สุโขทัย – นศ.- อาจารย์วิทยาลัยฯศรีสัชนาลัย คิดค้นนวัตกรรมใหม่ วีลแชร์ไฟฟ้า ช่วยผู้พิการแขนขาสำเร็จ

สุโขทัย – สุดยอดนวัตกรรม..นักศึกษาและอาจารย์ วิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย ประดิษฐ์ “วีลแชร์ไฟฟ้า” ควบคุมด้วยศีรษะเพื่อผู้พิการไร้แขนขาได้สำเร็จ แค่ก้มหัว-เอียงคอเดินหน้าถอยหลังได้หมด ใช้งบฯเพียง 3 หมื่น

         นายไพลรัตน์ สำลี หรือ “อาจารย์ต่าย” หัวหน้างานวิจัยพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประ ดิษฐ์ บอกว่าวีลแชร์ไฟฟ้าคันนี้จะทำงานการเคลื่อนที่ด้วยระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ โดยใช้สารกึ่งตัวนำชนิดหนึ่งที่ใช้จับความเอียงของมุม ที่เรียกว่าไจโลสโคป นำมาติดตั้งไว้กับอุปกรณ์ที่คาดผม สามารถยึดกับศีรษะของผู้พิการได้

          ขณะนี้คณะอาจารย์และนักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้ร่วมกันคิดค้นประดิษฐ์สุดยอดนวัตกรรม “วีลแชร์ไฟฟ้าควบคุมด้วยศีรษะ” สิ่งประดิษฐ์ด้านการแพทย์หรือบรรเทาสาธารณภัย เพื่อช่วยเหลือผู้พิการไร้แขนขาได้เป็นผลสำเร็จแล้ว

          การใช้งานก็เพียงแค่ผู้พิการนั่งบนรถ และสวมอุปกรณ์ยึดรัดศีรษะ จากนั้นก็สามารถสั่งการได้ด้วยตัวเอง ด้วยการก้มหน้าเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 10 องศา) วีลแชร์ไฟฟ้าก็จะเดินหน้า ถ้าเงยศีรษะไปด้านหลังเล็กน้อย วีลแชร์ก็จะถอยหลัง ส่วนการเลี้ยวขวาและเลี้ยวซ้าย ก็เพียงแค่เอียงศีรษะไปทางด้านขวาหรือด้านซ้าย ในมุมแนวระนาบเล็กน้อย วีลแชร์ก็จะเลี้ยวไปตามทางที่ต้องการ

         อาจารย์ต่าย บอกอีกว่า วีลแชร์ไฟฟ้าคันนี้ใช้งบสร้าง 30,000 บาท สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขึ้นทางลาดชันได้ 20 องศา ทำเพื่อช่วยเหลือผู้พิการ ไม่ใช่การพาณิชย์ ส่วนผลงานก่อนหน้านี้ก็มีแขนกลสำหรับผู้พิการ หุ่นยนต์กู้ภัย อุปกรณ์เตือนภัยน้ำท่วม และรถจักรยานยนต์กับรถตุ๊กๆไฟฟ้าที่ใช้พลังงานจากการผลักขั้วแม่เหล็ก ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็เคยทดลองขับขี่มาแล้วด้วย

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

ลพบุรี – สวนสนุกทุกชนิดในงานฤดูหนาวอนุญาตให้เล่นได้ ยกเว้นเครซี่เวฟ

ลพบุรี สวนสนุกทุกชนิดในงานฤดูหนาวอนุญาตให้เล่นได้ ยกเว้นเครซี่เวฟ

          วันที่ 3 ธ.ค. 62 เวลา 20.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปดูเครื่องเล่นชนิดต่างๆในสวนสนุกภายในงานฤดูหนาวลพบุรี ประจำปี 2562 ที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัด และนายกเทศมนตรีได้สั่งระงับ จากเหตุการณ์ เครซี่เวฟ เหวี่ยงเด็กตกลงมาได้รับบาดเจ็บจำนวน 4 ราย ซึ่งค่ำคืนนี้ หลังจากการตรวจสอบเอกสารใบประกอบการ และการอนุญาตถูกต้องเมื่อช่วงบ่าย ทางเทศบาลเมืองลพบุรี ได้อนุญาตเปิดให้เล่นเครื่องเล่นได้ตามปกติ หลังที่ปิดมา 2 คืน

         ในส่วนของ เครซี่เวฟ ในค่ำคืนนี้ยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากผลพิสูจน์จากวิศวกรยังไม่เรียบร้อย ในส่วนสวนสนุกชนิดต่างๆ ต่าง ๆ ในงานฤดูหนาวลพบุรี พบว่ามีผู้ปกครองพาบุตร หลาน มาเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่มีความสูงกว่า 20 เมตร ยังคงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ อีกทั้งชิงช้าสวรรค์ขนาดเล็ก รถไฟเหาะขนาดเล็ก รถบั๊มพ์ และการละเล่นอื่นๆ รวมถึงสาวน้อยตกน้ำที่มีทั้งหนุ่มน้อย ใหญ่ ประลองฝีมือกันอย่างคับคั่ง

          ในค่ำคืนนี้ยังไม่เปิดให้บริการ เนื่องจากผลพิสูจน์จากวิศวกรยังไม่เรียบร้อย ในส่วนสวนสนุกชนิดต่างๆ ต่าง ๆ ในงานฤดูหนาวลพบุรี พบว่ามีผู้ปกครองพาบุตร หลาน มาเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกกันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่มีความสูงกว่า 20 เมตร ยังคงได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ อีกทั้งชิงช้าสวรรค์ขนาดเล็ก รถไฟเหาะขนาดเล็ก รถบั๊มพ์ และการละเล่นอื่นๆ รวมถึงสาวน้อยตกน้ำที่มีทั้งหนุ่มน้อย ใหญ่ ประลองฝีมือกันอย่างคับคั่ง

          จากการสอบถามเด็กชาย หญิง อายุ ระหว่าง 13-15 ปี ว่ายังอยากจะเล่นเครื่อง เครซี่เวฟ อีกไหม ทุกคนปฏิเสธ ที่จะเล่นแม้ว่าจะให้เล่นฟรีก็ตาม เนื่องจากเกรงจะได้รับอันตราย จากเครื่องเล่นดังกล่าว ที่ได้เห็นภาพข่าวเกิดอุบัติเหตุเด็กตกลงมา ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากผู้ดูแลสะเพร่า ที่ไม่ได้ทำการล็อคอุปกรณ์เซฟตี้ พวกตนจะไม่ขอเสี่ยงกับเครื่องเล่นอันตรายชนิดนี้ ขอเล่นเครื่องเล่นชนิดอื่นปลอดภัยกว่า

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

นายกรัฐมนตรี เชิญชวนสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเป็นของที่ระลึกเทศกาลปีใหม่ พร้อมให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันป้องกันการทุจริต ต่อต้านการคอร์รัปชั่น

วันนี้ (3 ธันวาคม 2562) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ณ บริเวณด้านหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เยี่ยมชมนิทรรศการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ จำนวน 3 คณะ ได้แก่ 1) วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) 2) วันคนพิการสากล ปี 2562 และ 3) กิจกรรมรณรงค์ใช้ผลิตภัณฑ์ OTOP เป็นของขวัญ ของที่ระลึกเทศกาลปีใหม่ 2563  โดยมีรายละเอียดดังนี้

นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พร้อมคณะผู้บริหารเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์งานวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ประเทศไทยในฐานะภาคีสมาชิกสหประชาชาติ เห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทุจริตจึงได้มีการรวมพลังภาครัฐ องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น (ประเทศไทย) ร่วมกับภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล ประกอบด้วย  2 กิจกรรม คือ กิจกรรมเดิน-วิ่ง เพื่อรณรงค์ส่งเสริมคุณธรรม ราษฎร์-รัฐ ร่วมใจไม่เอาคอรัปชั่น  และ การประกาศเจตนารมณ์ในวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากล (ประเทศไทย) ภายใต้แนวคิด Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำการเมืองที่ร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี

จากนั้น นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะผู้บริหาร ผู้นำคนพิการ และคนพิการต้นแบบ เข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์เนื่องในโอกาสวันคนพิการสากลประจำปี 2562 เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่สมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติได้รับรองแผนปฏิบัติการโลกว่าด้วยเรื่องคนพิการ และให้ประเทศสมาชิก ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้คนพิการได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม ทำให้สังคมเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการ ให้การยอมรับคนพิการในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคม โดยในปี 2562 องค์กรสหประชาชาติได้กำหนดประเด็นหลักคือ สร้างการมีส่วนร่วม เสริมความเป็นผู้นำคนพิการ สู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030

อนึ่ง นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์กระเช้าของขวัญ ของที่ระลึกสำหรับเทศกาลปีใหม่ 2563 ตามมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบรณรงค์ให้ภาครัฐ รัฐวิสากิจ เอกชนและประชาชนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ OTOP ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิโครงการหลวง และผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นของขวัญของที่ระลึกเทศกาลปีใหม่ 2563

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวให้กำลังใจแก่คนพิการต้นแบบ คือ นายดำเกิง มุ่งธัญญา (ไอซ์) คนพิการทางการเห็น นายชาตรี กรวัชรธาดา (ต๊อด) คนพิการทางการเคลื่อนไหว และนางสาวกาญจนา พิมพา คนพิการทางการได้ยิน พร้อมยืนยันรัฐบาลเน้นสร้างความเท่าเทียมในสังคม ส่งเสริมการศึกษาแก่ผู้พิการ พร้อมทั้งสนับสนุนการดูแลผู้พิการให้มากที่สุด และร่วมชิมช็อกโกแลตเย็น ซึ่งเป็นสินค้าที่ผลิตโดยผู้พิการ  นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคม ร่วมมือกันเดินหน้าป้องกันการทุจริต ต่อต้านการคอร์รัปชั่น พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากชุมชน เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชนบท เกิดการกระจายรายได้และหมุนเวียนเศรษฐกิจในระดับฐานราก ด้วย

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นนทบุรี ผู้การนนท์แถลงข่าว สามีใหม่พร้อมพวก บุกแทงอดีตสามีเสียชีวิตคาห้องพัก ปมหึงหวง

ผู้การนนท์แถลงข่าว สามีใหม่พร้อมพวก บุกแทงอดีตสามีเสียชีวิตคาห้องพัก ปมหึงหวง

          เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 3 ธ.ค.62 ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง พ.ต.ท.วรทัศน์ วัฒนชัยนันท์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ณัฐยุทธ แก้วปาน สว.สส. ร่วมกันเเถลงข่าวคดีจับกุมตัวคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงกันตาย เหตุเกิดภายในโครงการเอื้ออาทรบางบัวทอง1 ตึกที่ 26 ชั้นที่2 ห้อง 331/46 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย คือนายณัฐพงษ์ พุ่มเปีย อายุ 26 ปี สภาพศพถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณลำคอ และ ไหปลาร้า นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ภายในห้องดังกล่าว อีกทั้งยังพบมีดปลายแหลมมีความยาวประมาณ 9 นิ้ว ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุตกอยู่ 1 ด้าม ทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายวีระพงษ์ สถิตธรรมศานต์ หรือฉายา ยุ่น บางแค ร่วมกับ นางอุมาพร นวลเอี่ยม อายุ 25 ปี ( อดีตภรรยาผู้ตาย ) และนายฉัตรชัย ยอดแสงสี อายุ 30 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ได้ขับขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน กฆ 7005 กทม. หลบหนีไป

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัดนนทบุรี ชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 3 รายเอาไว้ได้ โดยมี นายวีระพงษ์ หรือยุ่น สถิตธรรมศานต์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 106 แขวงหลักสอง เขตบางแค จ.กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 481/2562 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2562

          นางอุมาพร หรือเจน นวลเอี่ยม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1104 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด จ.กรุงเทพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 482/2562 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2562 ซึ่งผู้ต้องทั้ง 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้หลังจากหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ ย่านพระราม3 ส่วนนายฉัตรชัย หรือนัด ยอดแสงสี อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/212 หมู่5 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 483/2562 ลงวันที่ 1 ธ.ค.2562 จับกุมตัวได้ขณะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

          ทางด้าน พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวว่า จากการสอบสวนในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ให้การว่า ตอนเกิดเหตุ นายวีรพงษ์ฯ พร้อมด้วย น.ส.อุมาพรฯ และนายฉัตรชัย ขับขี่รถ จยย.ซ้อน3 เพื่อที่จะไปทวงโทรศัพท์คืนจากนายณัฐพงษ์ (ผู้ตาย) จากนั้น นายวีระพงษ์ (สามีใหม่) กับนายณัฐพงษ์(สามีเก่า)ได้มีปากเสียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นชกต่อยกัน จากนั้นนายฉัตรชัยได้เข้าไปรุมทำร้ายนายณัฐพงษ์ และได้ใช้อาวุธมีดแทงไปที่บริเวณลำคอ และ ไหปลาร้า ทำให้นายณัฐพงษ์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที จากนั้นผู้ก่อเหตุทั้ง3ราย ได้ขับขี่รถจยย.หลบหนีไปและถูกจับกุมได้ในเวลาต่อมา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้เเจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

          ขณะเดียวกัน นางเดือนใจ เล็กเลิศ อายุ 53 ปี เเม่ของผู้เสียชีวิต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า ตนยังรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกชายของตน เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00 น. ตนได้ทำพิธีเชิญวิญญาณลูกชายไปวัดโดยขณะนั่งอยู่บนรถยนต์มีความรู้สึกว่าลูกชายนั่งอยู่ข้างๆตนมาตลอด โดยระหว่างที่นั่งรถกำลังจะไปวัด ตนก็พูดกันว่าจะไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อที่จะมาดูหน้าคนร้ายมั้ย จู่ๆพี่สาวของตนได้กรีดร้องเสียงดังว่า ไปๆๆๆ ซึ่งตนเชื่อว่าเป็นเสียงของลูกชายที่มาเข้าสิงร่างของพี่สาว ตอนนี้ตนรู้สึกดีใจและขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สามารถจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

นนทบุรี ผงะ!!คนหาปลาพบโครงกระดูกปริศนา มีคราบดำคล้ายถูกไฟเผาไหม้ จมอยู่ในคลองย่านปากเกร็ด

นนทบุรี ผงะ!!คนหาปลาพบโครงกระดูกปริศนามีคราบดำคล้ายถูกไฟเผาไหม้จมอยู่ในคลองย่านปากเกร็ด

          เมื่อเวลา 06.30 น.วันที่ 3 ธ.ค.62 ร.ต.อ.จรยุทธ บุญทอง รอง สว.สอบสวน สภ. ปากเกร็ด พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งว่ามีผู้พบโครงกระดูกมนุษย์ บริเวณบ้านประชาชนที่ติดริมน้ำใกล้ท่าน้ำวัดกู้ หมู่ 5 ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จากนั้นจึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์รุดเข้าตรวจสอบ

          ที่เกิดเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ในส่วนของศีรษะ,ลำตัวและสะโพกจมอยู่ในน้ำโดยสถานที่ดังกล่าวใกล้บ้านเรือนประชาชนที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำโครงกระดูกดังกล่าวขึ้นมาด้านบนเพื่อให้แพทย์ตรวจสอบเนื่องจากว่าระดับน้ำเริ่มขึ้นสูง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอวัยวะภายในบางส่วน ยังคงหลงเหลืออยู่ ทางแพทย์เวรตรวจสอบเบื้องต้นพบคล้ายมีรอยถูกไฟเผาไหม้เกรียมเป็นสีดำ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 เดือน

          จากการสอบถามนายชัยณรงค์ ขัณทะมาลา อายุ 30 ปีกล่าวว่าในขณะที่ร่องเรือหาปลาอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งขณะนั้นระดับน้ำลด เมื่อมาถึงตรงที่เกิดเหตุพบลักษณะคล้ายโครงกระดูกมนุษย์จึงเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อตรวจสอบกระทั่งยืนยันและมั่นใจว่าเป็นโครงกระดูกมนุษย์จริง จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบทันที

          ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามรายละเอียดกับผู้ที่พบไว้ โดยยังไม่ทราบว่าโครงกระดูกมนุษย์ที่พบนั้นเป็นใครและเพศอะไรและเสียชีวิตด้วยสาเหตุใดที่ชัดเจน ซึ่งจะเร่งตรวจสอบร่วมถึงประสานไปยังสถานีตำรวจใกล้เคียงอีกครั้งว่ามีใครแจ้งบุคคลหายไว้บ้างหรือไม่ ส่วนโครงกระดูกได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ร.พ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิตเพื่อชันสูตร ต่อไป

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

ผบช.ก. และ ผบก.ป. นำทีมข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง และกองปราบฯ ขุดลอกท่อระบายน้ำ เยาวราช

ผบช.ก. และ ผบก.ป. นำทีมข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง และกองปราบฯ ขุดลอกท่อระบายน้ำ เยาวราช

วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค. 62​ : พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้นำข้าราชการตำรวจสอบสวนกลาง และกองปราบปราม ร่วมกับประชาชน และข้าราชการทุกภาคส่วน ทั้งกองทัพบก กรุงเทพมหานคร กอ.รมน. และศูนย์บริการสาธารณสุข 13 ไมตรีวานิช ทำกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” โดยขุดลอกท่อระบายน้ำ ทำความสะอาด และปรับปรุงภูมิทัศน์ย่านถนนเยาวราช เพื่อเตรียมพื้นที่ในการรับเสด็จ ตั้งแต่ช่วงตี 5 ของวันนี้

Cr.​เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊ก​อ้อ” เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โนนแดง จ.นครราชสีมา

วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค. 62 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรโนนแดง จ.นครราชสีมา​ : พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 (หน.สส)/สุระ6​ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.โนนแดง ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติตามข้อสั่งการ ดังนี้

  • ให้ดำเนินการตามนโยบาย ตร. และ ภ.3 อย่างเคร่งครัด
  • ให้ดำเนินการตามนโยบายการยกระดับการให้บริการประชาชน
  • เน้นเรื่องการทำจิตอาสา เข้าไปช่วยเหลือประชาชน
  • การเก็บร่วมรวมข้อมูลท้องถิ่น ข้อมูลบุคคล ข้อมูลสถานที่ การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน ต้องเป็นปัจจุบัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน
    -การจัดทำแผนผังและการรวบรวมพยานหลักฐานจากกล้องวิดีโอวงจรปิด
  • การตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ สถานที่ให้บริการอินเตอร์เนต เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามหาผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ fake news
  • เน้นย้ำ ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา เอาใจใส่ความเป็นอยู่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน
  • การปฎิบัติตามระเบียบตำรวจว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อเเต่งเครื่องแบบ ปี พ.ศ.2561 และเน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัย
  • ให้รักษาความสะอาดของอาคารสถานที่
  • การพัฒนาความรู้ของข้าราชการตำรวจในด้านต่างๆ
  • การปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี
  • กวดขันป้องกันปราบปราม จับกุม การแข่งขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในทางสาธารณะ เพื่อป้องกัน การมั่วสุม และก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อประชาชน
    -ในคดีความผิดคดีลิขสิทธิ์ ให้ดำเนินการตามหนังสือ ตร.ที่ 0031.212/03721 ลงวันที่ 11 มิ.ย. 62 และ หนังสือ ตร.ที่ 0007.23/4330 ลงวันที่ 22 ก.ย. 55
    -ให้หัวหน้าสถานีประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่แบบบูรณาการ ให้มีภาวะผู้นำ กล้ายืนหยัดในความถูกต้องชอบธรรมและกล้ารับผิดชอบและให้ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความชอบธรรมและเมตตาธรรม
  • กำชับข้อสังการ ตร. เรื่องคดีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ ให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
  1. หนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 0031.212/03721 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2552 เรื่อง กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจค้นจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
  2. หนังสือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 0007.27/4330 ลงวันที่ 26 กันยายน 2555 เรื่อง แนวทางปฏิบัติของเจ้าพนักงานตำรวจในการดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

-เรื่องการป้องกันและปราบปรามความผิดเกี่ยวกับอบายมุขและการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่ เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ และสถานที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

  1. คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 234/2558 ลงวันที่ 27 เม.ย. 58 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปรามอบายมุข
  2. คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2558 ลงวันที่ 22 ก.ค. 58 เรื่อง มาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการควบคุมสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ
  3. วิทยุสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ด่วนที่สุด ที่ 0001(ศปก.ตร.)/126 ลงวันที่ 24 ก.ค. 58 ให้กวดขันป้องกันการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทาง และการกระทำที่มีลักษณะเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการแข่งขันรถในทางรวม ทั้งการกระทำความผิดของสถานบริการหรือสถานประกอบการที่เปิดให้บริการในลักษณะที่คล้ายกับสถานบริการ สถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาหรือหอพักในบริเวณใกล้เคียงสถานศึกษาอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน​ตม.3​ รวบเกาหลี หลอกลวงเหยื่อทำธุรกิจหลักหมื่นล้าน หลบหนีหมายจับ คดีฉ้อโกงในไทย

วันนี้ วันอังคาร​ที่​ 3 ธ.ค.62​ เวลา​ 10.00​ น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา รอง ผบช.ตชด. ปฏิบัติราชการ สตม.,พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3,พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3,พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 และ พ.ต.อ.เบญจพล รอดสวาสดิ์ ผกก.ตม.จ.สระแก้ว ร่วมแถลงข่าวจับกุมชายสัญชาติเกาหลี หลบหนีหมายจับคดีฉ้อโกงเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ กล่าว​ว่า​ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 และตรวจคนเข้าเมือง จ.สระแก้ว ได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้สืบสวนติดตาม นายแจซอง (JAESUNG) อายุ 53 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ โดยสถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทยได้แจ้งข้อมูลทางการข่าวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่านายแจซองฯ เป็นบุคคลมีหมายจับศาลอาญากลางกรุงโซล ในคดีฉ้อโกง และเป็นบุคคลที่มีหมายแดงขององค์การตำรวจสากล (RED NOTICE) เลขที่ A-11552/11-2019 ในความผิดฐานฉ้อโกง

ซึ่งจากการตรวจสอบและสืบสวนเพิ่มเติมจึงได้ทราบว่านายแจซองฯ ได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยทางอากาศยานนานาชาติดอนเมือง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบิน FD0619 จากเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา ได้รับการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 ให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 นายแจซองฯ มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจอันเป็นการหลอกลวงประชาชน โดยได้จัดตั้งธุรกิจเครือข่ายคล้ายแชร์ลูกโซ่ ในนามบริษัทชื่อ “PAY100” หลอกว่าจะจ่ายผลตอบแทนให้เหยื่อที่หลงเชื่อร่วมลงทุนในรูปแบบเงินดิจิตอล เกิดความเสียหายรวมเป็นเงินกว่า 468 ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วได้หลบหนีมาที่จังหวัดสระแก้ว จึงได้ทำการควบคุมตัวและเพิกถอนการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เนื่องจากเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชนหรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร และเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ และ ได้กักตัวไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมืองต่อไป

พล.ต.ต.อาชยนฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

บช.น. แถลง​ 2​ ข่าว​ จับยาบ้า 8​ แสนเม็ด และรวบแก๊งกระเทยแสบแฮกไลน์ และเฟสบุ๊ค หลอกผู้เสียหายนำเงินเข้าบัญชี

         วันนี้​ วัน​อังคารที่ 3 ธ.ค.62 เวลา 13.30 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.: พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรมัย ผบก. สส. บช.น., พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ., พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์, พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์, พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ, พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี, พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ., พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ.ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมยาบ้า 800,000 เม็ด

         โดยเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2562​ เวลาประมาณ 05.20 น.สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 ราย คือนายอรรพล เป๋าอยู่ อายุ 22 ปี, นายจักรกฤษณ์ สุขสายัน อายุ 18 ปี, นายคมสันต์ พงษ์เสือ อายุ 23 ปี และนายอภิชัย แน่นอุดร อายุ 26 ปีพร้อมด้วยของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1​ (ยาบ้า) จำนวนประมาณ 8​ แสนเม็ด, รถยนต์ มิตซูบิชิปาเจโร สีเทา หมายเลขทะเบียน ฎณ-2072 กรุงเทพมหานคร พร้อมกุญแจ​ และรถยนต์ ฮอนด้า ซีวิค สีเทา หมายเลขทะเบียน ชศ-4518 กรุงเทพมหานคร พร้อมกุญแจ​ โดยจับผู้ต้องหา​ได้ที่บริเวณริมถนนหมู่บ้านหาดสะแก หมู่ที่ 7 ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์​ โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฏหมาย”

         จากการสืบสวนทราบว่าจะมีขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่จากภาคเหนือลงมาจำหน่ายให้กับลูกค้าที่กรุงเทพมหานคร​ และใกล้เคียง​ โดยใช้รถยนต์ดังกล่าว​ ลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือโดยใช้เส้นทาง จังหวัดเชียงใหม่, ลำพูน, ลำปาง, ตาก, กำแพงเพชร และนครสวรรค์​ เข้าสู่ถนนพหลโยธินบริเวณอำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ จึงได้วางกำลังเพื่อวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งต่อมาเวลาประมาณ 05.00 น. พบเห็นรถยนต์ดังกล่าวทั้งสองคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แบ่งกำลังเฝ้าติดตามมาจนกระทั่งรถยนต์ดังกล่าว​ ถึงถนนบริเวณ หมู่บ้านหาดสะแก หมู่ที่ 7 ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่​จึงได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบ ยาบ้าบรรทุกมาภายในรถ ประมาณ 8​ แสนเม็ด​

         สอบสวน​ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ว่ายาเสพติด (ยาบ้า) ดังกล่าว ตนเองกับพวกที่หลบหนีได้รับว่าจ้างจากนายทุนให้นำยาเสพติดดังกล่าวไปส่งให้กับลูกค้าในกรุงเทพ มหานครและบริเวณใกล้เคียง ได้ค่าว่าจ้างครั้งนี้เป็นเงิน 5​ หมื่นบาท​ และรับสารภาพ​ว่ารับงานครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2​ โดยรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค สีเทา หมายเลขทะเบียน ชศ-4518 กรุงเทพมหานคร ได้ขับรถหลบหนีมาแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เฝ้าติดตามมาจนกระทั่งเวลาประมาณ 08.20 น.รถคันดังกล่าวมาถึงบริเวณปั๊มน้ำมันปตท. ถนนกาญจนาภิเษก (ขาเข้าบางบอน) แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเฝ้าติดตามได้แสดงตัวเพื่อเข้าทำการจับกุมและตรวจค้น​ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้ง 4 คน พบว่า นายอภิชัย แน่นอุดร หนึ่งในผู้ต้องหา มีประวัติการดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาหลายครั้ง ในข้อหา จำหน่ายยาเสพติดฯ โดยถูกจำคุก เป็นเวลา 3 ปีจึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปสเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

          คดีที่สอง กก.สส.บก.น.1 ร่วมกับ สน.ราษฎร์บูรณะ จับกุมแก๊งสาวประเภทสองแฮกไลน์ และเฟสบุ๊ค หลอกผู้เสียหายนำเงินเข้าบัญชี แล้วโอนเงินเข้าบัญชีอื่น มูลค่าความเสียหาย 4,200,000 บาท โดยการนำของ​ พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท​ รอง​ ผบก.น.1, พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท. ธัชพงศ์ วงศ์พัฒนานิวาศ รอง ผกก.สส.บก.น.1, พ.ต.ท.คุณประโยชน์ อารีย์รัตนะนคร รอง ผกก.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ, พ.ต.ต.กฤษฎา นาคประสิทธิ์ และ พ.ต.ต.เกรียงไกร ใจสุทธิ์ สว.สส.บก.น.1

          ได้ร่วมกันทำการจับกุมนายศุภฤกษ์ กรุดบาง อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่738/2562 ลงวันที่ 28 ตุลาคม 2562 จับกุมวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 (ผู้จัดหาบัญชี,ถอนเงิน),นายวินัย ฟักเฟื่อง อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 446/2562 ลง 12 พฤศจิกายน 2562 จับกุมวันที่ 30 พฤศจิกายน2562 (ถอนเงิน/โอนเงิน,เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน),นายอนุกูล หรั่งแร่ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาของ สภ.รัตนาธิเบศร์​ และสน.ประเวศ แจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 (ถอนเงิน/โอนเงิน,เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน) และนายวุฒิชัย ศรีสุวอ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.590/2562 ลง 21 ตุลาคม 2562 จับกุมวันที่ 28 ตุลาคม 2562 (ถอนเงิน/โอนเงิน,เจ้าของบัญชีรับโอนเงิน)

          โดยกล่าวหาว่า “ร่วมฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” ซึ่งยังมีกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับที่หลบหนีอีกจำนวน 2 ราย เป็นหญิงชาวลาว 1 ราย ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมสั่งการ​ และเป็นชาวไทย 1 รายซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีรับโอนเงิน/ถอนเงิน (ของสงวนนาม)

          จากการที่เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.1 ได้ทำการสืบสวนจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดในการปลอมเฟซบุ๊กและไลน์หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงิน และได้มีการจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวไปแล้วนั้น ต่อมาได้รับการประสานข้อมูลจาก สภ.รัตนาธิเบศร์ และสน.ประเวศ ว่าเมื่อวันที่ 21 และ 24 ตุลาคม 2562 มีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพไปทำการหลอกลวงให้โอนเงินซึ่งมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดในลักษณะคล้ายกัน

          จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายใช้วิธีการสร้างบัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กและไลน์ปลอมของเหยื่อ​ ที่มีฐานะดี มีชื่อเสียงจากนั้นจึงติดต่อหลอกลวงบุคคลที่เหยื่อรู้จักให้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเมื่อมีผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารที่เตรียมไว้จากนั้นคนร้ายก็ทำหน้าที่ถอนเงินสดออกจากบัญชีธนาคาร และปิดบังอำพรางเส้นทางการเงินโดยการโอนเงินและฝากเงินที่ได้จากการกระทำความผิดไปยังบัญชีอื่นๆ​ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกลุ่มแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ (ชายแดนลาว)

          ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้สืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายได้ร่วมกันกระทำความผิดจำนวนหลายคน โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจนและมีการประสานงานกันเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้เสียหายและเพื่อให้ยากต่อการสืบสวนติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจจากการสืบสวนพบว่ากลุ่มแก๊งดังกล่าวได้กระทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงิน 4,200,000 บาท ในท้องที่ สน.ประเวศ,สน.คันนายาว,สน.ทองหล่อ และ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี

          จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายนี้ มีหญิงชาวลาวร่วมกับพวกหลอกลวงผู้เสียหายอยู่ประเทศลาวและใช้งาน นายศุภฤกษ์ฯ เป็นผู้จัดหาบัญชี (สาวประเภท 2) รับเงินจากผู้เสียหาย และร่วมกับนายวินัยฯ (สาวประเภท 2) และนายอนุกูลฯ (สาวประเภท 2) ทำหน้าที่ ถอนเงิน โอนเงิน และนายวุฒิชัยฯ ทำหน้าที่ ถอนเงิน โอนเงิน ของผู้เสียหายไปยังบัญชีอื่นเพื่อปกปิดอำพรางเส้นทางการเงิน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานส่งให้ พงส. ดำเนินการสอบสวนและขออนุมัติหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาได้     

          จากเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้เสียหายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบ จำนวน 4 ราย ความเสียหายประมาณ 4.2 ล้านบาทเข้าแจ้งความที่ หลายท้องที่ เพื่อดำเนินคดีกลุ่มคนร้าย ในความผิดดังกล่าว พงส.   ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ และจนกระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว รายละเอียดความเสียหาย ดังนี้

  1. สน.ประเวศ 1 รายความเสียหาย 1,000,000 บาท แจ้งความเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562
  2. สน.คันนายาว 1 รายความเสียหาย 400,000บาท แจ้งความเมื่อวัน​ที่ 8 ตุลาคม 2562
  3. สน.ทองหล่อ 1 รายความเสียหาย 300,000 บาท แจ้งความเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562
  4. สภ.รัตนาธิเบศร์ 1 รายความเสียหาย 2,500,000บาท แจ้งความเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562​ รวมมูลค่าความเสียหาย 4,200,000 บาท

          กอง​บัญชาการ​ตำรวจ​นครบาล​ ขอฝากประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนให้ระมัดระวังในการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยพวกมิจฉาชีพจะใช้ช่องทางผ่านสื่อสังคมออนไลน์และฉวยโอกาสหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินจนก่อให้เกิดความเสียหาย จึงขอประชาสัมพันธ์เป็นการป้องกันให้ดำเนินการตรวจสอบหรือยืนยันตัวบุคคลทุกครั้งในการสื่อสารสำหรับการทำธุรกรรมผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อความถูกต้องและปลอดภัย

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เจ้าของโต้เสียงครหา ไฟไหม้ตลาดแม่กิมเฮง ขอใช้วิกฤตเป็นโอกาส จนท.พบจุดต้นเพลิง

          วันที่ 2 ธันวาคม 2562 เวลา​ 16.45 น.: เจ้าของโต้เสียงครหา ไฟไหม้ตลาดแม่กิมเฮง ยันไม่มีการเผาไล่ที่ หรือขัดแย้งกงสี ขอใช้วิกฤตเป็นโอกาส ปรับปรุงตลาดใหม่ พร้อมช่วยเหลือผู้ค้า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจพบจุดต้นเพลิง

          จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ตลาดใหม่กิมเฮง ตลาดเอกชน ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้ร้านค้าในตลาดได้รับความเสียหาย มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว ไฟไหม้ตลาด กลางเมืองโคราช ระดมรถดับเพลิงกว่า 30 คัน เสียงระเบิดดังตลอดเวลา

          ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 2 ธ.ค.62​ พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศีรวนิชย์ รอง ผบช.ภ.3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุจินต์ นิจพาณิชย์ ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา,พ.ต.อ สนธยา แต่แดงเพชร รอง ผบก.ภ.จ.นครราชสีมา รรท.ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา และเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 ได้ลงพื้นที่ตรวจหาร่องรอยที่เกี่ยวข้องกับสาเหตุเพลิงไหม้ เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งตรวจพิสูจน์ตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์

          ส่วนบริเวณรอบๆ สถานที่เกิดเหตุได้ระดมกำลังอำนวยการจราจรและตั้งแนวป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ ทั้งนี้ นายสุรวุฒิ เชิดชัย นายกเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ตั้งโต๊ะริมทางเดินเท้าให้บริการเยียวยา ช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอัคคีภัย ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ขอใช้พื้นที่ประกอบอาชีพชั่วคราว จากการตรวจสอบพบพื้นที่โซน 1 ขนาดประมาณ 1 ไร่ ด้านถนนสุรนารีได้รับความเสียหายถูกเพลิงเผาวอดรวมทั้งลุกลามไปยังอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น จำนวน 2 คูหา ส่วนด้านถนนโพธิ์กลาง โครงสร้างอาคารถูกความร้อนทำให้หลังคาทรุดพังลงมา พบผู้ประกอบการได้ทยอยมาร้องขอเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทรัพย์สิน ส่วนใหญ่เน้นค้นหาเอกสารรายชื่อลูกค้าและเงินสด

          จากคำให้การของพยานแวดล้อม ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลอยู่ในช่วงเกิดเหตุเพลิงไหม้ ระบุตรงกันว่าได้ยินเสียงดังคล้ายไฟฟ้าลัดวงจรที่แผงควบคุมระบบไฟฟ้าภายใน จากนั้นพบเห็นต้นเพลิงเกิดขึ้นบริเวณด้านหลังร้านจอสดอกไม้สด ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามวัดสะแก ได้พยายามช่วยกันดับไฟทั้งหาน้ำมาสาดและใช้ถังเคมีฉีด เนื่องจากเปลวเพลิงได้ไหม้พวงหรีดที่ใช้โฟมและดอกไม้แห้งเป็นวัสดุหลัก จึงเป็นเชื้อไฟอย่างดีประกอบกับลมหนาวพัดกระโชกด้วย ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมหาพยานหลักฐานที่จุดดังกล่าวค่อนข้างนาน เบื้องต้นน่าเชื่อต้นเพลิงเกิดขึ้นที่บริเวณดังกล่าวแต่ไม่สามารถยืนยันสาเหตุที่แท้จริงได้

          ต่อมานายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้เรียกผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมห้องประชุมสำนักงาน ทน.นครราชสีมา เพื่อสรุปหาสาเหตุและข้อสรุปแนวทางเยียวยาให้ความช่วยเหลือ แต่ความเสียหายไม่เข้าหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุกรณีใช้งบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เนื่องจากไม่ใช่บ้านพักอาศัย โดยเป็นสถานที่ประกอบการค้า จึงสำรองเงินช่วยเหลือกรณีเครื่องมือ เครื่องใช้และทุนประกอบการอาชีพรายละไม่เกิน 11,000 บาท

          นายปริญญา พัฒนะภูทอง ผู้อำนวยการตลาดใหม่แม่กิมเฮง เปิดเผยว่า ตลาดเอกชนแห่งนี้ได้เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 19 ม.ค.32 มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 8 ไร่ โซน 1 ซึ่งเป็นสถานที่ขายของใช้เบ็ดเตล็ดและสินค้าอุปโภค บริโภคได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ โดยมีผู้ประกอบการทั้งสิ้น 72 ราย ได้รับผลกระทบ ทางตลาดมิได้นิ่งนอนใจหากหน่วยงานราชการได้คืนพื้นที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุเพลิงไหม้ แต่บางส่วนมีปัญหาเรื่องโครงสร้างที่อาจไม่ปลอดภัย จะเร่งปรับปรุงโครงสร้าง เพื่อจัดแบ่งพื้นที่ขายโซน 3 ด้านหลังแผงขายอาหารสำเร็จรูป ซึ่งสามารถรองรับได้ทั้งหมด

          อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2537 ตลาดแห่งนี้เคยประสบเหตุเพลิงไหม้โซน 2 ซึ่งเป็นตลาดผ้าแต่ความเสียหายไม่รุนแรงเท่ากับครั้งล่าสุดซึ่งประเมินกว่า 50 ล้านบาท ส่วนเสียงครหาต่างๆ จากผู้ไม่หวังดี ทั้งเผาเอาประกัน เผาไล่ที่ เตรียมขายให้นายทุนหรือกงสีมีปัญหาขัดแย้ง ขอยืนยันไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด สาเหตุเกิดจากอุบัติเหตุ เราขอยืนยันจะใช้วิกฤตเป็นโอกาส สร้างตลาดใหม่ให้ทันสมัยและถูกหลักสุขาภิบาล เพื่อให้เป็นตลาดเอกชนที่ดีที่สุดของภาคอีสาน

          ด้านนายสุรวุฒิ นายก ทน.นครราชสีมา กล่าวว่า ทน.ได้เตรียมกางเต็นท์ภายในวัดสะแกและพื้นที่ข้างตลาดสดเทศบาล 5 (ตลาดประตูไชยณรงค์) รองรับพ่อค้าแม่ค้าจำนวน 72 ราย ได้มีพื้นที่ประกอบอาชีพชั่วคราวและหากตำรวจอนุญาตให้ใช้พื้นที่บางส่วนได้ เราจะเร่งฟื้นฟู ช่วยผู้ประกอบการขนย้ายสิ่งของที่ถูกเพลิงไหม้ออก เพื่อปรับปรุงให้ทุกคนมีพื้นที่ทำกิน

Cr.ตุ๋ย-อาชญากรรม-หน.ศูนย์ข่าวสยามรัฐ-ข่าวยุทธศาสตร์-ข่าวพิมพ์ไทย-นครราชสีมา
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​