วช. ขับเคลื่อนความร่วมมือการวิจัย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

วช.ขับเคลื่อนความร่วมมือการวิจัย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค

ประเทศไทยได้จัดตั้ง “ศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (DBAR)” ในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางอันเป็นโครงการความร่วมมือระดับนานาชาติระหว่าง สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กับ Chinese Academy of Sciences (CAS) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นหนึ่งในจำนวน 8 ศูนย์ทั่วโลก ที่ได้มีการจัดตั้งในประเทศต่างๆ ได้แก่ ไทย,ฟินแลนด์,อิตาลี,ปากีสถาน,โมรอคโค,รัสเซีย,สหรัฐอเมริกา และแซมเบีย โดยศูนย์ DBAR ที่ วช. เป็นศูนย์กลางความเป็นเลิศนานาชาติแห่งเดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้​ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ทำหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ​ ได้รับเชิญให้กล่าวบรรยาย Keynote Speech ในพิธีเปิดการประชุม “4th Digital Belt and Road Conference” ที่เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสาระสำคัญว่า การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อจัดการกับความ ท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญและเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของโลกเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เป้าหมายของโครงการ ที่มุ่งเน้นเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561–2580) และจะช่วยสนับสนุนให้ไทยพัฒนาประเทศเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว

นอกจากนี้การร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม CASEarth ที่ใช้ระบบข้อมูล Big Earth Data จะช่วยเสริมการดำเนินงานโครงการในระดับภูมิภาคโดยเฉพาะด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมาศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ ได้รับการสนับสนุนการดำเนินงานทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาคและนานาชาติ จะช่วยให้บรรลุวิสัยทัศน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทยและภูมิภาคจะได้รับประโยชน์จากกรอบความร่วมมือดังกล่าว

ศูนย์แห่งความเป็นเลิศนานาชาติ ดิจิทัลหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง กรุงเทพฯ เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กับ The Digital Belt and Road (DBAR) Program สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Sciences) โดย วช. ร่วมกับอีก 3 หน่วยงาน คือ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำการวิจัยและบูรณาการข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การศึกษาวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม การเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการวิจัย รวมทั้งการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ที่มุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งให้ความสำคัญกับ 2 ประเด็นหลักคือ การเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ และภาวะภัยพิบัติต่าง ๆ โดยทางไทยมีโครงการนำร่อง 2 โครงการ คือ

1) การประเมินความสามารถการจำลองภูมิอากาศของแบบจำลอง CAS-ESM และการคาดประมาณการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคต ในพื้นที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ
2) การประเมินเชิงบูรณาการเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนโดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจโลกในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย

รวมทั้งจะส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค ASEAN ในการแบ่งปันความเชี่ยวชาญ ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูล Big Earth Data ผ่านแพลตฟอร์มข้อมูลหลัก “CASEarth” ซึ่งพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ 1,200 คนจาก 130 สถาบันทั่วโลก เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการเข้าถึงและการแบ่งปันข้อมูล เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมถึงการสร้างระบบสนับสนุนการตัดสินใจในระดับนโยบายซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนการดำเนินงานในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การประชุม “4th Digital Belt and Road Conference” ได้จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 16-19 ธันวาคม 2562 ณ เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับความร่วมมือ การสร้างเครือข่าย และการทำงานร่วมกันเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับภูมิภาค ให้บรรลุเป้าหมายแห่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goal: SDGs) ในประเทศหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) ทำความเข้าใจและสื่อสารปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการรวบรวมข้อมูลพื้นฐานสำหรับตัวชี้วัดเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความท้าทายและความสำเร็จในการใช้ Big Earth Data จากประสบการณ์ในปัจจุบันหรือโครงการที่เสร็จสมบูรณ์ โดยมีนักวิจัยและผู้บริหาร จำนวน 350 คน จาก 30 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมประชุม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“วัดเพลงอุโบสถสีชมพู” สร้างเหรียญรุ่น “พรพรหม” แจกกับญาติโยมร่วมทำบุญ เสริมความมงคลชีวิต ต้อนรับปีใหม่

“วัดเพลงอุโบสถสีชมพู” สร้างเหรียญรุ่น “พรพรหม” แจกกับญาติโยมร่วมทำบุญ เสริมความมงคลชีวิต ต้อนรับปีใหม่

พระครูสังฆรักษ์ประสิทธิ์ สิทธิโก หรือหลวงพ่อประสิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดเพลงอุโบสถสีชมพู ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้จัดสร้าง วัตถุมงคลเนื้อผง เป็นเหรียญพระพรหม รุ่น ”พรพรหม” เพื่อนำไว้แจกให้กับญาติโยมที่มาร่วมทำบุญ บูรณะปฏิสังขรณ์อุโบสถ, วิหาร, หอระฆัง และกุฎิพระ ที่ชำรุดสุดโทรมไปตามกาลเวลา ทางวัดจึงได้จัดสร้างเหรียญรุ่นนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสิ่งดีๆตอบแทนให้กับทุกท่าน ที่ได้มาร่วมบุญ และทำสิ่งดีๆให้อยู่คู่กับพุทธศาสนาไปตราบนานเท่านาน

สำหรับเหรียญรุ่นนี้หลวงพ่อประสิทธิ์ ท่านได้ตั้งใจจัดสร้าง และออกแบบด้วยพุทธศิลป์ที่สวยงดงาม ตามแบบโบราณโดยใช้มวลสาร 108 อาทิ ปรอทเพชร, ผงธูป จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทั่วประเทศ, เกษรดอกไม้ในพิธีกรรมที่เป็นมงคลต่างๆเก็บมากว่า 20 ปี, ผงไม้มงคล, ว่านมงคล เป็นต้น

หลวงพ่อประสิทธิ์ ท่านนั่งปรกอธิษฐานจิตเดี่ยว ณ อุโบสถสีชมพู วัดเพลง จ.นนทบุรี เป็นเวลา 1 ไตรมาศ และให้พระที่ประจำพรรษาที่วัดทุกรูป สวดธรรมจักร 16 จบทุกวันพระ เป็นเวลา 1 พรรษา

ด้านหน้าเป็นรูป พระพรหมมี มี 4 กร หัตถ์เบื้องซ้ายถือคัมภีร์ใบลาน หัตถ์เบื้องขวามีสายสร้อยไข่มุก หัตถ์ขวาถือคันโท อีกหัตถ์หนึ่งถือพิณ และหัตถ์ที่เหลือถือ ตรี คาฑา จักร สังข์ ประทับบนบัลลังก์ ด้านล่างเขียน พรพรหม วัดเพลงอุโบสถสีชมพู ขอบเหรียญ เป็นยันต์เขียนกำกับไว้รอบทั้ง 3 ด้าน

ด้านหลัง เป็นยันต์ 12 นักษัตร เขียนยันต์ ครอบจักรวานครบทุกด้าน อยู่รอบเหรียญ อาทิ ยันต์เกาะเพชร, อิติปิโส 8 ทิศ, มงคลโสรฬ 16 ซึ่งเป็นยันต์โบราณที่พระเกจิอาจารย์หลายรูปได้ใช้กำกับ มีความหมายที่ดี ดีทุกด้าน ทั้งค้าขาย เมตตา มหานิยม “มั่นคง ร่ำรวย เงินทอง”

ท่านใดสนใจที่จะนำไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลกับตนเอง และครอบครัว ทำบุญสร้างกุศล ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ทำสิ่งดีๆ มีวัตถุมงคลดีๆ บูชาไปให้คนที่รัก เชิญร่วมทำบุญกันได้ทุกวัน ที่วัดเพลงอุโบสถสีชมพู ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี

////////////

นครนายก – เดิน วิ่ง พลังท้องถิ่นไทยเฉลิมพระเกียรติ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก จัดกิจกรรมโครงการสานพลังท้องถิ่นไทย ถวายพ่อของแผ่นดิน เดิน-วิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ที่โรงเรียนวัดสมบูรณ์สามัคคี (อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ) ตำบลเขาพระ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายณัฐพงศิ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก ได้เป็นประธานในพิธีปล่อยตัวนักกีฬา ในกิจกรรมโครงการสานพลังท้องถิ่นไทย ถวายพ่อของแผ่นดิน เดิน-วิ่ง มินิฮาล์ฟมาราธอนเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โดยมีนายณรงค์ศักดิ์ โรจนาปิยาวงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก กล่าวรายงานวัตถุประสงศ์ โดยมีนักเดิน-วิ่ง จำนวน 1,200 คน เข้าร่วมในกิจกรรม ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดนครนายก ให้เป็นที่รู้จัดกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

โดยจัดการวิ่งเป็น 2 ประเภท คือประเภทวิ่งระยะทาง 10 กิโลเมตร และเดิน-วิ่ง ระยะทาง5 กิโลเมตร ในบรรยากาศที่เย็นสบายๆ สร้างความสุข สนุกสนานให้กับนักวิ่งทุกคน ที่ได้สัมผัสวิถีชนบทไทย ที่พัก รีสอร์ท วัด และชีวิตความเป็นอยู่ สวนผลไม้ ไร่นา ในจังหวัดนครนายกด้วย

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

หวิดไฟคลอกสยอง ช่วยได้ทัน หนุ่มวูบหลับใน เก๋งพุ่งชนต้นไม้ไฟลุกท่วม

เมื่อเวลา10.30 น. ของวันที่ 21 ธ.ค.62 62 ร.ต.อ.สุพรรณ โสภี รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเกิดรถเก๋งชนต้นไม้ ไฟลุกท่วม มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอยนาจอมเทียน 52 ใกล้กับโรงเรียนบ้านหินวง ต.นาจอมเทียน หลังรับแจ้งจุดไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน รถดับเพลิงงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลนาจอมเทียนและเทศบาลตำบลบางสเหร่

ที่เกิดเหตุพบแสงเพลิงกำลังลุกไหม้ รถเก๋ง ยี่ห้อ MG สีแดง หมายเลขทะเบียน 9กฎ2175 กทมอย่างรวดเร็วทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งทำการฉีดน้ำควบคุมเพลิง แต่เนื่องจากไฟได้ลุกท่วมถังน้ำมันตัวรถ ทำให้เพลิงลุกไหม้ตัวรถจนหมดทั้งคัน ห่างออกไปในศาลาพักผู้โดยสารริมทา งพบร่างผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย1ราย มีแผลแตกที่ศีรษะและได้รับกระแทกบริเวณหน้าอกอยู่ในอาการมึนงง ทราบชื่อต่อมาคือนาย เอกพจน์ วิบูลสถาพรชัย อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งรักษายังโรงพยาบาลวัดญาณสังวรารามฯ โดยก่อนหน้ามีพลเมืองดี เข้าไปให้การช่วยเหลือนำผู้บาดเจ็บออกมาจากตัวรถได้ก่อนจะเกิดไฟลุกท่วม

จากการสอบถาม นส. บงกช นวลจันทร์ อายุ 35ปี ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองพบเห็นรถยนต์คันดังกล่าวขับมาตามเส้นทางถนนสุขุมวิท ขาเข้าพัทยา ตามปกติ แต่อยู่ๆรถเกิดเสียหลักหักลงข้างทางจนพุ่งชนกับต้นประดู่ริมข้างทางอย่างแรงจนรถพังเสียหายและได้มีควันโพยพุ่งมาจากตัวรถ ก่อนที่จะมีรถอีกคันที่ขับตามมาจะจอดรถและลงมาช่วยคนขับออกจากตัวรถได้ทันจากนั้นรถก็มีแสงเพลิงลุกไหม้จากห้องเครื่องอย่างรวดเร็ว เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำและสารเคมีฉีดควบคุมเพลิงไว้ได้ ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นอาการปลอดภัย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุและคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน และจะทำการสอบปากคำผู้ขับขี่อย่างละเอียดอีกครั้งภายหลังจากอาการดีขึ้น

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สมาคมกีฬาเรือใบ ร่วมมือ ปตท.สผ. จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีทัพแล่นใบไทย มอบอัดฉีดพิเศษ 2 ล้านบาท

สมาคมกีฬาเรือใบ ร่วมมือ ปตท.สผ. จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีทัพแล่นใบไทย มอบอัดฉีดพิเศษ 2 ล้านบาท มั่นใจสร้างผลงานดีต่อเนื่องในศึกโอลิมปิกเกมส์

เวลา 19.00 น.วันนี้ (20 ธ.ค.62) สมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิต ปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนหลัก จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีให้กับคณะนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย ซึ่งทำผลงานยอดเยี่ยมในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ด้วยการคว้า 5 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง รวม 9 เหรียญ พร้อมครองเจ้าเหรียญทองกีฬาเรือใบ ที่ห้องปลาดาว กิจการอาคารรับรอง สัตหีบ อำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี

ทั้งนี้ พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ นายกสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ และนายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ได้เยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬา ก่อนที่ พล.ร.อ.นริส จะได้ทำพิธีเปิดงานเลี้ยงเพื่อแสดงความยินดีกับนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย พร้อมกันนี้ได้กล่าวแสดงความรู้สึกยินดี และขอบคุณนักกีฬาทุกประเภทที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยถือว่าเป็นเจ้าเหรียญทองในกีฬาเรือใบของการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ และขอให้ทุกคนตั้ง ใจในการฝึกซ้อมต่อไป โดยทางสมาคมจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ จากนั้นนายพงศธร ทวีสิน ผอ.ปตท.สผ.ได้ทำพิธีการส่งมอบเงินรางวัลให้กับทีมผู้ฝึกสอนและนักกีฬาเรือใบจำนวน 2 ล้านบาท ให้กับนายกสมาคมเรือใบฯ ก่อนถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก

ขณะที่ นายพงศธร ทวีสิน ผอ.ปตท.สผ.กล่าวว่าทาง ปตท.สผ.สนับสนุสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยฯ มากว่า 14 ปี ภูมิใจและยินดีอย่างยิ่งที่นักเรือใบทุกคนทำผลงานได้ดีเยี่ยมในกีฬาซีเกมส์ และเพื่อเป็นการขอบคุณนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย พร้อมกันนี้ทาง ปตท.สผ.ได้มอบเงินรางวัลพิเศษจำนวน 2 ล้านบาทให้นักกีฬาและทีมผู้ฝึกสอนเพื่อเป็นกำลังใจในการแข่งขันในครั้งต่อๆไป และสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ซึ่งปตท.สผ. เชื่อว่านักกีฬาจะทำผลงานได้ตามเป้าหมาย และสร้างชื่อเสียง และความภาคภูมิใจให้กับประ เทศไทยได้เหมือนเช่นเคย

สำหรับรายชื่อนักกีฬาที่คว้าเหรียญรางวัล ดังนี้ 5 เหรียญทอง ประกอบด้วย ออพติมิสต์ ชาย พันวา บุนนาค, ออพติมิสต์ หญิง นพภัสสร ขุนบุญจันทร์, เลเซอร์ เรเดียล กมลวรรณ จันทร์ยิ้ม, 420 ชาย เจตวีร์ ยงยืนนาน และจักรภัทร วิริยะกิตติ, 420 หญิง ชนกชนม์ หวังสุข และปิยะพร เข็มแก้ว 2 เหรียญเงิน ประ กอบด้วย เลเซอร์ สแตนดาร์ด กีระติ บัวลง, 470 ชาย นาวี ธรรมสุนทร และณัฐ บุตรมารศรี 2 เหรียญทอง แดง ประกอบด้วย ฟาร์อีส 28อาร์ ประเภทฟลีต เรซซิ่ง และแมตช์ เรซซิ่ง ณัฐวฒุิ แป้นแย้ม, อนุสรณ์ งามฤทธิ์, ทศพล มหาวิเชียร, อธิวัฒน์ โฉมทองดี, หาญพล เชาว์ศิลป์ และณัฐภัสสร วชิราพงศ์สิน…

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เพชรบูรณ์ – โรงเรียนแสงธรรมวิทยา จัดงาน “Merry Christmas” ประจำปี 2562 พร้อมประกวด “มิสคริสต์มาส”

เพชรบูรณ์ โรงเรียนแสงธรรมวิทยา จัดงาน “Merry Christmas” ประจำปี 2562 พร้อมประกวด “มิสคริสต์มาส”

ที่สนามกีฬา โรงเรียนแสงธรรมวิทยา ตั้งอยู่เลขที่ 959 หมู่ 2 ตำบลหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ คณะผู้บริหารโรงเรียนฯ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม วันคริสต์มาส โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.เสรี ธรรมอาสา ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงธรรมวิทยา กล่าวรายงานวัตถุ ประสงค์แก่ นายสิริชัย จันทร์พัชรินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Merry Christmas” ประจำปี 2562 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ก่อนวันขึ้นปีใหม่สากล ประมาณ 1 สัปดาห์ ในวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันที่มีความสำคัญต่อคริสตชนวันหนึ่ง เนื่องจากเป็นวันที่พระเยซูเจ้า มาบังเกิด ทุกศาสนา จะมีศาสดา และหลักธรรมคำสอน ซึ่งล้วนแล้วแต่สอนให้ทุกคนเป็นคนดี ทางคริสต์ศาสนาก็เช่นกัน จะนับถือพระเยซูเจ้า เพราะพระองค์คือผู้ที่เป็นแบบอย่างในการช่วยเหลือคนยากจน ให้ความรักความเมตตา และเสียสละแก่ประชาชน โดยประเพณีการฉลองวันคริสต์มาสจึงควรเป็นสิ่งที่ชักจูงให้พวกเราประพฤติปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ นั้นคือการเป็นผู้ให้ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เช่นเดียวกับกิจกรรมในวันนี้ บ่งบอกถึงความรัก ความร่วมมือร่วมใจอย่างเต็มเปี่ยม ระหว่างคณะครู ผู้ปกครอง และนักเรียน

จากนั้น นายสิริชัย จันทร์พัชรินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลหนองไผ่ ได้เป็นประธานมอบเกียรติบัตรให้แก่คุณพ่อดีเด่น ที่ได้รับการคัดเลือก และร่วมรับชมการแสดงชุดต่างๆ ของเด็กนักเรียนแต่ละระดับชั้น ซึ่งแต่ละชุดการแสดง ต่างได้รับการฝึกซ้อม และ มีการแต่งหน้า ทำ ผม แต่งกายด้วยชุดสวยงาม พร้อมขึ้นโชว์บนเวทีได้อย่างสนุกสนาน สมวัย โดยมีบรรดาผู้ปกครอง คอยเชียร์ให้กำลังใจ และมอบพวงมาลัยให้แก่บุตรหลาน ถึงติดขอบเวทีเลยทีเดียว

และในขณะเดียวกัน ภายในงาน “Merry Christmas” ปีนี้ ทางโรงเรียนแสงธรรมวิทยา ได้จัดประกวด “มิสคริสต์มาส” เพื่อเป็นการร่วมสร้างสีสัน โดยมีคุณครูทั้ง 3 ช่วงชั้น เป็นตัวแทนเข้าประกวด ประกอบด้วย คนแรก ครูติ๋ว เป็นครูประจำชั้นอนุบาล 2 ตัวแทนช่วงชั้นระดับอนุบาล, คนที่สอง ครูบี เป็นครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตัวแทนช่วงชั้นระดับประถมต้น และคนที่สาม ครูหมิว เป็นครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตัวแทนช่วงชั้นระดับประถมปลาย ซึ่งเกณฑ์การตัดสิน จะนับจากจำนวนพวงมาลัยที่ได้รับ ซึ่งผลการประกวดปรากฎว่า ครูติ๋ว ครูประจำชั้นอนุบาล 2 ตัวแทนช่วงชั้นระดับอนุบาล สามารถคว้ารางวัล “มิสคริสต์มาส” ในปีนี้ไปครองได้สำเร็จ พร้อมรับสายสะพาย และรางวัล จากดร.เสรี ธรรมอาสา ผู้อำนวยการโรงเรียนแสงธรรมวิทยา

ราเมธ บงแก้ว/มนสิชา คล้ายแก้ว

ลพบุรี – ตีนผีชนพ่อเฒ่าดับกลางดึก หนีลอยนวล ไอ้ดำหมาแสนรู้นอนเฝ้าศพเจ้าของไม่ห่าง

วันที่ 21 ธ.ค.62 ร.ต.อ.เจษฎากร เปกาลี รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชัยบาดาล อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งมีผู้พบศพชายไม่ทราบชื่อที่ริมถนน หมายเลข 3033 หมู่ที่ 1 บ้านนาโสม จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ชัยบาดาล และมูลนิธิพุทธธรรมสงเคราะห์ ลำนารายณ์ (พ้งไล้16)

ที่เกิดเหตุพงหญ้าข้างถนนเส้นทางดังกล่าวพบศพของนายมะละ ปิ่นขำ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 ม.6 ต.นาโสม อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี นอนเสียชีวิตในพงหญ้า สภาพศพสวมเสื้อยืดแขวนยาวสีส้ม กางเกงขายาวสีดำ ตามลำตัวมีร่องรอยกระแทกเขียวช้ำ ขาทั้งสองข้างผิดรูปจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือการถูกทำร้าย คาดผู้ตายถูกรถ ยนต์ ไม่ทราบชนิดเฉี่ยวชนแล้วหลบหนี โดยที่มีสุนัขเพศผู้นอนเฝ้าศพนายมะละ ไม่ห่าง จากการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6-7 ชั่วโมง

น.ส.สุพรรษา ปิ่นขำ อายุ 26 ปี บุตรสาวผู้ตายที่ได้เดินทางมาดูศพ เล่าด้วยความโศกเศร้าเสียใจว่าพ่อมีอาการทางประสาท ชอบเดินไปตามเส้นทางนี้เป็นประจำ โดยก่อนเมื่อประมาณตี 2 ของคืนที่ผ่านมา พ่อได้เดินออกจากบ้านไปเช่นเคยพร้อมกับ”ไอ้ดำ” สุนัขคู่ใจ จนกระทั่งรุ่งเช้าก็ไม่ยังเห็นพ่อกลับบ้าน จนสายมีชาวบ้านไปพบว่าพ่อนอนเสียชีวิตข้างถนนห่างจากบ้านไปไกลประมาณ 4 กิโลเมตรเศษ โดยมี “ไอ้ดำ” สุนัขคู่ใจ นอนเฝ้าศพพ่อตลอดทั้งคืนนอนยันเช้า ทั้งนี้ร้อยเวรเจ้าของคดีได้บันทึกสถานที่เกิดเหตุ สอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางดังกล่าว เพื่อจะได้ติดตามตีนผีรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้เสียชีวิตได้ส่งพิสูจน์ ที่ รพ.ชัยบาดาลอีกครั้ง ก่อนที่จะมอบศพให้กับญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ/ข่าวกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
โยธิน พรมแตง รายงาน

เพชรบูรณ์- จัดเทศกาลเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว “โอบหมอก กอดหนาว ดูดาว ที่เขาค้อ”

ที่บริเวณจุดชมวิว ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นประธาน เปิดกิจกรรมท่องเที่ยวฤดูหนาว “โอบหมอก กอดหนาว ดูดาว ที่เขาค้อ” ประจำปี 2562 เพื่อเป็นการร่วมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของเขาค้อ ให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า และยังเป็นการกระจายรายได้ไปสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการที่พัก และร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ

โดยมี นายอภิชาติ สีม่วง นายอำเภอเขาค้อ เป็นผู้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ พร้อมทั้งเป็นผู้นำขบวนขี่ม้านำขบวนพาเหรดเข้ามายังบริเวณจุดชมวิว โดยมีกิจกรรมการแสดงต่างๆ อาทิ ขบวนพาเหรด To Be Number One จำนวน 200 คน, ขบวนลีลาศ จำนวน 100 คู่, การแสดงชุด ระบำม้งจากตำบลเข็กน้อย ชุมชนม้งใหญ่ที่สุดในประเทศ”, การแสดงขี่ม้าจากชม รมท่องเที่ยวอำเภอเขาค้อ, การแสดงกลองยาวจากตำบลหนองแม่นา ดินแดนแมงกะพรุนน้ำจืด, การประกวดนางงามเขาค้อ จากตำบลในเขตอำเภอเขาค้อ, การแสดงไลแดนซ์คาวเกิร์ลจากทีม อสม.อำเภอเขาค้อ รวมทั้งยังมีการแสดงดนตรีตลอดทั้งงาน ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจ แก่ผู้มาร่วมงาน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ในช่วงที่มีการแสดงจากตำบลต่างๆ อยู่นั้น พบว่าบนเขาค้อ มีสภาพอากาศที่หนาว และมีลมพัดเย็นตลอดเวลา โดยอุณหภูมิอยู่ที่ 18 องศา จนทำให้ นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ประธานเปิดงาน และ นายอภิชาติ สีม่วง นายอำเภอเขาค้อ พร้อมด้วยผู้เข้าร่วมงาน ต่างทนหนาวไม่ไหว พากันออกสเต๊ปเต้น ตามผู้แสดงอย่างพร้อมเพียง เรียกเสียงฮือฮาและชื่นชมเป็นอย่างมาก

สำหรับอำเภอเขาค้อ นับเป็นอำเภอที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสัมผัสความหนาวเย็น ปีละกว่า 2 ล้านคน สามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนของ อ.เขาค้อ และจังหวัดเพชรบูรณ์ ให้มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว อำเภอเขาค้อจึงได้ร่วมกับหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 5 แห่ง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคเอกชน ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวฤดูหนาว ภายใต้ชื่อ “โอบหมอก กอดหนาว ดูดาว ที่เขาค้อ”

มนสิชา คล้ายแก้ว เพชรบูรณ์

“ครูพี่โอ๊ะ” บุกถึงที่ ลุยถึงถิ่นพื้นที่สูง อ.แม่ระมาด จ.ตาก ตามติดทุกที่ ไม่มีผักชีโรยหน้า

วันที่ 19 ธ.ค.62 : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน.,นายนรา เหล่าวิชยา รองเลขาธิการ กศน.,นายชนะ เปรมปรี ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัดตาก และคณะตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครูและนักเรียน ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยพลู และโรงเรียนตชด.เฉลิมพระเกียรติฯ บ้านแพะ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) กล่าวหลังการตรวจเยี่ยมสถานศึกษาบนพื้นที่สูง ในสังกัด กศน.และ รร. ตชด. ว่า “การตรวจเยี่ยมสถานศึกษาของตนครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม หลังจากการรับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการพระราชดำริ ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยวัว หมู่บ้าน 9 ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก

ซึ่งนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ จึงไม่ได้แจ้งให้หน่วยงานในพื้นที่รับทราบล่วงหน้า ทำให้ได้เห็นข้อเท็จจริงในหลายเรื่อง เพื่อจะเป็นข้อมูลและแนวทางการปรับปรุงพัฒนาการศึกษาให้มีความพร้อมต่อไป โดยสถานศึกษาทั้ง 2 แห่งที่ไปตรวจเยี่ยมมีความแตกต่างกัน โดยศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยพลู เป็นหน่วยจัดการศึกษา ภายใต้สังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) และโรงเรียน​ ตชด.เฉลิมพระเกียรติฯ บ้านแพะ

สำหรับศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยพลู นั้นเป็นหน่วยงานสถานศึกษาเล็กๆบนพื้นที่สูง ซึ่งจากการเดินทางและได้มีโอกาสตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจครูและนักเรียนที่ ศศช.ในครั้งนี้ ทำให้ได้เห็นว่าศูนย์การเรียน หรือ ศศช.และครูของ กศน. ต้องได้รับการพัฒนาอีกมากมาย อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนก็ยังขาดแคลน มีข้อจำกัดด้านงบประมาณหลายด้านที่ไม่ได้รับสนับสนุนอย่างสมบูรณ์ ในขณะที่ครู กศน. จัดการศึกษาอย่างทุ่มเทท่ามกลางความยากลำบากและข้อจำกัดมากมาย การเดินทางจากพื้นราบเพื่อขึ้นไปให้การศึกษาก็ยากลำบาก ขวาก็เหว ซ้ายก็เหว แต่ครูก็ไปด้วยความมุ่งมั่น

สิ่งนี้ทำให้รู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่ครูทุ่มเท จึงนับถือหัวใจและความเหนื่อยยากของ ครู กศน.ในขณะที่โรงเรียน ตชด.เฉลิมพระเกียรติฯ บ้านแพะ ถึงแม้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ความพร้อมที่มีความแตกต่างกันมาก ทั้งเรื่องสถานที่ หนังสือเรียน สื่อการเรียนหรือแม้แต่เครื่องแต่งกายของนักเรียนก็มีความพร้อม สมบูรณ์ ทั้งที่ ศศช. สถานศึกษาของ กศน.เป็นหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ กลับไม่ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง การสะท้อนจากสิ่งที่ได้เห็นและสัมผัสด้วยตนเองในครั้งนี้ ตนมีความตั้งใจ ที่จะทำให้ดีที่สุดสำหรับ กศน.

เพื่อครูที่ทำงานในพื้นที่ที่ไกลที่สุด ลึกที่สุด ลำบากที่สุด ทุกท่าน ขอชื่นชมและขอบคุณความเสียสละของครู กศน.ด้วยความจริงใจ ดังนั้นตนพร้อมที่จะเป็นกำลังใจ ตั้งใจอย่างเต็มที่ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาสนับสนุน ส่งเสริม เมตตาพวกเรา “คนกศน.” ให้อัตรากำลัง งบประมาณที่จำเป็นเพื่อเป็นขวัญ กำลังใจในการส่งเสริมให้เราได้มีพลังในการขับเคลื่อนและสามารถพัฒนาการศึกษาเพื่อแผ่นดิน เพื่อความก้าวหน้าที่ยั่งยืน รวมทั้งเด็กเล็กที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและยากลำบากจะได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ตามนโยบายของรัฐบาลที่ “เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศธ.กล่าว

ข่าว : เอื้อมพร สุเมธาวัฒนะ / กรรณิกา พันธ์คลอง
ภาพ : ปรานี บุญยรัตน์ วิดีโอ : ณัฐวุฒิ วากะดวน
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

กรณีอาม่าและนักเรียนชาย “อรรถพล” ชี้ รร.ควรจัดสรรพื้นที่ในโรงเรียน ให้เหมาะสมสำหรับบุคคลภายนอก​ และพื้นที่สำหรับนักเรียน

กรณีอาม่าและนักเรียนชาย “อรรถพล” ชี้ รร.ควรจัดสรรพื้นที่ในโรงเรียนให้เหมาะสมสำหรับบุคคลภายนอก​ และพื้นที่สำหรับนักเรียน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Kulniti Srisumrarn โพสต์คลิปการเกิดเหตุทะเลาะกันภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมระบุว่า “เมื่อวาน มีเรื่องอาม่าไปนั่งเฝ้าหลาน แล้วคุยโทรศัพท์เสียงดัง รบกวนเด็กกับผู้ปกครอง เขาติวหนังสือกัน มีผู้ปกครองบ่นว่าพูดดัง อาม่าหันไปด่ากราด จากนั้น นักเรียนชายได้หันไปว่าอาม่า ว่า “ที่นี่โรงเรียน อย่ามาทำเสียงดัง” ทำให้อาม่าเดินเข้ามาตบหน้านักเรียนชายรายนี้ ก่อนที่อาม่าจะถูกสวนกลับ จนล้มลงไปกองกับพื้น ทำให้ผู้ปกครองที่เห็นเหตุการณ์ต้องเข้าไปห้ามปรามกันอย่างชุลมุนนั้น

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อช่วงบ่ายวันที่​ 20 ธ.ค.62 ดร.อรรถพล ตรึกตรอง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เลขาธิการ กช.) กล่าวว่า เมื่อตนได้ทราบเรื่องดังกล่าว ได้สั่งการให้รองเลขาธิการ กช. ตรวจสอบเหตุการณ์ และรายละเอียดทันที โดยล่าสุดทราบว่า ทั้ง อาม่า,ผู้ปกครอง​ และนักเรียนชาย​ คู่กรณีได้พูดคุยไกล่เกลี่ยกัน แล้วก็ขอโทษซึ่งกันและกัน และต่างก็ยอมรับว่าต่างคนต่างใจร้อน จนทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

ดร.อรรถพลฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้ ตนอยากให้โรงเรียนได้ตระหนัก​ และถือเป็นอุทาหรณ์ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุเช่นนี้อีก การจัดพื้นที่การเรียนการสอนไม่ได้มีเพียงในห้องเรียนเท่านั้น แต่ทุกที่สามารถเป็นห้องเรียนได้ ดังนั้นจึงต้องดูแลพื้นที่ จัดสรรให้เพียงพอและเหมาะสมสำหรับนักเรียน และการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปในโรงเรียนควรมีการตรวจสอบ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับนักเรียนด้วย และผู้ปกครองหรือญาติที่จะเข้ามารอรับบุตรหลานกลับบ้านนั้น ทางโรงเรียนก็ควรจัดสรรพื้นที่ไว้ต่างหาก

นอกจากนี้ อยากให้ถอดบทเรียนจากกรณี นายสมคิด พุ่มพวง ฆาตกรต่อเนื่องที่ก่อเหตุฆ่าแล้วหนีไปซุ่มจอดพักรถในโรงพยาบาลพื้นที่ จังหวัดมหาสารคาม​ นั้น ก็เป็นกรณีศึกษาได้ โดยโรงเรียนต้องหมั่นตรวจสอบบุคคลที่เข้ามาภายในโรงเรียน ซึ่งอาจจะแฝงตัวเข้ามาทำร้ายนักเรียน หรือบุคลากรภายในโรงเรียนได้ ดร.อรรถพลฯ กล่าวทิ้งท้าย

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​