชนสัมพันธ์ ต้านภัยยาเสพติด พิชิตคุณธรรม รุ่นที่ 5 ซึ่งวัดอรุณรัศมีร่วมกับ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จ.เพชรบูรณ์, โรงเรียนมัธยม ศึกษาจำนวน 1 โรงเรียน, โรงเรียนประถมศึกษาขยายโอกาส จำนวน 8 โรงเรียนในอำเภอวังโป่ง และโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 57 รวมทั้งหมด 10 โรงเรียน ดำเนินการฝึกอบรมกลุ่มเป้าหมาย เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ชาย/หญิง จำนวน 235 คน ตั้งแต่วันที่ 17 – 22 พฤศจิกายน 2562 เป็นเวลา 5 คืน 6 วัน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดเข้าไปในสถานศึกษาและชุมชน การป้องกันการติดต่อเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์ ป้องกันการก่อการทะเลาะวิวาทในหมู่เยาวชนต่างโรงเรียน ต่างหมู่บ้าน ตลอดจนการขับขี่ปลอดภัยและรู้กฎหมายจราจร

ทั้งนี้ ในกิจกรรมวันสุดท้ายนั้น นับว่าเป็นช่วงไฮไลย์ ที่สร้างสีสัน สนุกสนาน และแฝงด้วยความรู้ เมื่อเยาวชนทั้งหมด จะต้องลงมือปฏิบัติจริง และเข้าฐานกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมด 4 ฐาน เพื่อให้ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งทั้ง 4 ฐานกิจกรรมนั้น นับเป็นการทดสอบสภาพจิตใจ สติ ปัญญา และความเชื่อมั่นในตนเอง ในการที่จะฝ่าฟันความยากลำบาก ไปให้ถึงจุดหมาย โดยแยกออกเป็น คือ

  • ฐานที่ 1 คือฐานพรางตัว โดยได้นำสีฝุ่นปะหน้าเยาวชนทุกคนให้จำกันไม่ได้
  • ฐานที่ 2 การพิสูจน์ทราบด้วยการสัมผัส ซึ่งผู้เข้าอบรมต้องใช้สติและจินตนาการ โดยใช้มือล้วงเข้าไปในไห ซึ่งข้างในจะมีวัตถุต่างๆ ที่ไม่มีอันตราย ซ่อนไว้ด้านใน เพื่อให้ทุกคนทำการสัมผัส แล้วนำมาบอกกับวิทยากรให้ถูกต้อง ซึ่งจะเห็นได้ว่า ทุกคนที่ได้ล้วงเข้าไปในไห ต่างมีท่าทีที่แตกต่างกันไป
  • ฐานที่ 3 การไต่เชือกข้ามเครื่องกีดขวาง ประโยชน์ใช้ในกรณีข้ามลำน้ำ ข้ามเหว คือจะให้ผู้เข้าอบรม ทำการฝึกไต่เชือก จากฝั่งหนึ่ง ไปยังอีกฝั่ง ในระยะทาง ประมาณ 20 เมตร โดยไม่ให้ตกน้ำ ซึ่งหลังจากทุกคนเริ่มไต่เชือกพร้อมๆกัน จึงทำให้เชือกเกิดการแกว่งตัว อาจทำให้บางคน ทรงตัวไม่อยู่ ถึงกับตกน้ำจนเปียก สร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะเป็นอย่างมาก
  • ฐานที่ 4 จู่โจมเป้าหมายพร้อมโจมตี โดยการลอดลวดหนาม เป็นการเคลื่อนที่ในพื้นที่ที่จำกัดและมีอุปสรรคในภาวะยากลำบาก คือ จะให้ผู้เข้าอบรม ใช้ความสามารถ และสติปัญญา ในการผ่านด่านลวดหนาม ระยะทางกว่า 10 เมตร ท่ามกลางสายน้ำและดินโคลน ที่ช่วยให้การเคลื่อนตัว ลื่นไหลเป็นอย่างดี ซึ่งในแต่ละฐานสามารถเรียกเสียงหัวเราะ และสร้างสีสันเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้หลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเข้าฐาน นายวรวุฒิ อินตะมะ นายอำเภอวังโป่ง พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรพงษ์ ผลนาค ผกก.สภ.วังโป่ง, พ.ต.ท. กฤณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ หัวหน้าชุดครูฝึก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ได้ร่วมกันมอบเกียรติบัตร ให้แก่ผู้เข้าอบรมในครั้งนี้ และยังมีการผูกข้อมือให้กับเยาวชนทั้งชาย/หญิง 235 คน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่เยาวชน ก่อนแยกย้ายกันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

นครนายก – ตร.จับไอ้โมทย์ได้แล้วเจอ 4 ข้อหา.

จากกรณีมีแก๊งโจ๋เถื่อนประมาณ 8-9 คน มีนายปราโมทย์ จิตรสงัด อายุ 31 ปี เป็นหัวโจกทำร้ายร่างกาย และได้ใช้อาวุธปืนขุมขู่ฉุด น.ส.เจี๊ยบ(นามสมมุติ)นศ.สาวชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก ขึ้นรถยนต์ปิกอัฟยี่ห้ออีซูซุสีแดงไม่ทราบทะเบียนหลบหนีไป โดยเหตุเกิดขึ้นมาที่บนสันเขื่อนห้วยปรือ ต.เขาพระ อ.เมืองนครนายก และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายศาลที่ จ.89/2562 ลงวันที่ 21พ.ย.62 เพื่อออกล่าตัวไอ้โมทย์ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้ว.

ความคืบหน้าวันนี้เมื่อเวลา 09.00 น. (22พ.ย.62) พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก.สภ.เมืองนครนายก ได้กล่าวว่าสำหรับนายปราโมทย์ จิตรสงัด ผู้ก่อเหตุรายนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเป็นบุคคลอันตราย ที่พึ่งจะพ้นโทษในคดีลักษณะนี้มา ส่วนการไล่ล่าคงจะต้องใช้ความระมัดระวังเพราะผู้ต้องหารายนี้มีอาวุธปืนด้วย ส่วนผลตรวจของ นศ.สาวรายนี้นั้นคงต้องรอผลตรวจจากแพทย์อีกครั้งหนึ่งว่าได้ถูกข่มขืนหรือไม่ส่วน นศ.สาวนั้นยังมีทีท่าหวาดกลัวอยู่คงต้องรออีกสักระยะ.

และในเวลา15.00น.วันนี้ทาง พ.ต.อ.กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์ ผกก. ก็ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากนายสมชัย สาระโวหาร อายุ 46 ปี ชาวบ้าน บอกว่าพบเห็นนายปราโมทย์ ผู้ต้องหาได้ขับรถยนต์ปิกอัฟสีแดงเข้ามาจอดที่ข้างบ้านของตน ซึ่งอยู่ห่างจาก ร.ร.ดาวทอง ม.9 ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก เพียงแค่ 100 เมตร แค่นั้นเอง

จากนั้นทาง พ.ต.อ.กล้าหาญ ผกก.จึงได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย รีบไปยังที่ได้รับแจ้ง ก็ปรากฏว่าพบรถยนต์ปิก อัฟยี่ห้ออีซูซุสีแดงหมายเลขทะเบียน บท-4103 ปราจีนบุรี จอดอยู่ส่วนนายปราโมทย์ ผู้ต้องหานั้น นายสมชัย ผู้พบเห็นได้บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พอมันเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามันก็ได้กระโดดหนีวิ่งเข้าพงศ์หญ้าในท้องนา โดยสวมเสื้อยืดสีฟ้าและสวมกาง เกงขายาวสีดำ จากนั้นกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ปูพรมปิดล้อมพื้นที่ทันที่โดยใช้เวลาในการค้นหาอยู่นานนับชั่วโมงจึงพบตัวนายปราโมทย์ จิตรสงัด ที่อยู่ในสภาพอิดโรยโดยหมกตัวหมอบอยู่ในพงศ์หญ้า จึงได้ช่วยกันจับกุมนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวนทันที ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพโดยได้แจ้งข้อหา 4 ข้อหา ประกอบด้วย

  1. ทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ
  2. ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและเสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย
  3. มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธติดตัวไปในเมือง
  4. หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำการด้วยประกอบการอื่นใด.

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – ประชุมเตรียมพร้อมการจัดงานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรำลึกและกาชาด 2563

จังหวัดจันทบุรีประชุมเตรียมพร้อมการจัดงานวันสมเด็จพระเจ้า ตากสินมหาราชรำลึกและกาชาดจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2563 เปลี่ยนสถานที่จากทุ่งนาเชย เป็น สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ พระยืน

         วันนี้ ( 22 พ.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเตรียมการจัดงานวันสมเด็จพระเจ้าตาก สินมหาราชรำลึกและกาชาดจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2563 ที่กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2562 ถึง 5 มกราคม 2563

         โดยมีพิธีและกิจกรรมสำคัญดังนี้ พิธีถวายราชสักการะและพิธีบวงสรวง, พิธีเจริญพระพุทธมนต์และถวายราชสดุดี วันที่ 28 ธันวาคม ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พิธีเปิดงานวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชรำลึกและกาชาดจังหวัดจันทบุรี ประจำปี 2563 ชมการแสดงแสงสีเสียง เทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และ กิจกรรมการออกร้านของส่วนราชการ หน่วยงาน ภาคเอกชน ที่สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ พระยืน เนื่องจาก ทุ่งนาเชยมีการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงผลกระทบ แก่ ประชาชน นักท่องเที่ยว และเติมเต็มความสุขในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ จึงได้เปลี่ยนสถานที่จัดงาน แต่ยังคงรูปแบบการจัดงานให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ในกิจกรรมบันเทิง สนุกสนาน

          เปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญผ่านสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี (ไม่มีการเปิดร้านนาวากาชาด ) แต่เปิดรับบริจาคเงิน สิ่งของ บริจาคดวงตา บริจาคร่างกาย อวัยวะ รางวัลผ่านร้านกาชาดลุ้นโชคใหญ่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกคืน รวมทั้งลุ้นรางวัลสลากกาชาดเพื่อสาธารณะกุศล ชิงรางวัลใหญ่รถยนต์กระบะ/ รถเก๋ง และรางวัลอื่น ๆ มากมาย

         นอกจากนี้ภายในงานมีการออกร้านจำหน่ายสินค้า นิทรรศ การของหน่วยงานราชการและภาคเอกชน การจำหน่ายสินค้า OTOP สินค้าชุมชน ของดีเมืองจันท์ การแสดงของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และศิลปินระดับประเทศ ตลอด 9 คืน

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ มอบสิ่ง ของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยแก่ราษฎร

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบสิ่ง ของพระราชทานช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัยในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี แก่ราษฎร

          วันนี้ ( 22 พ.ย.62 ) ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธีมอบเงินค่าวัสดุซ่อมแซม ก่อสร้างที่อยู่อาศัยประจำ และเครื่องครัว เครื่องนอน แก่ราษฎรที่ประสบอัคคีภัย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

         โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดจันทบุรี เข้าร่วม ซึ่ง นายอวิรุทธ์ วรกิตติ์ไพศาล หัวหน้าป้องกันและบรร เทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี ได้สรุปรายงานสถานการณ์อัคคีภัย เมื่อวันที่ 16 ต.ค.62 ได้เกิดเหตุอัคคีภัย ทำให้บ้านเลขที่ 153 ม.5 ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เสียหายทั้งหลัง โดยมีนางเงา ศรีเจริญ เป็นเจ้าของบ้าน สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบ้านพักอาศัยได้รับความเสียหายบางส่วน รวมทั้งทรัพย์สินภายในบ้าน เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน เครื่องนุ่งห่ม ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิต

          ทั้งนี้การให้ความช่วยเหลือนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์การสำรองจ่ายของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่มีอยู่ในจังหวัด ในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติกรณีต่างๆ โดยสามารถช่วยเหลือเป็นค่าวัสดุซ่อมแซม / ก่อสร้างที่อยู่อาศัยประจำ เท่าที่เสียหายจริง แต่ไม่เกินหลังละ 33,000 บาท พร้อมด้วยเครื่องครัว เครื่องนอนไม่เกินครอบครัวละ 3,000 บาท

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ธรรมนัส ลงพื้นที่ นราธิวาส แนะแนวดึงทางเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแบบอย่างหนุนสถานศึกษา

ธรรมนัส ลงพื้นที่ นราธิวาส แนะแนวดึงทางเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นแบบอย่างหนุนสถานศึกษา

         วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562​ ณ โรงเรียนนราสิกขาลัย อ.เมือง จ.นราธิวาส​ : ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจราชการเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกร ในพื้นที่ พร้อมเยี่ยมชมผลงานของโรงเรียน ณ โรงเรียนนราสิกขาลัย อ.เมือง​จ.นราธิวาส และรับฟังปัญหา แนวทางการพัฒนา การศึกษา

         ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัส เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฯ​ มีแนว ทางและแนวคิด ที่จะ ร่วมกับสถานศึกษา โดยให้มีองค์ความรู้ ด้านการเกษตรฯ ให้กับทางโรงเรียน ใช้ในการสอนให้กับเด็กนัก เรียน ในเรื่องการส่งเสริมการทำเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องของการส่งเสริมการพัฒนาการเกษตรฯ ที่ยึดแนวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักคิด เพื่อ​ให้เด็กนักเรียนนำไปเป็นแบบอย่าง โดยเฉพาะ ในเรื่องการปลูกพืชผัก สวนครัว เสี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะ ไก่ไข่ ซึ่ง จะมีการ ฝึกให้กับเด็กนักเรียน ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยในส่วนการส่งเสริมการปลูกพืชผักและเลี้ยงสัตว์ อาจนำมาเป็นอา หารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน และอาจขยายต่อในการส่งเสริมการสร้างรายได้ให้กับเด็กนักเรียน และนำไปพัฒนา สู่แนวทางการ ส่งเสริมการพัฒนา ประเทศ ให้มีความมั่นคงในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ทางโรง เรียน บทบาทของโรงต่อการพัฒนาประเทศ ในอานาคต

          ขณะเดียวกันยังเดินทางต่อ ไปที่ไปยัง ที่ว่าการอำเภอสุไหปาดี เพื่อพบปะประชาชน​ และรับฟังปัญหาเรื่องที่ดินและพื้นที่ที่มีปัญหาจากเกษตรกร นอกจากนี้ได้เดินทางไปเยี่ยมชมการแปรรูปข้าว และพบปะเกษตรกรกลุ่มปลูกข้าวหอมกระดังงา ณ บ้านตอหลัง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส

         ทั้งนี้ ร้อยเอกธรรมนัสฯ กล่าวว่า จากการรับฟังปัญหาจากเกษตรกร ในพื้นที่ จ.นราธิวาส เกษตรกร ส่วนใหญ่ ยังมี ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินจำนวนมาก เช่นเดียวกับพื้นที่อื่นๆทั่วประเทศโดยขณะนี้ ตนได้สั่งการในทางสำนักงานปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรหรือ สปก,เร่งรัดในการจัดรูปที่ดินให้กับเกษตรกร ให้เร็วที่สุดโดยยอมรับว่าการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกรขณะนี้ค่อนข้างมีปัญหา เนื่องจากมีพื้นที่ ทับซ้อนกันจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ มีทั้งพื้นที่อุทยาน พื้นที่กรมป่าไม้ ซึ่งทับซ้อนกันกับพื้นที่ สปก. จำนวนมาก จนเป็นปัญหาต่อการจัดสรรณพื้นที่ ทำกินให้กับเกษตรกร

         อย่างไรก็ตาม จากปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นทางรัฐบบาล กำลังเร่งรัดในการแก้ปัญหา ในส่วนพื้นที่ ทับซ้อนทั้งหมด โดยจะให้ใช้ มาตรตราส่วนเดียวกันทุกหน่วยงาน โดยในอัตราส่วนเดียว กันทั้งหมด คือในมาตรส่วน 1​ ต่อ​ 4,000 หรือวันแมปเพื่อป้องกันการทับซ้อน โดยจะใช้เป็นมาตรส่วนเดียวกัน ทุกหน่วยงานเพื่อ ไม่ให้เกิดการทับซื้อนเบื้องต้น ตนแสนอแนวทางให้กับนายกรัฐมนตรีรับทราบและเห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยตนจะนำเสนอ ต่อครม.ให้เร็วที่สุด และคิดว่า น่าจะเป็นแทนทางที่รัฐบาลเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนได้ หากในมาตรตราส่วนเดียว กันทุกหน่วยงาน

         “ตอนนี้ ค่อนข้างมีปัญหาเพราะกระทรวงทรัพย์ เขาก็ได้ อัตราส่วนอีกอย่าง กรมแผนที่ทหารก็ใช้มาตราส่วนอีกอย่างหนึ่ง ละหน่วยงานมันใช้แผนที่คนละมาตรส่วน มันเลยช่วยเหลือชาวบ้านไม่ได้เลย บอกว่าหากต้องการ แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนทุกหน่วยงานต้องใช้มาตรส่วนเดียวกัน ทั้งหมด วันนี้ผมกราบเรียนให้ท่านนายกรัฐมนตรีทราบแล้ว ว่าหากต้องการแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อน ต้องขับเคลื่อนเรื่องการ กำหนดอัตราส่วนแผนที่เป็นอันเดียวกันทั้งหมด และให้ทุกหน่วยงานใช้มาตราส่วนเดียวกัน เบื้องต้นท่านเห็นด้วย ซึ่งเราจะเอาวันแมปเข้าครม.ประกาศเลยว่าจะใช้มาตรา ส่วนแผนที่เดียวกันทั้งหมด ปัญหาต่างๆ มันถึงจะจบ นราธิ วาส ก็เหมือนทุกพื้นที่ ทั่วประเทศ จากนี้ไปผมจะตั้งคณะกรรมการ แก้ปัญหาขับเคลื่อน ให้เป็นรูปมธรรมคิดว่าจากนี้ไปมันคงจะไม่มีปัญหาแล้วโดยที่ปัญหาที่ผ่านมานายกได้กำชับมาโดยตลอด การจัดการปัญหาที่ดินต้องชัดเจน“ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

         ร้อยเอกธรรมนัสฯ กล่าวด้วยว่า ในส่วนปัญหาที่ดินทำกินของพื้นที่​ จ.นราธิวาส จากนี้ไป จะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุดและต้องมีความชัดเจนในการ จัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร และจะต้องมีความโปร่งใส ขณะเดียวกัน พื้นที่อื่นๆ การจัดสรรณที่ดินก็ต้องมีความโปร่งใสเช่นเดียวกัน โดยจากนี้ไปพื้นที่สปก.ทั้งหมด ที่เหลืออีก 2 หมื่นกว่าไร่ ต้องมีการจัดสรรณที่ชัดเจนและโปร่งใส โดยจะต้องให้จบให้หมดภายใน180 วันให้ได้ หาก ไม่แล้วเสร็จผู้เกี่ยว ข้องจะต้องพิจารณาตัวเองไม่งั้น ตอบสังคมไม่ได้ทุกอย่างต้องจบและต้องโปร่งใส

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ร่วมสังสรรค์ วันคล้ายวันเกิด พ.อ.พิเศษ ประกาศิต สาคุณ(เสธ.หน่วย) ณ.สโมสรทหารบก

         20 /11/62 ร่วมสังสรรค์ วันคล้ายวันเกิด พ.อ.พิเศษ ประกาศิต สาคุณ(เสธ.หน่วย)โดยมี พล.ท.ไกรเทพ อนุศักดิ์ (เสธ.แอ่น), พล.ต. สหรัตน์ อุทธโยธา, พล.ต.วรวุฒิ ทองศรีงาม(ผู้การหลอ)อดีตเลขาสมาคมฟุตบอล, พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง(เสธ.หนึ่ง)โฆษก กอ.รมน, พ.ต.อ.โกสิต กาจญโกมล(ตุ๋ยท่าแซะ), นิธิโรจน์ แก้วรักษ์กมล(คม)คณะทำงาน รองนายกรัฐมนตรี, ผอ.กริชสุวรรณ ดีสุข(ออฟไซค์)

         พร้อมเพื่อนๆเตรียมทหาร 26 และเพื่อนพ้องน้องพี่ ในวงการต่างๆมาร่วมงานอย่างคับคั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข ณ. สโมสรทหารบก

นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง

          พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วยคณะบุคคลสำคัญประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และคณะมีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 (2019 ASEAN-ROK Commemorative Summit) และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 (1st Mekong-ROK Summit) ระหว่างวันที่ 24 – 27 พฤศจิกายน 2562 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ดังนี้

         การประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 เป็นการประชุมระดับผู้นำ ระหว่างผู้นำอาเซียนกับประธา นาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ในโอกาสการครบรอบ 30 ปีของความสัมพันธ์อาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี โดยนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานอาเซียน และประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี จะเป็นประธานร่วมของการประชุมสุดยอดฯ ดังกล่าว โดยการประชุมสุดยอดฯ ดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2  ส่วน ได้แก่

  1. การประชุมเต็มคณะ โดยมี 2 ช่วง ช่วงที่ 1 หัวข้อ ASEAN-ROK 30&30 โดยจะทบทวนความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียน กับสาธารณรัฐเกาหลีในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา และการกำหนดทิศทางในอีก 30 ปีข้างหน้า และช่วงที่ 2 หัวข้อ Enhancing Connectivity toward Prosperity and Sustainability โดยจะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ในประเด็นความเชื่อมโยงเพื่อส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและความยั่งยืน
  2. การประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 3 อย่างไม่เป็นทางการในช่วงอาหารกลางวัน (Lunch Retreat) โดยจะแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นภูมิภาคและระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจและมีความห่วงกังวลร่วมกัน

         การประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 (1st Mekong-ROK Summit) เป็นความร่วมมือลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี (Mekong-ROK) โดยเป็นข้อริเริ่มของสาธารณรัฐเกาหลี ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ คือ กัมพูชา, สปป. ลาว, เมียนมา, เวียดนาม, ไทย, และสาธารณรัฐเกาหลี ในการประชุมดังกล่าวฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยให้ความสำคัญกับความร่วมมือเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมนิทรรศการความร่วมมือเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพระหว่างประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี (Special Exhibition on Biodiversity Cooperation between Mekong Countries and Korea) ด้วย

          ในโอกาสนี้ สาธารณรัฐเกาหลีได้จัดกิจกรรมคู่ขนานกับการประชุมดังกล่าวในลักษณะนิทรรศการ เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาด้านดิจิทัลและนวัตกรรมที่สำคัญ โดยนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วม จำนวน 5 กิจกรรม ได้แก่

  1. โครงการ Busan Eco-Delta Smart City
  2. การประชุม ASEAN-ROK CEO Summit
  3. การประชุม 2019 ASEAN-ROK Culture Innovation Summit
  4. งาน ASEAN-ROK Innovation Showcase 2019
  5. การประชุม ASEAN-ROK Startup Summit

          นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีจะพบหารือทวิภาคีกับ นายมุน-แชอิน ประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในบันทึกความตกลงระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี สำหรับกำหนดการที่สำคัญของนายกรัฐมนตรีมีดังนี้

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2562

  • เวลา 08.10 น. นายกรัฐมนตรีและคณะออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกิมเฮ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี
  • เวลา 16.10 น. โดยเวลา 17.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ Busan Eco-Delta Smart City
  • จากนั้นเวลา 19.15 น. นายกรัฐมนตรีจะรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3 และการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือลุ่มน้ำโขง-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 1 และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562
ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในบันทึกความตกลงระหว่างไทยกับสาธารณรัฐเกาหลี จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN-ROK CEO Summit โดยนายกรัฐมนตรีจะกล่าวถ้อยแถลงแสดงความยินดี ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุม 2019 ASEAN-ROK Culture Innovation Summit ในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมนิทรรศการในงาน ASEAN-ROK Smart City Fair จากนั้นในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีและภริยาจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำรับรอง ASEAN-ROK Welcoming Dinner

วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562
ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะ ASEAN-ROK Commemorative Summit จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะร่วมกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม ASEAN-ROK Startup Summit และเยี่ยมชมงาน ASEAN-ROK Innovation Showcase 2019 โดยในช่วงเที่ยง นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 3 อย่างไม่เป็นทางการในช่วงอาหารกลางวัน (Lunch Retreat) โดยช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลีจะแถลงข่าวร่วมผลการประชุม ASEAN-ROK Commemorative Summit ซึ่งในช่วงค่ำ นายกรัฐมนตรีและภริยาจะเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ Mekong-ROK Welcoming Dinner

วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562
ในช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมการประชุม Mekong-ROK Commemorative Summit และนายกรัฐมนตรีจะเยี่ยมชมนิทรรศการความร่วมมือเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพระหว่างประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขงกับสาธารณรัฐเกาหลี (Special Exhibition on Biodiversity Cooperation between Mekong Countries and Korea) จากนั้น นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี แถลงข่าวร่วมผลการประชุม Mekong-ROK Commemorative Summit

หลังเสร็จสิ้นการประชุมฯ นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติกิมเฮ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี เวลา 14.00 น.ในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 (กองบิน 6) เวลา 18.30 น.

สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรันซิสชื่นชมพัฒนาการของไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรันซิส ประทานพระดำรัสคณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน กว่า 400 คน ร่วมรับเสด็จ

สมเด็จพระสันตะปาปาฯ ยินดีที่ได้มาเยือนผืนแผ่นดินไทย อันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย และยังเป็นประเทศที่ยังคงรักษามรดกทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม พร้อมชื่นชมนายกรัฐมนตรีว่าเป็นผู้มีความถ่อมตน พร้อมชื่นชมประเทศไทยที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการกลับมาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ ตลอดจนชื่นชมบทบาทประเทศไทยในการเป็นประธานอาเซียน องค์กรที่เป็นสัญลักษณ์ของการร่วมแรงร่วมใจเพื่อแก้ไขปัญหาในภูมิภาค และยังเป็นหนทางสู่ความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฯ ชื่นชมแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของสังคมไทย สังคมที่มีความเป็นธรรม รู้จักรับฟัง และไม่มีการแบ่งแยก โดยสมเด็จพระสันตะปาปาฯ ขอยืนยันว่า ชาวคาทอลิกกลุ่มเล็ก ๆ ในประเทศไทย จะสนับสนุนอัตลักษณ์ของความเป็นไทย ซึ่งปรากฏในเพลงชาติไทย “รักสามัคคี…รักสงบ…ไม่ขลาด…” และเชื่อว่าแผ่นดินไทย คือแผ่นดินแห่งอิสรภาพ

สมเด็จพระสันตะปาปาฯ เห็นด้วยกับการเชิญผู้แทนจากศาสนาต่าง ๆ ในประเทศเข้ามามีส่วนร่วมจัดตั้งคณะกรรมการแห่งศูนย์จริยธรรมและสังคม เพื่อรับฟังความคิดเห็น และชื่นชมรัฐบาลไทย รวมทั้งบุคคลและองค์กรที่ได้ทำงานอย่างหนัก เพื่อแก้ไขปัญหาสิทธิสตรีและเด็ก มีนโยบายสนับสนุนพัฒนาการด้านสังคม ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และอาชีพแก่ประชาชน ตลอดจนความช่วยเหลือด้านสุขภาพ และการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

สังคมปัจจุบันในยุคโลกาภิวัตน์ ต้องการผู้ส่งเสริมให้เกิด “ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่” จะเป็นส่วนผลักดันให้เกิดพัฒนาแบบบูรณาการ ที่จะดำเนินชีวิตในความยุติธรรม ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และความสมัครสมานสามัคคีฉันพี่น้อง หนึ่งในภารกิจอันประเสริฐของทุกคนคือ ต่างทำหน้าที่ของตนเพื่อสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน

นายกฯ – เป็นประธานงานรับรอง เนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 62

นายกฯ เป็นประธานงานรับรองเนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 62 ระบุกองทัพเรือเป็นกำลังสำคัญของชาติ ขอให้รักษาเกียรติภูมิของราชนาวีไทย พัฒนาต่อยอดการปฏิบัติหน้าที่ เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่น ภูมิใจ รัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้ภารกิจกองทัพเรือสำเร็จลุล่วง

         เมื่อวันที่(20 พ.ย.62) เวลา 19.00 น. ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ มหานคร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในงานรับรองเนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 2562 โดยมีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตผู้บัญชาการทหารเรือ ข้าราชการทหารกองทัพเรือระดับชั้นนาวาเอกขึ้นไป ผู้ช่วยทูตทหาร รัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ เข้าร่วมงาน ซึ่งพลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือและภริยา ให้การต้อนรับ

          เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงหอประชุมกองทัพเรือ เข้าสู่ห้องเจ้าพระยา พลเรือเอก ประเจตน์ ศิริเดช อดีตผู้บัญชาการทหารเรืออาวุโส กล่าวเชิญชวนดื่มถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ผู้บัญชาการทหารเรือกล่าวต้อนรับ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวสุนทรพจน์และดื่มอวยพรเนื่องในวันกองทัพเรือ ประจำปี 2562 ความว่า “ผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อนข้าราชการกองทัพเรือ และผู้มีเกียรติทุกท่าน ผมมีความยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในงานรับรองวันกองทัพเรือ ที่เวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระหนึ่งในค่ำคืนนี้  และนับเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะได้ร่วมรำลึกถึงคุณูปการต่าง ๆ ของบรรพบุรุษทหารเรือ ไปพร้อม ๆ กับเพื่อนข้าราชการกองทัพเรือทุกท่าน

          กองทัพเรือ เป็นกำลังสำคัญของชาติมาอย่างยาวนานตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งวีรกรรมของบรรพบุรุษทหารเรือที่เมื่อต้องรบ ก็ทำการรบได้อย่างกล้าหาญ และเมื่อต้องช่วยเหลือประชาชนก็เป็นสุภาพบุรุษจนเป็นที่ไว้วางใจและเป็นที่รักของประชาชนเสมอมา  อย่างไรก็ดีสภาวะแวดล้อมทั้งระดับโลกและภูมิภาคได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นภารกิจของกองทัพเรือในปัจจุบันจึงมิใช่เพียงปกป้องอธิปไตยของชาติเท่านั้น แต่ต้องทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงของประเทศ และมีบทบาทในการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่นับวันจะมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้น รวมถึงการช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติทั้งที่เกิดโดยธรรมชาติและเกิดจากน้ำมือมนุษย์ และในปีมหามงคลนี้กองทัพเรือยังมีภารกิจสำคัญในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่มีความสำคัญของประเทศ

          สำหรับก้าวต่อไปของกองทัพเรือ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะร่วมแรงร่วมใจกันรักษาเกียรติภูมิของราชนาวีไทย และพัฒนาต่อยอดการปฏิบัติหน้าที่พร้อมทั้งประสานสอดคล้องการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ประชาชนและสังคม เป็นกองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภูมิใจ ตามที่ท่านผู้บัญชาการทหารเรือได้มอบนโยบายไว้  โดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ของกองทัพเรือ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีดังเช่นที่เคยปฏิบัติมา

         ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากล ตลอดจนดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อีกทั้งเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ข้าราชการกองทัพเรือทุกท่าน พร้อมทั้งครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศในการปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และพัฒนาประเทศให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ ผมขอเชิญชวนท่านผู้มีเกียรติทุกท่านร่วมดื่มอวยพรแก่กองทัพเรือให้มีความเจริญรุ่งเรือง และดำรงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป”

          จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือมอบของที่ระลึก (เรือสุพรรณหงส์จำลอง) แด่นายกรัฐมนตรี แล้วนายกรัฐมนตรีร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกจำนวน 2 ชุด กับ 1. ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ 2. รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการเหล่าทัพ ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีชมสารคดีกองทัพเรือ ชมการแสดงและดนตรี เสร็จภารกิจ นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางกลับ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก