ผู้แทนพิเศษรัฐบาลร่วมกับภาคเอกชน ผุดโครงการไฟฟ้าประชารัฐ เพื่อความมั่นคง

ผู้แทนพิเศษรัฐบาลร่วมกับภาคเอกชนผุดโครงการไฟฟ้าประชารัฐเพื่อความมั่นคง

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2562 พลเอก จำลอง คุณสงค์ รองหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ที่รับผิดชอบขับเคลื่อน กลุ่มงานที่ 6งานเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ เป็นประธานการประชุมคัดเลือกชุมชนระดับตำบลเพื่อเข้าร่วมโครงการ โรงไฟฟ้าชุมชนประชารัฐเพื่อความมั่นคง ณ ห้องประชุมวิวรรธน์ ปฐมภาคย์ กองพลทหารราบที่ 15 ค่ายสมเด็จพระสุริโยทัย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยมี นายจำนัล เหมือนดำ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล, พลโทเพิ่มศักดิ์ รอบจังหวัด ฝ่ายอำนวยการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กลุ่มงานที่ 1 (พลเอกปราการ ชลยุทธ), ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, ผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ, นายกองค์การบริหารส่วนตำบล, กำนัน, ประธานสภาสันติสุขตำบล และที่ปรึกษาด้านพลังงานร่วมประชุม

สำหรับ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนประชารัฐเพื่อความมั่นคง เป็นโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลัง งานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซล่าเซลล์ โดยความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนที่เป็นผู้ลงทุนก่อ สร้างและติดตั้งอุปกรณ์การผลิต ชุมชนให้การสนับสนุนพื้นที่จัดทำโครงการ ซึ่งต้องใช้ที่ดิน 10 ไร่ ต่อการผลิตพลังงาน 1 เมกกะวัตต์ ทั้งนี้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะต้องมีความพร้อม ในการจัดสรรพื้นที่ ที่ตั้งโครงการ และต้องผ่านการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่ กำหนดคือ เป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาฯ หรือชุมชนสันติสุข (กำปงตักวา) และเป็นชุมชนที่มีความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม มีการขับเคลื่อนงานของสภาสันติสุขตำบลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนไม่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ ขณะนี้มีพื้นที่เป้าหมายนำร่อง 12 ตำบล เป้าหมายสำรอง 10 ตำบล จากเดิมเป้าหมายนำร่อง 10 ตำบล เป้าหมายสำรอง 12 ตำบล ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จะทำการสำรวจเพื่อยืนยันความพร้อมและส่งข้อมูลให้กับผู้แทนพิเศษอีกครั้ง

ทั้งนี้โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนประชารัฐเพื่อความมั่นคง จะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชุมชนจะได้รับผลประ โยชน์จากการจำหน่ายในอัตราร้อยละ 20 ส่วนเอกชนร้อยละ 80 (เฉลี่ยประมาณครัวเรือนละ 30,000 บาท/ปี) เป็นระยะเวลา 25 ปี จะก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ ลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงาน ชุมชนเข้มแข็ง และรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปใช้ในกิจการสาธารณประโยชน์ของชุมชน เช่น การช่วยเหลือเด็กกำพร้า สตรี คนชรา การแก้ปัญหายาเสพติด และอื่นๆ ที่สภาสันติสุขตำบลเห็นชอบร่วมกัน และหลังจาก 15 ปี ต่อจากนั้น ชุมชนจะเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าโดยสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าว ได้ริเริ่มโดยผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กลุ่มงานที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป้าหมาย ส่งเสริมให้มีความรักสามัคคี เสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ มีความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคมพหุวัฒน ธรรม รวมทั้งเป็นการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้บรรลุตามนโยบายของรัฐบาล และแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ซึ่งมีเป้าหมายคือการยุติความรุนแรงภายในปี 2562

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /คปต.สน.

กองพันทหารราบเชิงรุกที่ 1 ตรวจเข้มบุคคลผ่าน เข้า – ออก ระหว่างพรมแดน ไทย – มาเลเซีย

กองพันทหารราบเชิงรุกที่ 1 ตรวจเข้มบุคคลผ่าน เข้า – ออก ระหว่างพรมแดน ไทย – มาเลเซีย

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. พันเอก โกเมธ รัตนผ่องใส ผู้บังคับกองพันทหารราบเชิงรุกที่ 1 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกำลังพล ด่านตรวจพรมแดนบูเก๊ะตา ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เพื่อให้คำแนะนำในการปฏิบัติงาน รวมทั้งได้ชี้แจงนโยบายแนวทางการตรวจบุคคลผ่าน เข้า – ออก ระหว่างพรมแดน ไทย – มาเลเซีย พร้อมกำชับให้กำลังพลเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยตามแนวชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซียตามนโยบายป้องกันและแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อจากนั้นได้เดินทางไปยังพื้นที่ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจพื้นที่ช่องทางท่าข้ามเรือ/จุดเฝ้าระวังริมคลองระหว่างพรมแดน ไทย – มาเลเซีย ในพื้นที่ปฏิบัติการความรับผิดชอบของหน่วย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า
#ช่างภาพสนาม

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

กลุ่มลูกเหรียง ร่วมกับ ศอ.บต. และหน่วยเฉพาะกิจสันติสุขจัดกิจกรรม ค่าย “เด็กชายแดนใต้ โตแล้วไปไหน”

กลุ่มลูกเหรียง ร่วมกับ ศอ.บต. และหน่วยเฉพาะกิจสันติสุข จัดกิจกรรม ค่าย “เด็กชายแดนใต้ โตแล้วไปไหน” เปิดมุมมอง สร้างอาชีพให้เด็กชายแดนใต้

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00 น. ที่ สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) ถนนอาคารสงเคราะห์ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และชุดควบคุมที่ 951 หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข จัดพิธีปิดค่าย “เด็กชายแดนใต้ โตแล้วไปไหน” ภายใต้โครงการ การสร้างพื้นที่สันติสุขขนาดเล็ก ในพื้นที่ตำบลบาโบซีแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2562 โดยมี นายอิสระ ละอองสกุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประธานในพิธีปิด และเยาวชนในพื้นที่ตำบลบาโงยซีแน, พื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

นาวสาว วรรณกนก เปาะอีแตดาโอะ นายกสมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ กล่าวว่า ค่าย “เด็กชายแดนใต้ โตแล้วไปไหน” เป็นกิจกรรมภายใต้โครงการ การสร้างพื้นที่สันติสุขขนาดเล็ก ในพื้นที่ตำบลบาโงยซีแน อำเภอยะหา จังหวัดยะลา จัดขึ้น เพื่อส่งเสริม และผลักดัน สร้างแรงบันดาลใจในการเรียน, เพื่อแนะแนวอาชีพที่หลากหลายให้เยาวชนสามารถค้นหาอาชีพที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการ ความชอบ ให้สามารถประกอบอาชีพสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเอง และครอบครัวโดยไม่เป็นปัญหาของสังคมในอนาคตได้ นอกจากนี้ ค่าย “เด็กชายแดนใต้ โตแล้วไปไหน”ยังช่วยเพิ่มทักษะความสนใจ การค้นหาความสามารถพิเศษให้กับเด็ก และเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ จนเกิดเป็นชุมชนต้นแบบในการสร้างสันติสุขขนาดเล็กได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้เป็นโมเดลต้นแบบให้กับพื้นที่อื่นๆต่อไป

สำหรับค่าย “เด็กชายแดนใต้ โตแล้วไปไหน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 11 ธันวาคม 2562 ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคม “อะชีฟ” ภายในค่ายจัดให้มีกิจกรรม การทบทวนตัวเองเบื้องต้น, การรู้จักอาชีพรอบตัว การเรียนรู้ Concept การออกแบบทางเลือกในชีวิต, การออกแบบและรู้จักอาชีพทางเลือกของตนเองด้วยความเข้าใจและใช้หัวใจในการเลือก, การวิเคราะห์ด้วยตารางเชื่อมโยงตนเองกับทางเลือก และการวางแผนเส้นทางในอนาคต

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

การช่วยเหลือ ที่ไม่เคยหวังสิ่งอื่นใด

“การช่วยเหลือที่ไม่เคยหวังสิ่งอื่นใด ขอแค่ได้บรรเทาความทุกข์ร้อนให้กับพี่น้องประชาชนได้อยู่ดีมีสุข นั่นคือความสำเร็จในหน้าที่ของพวกเราแล้ว” ทหารพราน 49 มอบแผ่นสังกะสีเพื่อใช้ในการสร้างที่พักอาศัยให้ประชาชนในพื้นที่ ม.4 บ.เมาะตะโก๊ะ ต.ผดุงมาตร อ.จะแนะ จ.นราธิวาส

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /พุทธรักษา ศรีสาคร

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ไหว้พระสวดมนต์

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า นำกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม ไหว้พระสวดมนต์

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2562 เวลา 19.00 น. ที่ลานปฏิบัติธรรม เขาพระศรีศากยมุณีพุทธโคดม ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พันเอก นิคม ทองอินทร์แก้ว รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 152 เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญบุญไหว้พระสวดมนต์ทำวัตรเย็นเจริญจิตภาวนา เนื่องในวันพระ​ ซึ่งได้นิมนต์ พระสิริปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดเมืองยะลา พระอารามหลวง แสดงพระธรรมเทศนา โดยมีกำลังพล และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้าใจพุทธ ศาสนิกชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ตลอดจนเป็นการขับเคลื่อนผู้นำเครือข่ายพี่น้องไทยพุทธ ในพื้นที ให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะส่งผลดี และเกื้อ กูลต่อการแก้ปัญหาให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นสุข

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่

น.1​ – ร่วมฟังบรรยายสรุป การจัดวางกำลังพลตามจุดต่างๆ ณ ทก.โซน 3 กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

น.1​ ร่วมฟังบรรยายสรุปการจัดวางกำลังพลตามจุดต่างๆ ณ ทก.โซน 3 กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ

วันนี้​ วัน​พุธที่ 11 ธ.ค.62 เวลา 13.30 น.: พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ พล.ต.ต. สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง ผบช.น. ตรวจเยี่ยม ทก.โซน 3 โดยมี พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและบรรยายสรุปการจัดวางกำลังพลตามจุดต่างๆ ณ ทก.โซน 3 กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ถนนมหาราช เขตพระนคร กรุงเทพฯ

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

จันทบุรี – รวมตัวบุกพบผู้ว่าให้ย้ายปลัดออกพื้นที่

เหลืออดกับความไม่เป็นธรรม!! ผู้ใหญ่บ้านกับชาวบ้านรวมตัวบุกศาลากลาง จ.จันทบุรี ขอพบผู้ว่าฯให้ย้ายปลัดฝ่ายปกครอง อ.สอยดาว ออกพื้นที่โดยเร็ว ระบุใช้อำนาจโดยไม่ชอบ สั่งปลดผู้ใหญ่ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งมาไม่กี่เดือน ให้เหตุผลสั่งปลด ผู้ใหญ่เคยมีความผิดลอบตัดไม้เมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ผู้ใหญ่บ้านยัน ศาลไม่ได้สั่งเป็นความผิด แต่ปรับ 3,000 บาทเท่านั้น แถมอยู่ ๆ สั่งปลด โดยอ้างมีหนังสือร้องเรียนเรื่องนี้ ไม่มีการตั้งกรรมการสอบ ผู้ใหญ่สุดทน เหลืออดกับความไม่เป็นธรรม ขอความยุติธรรมจากผู้ว่าฯ ย้ายปลัดคนนี้ออกนอกพื้นที่ไป

เวลา 10.20 น.วันที่ 11 ธ.ค. 62 นายปรีชา ดิษพงษา ผู้ใหญ่บ้านโป่งเจริญชัย หมู่ 4 ต.ทับช้าง อ.สอยดาว จ.จนทบุรี พร้อมชาวบ้านโป่งเจริญชัยกว่า 10 คน รวมตัวไปพบนายวิทูรัช ศรีนาม ผวจ.จันทบุรี ที่ห้องทำงาน ณ ศาลากลาง จ.จันทบุรี แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน้าห้อง ผวจ.จันทบุรี ว่านายวิทูรัช มีงานราชการเร่งด่วน ปฏิบัติหน้าที่อยู่นอกศาลากลางจังหวัด พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนายปรีชาถึงวัตถุประสงค์ในการต้องการพบ ผวจ.จันทบุรี เมื่อทราบว่า มาเรียกร้องให้ ผวจ.จันทบุรี ย้ายนายพฤกษา กิตติเวช หรือปลัดหมู ปลัดฝ่ายปกครอง อำเภอสอยดาว ออกจากพื้นที่โดยเร็ว โดยนายปรีชาให้เหตุผลว่า ปลัดหมูใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบ กลั่นแกล้งตน ไม่ให้ความเป็นธรรมกับตน ภายหลังจากทราบความประสงค์ เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังนายภิชาต โพธิ์บาทะ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.จันทบุรี ให้มารับเรื่อง กระทั่งนายภิชาต มารับหนังสือตามข้อเรียกร้องแล้วพร้อมกับระบุว่า จะเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว นายปรีชาและชาวบ้านจึงเดินทางกลับ ทั้งนี้ก่อนจะกลับ ชาวบ้านต่างพากันล้อมวงกินข้าวเหนียว น้ำพริกแมงดา หมูทอด หมูย่าง ที่เตรียมมากันอย่างเอร็ดอร่อย ณ หน้าศาลากลาง จ.จันทบุรี ด้วย

นายปรีชา เปิดเผยว่า การขอให้ย้ายปลัดหมูออกจากพื้นที่ สืบเนื่องมาจากเมื่อเร็ว ๆ นี้ปลัดหมูได้มีคำสั่งปลดตนจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน ให้เหตุผลว่า ตนเคยมีความผิดเกี่ยวกับกฏหมายป่าไม้ แต่ไม่มีการสอบสวนหาข้อเท็จจริงหรือให้ความเป็นธรรมแก่ตนก่อนปลด เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ตนอายุ 19 ปี เคยไปรับจ้างตัดไม้เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ถูกจับ ศาลสั่งปรับ 3,000 บาท เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยคดียความสิ้นสุดลงไปตั้งกว่า 30 ปีแล้ว หลังจากที่ตนได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านมากว่า 5 เดือน อยู่ ๆ นายพฤกษาก็มีคำสั่งปลดตนโดยบอกว่ามีหนังสือร้องเรียกเรื่องนี้ แต่เมื่อตนขอดูหนังสือร้องเรียนก็ไม่ให้ดู และทราบต่อมาว่า หนังสือดังกล่าวไม่มีผู้ลงชื่อคนร้องเรียน ซึ่งมีความน่าฉงนย่างยิ่ง ว่าเป็นหนังสือร้องเรียนจริงหรือไม่ รวมทั้งก่อนที่จะะรับสมัครเลือกตั้งเป็นกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครองต้องตรวจสอบประวัติก่อนแล้ว แต่เมื่อผลการเลือกออกมา ปลัดหมูกลับมีคำสั่งปลดตนโดยไม่ชอบธรรม เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ที่ตนเห็นว่าไม่ยุติธรรม

นายปรีชา เปิดเผยอีกว่า ตนไม่ได้ต่อสู้คนเดียว ชาวบ้านในหมู่บ้านโป่งเจริญชัย ได้ต่อสู้กับตนด้วย เมื่อตนไม่ได้ความเป็นธรรม จึงเห็นว่า ปลัดหมูไม่มีชอบธรรมจะอยู่ใน อ.สอยดาว ต่อไป จึงขอเรียกร้องให้ ผวจ.จันทบุรี ย้ายปลัดนายนี้ออกจากพื้นที่ไป ทั้งนี้ เรื่องนี้ ตนและชาวบ้านต่างเคยรวมตัวเรียกร้องไปแล้ว เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 62 ที่ผ่านมา โดยภายหลังมีการรวมตัวเรียกร้องความเป็นธรรม อ.สอยดาว ได้ตั้งกรรมการสอบสวนตนในการคำสั่งปลดตน แต่ยังไม่เปิดเผยข้อสอบสวนออกมา แต่ไม่ว่าผลจะเป็นยังไงไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับการให้ปลัดหมูออกไปจากพื้นที่โดยเร็ว.

ภาพ/ข่าว ใหญ่ ตราด
แฟรงค์ พัทยา รายงาน

มุกดาหาร # ทหารพรานร่วม กอ.รมน. ดักจับเครือข่ายค้ายาบ้า 2 ฝั่งโขงยึดยาบ้า 2,706 เม็ด

ทหารพรานร่วมกับ กอ.รมน. ดักจับขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ใช้ป้ายบอกทางตามถนนริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นจุดส่งยาบ้า แต่เครือข่ายคนไทยไหว้ตัวไม่ยอมมารับยาจ้าวหน้าที่เข้าตรวจสอบเส้าบอกทางริมถนนพบยาบ้ารวมจำนวน 2,706 เม็ด

เมื่อเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 10 ธันวาคม 2562 กองร้อยทหารพรานที่ 2110 ร่วม ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.นำกำลังร่วมดักจับกลุ่มขบวนการค้ายาบ้าข้ามชาติ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า มีกลุ่มเครือข่ายขบวนการค้ายาบ้าฝั่งประเทศเพื่อนบ้านลักลอบขนยาบ้าข้ามแม่น้ำโขงทางเรือหางยาว มาส่งให้เครือข่ายค้ายาบ้าบริเวณแนวชายแดนริมฝั่งโขง นำมาชุกช่อนที่ป้ายบอกทาง บริเวณ ถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 2023 เส้นทาง บ้านดงเย็น ต.ดงเย็น อ.เมือง จ.มุกดาหาร

เจ้าหน้าที่นำกำลังดักซุ่มรอ บริเวณป้ายบอกทางดังกล่าวนานหลายชั่วโมง แต่ไร้วี่แววไม่มีใครมารับ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบที่ป้ายบอกทางดังกล่าว พบวัตถุห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกใสพันทับกันหลายชั้น จึงได้แกะห่อ พบเป็นยาบ้า บรรจุรวมกันอยู่ในถุงพลาสติกชนิด กดปิด – ดึงเปิด จำนวน 14 ถุง พันรวมกันอยู่เป็น 1 ก้อน รวมจำนวนบาบ้า 2,706 เม็ด วางอยู่โคนเสาป้ายบอกทาง เพื่อให้เครือข่ายมารับ แต่คงไหวตัวทันไม่มารับ เจ้าหน้าที่จึงนำของกลาง (ยาบ้า) มาตรวจสอบที่ กองร้อย ทหารพราน 2110 มุกดาหาร ก่อนนำส่ง สภ.ดงเย็น สืบหาเครือข่ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

จันทบุรี – พ่อค้าเสื้อกันหนาวมือสอง เผยยอดขาย 1 วัน ขายได้เป็นพันตัว

พ่อค้าเสื้อกันหนาวมือ2 เผย ยอดขาย 1 วัน ขายได้เป็นพันตัว พร้อมแนะนำวิธีการทำความสะอาด มีขาประจำกว่าร้อยราย

จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ จังหวัดจันทบุรี ออกมาซื้อเลือกซื้อ เสื้อกันหนาวมือสองที่ตลาดจตุจักอย่างคึกคัก โดยเฉพราะวันพุธ ที่มีเสื้อกันหนาวมือสองนำมาลงใหม่

นายสุรนาท บุญมี เจ้าของร้านรัชนี จำหน่ายเสื้อผ้ามือ2 เปิดเผยว่า ช่วงปลายปีของทุกปี ก็จะนำเสื้อกันหนาวมาจำหน่าย ซึ่งตั้งแต่ช่วงที่อากาศเริ่มหนาวเย็นทำให้มีประชาชนออกมาเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมากขึ้นโดย โดยเฉพาะลูกค้าประจำและกลุ่มนักเรียนนักศึกษา นิยมใส่เสื้อกันหนาวมือสอง เนื่องจากมีราคาถูก โดยขายในราคา เริ่มต้นที่ 50-100 บาท พร้อมกันนี้ได้แนะนำวิธีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคด้วย จนทำให้ยอดขายในแต่ละวันสามาถรจำหน่ายได้มากกว่า 1000 ตัว

ด้านนักศึกษา ที่มาเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสอง กล่าวว่า ที่มาเลือกซื้อเสื้อกันหนาวมือสองเพราะว่ามีราคาถูก ประหยัดและสภาพดี หลังจากซื้อไปแล้วก็จะนำไปทำความสะอาด และต้มฆ่าเชื้อเพื่อป้องกันโรคต่างๆ ตามคำแนะนำ ของร้าน

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ตัวแทนบริษัทจัดหาแรงงานและตัวแทนนายจ้างแรงงานต่างด้าว ยื่นหนังสือแก่ศูนย์ดำรงธรรม

ตัวแทนบริษัทจัดหาแรงงานและตัวแทนนายจ้างแรงงานต่างด้าวยื่นหนังสือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรีร้องขอความเป็นธรรม คัดค้านการใช้สถานที่ของบริษัทเอกชนเป็นศูนย์ OSS บริการต่ออายุแรงงานต่างด้าวในระบบ MOU พิเศษ

วันนี้ ( 11 ธ.ค.62 ) ที่ศาลากลางจังหวัดจันทบุรีตัวแทนบริษัทจัดหาแรงงานและตัวแทนนายจ้างแรงงานต่างด้าวประมาณ 200 คน ได้เดินทางเข้ามายื่นหนังสือแก่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดจันทบุรีร้องขอความเป็นธรรม กรณีที่จัดหางานจังหวัดจันทบุรีจะใช้สถานที่ของบริษัทเอกชนเป็น ศูนย์ OSS บริการต่ออายุแรงงานต่างด้าวในระบบ MOU พิเศษ โดยนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้รับหนังสือร้องเรียนและข้อเสนอ พร้อมชี้แจงสร้างความเข้าใจ

ทั้งนี้นายวินัย กิจพิบูลย์ กรรมการผู้จัดการบริษัทนำคนงานต่างด้าวเข้าทำงานในประเทศ ไทยเฟอร์เออีซี จำกัด ซึ่งเป็นแกนนำในครั้งนี้ กล่าวว่าการที่ทางจังหวัดจะเปิดศูนย์บริการ one stop service ต่อใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวบัตรสีชมพูที่จะหมดอายุ 31 มีนาคม 2563 ณ บ้านเลขที่ 100 หมู่ที่ 9 ต.พลับพลา อ.เมือง จันทบุรี เห็นว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นของมารดาเจ้าของบริษัทนำเข้าแรงงานต่างด้าวมาทำงานในประเทศ เอ็น.เอส.เลเบอร์ จำกัด อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัทเอกชน จึงขอให้ทางจังหวัดทบทวนใช้สถานที่ของทางราชการเป็นศูนย์ OSS บริการต่ออายุแรงงานต่างด้าวในระบบ MOU พิเศษ

ด้านนายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกล่าวยืนยันว่าทางจังหวัดเลือกสถานที่แห่งนี้ในการต่ออายุแรงงานต่างด้าวไม่ได้เอื้อประโยชน์กับบริษัทเอกชนแต่อย่างใด เป็นไปตามขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการที่พิจารณาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงความสะดวกแก่แรงงานที่จะมาใช้บริการ อีกทั้งสถานที่ราชการเดิมที่เคยใช้ในการจดทะเบียนครั้งที่ผ่านมา คืออาคารศูนย์พระยืน เทศบาลเมืองจันทบุรี มีสภาพชำรุดไม่เหมาะสมที่จะให้นายจ้าง แรงงานต่างด้าว และเจ้าหน้าที่ไปทำงาน เนื่องจากเกรงความปลอดภัย และ การอำนวยความสะดวกอาจไม่ทั่วถึง อย่างไรก็ตามหากการเปิดใช้บริการone stop service ต่อใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวในระบบ MOU พิเศษที่จะเริ่มในวันที่ 16 ธันวาคม นี้ หากนายจ้างเห็นว่าเดือดร้อนไม่สะดวกทางจังหวัดก็พร้อมที่จะยินดีปรับปรุงและรับข้อเสนอเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป อย่างไรก็ตามตัวแทนที่มายื่นหนังสือยังไม่พึงพอใจและร้องตะโกนขอให้จังหวัดเปลี่ยนสถานที่ให้ได้ พร้อมทั้งจะเดินทางเข้ายื่นหนังสือระดับกระทรวงต่อไป

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก