“ของขวัญจากไอ่ไข่”

ขอกราบอนุโมทนาบุญกับ พระครู สุจิตรัตนากร ด๊อกเตอร์ เจ้าคณะอำเภอหนองเสือ พร้อมด้วยสมุห์ อำนวย โชติปัญโย เจ้าอาวาสวัดโปรยฝน คลอง11 หนองเสือ จ.ปทุมธานี ที่มอบของขวัญมาให้​ บิณฑ์​ฯ และ มูลนิธิร่วมกตัญญ ผ่านน้าต๊อกปทุม 07 นำมามอบให้กับเด็กๆลูกหลานของผู้ประสบภัย

เป็นของเล่นเด็กและชุดเครื่องแบบทหารเด็ก จำนวน​ 1​ คันรถ ที่เป็นของผู้ที่ประสพความสำเร็จจากการบนบานขอพรจากรูปเหมือนไอ่ไข่เด็กวัดเจดี ที่ทางวัดโปรยฝน​ นำมาให้ประชาชนที่ศรัทธา กราบไหว้ขอพร และประสพผลสำเร็จ จึงนำของสิ่งนี้มาถวายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเด็กๆที่ได่รับต่างแสดงความดีใจกันมากมาย​ และพระครูฯ​ บอกว่าจะนำส่งมอบผ่าน น้าต๊อกปทุม07 มาให้อีกครั้งตอนที่ทีม​ บิณฑ์ฯ และ มูลนิธิร่วมกตัญญู กลับไปจังหวัดอุบลราชธานี​ ขอบกราบอนุโมนาบบุญนี้ด้วยกันครับ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.1 – รวบสาวไทยเครือข่ายแก๊งหลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติและจับหนุ่มต่างด้าวลักลอบทำงานนวดสปา

ตม.1 รวบสาวไทยเครือข่ายแก๊งหลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติและจับหนุ่มต่างด้าวหล่อล่ำลักลอบทำงานนวดสปาหาลูกค้าออนไลน์ แฝงมั่วสุมเซ็กส์และเสพยา

วันนี้​ วันพุธที่ 6 พ.ย.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผบช.สตม.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล​ รองผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมชุดสืบสวน ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับ ดังนี้

คดีที่ 1 ตม.1 รวบสาวไทยเครือข่ายแก๊งหลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติ

พล.ต.ต.ปิติฯ​ กล่าวว่า​ เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม สาวไทยเครือข่ายแก๊งค์หลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์หลอกลวง ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1592/2562 ลงวันที่ 24 ต.ค.62​ ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ผู้ที่ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้าค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสด”

พล.ต.ต.ปิติฯ​ กล่าวอีกว่า​ การจับกุมในคดีนี้เกิดจากการสืบสวนและประสานข้อมูลของเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 และสน.พญาไท ทำให้ทราบว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.62 ผู้เสียหายได้รับจดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นการแจ้งเตือนว่า ข้อมูลธนาคาร​ หรือแอพพลิเคชั่นธนาคารของท่านถูกเข้าใช้งาน หากท่านไม่ได้เข้าใช้งานให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน โดยกดลิ้งแอดเดรสที่แนบมา พร้อมกรอกข้อมูล เลขบัตรเดบิต รหัสผ่านสำหรับกดเงินสด​ (Password) เลขบัตรประชาชน 13 หลัก และรหัสลับการทำธุรกรรม​ (OTP)

จากนั้นผู้เสียหายได้เข้าใช้งานแอพพลิเคชั่นอินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง แล้วตรวจสอบพบว่ามีการโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายไปยังบัญชีธนาคารอื่น 5 บัญชี รวมมูลค่าความเสียหาย 1,000,000 บาท​ (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกกลุ่มคนร้ายหลอกลวงเอาข้อมูลธนาคารไปใช้​ และได้ไปซึ่งทรัพย์สินโดยทุจริต จากการตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงิน พบหลักฐานการโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหายไปยังบัญชีธนาคารของกลุ่มคนร้ายจำนวน 6 ราย โดยเงินที่ถูกโอนจากบัญชีของผู้เสียหายจำนวน 1,000,000 บาท ได้พบว่าถูกกดถอนออกจากบัญชีที่ประเทศมาเลเซีย และยังได้ตรวจสอบพบอีกว่า ข้อมูลการทำธุรกรรมการโอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหายดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์โดยมีที่อยู่ตนทาง​ (IP Address) ที่ประเทศมาเลเซีย

โดยคดีนี้ ผู้ต้องหาที่ 6 เป็นเจ้าของบัญชีธนาคารที่รับโอนเงินจากผู้ต้องหาที่ 1 จำนวน 180,000 บาท ผ่านระบบ Internet Banking และเงินจำนวนนี้ถูกกดออกจากบัญชีที่ประเทศมาเลเซีย โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมสมาชิกแก๊งค์นี้ได้แล้ว จำนวน 3 ราย และออกหมายจับไว้แล้วอีก 3 ราย ต่อมาจากการประสานและตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบว่า ผู้ต้องหาที่ 6 สาวไทยซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์หลอกลวงทำธุรกรรมออนไลน์โอนเงินข้ามชาติเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลอาญา ที่ยังไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ได้หลบเข้ามาพักอาศัยอยู่ที่ชุมชนเทพทวี ซอย 8 ถนนลาดพร้าว 101 แยก 42 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้วางแผน ออกสืบสวน หาข่าว และแฝงตัวเข้าตรวจสอบบริเวณที่พักดังกล่าว จนแน่ชัด​พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวและเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องที่ 6 ได้สำเร็จ แล้วได้ส่งตัวผู้ต้องหาที่ 6 ให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

พล.ต.ต.ปิติฯ​ ขอให้ประชาชนทั่วไปได้โปรดพึงระมัดระวังในการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบออนไลน์ช่องทางต่างๆในปัจจุบันซึ่งมีอยู่หลากหลายวิธี ในปัจจุบันกลุ่มอาชญากรได้อาศัยช่องโหว่ของช่องทางเหล่านี้สร้างวิธีการหลอกลวงฉ้อโกงประชาชนโดยมีการกระทำผิดในลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย กระทำการผ่านขั้นตอนทางเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ยากต่อการตรวจสอบ ติดตามจับกุม แต่การหลอกลวงด้วยวิธีการเหล่านี้จะไม่สำเร็จได้เลยหากผู้ทำธุรกรรมออนไลน์มีความละเอีดรอบคอบและระมัดระวัง

ส่วนคดีที่ 2 ตม.1​ จับหนุ่มต่างด้าวหล่อล่ำลักลอบทำงานนวดสปาหาลูกค้าออนไลน์ แฝงมั่วสุมเซ็กส์และเสพยา

พ.ต.อ.ชัชวาลย์ฯ​ กล่าว​ว่า​ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้สืบทราบข้อมูลจากสื่อโซเชียลว่ามีร้านนวดสปาสำหรับผู้ชาย ตั้งอยู่บริเวณซอยสวนพลู ถนนสาทรใต้ เขตสาทร กรุงเทพฯ เปิดให้บริการกับบุคคลทั่วไปและมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลหลายช่องทาง โดยทางร้านได้มีการเปิดเว็ปไซด์เพื่อบอกที่ตั้งร้าน หมายเลขโทรศัพท์ PR ประจำร้าน เพื่อนัดหมายเวลาเข้าไปใช้บริการ​ โดยมีการโฆษณาบริการของทางร้าน​ และมีการลงรูปซึ่งอ้างว่า เป็นพนักงานนวดของทางร้านกว่า 60 คน ภาพถ่ายพนักงานส่วนใหญ่ไม่สวมเสื้อ เผยสรีระท่อนบนทั้งหมด และพนักงานนวดบางคนสวมกางเกงในเพียงตัวเดียว

ซึ่งจากการสังเกตุของเจ้าหน้าที่เห็นว่าพนักงานบางคนมีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายคนต่างด้าว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้จัดกำลังแฝงตัวเข้าไปสืบสวนหาข่าว จนทราบว่าร้านนวดสปาดังกล่าวใช้พนักงานนวดทั้งหมดเป็นผู้ชาย ทั้งคนไทย​ และคนต่างด้าว ทุกคนผ่านการคัดเลือกว่าต้องรูปร่างและหน้าตาดีเพื่อเป็นการดึงดูดลูกค้าให้สนใจมาใช้บริการ ส่วนการให้บริการนวดสปาให้บริการทั้งลูกค้าชายและหญิง​ ในห้องนวดที่หรูหราและเป็นส่วนตัว

พ.ต.อ.ชัชวาลย์ฯ​ กล่าวอีกว่า​ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบร้านนวดสปาดังกล่าว พบว่า บริเวณภายนอกอาคารมีการจัดทำสวนหย่อม น้ำพุ สถานที่ออกกำลังกาย และที่สำหรับพักรอของลูกค้าที่มาใช้บริการ ส่วนภายในอาคารจะพบกับบาร์ และพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม และมีห้องกระจกสูงยาวต่อไปถึงชั้น 2 ของอาคาร ภายในห้องกระจกมีพนักงานนวดชายกว่า 20 คน ส่วนใหญ่ไม่สวมเสื้อนั่งรอให้ลูกค้าเรียกเพื่อไปให้บริการนวด และมีการแยกห้องนวดเป็นห้องเล็กมากกว่า 20 ห้อง จากการตรวจสอบพบพนักงานที่เป็นคนต่างด้าวและคนไทยที่กระทำความผิด จำนวน 9 ราย ในความผิดดังต่อไปนี้

ผู้ถูกจับที่ 1 สัญชาติเมียนมา ข้อหา “เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต”
ผู้ถูกจับที่ 2–4 สัญชาติเมียนมา ข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือสิทธิจะทำได้”
ผู้ถูกจับที่ 5 สัญชาติเมียนมา และผู้ต้องหาที่ 6 สัญชาติกัมพูชา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต”
ผู้ถูกจับที่ 7–9 (คนไทย) “เสพสารเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า)”

นอกจากนี้ภายในร้านสปาดังกล่าว ยังพบว่ามีการขายถุงยางอนามัย และสารหล่อลื่น ไว้ให้บริการกับลูกค้าที่มาใช้บริการด้วย ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ต้องหาให้ผู้ถูกจับ ทั้ง 9 ราย ทราบ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ถูกจับที่ 1–6 ส่งพนักงานสอบสวน บก.สส.สตม.และนำผู้ถูกจับที่ 7–9 ส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งมหาเมฆ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ชัชวาลย์ฯ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้​ท่านว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“บก.ทัพไทย” จัดโครงการ “ธงน้ำเงิน” นำของดีและของอร่อย จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มาจำหน่ายในราคาถูกให้แก่กำลังพลและประชาชน

6 พ.ย.-พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ตรวจเยี่ยมการจัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัด ตามโครงการจำหน่าย “สินค้าธงน้ำเงิน” ของกองบัญชาการกองทัพไทย ประจำเดือน พฤศจิกายน 2562 ณ สโมสรกองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

สำหรับโครงการ “สินค้าธงน้ำเงิน” มีหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหน่วยรับผิดชอบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันพุธแรกของเดือน ในบริเวณกองบัญชาการกองทัพไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อ นำของดีและของอร่อย จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ มาจำหน่ายในราคาถูกให้แก่กำลังพลและประชาชนในบริเวณใกล้เคียง โดยมีผู้ค้าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาจำหน่ายสินค้าจากสำนักงานพัฒนาภาค 1-5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นการเปิดโอกาสให้เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ได้นำสินค้าในท้องถิ่น ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละภูมิภาค รวมถึงสินค้าจากกลุ่มอาชีพที่หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาให้การสนับสนุนและส่งเสริม มาจำหน่ายในราคาถูกเพื่อส่งเสริมและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นให้ได้เป็นที่รู้จักและมีโอกาสด้านการตลาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะสามารถเผยแพร่ความเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อันจะเป็นการสร้างความอยู่ดีมีสุขให้เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ต่อไป

///////////

มุกดาหาร # กกล.สุรศักดิ์มนตรี ปฏิบัติการ ปิดล้อมตรวจค้น บ้านเป้าหมายแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติด ยานรก

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 เวลา 09.00 น. ร้อย.ทพ.2110 จัด กำลังพล ร่วมกับ มว.คทร.ที่ 3 กกล.สุรศักดิ์มนตรี เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติด ของกลุ่มวัยรุ่น บริเวณบ้านเลขที่ 34/1 บ.ท่าไคร้ ม.6 ต.นาสีนวล อ.เมือง จว.มุกดาหาร พิกัด VD 833182 ผลการปิดล้อมตรวจค้น ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ผลการตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย ผลเป็นบวก พร้อมอุปกรณ์การเสพ เจ้าหน้าที่สอบถามชื่อ

  1. นายธนวัฒน์ โคตรสขึง อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 34/1 ม.6 บ.ท่ไคร้ ต.นาสีนวล อ.เมือง จว.มุกดาหาร( ผลปัสสาวะเป็นบวก )
  2. นายสุชาติ โคตรสขึง อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 36 ม.6 บ.ท่าไคร้ ต.นาสีนวล อ.เมือง จว.มุกดาหาร ( ผลปัสสาวะเป็นบวก )
  3. นายสมศักดิ์ โคตรสขึง อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 1 ม.6 บ.ท่าไคร้ ต.นาสีนวล อ.เมือง จว.มุกดาหาร (ผลปัสสาวะเป็นบวก) พร้อมของกลางอุปกรณ์การเสพยาเสพติดจำนวนหนึ่ง

เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาทั้งหมด พร้อมของกลางนำมาที่ บก.ร้อย.ทพ.2110 ฯ เพื่อสอบสวนและขยายผล พร้อมนำส่งตัว/ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป .


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-6259-777

มุกดาหาร # กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 4,033 เม็ด พื้นที่ จ.บึงกาฬ

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 62 เวลา 04.00 น. กกล.สุรศักดิ์มนตรี โดย ร้อย.คทร.ที่ 2 บก.ควบคุมที่ 2 จัดกำลังพล ซุ่ม/เฝ้าตรวจ บริเวณพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.เหล่าดอกไม้ ม.9 ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ จนกระทั่งเวลา 05.00 น. พบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว และได้โยนวัตถุบางอย่างขึ้นมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง แล้วแล่นเรือออกไป เจ้าหน้าที่จึงซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าวจนถึงเวลา 09.00 น. ไม่มีบุคคลมาแสดงตัวบริเวณดังกล่าว จึงได้ทำการเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว ผลการปฏิบัติพบก้อนวัตถุสีดำ ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 3 เมตร จากการตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้า จำนวน 4,030 เม็ด (ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งผิวเรียบ อีกด้านประทับอักษรภาษาอังกฤษ WY สีแดง 3,990 เม็ด และเขียว 40 เม็ด) บรรจุในถุงพลาสติกแบบกดปิด – ดึงเปิดสีน้ำเงิน 16 ถุง และสีชมพูประทับอักษรภาษาอังกฤษ A จำนวน 4 ถุง แบ่งบรรจุเป็น 2 มัด ๆ ละ 10 ถุง แต่ละมัดห่อด้วยกระดาษซับมันสีขาวห่อด้วยพลาสติกสีใส ห่อมัดยาบ้าทั้ง 2 มัดด้วยเทปกาวสีเหลือง ห่อด้วยกระดาษไขสีครีม และพันรอบเป็นก้อนด้วยเทปกาวสีดำ ของกลางนำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

จนกระทั่งเวลา 05.00 น. พบเรือกีบติดเครื่องยนต์แล่นมาจากฝั่ง สปป.ลาว และได้โยนวัตถุบางอย่างขึ้นมายังริมฝั่งแม่น้ำโขง แล้วแล่นเรือออกไป เจ้าหน้าที่จึงซุ่มอยู่บริเวณดังกล่าวจนถึงเวลา 09.00 น. ไม่มีบุคคลมาแสดงตัวบริเวณดังกล่าว จึงได้ทำการเข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว

ผลการปฏิบัติพบก้อนวัตถุสีดำ ห่างจากริมฝั่งแม่น้ำโขงประมาณ 3 เมตร จากการตรวจสอบพบว่าเป็นยาบ้า จำนวน 4,030 เม็ด (ลักษณะกลมแบนด้านหนึ่งผิวเรียบ อีกด้านประทับอักษรภาษาอังกฤษ WY สีแดง 3,990 เม็ด และเขียว 40 เม็ด) บรรจุในถุงพลาสติกแบบกดปิด – ดึงเปิดสีน้ำเงิน 16 ถุง และสีชมพูประทับอักษรภาษาอังกฤษ A จำนวน 4 ถุง แบ่งบรรจุเป็น 2 มัด ๆ ละ 10 ถุง แต่ละมัดห่อด้วยกระดาษซับมันสีขาวห่อด้วยพลาสติกสีใส ห่อมัดยาบ้าทั้ง 2 มัดด้วยเทปกาวสีเหลือง ห่อด้วยกระดาษไขสีครีม และพันรอบเป็นก้อนด้วยเทปกาวสีดำ ของกลางนำส่ง สภ.เหล่าหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// T-092-5259-777

ยะลา – เพิ่มเติมจากเหตุการณ์ถล่มป้อม ชรบ ลำพะยา รายชื่อ 15 ศพพลีชีพ และบาดเจ็บ เหตุถล่มป้อม ชรบ.

ยะลา– รายชื่อ 15 ศพพลีชีพ และบาดเจ็บ เหตุถล่มป้อม ชรบ.

ผู้ได้รับบาดเจ็บ

  1. นายนรงค์ฤทธิ์  สิทธิพันธ์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย] (อรบ.) อายุ 50 ปี หูอื้อ เเน่นหน้าอก
  2. นายเนาวรัตน์   รัตนเสถียร สมาชิก อบต.(ชรบ.) โดนยิงที่หลังทะลุท้อง กำลังให้เลือด
  3. นายมะรอซี  มะแซ ผช.ผญบ. โดนยิงที่ขา บริเวณก้น
  4. สายัน ปานทอง อายุ 60 ปี โดนยิงเข้าที่ท้องเเละต้นขาขวา กำลังให้เลือด
  5. นายอาหาหมัด รัตนตัญญู อายุ 52ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย สะเก็ดระเบิด ข้อศอกซ้าย(ทำงานรับจ้างกรีดยางมากับน้องสาวที่เสียชีวิต)

ผู้เสียชีวิต

  1. นายเนตร จอมทอง ( ผช.ผญบ. )
  2. นายบรรจบ ทองกลิ่น (ชรบ.)
  3. นายธวัชชัย สุพงษ์
  4. นาย พูลสวัส พูลเเก้ว เเพทย์ประจำตำบล ชรบ.
  5. นายฉลอง ทองงาม อดีตกำนัน(อรบ.)
  6. นายสุนทร ยอดแก้ว อดีต ผช.กำนัน (ชรบ.)
  7. นาง รัชนก ยอดแก้ว (อรบ.)
  8. นายวิรัตน์ เพ็ชรปล่อง ผช.กำนัน คนปัจจุบัน
  9. นางสาว นัยนา โพธิ์เตียเที่ยม (ชรบ.)
  10. นายซัมซามี สามะ
  11. ร.ต.อ. พยุง คินขุนทด (ตร.สภ.ลำใหม่)
  12. ชื่อเล่น อ๊อด (ผช.ผญบ.ป่าไร่)
  13. ชื่อเล่น อ๊ะ ( ผู้หญิง ) รอตรวจสอบชื่อจริง
  14. ชื่อเล่น ยัน (ผู้ชาย) รอตรวจสอบชื่อจริง
  15. มากับ ร.ต.อ.พยุงฯ ไม่ทราบชื่อ (ผู้หญิง ) รอตรวจสอบชื่อ

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดขายแดนภาคใต้

# สำนักข่าวความมั่นคง

ด่วน !!!พลีชีพ 15 ราย – คืบหน้าคนร้ายยิงถล่มจุดตรวจ ชรบ.ต.ลำพะยา เมืองยะลา

ยะลา – คนร้ายไม่ทราบจำนวนยิงถล่มป้อม ชรบ.ตำบลลำพะยา อ.เมืองยะลา เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 11 ราย ที่ รพ.ยะลาอีก 3 ราย รวม 15 ราย พร้อมปล้นอาวุธปืนหลบหนีอีก ยังไม่ทราบจำนวน

จากกรณีคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มจุดตรวจ ชรบ.ต.ลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เมื่อเวลาประมาณ 22.20 น.วานนี้นั้น หลังเกิดเหตุอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ ทั้งกู้ภัยลำพะยา กู้ภัยพร่อน กู้ภัยแม่กอเหนี่ยว และกู้ภัยแม่ทับทิม ได้เดินทางเข้าที่เกิดเหตุ เพื่อรับตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา แต่ระหว่างทางรถกู้ภัยได้ถูกตะปูเรือใบ ได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน

ด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมให้กู้ภัยนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลยะลา พร้อมทั้งปิดกั้นเส้นทางในรัศมีใกล้เคียงที่เกิดเหตุ เพื่อสกัดกั้นกลุ่มคนร้าย และได้เข้าตรวจสอบป้อมจุดตรวจ ชรบ.หมู่ที่ 4 ต.ลำพะยา ภายในหมู่บ้าน พบผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นชาวบ้าน และ ชรบ.ทั้งหมด จำนวน 11 ราย สภาพศพถูกยิงนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป้อมจุดตรวจ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้พบเห็น และต่อมาทราบว่ามีผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพิ่มอีก 3 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต จำนวน 15 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 3-4 ราย

ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังได้รับแจ้งทางวิทยุอย่างต่อเนื่องว่า กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ ทั้งลอบวางเพลิงเผายางรถยนต์บนเส้นทางที่หลบหนี และวางระเบิดอีกจำนวน 1 จุด เพื่อเป็นการสกัดกั้นการเข้าให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา ได้เข้าเวรประจำป้อมจุดตรวจ และได้ถูกกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวน ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน ได้อาศัยความมืดเดินเท้าเข้ามาในสวนยางพาราใกล้เคียง ก่อนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงถล่มใส่จุดตรวจจนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต โดยหลังเกิดเหตุ ยังพบว่าคนร้ายได้ปล้นเอาอาวุธปืนลูกซองของ ชรบ. และอาวุธปืนพกสั้นประจำกายของผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปด้วย

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้.

#สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้บริหาร ศอ.บต. -ร่วมต้อนรับคณาจารย์ จากสถาบันพัฒนา อัน-นาส

ผู้บริหาร ศอ.บต. ร่วมต้อนรับคณาจารย์ จากสถาบันพัฒนาบุคลากร อัน-นาส ร่วมรือและแนะนำสถาบันฯ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนา จชต. ด้านพหุวัฒนธรรม – ชมรมสื่อมวลชนเพื่อสันติ

(4 พฤศจิกายน 2562) เวลา 14.00 น.  ที่ห้องประชุมเจริญจิตต์ ณ สงขลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายบุญธรรม มุณีกาญจน์  ผู้ช่วยเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วย นายธีรวิทย์  เฑียรฆโรจน์  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาเจ้าหน้าที่ของรัฐฝ่ายพลเรือนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ ศอ.บต. ร่วมต้อนรับคณะอาจารย์จากสถาบันพัฒนาบุคลากร อัน-นาส ในโอกาสพบปะร่วมประชุมหารือและแนะนำสถาบันฯ โดยมี อาจารย์เฉลิม ผ่องใส่  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากร อัน-นาส นำคณะเข้าร่วมในครั้งนี้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอภารกิจงาน วิสัยทัศน์ และพันธกิจของสถาบันให้เป็นที่รู้จักถึงบาบาทภารกิจงานที่มีความสอดคล้องกับงานด้านการพัฒนาพื้นที่ จชต.ด้านศาสนาและพหุวัฒนธรรม

ด้าน นายบุญธรรม มุณีกาญจน์  ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.ได้กล่าวต้อนรับคณะจากสถาบันพัฒนาบุคลากร อัน-นาส ว่า ทางศอ.บต.รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางสถาบันฯ ได้ร่วมพบปะประชุมและแนะนำสถาบันในครั้งนี้ ซึ่งภารกิจงานการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มี 2 ส่วน คือ งานด้านความมั่นคง โดยมี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และด้านการพัฒนา เป็นภารกิจของศอ.บต.โดยการพัฒนาบุคลากรในทุกๆมิติ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ สถาบันพัฒนาบุคลากร อัน-นาส มีผู้เชี่ยวชาญด้านพหุวัฒนธรรมซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีบทบาทในการร่วมกันขับเคลื่อนบุคลากรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางการแก้ไขปัญหาและพัฒนา จชต.ในหลายๆ มิติอีกด้วย

ทั้งนี้  อาจารย์เฉลิม ผ่องใส่  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากร อัน-นาส ได้กล่าวถึงบทบาทภารกิจของของสถาบันฯ ว่า สถาบันพัฒนาบุคลากร อัน-นาส เป็นสถาบันฯ ที่ดำเนินกิจกรรมด้านการอบรมบุคลากรต่างๆ ทั้งครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา บุคลากรทางศาสนาอิสลาม และบุคลากรในองค์กรที่ต้องการพัฒนาตนเอง โดยมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเพราะด้านต่างๆ  ซึ่งสถาบันฯ มีแนวทางยุทธศาสตร์ในการส่งเสริมศาสนา มีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออุปถัมภ์ศาสนาต่างๆ ในประเทศไทยให้มีบทบาทในการสร้างคนดี สังคมดี  เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจในกิจกรรมศาสนา เพื่อใช้เป็นพลังศรัธททธาทางศาสนาในการสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนต่อไป

///////////////////////////////////////

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews

ฮือฮา !! พบ น้ำตก แห่งใหม่ ท่ามกลางธรรมชาติ ในพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ตามเส้นทางพบดอกบัวผุด ผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่ง

content/uploads/2019/11/594555833.821145.mp4

(4พ.ย.62) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากกลุ่มเยาวชนบ้านนากอ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ว่า มีการค้นพบน้ำตกแห่งใหม่ มีความสวยงามท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำปัตตานี ที่ไหลหล่อเลี้ยงชาวบ้านในพื้นที่ ได้ใช้อุปโภค บริโภค และทำการเกษตร ทีมข่าว เบตงนิวส์ ไม่รอช้า ลุยเลย งานนี้  ซึ่งน้ำตกที่พบใหม่นี้ อยู่ห่างจากบ่อน้ำร้อนบ้านนากอประมาณ 1 กิโลเมตร อยู่ห่างจากทะเลหมอกอัยเยอร์เวง ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของอำเภอเบตง ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวชมความงามของทะเลหมอกยามเช้าจำนวนมาก ประมาณ 18 กิโลเมตร

นายมะอิดรัน มามะ ประธานกลุ่มเยาวชนหมู่บ้านนากอ พร้อมสมาชิก ได้นำไปสำรวจน้ำตกดังกล่าว ซึ่งในช่วงหน้าฝนนี้ การเดินทางค่อนข้างจะลำบาก รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึง จำเป็นต้องใช้รถจักรยานยนต์ของชาวบ้านลัดเลาะไปตามสวนยาง สวนผลไม้ ผ่านเส้นทางเชิงเขากว่า 2 กิโลเมตร. จากนั้นต้องเดินเท้าตามเส้นทางธรรมชาติเข้าไปอีกราว 1 กิโลเมตร ก็จะพบลำธารน้ำใสไหลผ่าน ตามสองข้างทางจะมีพันธุ์ไม้ป่านานาชนิดให้ได้ดูชมจนทำให้เพลิดเพลิน ก่อนที่จะถึงน้ำตกประมาณ 500 เมตร ยังพบดอกบัวผุด ที่ยังไม่บานโผล่ขึ้นมาจากดินตามรากของเถาวัลย์ คาดว่าจะออกดอกบานในเดือนธันวาคมนี้ และทันทีที่เข้าไปถึงน้ำตก ทุกคนถึงกับหายเหนื่อย เมื่อพบกับน้ำตกแห่งใหม่ ลักษณะสวยงามมีความเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไหลหลากลงมาจากหน้าผา ความสูงประมาณ 30 เมตร ได้ยินเสียงสายน้ำตกกระทบพื้นด้านล่างตลอดเวลา พร้อมสัมผัสละอองน้ำและลำธารเย็น ๆ ของน้ำตก ท่ามกลางหมู่มวลแมกไม้ที่เขียวขจีต้อนรับผู้มาเยือนได้หายเหนื่อย

นายมะอิดรัน มามะ เปิดเผยว่า ได้มาหาปลาตามลำธาร และพบว่ามีน้ำตกดังกล่าว ในอนาคตอันใกล้นี้ ทางชุมชนบ้านนากอเตรียมผลักดันน้ำตกแห่งใหม่ เข้าสู่โครงการชุมชนท่องเที่ยว โอทอป นวัตวิถี เพื่อส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยเน้นความเป็นธรรมชาติดังเดิม และคงความเป็นเอกลักษณ์ ของเส้นทางสายดังกล่าว

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews ทีมข่าว BETONG NEWS รายงาน…

เยาวชนโครงการ “เพาะกล้าน้อย ร้อยผืนป่า 12 สิงหามหามงคล” และเยาวชนโครงการ “ สานใจไทย สู่ใจใต้ ” ร่วมค่ายศิลปะกับธรรมชาติ

นายประยงค์ ประทุมวัน ผู้อำนวยการโรงเรียนปากช่อง โรงเรียนปากช่อง เปิดเผยว่า หอศิลปะและวัฒนธรรม และกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียนปากช่อง เป็นศูนย์ประสานงานโครงการสานใจไทยสูใจใต้มูลนิธิรัฐบุรุษ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิพิทักษ์อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ กระทรวงศึกษาธิการ จัดกิจกรรมวาดภาพธรรมชาติหรือจินตนาการประกวดวาดภาพ การแลกเปลี่ยนโดยแสดงวัฒนธรรมระหว่างเยาวชนโครงการ เปิดโลกการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

อพวช.โดยฯพณฯ องคมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ รักษาการประธานองคมนตรี ประธานกล่าวเปิดโครงการค่ายสิ่งแวดล้อม/บรรยายพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่ กล่าวรายงาน วัตถุประ สงค์ จัดกิจกรรมวิจัยธรรมชาติ/ส่องสัตว์ ศึกษาชีวิตสัตว์ป่า ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

กิจกรรมเวิร์คช็อปศิลปะครั้งนี้ มีครูศิลปะ ศิลปิน เยาวชนศิลปิน เครือข่ายโคราชเมืองศิลปะ เครือข่ายสานใจไทย เป็นวิทยากร มีเยาวชนโครงการ “เพราะกล้าน้อย ร้อยผืนป่า 12 สิงหามหามงคล ” จากโรงเรียนเขาใหญ่พิทยาคมและโรงเรียนบ้านท่าช้าง จำนวน 100 คน คณะเยาวชน “ สานใจไทย สู่ใจใต้ ” จำนวน 340 คน จาก 5 จังหวัดชายแดน ภาคใต้ (สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี) นายกิตติภูมิ ผลวิเศษสิทธิ์ นางนภัสสร ผลวิเศษสิทธิ์ นายสมพุด เกตขจร ครูวิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ นางสาววันวิสาข์ เตียวเจริญ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนนางรองพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 (บุรีรัมย์) เข้าร่วมกิจกรรม

ขอบคุณข้อมูล : talknewsonline