นครนายก – พบศพหนุ่มใหญ่ป่วยเป็นลมชักพลัดตกคลองดับ

หนุ่มใหญ่ป่วยเป็นลมชักแม่นึกว่าไปเฝ้าคนป่วย เห็นหลายวันตามหากลายเป็นศพขึ้นอืดอยู่ในคลองข้างบ้าน

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ร.ต.อ.พงษ์นรา มาวงค์นอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ได้รับแจ้งมีคนตกคลองหนองเคี่ยมหลังบ้านเลขที่ 42 หมู่ 8 บ้านหนองเคี่ยม ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จึงพร้อมด้วย พญ.กานต์มณี สถิโรภาส แพทย์เวร รพ.บ้านนา และหน่วยกู้ชีพ อบต.ป่าขะ รีบไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นคลองขนาดใหญ่ มีน้ำลึกกว่า 3 เมตร คันคลองสูงชันราว 5 เมตร ข้างกอไผ่พบศพลอยคว่ำหน้าขา แขน กาง ขึ้นอืดแมลงวันตอม ส่งกลิ่นเหม็นเน่า จึงให้หน่วยกู้ชีพฯ พายเรือดึงศพขึ้นไปชันสูตรบริเวณท่าน้ำหน้าวัดหนองเคี่ยมห่างบ้านประมาณ 300 เมตร ทราบชื่อนายสุพจน์ ไพบูลย์ อายุ 50 ปี ลูกชาย เจ้าของบ้าน อยู่ในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีขาวกางเกงขาสั้นสีดำ ตามตัวไม่พบบาดแผล ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 วัน

สอบถามนางจำ บุญส่ง อายุ 75 ปี แม่ผู้ตาย เล่าว่า ลูกชายแยกไปปลูกเพิงพักอยู่ริมคลอง ไม่มีครอบครัวพักอยู่คนเดียว มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ชอบกวาดลานบ้านมีโรคประจำตัวเป็นลมชักแขน ขา ข้างซ้ายออกแรง เนื่องจากประสพอุบัติเหตุ วันที่ 11 พ.ย. 62 ตนไปทำบุญงานกฐินที่วัดหนองเคี่ยม ผู้ตายฝากเงินไปทำบุญด้วย 100 บาท ตนกลับมาบ้านตอนบ่ายก็ไม่พบ นึกว่าลูกชายไปเฝ้าญาติที่นอนป่วยอยู่ รพ.นครนายก จนกระทั่งสายวันนี้ไม่เห็นกลับมานึกแปลกใจไปหลายวันติดต่อไม่ได้ จึงเดินไปบอกเพื่อนบ้านช่วยออกตามหาได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาจึงไปดูพบเป็นศพลอยอยู่ในคลองเสียแล้ว

เบื้องต้น จนท.สันนิษฐาน ผู้ตายเดินไปกวาดลานบ้านริมคลองเกิดเป็นลมชักพลัดตกน้ำช่วยเหลือตัวเองไม่ได้จมน้ำเสียชีวิต จึงให้หน่วยกู้ชีพ ฯ นำศพส่ง รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มศว องครักษ์ ชันสูตรสาเหตุการตายให้แน่ชัดอีกครั้ง


ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – บิ๊กไบค์เสียหลักชนเสาเหล็กป้ายบอกทางเสียชีวิตคาที่

หนุ่มทำงานขนส่งจังหวัดนครนายก ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์จะกลับบ้านพัก เกิดรถเสียหลักชนเสาป้ายบอกทางอย่างแรงร่างกระเด็น เสียชีวิตคาที่

เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 พ.ต.ต.วีรศักดิ์ ญาณวุฒโท สารวัตรเวร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก ได้รับแจ้งเหตุ มีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนเสาป้ายบอกทาง เสียชีวิต 1 ราย บริเวณถนนขาขึ้นน้ำตกสาริกา หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ข้างร้านคุงเจริญวัสดุก่อสร้าง

จึงได้ไปยังที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร และกู้ภัยสว่างอริยะนคร นายก พบรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ฮอนด้าสีแดงดำ จีบีอาร์ 500 เอ็กซ์ ทะเบียน 1กด ลพบุรี 8562 สภาพรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ด้านหน้ารถพังเสียหายน้ำมันไหลนองพื้นถนน ห่างกัน 3 เมตร พบศพ นายภิญโญ วงษ์เสงี่ยม อายุ 32 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดนครนายก และเป็นอาสาสมัครกู้ภัยมังกรนครายก สภาพศพคอ แขนขา หักและนิ้วนางข้างซ้ายมือขาดกระเด็นตกอยู่ที่พื้นถนน ถัดมาพบเสาป้ายเหล็กบอกเส้นทางขนาดใหญ่มีร่องรอยถูกรถจักรยานยนต์ชนอย่างแรงเสียหายเล็กน้อย เจ้าหน้าทีตำรวจคาดว่ารถยนต์บิ๊กไบค์อาจจะเสียหลักหรือหลบอะไรบางอย่างจึงเป็นเหตุให้เสียชีวิต พร้อมให้กู้ภัยสว่างอริยะนำศพผู้เสียชีวิตส่งเก็บไว้ที่โรงพยาบาลนครนายก เพื่อให้ญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

จากการบอกเล่าของเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่ขนส่งจังหวัดนครนายกได้เล่าว่า นายญิญโญ ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดนครนายก และเป็นอาสาสมัครกู้ภัยมังกรนครนายก หลังเลิกจากการทำงานก็จะมาช่วยเหลือสังคมตลอด และในวันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ขับรถจักรยานต์บิ๊กไบค์ทำธุระในตัวเมืองเสร็จและได้ขับรถจะกลับเข้าบ้าน อีกไม่ถึง 500 เมตรก็จะเข้าบ้านพักแล้วก็มาเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียชีวิตดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

๑๔ พฤศจิกายน – “ วันพระบิดาแห่งฝนหลวง ”

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๕ เฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน ในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง”

โดยกำหนดให้วันที่ ๑๔ พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เพื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ให้ประ ชาชนทั้งในปัจจุบันและอนุชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสแสดงความจงรักภักดี ชื่นชมในพระบารมี และร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ จนถึงทุกวันนี้ เป็นเวลากว่า ๖๐ ปี ที่โครงพระราชดำริฝนหลวง ได้สร้างคุณูปการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม

โดยเฉพาะความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประเทศไทย และด้วยพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้ทรงคิดค้นเทคโนโลยีฝนหลวงขึ้นนั้น ยังได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งได้มีการจดสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยทั้งในประเทศและต่างประเทศ และในอีกหลายประเทศก็ได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาตในการที่จะนำเทคนิคและวิธีการทำฝนหลวงไปปรับใช้แก้ปัญหาความแห้งแล้งในประเทศ ของตัวเอง จึงถือได้ว่าโครงการพระราชดำริฝนหลวง นับเป็นนวัตกรรมที่เกิดจากพระอัจฉริยภาพอย่างแท้จริง เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยและมวลมนุษยชาติและเพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

จังหวัดยะลา – จัดพิธีถวายราชสักการะน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง”

จังหวัดยะลา จัดพิธีถวายราชสักการะน้อมรำลึกในพระมหากรุณา ธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง”

          วันนี้ 14 พฤศจิกายน 2562 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะ และกล่าวรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” ประจำปี 2562 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้แทนจากส่วนราชการต่าง ๆ และประชาชนจังหวัดยะลา เข้าร่วมในพิธี

         จ่าเอก เฉลิมพล ญาณวิสุทธิสกุล เกษตรและสหกรณ์จัง หวัดยะลา กล่าวว่า ด้วยในวันนี้ ถือเป็นวันครบรอบปีที่ 64 นับจากวันที่ 14 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2498 ซึ่งเป็นวันที่ พระบาทสม เด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำรัสที่จะคิดค้นวิจัยหาวิธีการทำฝนหลวง เพื่อแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรและประชาชนที่ประสบภัยแล้ง รวมทั้งปัญหาการ ขาดแคลนทรัพยากรน้ำของประเทศ จนเกิดเป็นโครงการฝนหลวงสืบมาจนถึงปัจจุบัน

         กอปรกับคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พุทธ ศักราช 2545 เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในฐานะทรงเป็น “พระบิดาแห่งฝนหลวง” และกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายนของทุกปีเป็น “วันพระบิดาแห่งฝนหลวง” เพื่อจารึกไว้เป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย และเป็นวันสำคัญของปวงชนชาวไทยที่จะได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิ คุณของพระบิดาแห่งฝนหลวง

         กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้จัดพิธีถวายสักการะเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น หาที่สุดมิได้แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “พระบิดาแห่งฝนหลวง” ขึ้นในวันนี้

         นอกจากนี้ ยังได้ทำการเผยแพร่พระเกียรติคุณ และพระมหากรุณาธิคุณแห่งองค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านนิทรรศการ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ และซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจที่พระ องค์ ได้ทรงทุ่มเทพระวรกาย เพื่อสร้างคุณประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ต่อประชาชนในโครงการฝนหลวง

#จังหวัดยะลา #พิธีถวายราชสักการะน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ #วันพระบิดาแห่งฝนหลวง #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #NNT #ILOVETHAILAND

ขอบคุณข้อมูล : thainews

กอ.รมน.ภาค 4 สน. อบรม ให้ความรู้การปลูกกาแฟอะราบิก้า แก่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รุ่นใหม่ (YCOT)

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ ศูนย์วิจัยพืชสวนยะลา อำเภอธารโต จังหวัดยะลา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ร่วมกับหน่วยงานภารัฐ ภาคเอกชน จัดโครงการส่งเสริมการปลูกกาแฟในพื้นที่ โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาความรู้ความเข้าใจของประชาชนในการเพาะปลูกการดูแลกาแฟอาราบิก้าอย่างถูกต้องและเหมาะสม สามารถนำไปปรับใช้ในการปลูกเพาะปลูกกาแฟของเกษตรกรในพื้นที่

โดยมี นายฉัตรชัย กิติไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชสวนยะลา เป็นประธาน ในพิธีเปิด การฝึกอบรมวิธีการปลูกดูแลและบำรุงรักษาพันธุ์กาแฟ พร้อมด้วย ผู้แทนจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, วิทยากร จากศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่, ผู้ประกอบการแปรูปกาแฟ และกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รุ่นใหม่ Yala Coffee Operation Team (YCOT) (วายคอต) เข้าร่วมจำนวน 250 คน

กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รุ่นใหม่ (YCOT) เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันส่งเสริมการปลูกกาแฟเป็นพืชทางเลือกทดแทนยางพาราที่เสื่อมโทรม และมีปัญหาด้านราคา ตามนโยบายการลดพื้นที่ปลูกยางพาราของรัฐบาล หรือปลูกเป็นพืชเสริมรายได้ในระบบการปลูกพืชแบบผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันมีเกษตรเข้าร่วมเครือข่าย YCOT จำนวน 250 ราย คิดเป็นพื้นที่ปลูกกาแฟ 700 ไร่ โดยสมาชิกกลุ่ม YCOT ทุกคน ได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเทคโนโลยีการผลิตกาแฟครบวงจร ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ ที่สามารถพัฒนาเป็นกลไกเครือข่ายความร่วมมือการดำเนินงานร่วมกันในจังหวัดยะลาในรูปแบบประชารัฐ

นายหิรัณย์ จันทรนิตย์ กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รุ่นใหม่ กล่าวว่า เมื่อก่อนเมื่อ 30 ปีที่แล้วมีการปลูกกาแฟโรบัสต้าหลังจากนั้นประสบปัญหาเนื่องจากไม่มีตลาดรองรับในการซื้อผลผลิต ซึ่งขณะนั้นราคากิโลกรัมละ 80 บาท และวันนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าจัดโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์กับเกษตรกรเนื่องจากเกษตรกรบางรายมีประสบการณ์ในการปลูกกาแฟ แต่สิ่งที่เป็นกังวลคือตลาดที่จะรองรับผลผลิต และขณะนี้เมื่อมีโครงการส่งผลให้เกษตรกรได้รวมกลุ่มกันถือเป็นเรื่องที่ดี และที่ได้มาอบรมวันนี้ได้รับความรู้เกี่ยวกับการตกแต่งกิ่ง ปรับแต่งต้นลำต้น และการบำรุงดูแลต้นพันธุ์กาแฟ ที่ผ่านมาประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคแมลง หลังจากมาร่วมโครงการวันนี้ได้ความรู้ สามารถนำไปปรับใช้ในการปลูกกาแฟ และในระยะยาวและความต่อเนื่องในการปลูกกาแฟขึ้นอยู่กับเกษตรกรหากมีการรวมกลุ่มกันและร่วมกันพัฒนากาแฟขึ้นมามองว่าน่าจะประสบความสำเร็จซึ่งปัจจุบันราคายางตกต่ำคาดว่าในอีก 4 ปี คงจะได้รายได้จากผลผลิตกาแฟ

การอบรมให้ความรู้การเพาะปลูกและดูแลต้นกาแฟอะราบิก้า แก่กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รุ่นใหม่ (YCOT)ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากทีมวิทยากรของศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ มาให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ เกี่ยวกับการเพาะปลูกกาแฟอาราบิก้าด้วยเมล็ดพันธุ์อย่างถูกต้อง รวมถึงการดูแลรักษาต้นกาแฟอาราบิก้า ทั้งการให้น้ำ ให้ปุ๋ย การตกแต่งกิ่ง การกำจัดศัตรูและการป้องกันกำจัดโรคและแมลง นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการตัดแต่งต้นกาแฟอาร้าบิก้า การเก็บเกี่ยว การแปรรูปและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูป และช่องทางการตลาด ให้แก่กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ รุ่นใหม่ YCOT เพื่อนำความรู้ประสบการณ์ไปปรับใช้ในการปลูกกาแฟในพื้นที่ต่อไป

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ต้องหารับสารภาพแล้ว!! เหตุยิงป้อมชรบ. เสียชีวิต 15 ราย ทำหน้าที่เดินเท้า นำชุดก่อเหตุหลบหนี

รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าเหตุคนร้ายบุกยิง ถล่มป้อมชรบ. เสียชีวิต 15 ราย เผยผู้ต้องสงสัยรับสารภาพแล้ว เตรียมขยายผล-จ่อออกหมายจับเพิ่ม

วันที่ 13 พ.ย. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่จ.ยะลา เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายก่อเหตุยิงถล่มป้อมจุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย โดยมี พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี รองผบช.ภ.9 และ พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผบก.ภ.จว.ยะลา ให้การต้อนรับ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้ร่องรอยของหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุโดยรอบฐานชรบ. และจุดที่คนร้ายยิงถล่ม พร้อมทั้งตรวจความเสียหายภายในป้อมจุดตรวจ จากนั้น รอง ผบ.ตร. และคณะ ได้เข้าประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ที่ศูนย์ปฏิบัติการณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า

พล.ต.อ.สุวัฒน์ เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตรวจเปรียบเทียบ รวมทั้งได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก สำหรับหมายจับ ตอนนี้ 2 ราย แต่มีมากกว่านี้แน่นอน ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการ

ขณะที่ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ได้เปิดเผยผลซักถามของหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 นายมะอีซอ (ขอสงวนนามสกุล) ที่ถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับสารภาพว่า ร่วมก่อเหตุโจมตี จุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.ลำใหม่ เหตุเกิด 5 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. โดยทำหน้าที่เดินเท้านำชุดก่อเหตุหลบหนี

ผลซักถามเปิดเผยอีกว่า หลังเกิดเหตุเวลา 24.00 น. นายมะอีซอได้รอที่บริเวณถนน 409 รอยต่อ ต.ปากล่อ-ลำใหม่ พบชุดก่อเหตุประมาณ 20 คนเดินเป็นขบวน ตนเองได้เดินนำตัดข้ามถนนไปส่งที่ถนนในสวนยาง ซึ่งเป็นเส้นทางตามเส้นแดงในภาพ จากนั้นตนเองได้แยกกลับบ้าน โดยได้ชี้ยืนยันบุคคลที่อยู่ในชุดก่อเหตุ 3 คน ที่นำหน้าขบวนด้วย และยังให้การเพิ่มเติมว่า แกนนำระดับสั่งการจะมาพักอาศัยที่บ้านรอยต่อลำใหม่ ซึ่งก็เป็นเป้าหมาย 1 ตรวจค้น เมื่อ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา

ขอบคุณข้อมูล : southernreports

แม่ทัพภาค 4 – สั่งปรับแผนรับมือ กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่าได้สั่งปรับแผนการดูแลรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะหน่วยที่อ่อนแอ อส. ชรบ. ซึ่งยังคงเป็นเป้าหมายหลักของผู้ก่อเหตุรุนแรง หลังเกิดเหตุความรุนแรงในพื้นที่ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องในพื้นที่ร่วมกันดูแล

ขณะนี้ 118 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านสันติสุข หน่วยกำลังจรยุทธ์ได้เข้าดูแลพื้นที่ทั้งหมดแล้ว รีจิสเตอร์ใช้กฎหมายปกติ 2457 พี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้าน ช่วยสกรีนคนเข้าออกหมู่บ้าน ส่วนเจ้าหน้าที่ได้ปรับแผนเปลี่ยนเข้าพื้นที่แทนการประจำตามป้อม โดยเฉพาะทหารพรานจะไม่อยู่ตามป้อม อาจจะต้องจรยุทธ์ ให้เขาจับเป้าไม่ถูก เพื่อจะได้ตอบโต้กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างทันท่วงที

ส่วนจะมีการประกาศเคอร์ฟิวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่นั้น ย้ำ!!ยังไม่ประกาศ แต่หากจะมี ก็จะกำหนดกรอบเวลาให้สั้นที่สุด เพื่อผลต่อการสืบสวนสอบสวนและเป็นการห้ามเดินทางไปมาในช่วงที่กำลังติดตามผู้ก่อเหตุ เพราะหากเราไม่สามารถปิดพื้นที่ได้ ก็จะเกิดปัญหา ดังนั้นขอให้ทุกคนเข้าใจ

สำหรับความต้องการของพี่น้องประชาชน อันดับแรก คือ อยากให้รัฐบาลปราบยาเสพติด ซึ่งเราทำอยู่แล้ว และเรื่องยุติความรุนแรง เจ้าหน้าที่ก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ก็ต้องขอให้ประชาชนช่วยคนละไม้คนละมือด้วย.

ขอบคุณข้อมูล : southernreports

รอง ผบ.ตร. – ลงพื้นที่ ตามความคืบหน้า คดี 15 ศพ เผยผู้ต้องสงสัยรับสารภาพ เตรียมขยายผลจับกุมคนร้ายที่หลบหนี

( 13 พ.ค.62)  พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร.และคณะ ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี15 ศพ ที่ยะลา และได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุป้อมจุดตรวจ ชรบ.บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา โดยมี พล.ต.ต.ปิยวัฒน์ เฉลิมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พล.ต.ต.ปราบพาล มีมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ร่วมต้อนรับ

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ได้ชี้ร่องรอยของหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุ รอบๆฐาน ชรบ. และจุดที่คนร้ายยิงถล่ม พร้อมทั้งตรวจความเสียหายภายในป้อมจุดตรวจ จากนั้น ทาง รอง ผบ.ตร.และคณะ มีประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ที่ศูนย์ปฎิบัติการณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าที่

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร เปิดเผยว่า ความคืบหน้าของคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างเก็บข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตรวจเปรียบเทียบ รวมทั้งได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมาก สำหรับหมายจับ ตอนนี้ 2 ราย แต่มีมากกว่านี้แน่นอน ทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการ

ขณะที่ ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ได้เผย ผลซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 นายมะอีซอ เจ๊ะโซ๊ะ (ที่ถูกควบคุมตัว เมื่อวันที่ 9 พ.ย.62 ) รับสารภาพร่วมก่อเหตุโจมตี จุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.ลำใหม่ เหตุเกิด 5 พ.ย.62 เวลาประมาณ 23.00 น. “โดยตนเองทำหน้าที่เดินเท้านำชุดก่อเหตุหลบหนี (นายมะยาโก๊ะ ลาเต๊ะ แกนนำระดับสั่งการ เคลื่อน ไหวในพื้นที่ อ.ยะรัง อ.แม่ลาน อ.หนองจิก และ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี )โดยหลังเกิดเหตุประมาณเที่ยงคืนกว่า ได้รอที่บริเวณถนน 409 รอยต่อ ต.ปากล่อ/ ลำใหม่ พบชุดก่อเหตุประมาณ 20 คน เดินเป็นขบวนตนเองได้เดินนำตัดข้ามถนนไปส่งที่ถนนในสวนยาง(เส้นทางตามเส้นแดงในภาพ)จากนั้นตนเองได้แยกกลับบ้าน ได้ชี้ยืนยันบุคคลที่อยู่ในชุดก่อเหตุ จำนวน 3 คน ที่นำหน้าขบวน คือ 1.นายมะยาโก๊ะ ลาเต๊ะ 2.นายมะเด็ง สาเมาะ 3.นายอุสมาน ดือมอง “ คำให้การของมะอีซอ เจะโซ๊ะ ตำรวจชุดสอบสวน กล่าว

มะอีซอ ยังให้การเพิ่มเติมว่านายมะยาโก๊ะฯ จะมาพักอาศัยที่บ้านรอยต่อลำใหม่ของ น.ส.ปิย๊ะ หะมะ น้องสาว น.ส.ยาวานา หะมะ ภรรยาของนายมะยาโก๊ะฯ(เป้าหมาย 1 ตรวจค้น เมื่อ 9 พ.ย.62)

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews

องค์มนตรี -เป็นผู้แทนพระองค์ ลงพื้นที่ยะลา เยี่ยมให้กำลังใจ จนท.และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่

วันที่ 13พย.62 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยะลา เพื่อปฏิบัติภารกิจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ พร้อมประชุมติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยังกองร้อยทหารพรานที่ 3301 อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจจำนวน 30 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ จากนั้นเดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอยะหา จังหวัดยะลา ไปยังชุดคุ้มครองตำบลละแออำเภอยะหา จังหวัดยะลา เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทาน มอบแก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจ จำนวน 40 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และเดินทางต่อไปยังค่ายสิรินธร จ.ปัตตานี เพื่อประชุมรับฟังสรุปแนวโน้มและสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนในช่วงบ่ายพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้เดินทางไปยังวัดลำพะยา อำเภอเมืองจังหวัดยะลา เพื่อเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติภารกิจ และญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ จำนวน 20 ชุด เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และจะเดินทางไปยังชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ทางลุ่ม อำเภอเมืองยะลา เพื่อตรวจสภาพสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นเดินทางต่อไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ของตำบลลำพะยาที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จำนวน 6 ชุด ประกอบด้วย นางรอกายะห์ เจ๊ะโซ๊ะ 2.นายณรงค์ฤทธิ์ สิทธิพันธ์ 3.นายมะรอรี มะแซ 4.นายอาหาหมัด รัตนตัญญู 5.นางสายัน ปานทอง และ6.นายเนาวรัตน์ รัตนเสถียร และเดินทางต่อไปยังโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อร่วมประชุมติดตามผลการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังจังหวัดปัตตานีต่อไป

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews

องคมนตรี – เยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่นราธิวาส

เมื่อเวลา 08.25 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ไปเยี่ยมเป็นกำลังใจพร้อมกับอัญเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน ณ ฐานปฏิบัติการร้อยทหารพรานที่ 1106 อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส จำนวน 80 ชุด ในโอกาสนี้องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงความห่วงใย และทรงให้กำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกนายต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกันนี้ พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี ได้ถือโอกาสเดินเยี่ยมชมบริเวณเรือนนอนของเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน ที่พบว่ามีความเป็นอยู่ที่ดีและมีระเบียบ พร้อมมีมาตรการตอบโต้หากมีผู้บุกรุก

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเอกไพบูลย์ ไปเยี่ยมเป็นกำลังใจพร้อมกับอัญเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบให้แก่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพราน ณ ฐานปฏิบัติการร้อยทหารพรานที่ 4601 อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส จำนวน 60 ชุด ในโอกาสนี้องคมนตรี ได้เชิญพระราชกระแสทรงความห่วงใย และทรงให้กำลังใจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปกล่าวกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกนายต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้เช่นกัน

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews