ตม.1 จัดกำลังดูแลอาชญากรรมช่วงเทศกาลลอยกระทง

วันที่​ 11 พ.ย.62​ เวลาประมาณ 18.00 น. : พล.ต.ต. ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 ได้สั่งการให้​ พ.ต.อ.เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1 และ​ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สืบสวน บก.ตม.1​ พร้อมข้าราชการตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร่วมพิธีปล่อยแถวระดมป้องกันปราบปรามอาชญากรรม​ ณ สวนสันติชัยปราการ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ​ และลงพื้นที่ตรวจระวังป้องกันเหตุเพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในช่วงเทศกาลลอยกระทงประจำปี 2562

ในสถานที่ที่มีการจัดงานประเพณีลอยกระทง​ จุดที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ทางด้านพ.ต.อ.เจนกมล คำนวลรองผบก.ตม.1 และพ.ต.อ. ชัชวาล ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันเปิดเผยว่า พื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นพื้นที่รับผิดชอบของ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 และวันนี้เป็นวันในเทศกาลลอยกระทง ซึ่งเป็นวันสำคัญของชาติวันหนึ่ง เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ผ่านมาของประเทศไทยจึงมีความห่วงใยนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและชาวไทย ที่มาเที่ยวในงานเทศกาลลอยกระทงซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรมที่สวยงามของประเทศไทยจึงทำการนำกำลังชุดสืบสวนปราบปราม และรถอัจฉริยะตรวจการณ์ BMW ไฮเทคไปเพื่อ ป้องกันและปราบปรามและตรวจสอบข้อมูล บุคคลที่เฝ้าระวังและต้องสงสัย

โดยรถตรวจการณ์อ้จฉริยดังกล่าว มีระบบเทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งกล้องจับภาพรวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในการเช็คข้อมูล แบบเรียลไทม์ เพื่อเชื่อมต่อไปยัง ประวัติของบุคคลต่างๆที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ตลอดจนเชื่อมต่อกับหน่วยอื่นเพื่อเช็ค ทะเบียนรถเเละยี่ห้อรถต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ต้องสงสัยหรืออยู่ตามจุดต่างๆ ในงานเทศกาลลอยกระทงที่จัดขึ้น ว่าถูกต้องและเสี่ยงต่อความปลอดภัยหรือไม่

โดยเป็นไปตามสั่งการของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์สุบรรณ ณ อยุธยา​ รองผบช.ต​ชด. (ปฏิบัติราชการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง)​ และ พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1 ซึ่งสั่งการให้เข้มงวดกวดขันในการตรวจตราดูแลความสงบสุขของชาวไทยและเทศ โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพุทธศักราช 2522 และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

หากประชาชนหรือผู้ใด พบการกระทำความผิดหรือต้องการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดของชาวต่างชาติหรือที่เกี่ยวข้องกับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองหมายเลข 1178 หรือแจ้งได้ที่ที่ทำการของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ได้ทันที หรือ เข้าเว็บไซต์ได้ที่gogle พิมม์ชื่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือพิมพ์คำว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ดูข้อมูลรายละเอียดได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รอง ผบช.น. – ออกตรวจ​จุด​ ด่านตรวจป้องกันกวดขันการแข่งรถพร้อมให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

วันที่​ 12 พ.ย.62 เวลา 01.10 น.​ : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.ออกตรวจ​จุด​ ด่านตรวจป้องกันกวดขันการแข่งรถในทาง ตามแผนปฏิบัติการ สน.บุคคโล ณ ซอยตากสิน 37​ พบ พ.ต.ท.สันติชัย หนูทอง รอง ผกก.ป.สน.บุคคโล, พ.ต.ท.ศุภกร กัณทาลักษณ์ สวป.สน. บุคคโล พร้อมกำลัง 8 นาย โดยรายงานเหตุการณ์ปกติ​ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สอบถาม ให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

ต่ามาเวลา 01.20 น.พล.ต.ต.ปิยะฯ มาตรวจจุด ตรวจด่าน ป้องกันกวดขันการแข่งรถในทาง ตามแผนปฏิบัติการ สน.บางมด ณ จุดโพธิ์ทอง​ พบ พ.ต.ท.อรรถพล ดารก สว.จร.สน.บางมด พร้อมกำลัง 5 นาย โดยรายงานเหตุการณ์ปกติ​ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สอบถาม ให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

หลังจากนั้นเวลา 02.30 น.พล.ต.ต.ปิยะฯ​ เดินทางมาตรวจจุด ตรวจด่าน ป้องกันกวดขันการแข่งรถในทาง ตามแผนปฏิบัติการ สน.ท่าเรือ,สน.บางนา และ สน.พระโขนง​ ตามลำดับ​ พบ พ.ต.ท.สุรศักดิ์ ลาวัณย์วิสุทธ์ รอง ผกก.ป.สน.พระโขนง และพ.ต.ต.วัฒนา โสดา สวป. สน. บางนา พร้อมกำลัง 9 นาย โดยรายงานเหตุการณ์ปกติ​ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ สอบถาม ให้กำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.กาญจนบุรี​ – สุดเจ๋ง บูรณาการรวบพม่า หนีหมายจับ ซุกใจกลางกรุงประเทศไทย

วันนี้ วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.ภาส ศิริสุขะ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.สำราญ​ กลั่นมา​ ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวน ตม.จ. กาญจนบุรี บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับ ดังนี้

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ ได้รับคำสั่งการจาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. (ปป) ให้ดำเนินการติดตามตัว นาย Soe Htun ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาต้องการตัว จากการตรวจสอบข้อมูลของนาย Soe Htun บุคคลตามหมายจับไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้า–ออกราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ปี 2017 ชุดสืบสวน รอง ผบ.ตร.(ปป) และ ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี บก.ตม.3 จึงได้ประสานกับชุดสืบสวนกก.สส.ปป.บก.ตม.2 เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบนาย Soe Htun บุคคลตามหมายจับที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงเชื่อได้ว่า นาย Soe Htun ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จากนั้นได้ประสานศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองผิดกฎหมายสำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง (ศปชก.สตม.) ร่วมบูรณาการกำลัง สืบสวนติดตามจนทราบว่านาย Soe Htun ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวง ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จึงได้เข้าควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ​ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบ พระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“กนกวรรณ” ดันงาน กศน.สร้างคน สร้างงาน ขานรับครม.สัญจร

วันที่​ 11​ พ.ย.62 ณ กศน.อำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการและนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่1/62 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี,ราชบุรี และสุพรรณบุรี) พร้อมด้วย​ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ,นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ,นายพะโยม ชิณวงศ์ หัวหน้าคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ตลอดจนคณะผู้บริหารทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ

จุดแรกได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบาย ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน กศน. ณ กศน.อำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อการรับทราบปัญหาต่าง ๆ และข้อเสนอแนะจากข้าราชการ นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่เพื่อนำเสนอในที่ประชุมครม.ซึ่งมีการนำเสนอผลการดำเนินงานและกิจกรรมการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของสถานศึกษาใน 3 จังหวัด ได้แก่ สำนักงาน กศน.จ.กาญจนบุรี สำนักงาน กศน.จ.ราชบุรี และสำนักงาน กศน.จ.สุพรรณบุรี เข้าร่วมนำเสนอในประเด็นต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (OOCC) ห้องเรียนออนไลน์ยุคใหม่ โครงการ กศน.WOW ขับเคลื่อนสู่ กศน.ดิจิทัล 6G เป็นต้น

ดร.กนกวรรณฯ เปิดเผยหลังจากรับฟังและเยี่ยมชมผลงานของ กศน. ว่า “ในเรื่องของนโยบายที่วางไว้ก็เริ่มเดินหน้า สิ่งใดที่รับปากว่าจะช่วยปรับให้ถูกต้อง เหมาะสม เข้าที่เข้าทางแก้ไขในสิ่งที่สามารถทำได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ทำให้นโยบายนั้นสามารถที่จะขับเคลื่อนนโยบายให้มีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างขวัญกำลังใจของครู กศน.ตำบลที่ขาดโอกาสไม่มีความก้าวหน้า เป็นปัญหาตั้งแต่มารับตำแหน่ง ปัญหานี้ก็กำลังถูกแก้ไข เดินหน้าที่จะให้ทำให้ครู กศน. สามารถมีคุณสมบัติที่จะสามารถเป็นครูได้ ซึ่งจะต้องให้ครู กศน.ได้รับโอกาสตรงนั้นก่อน

ในวันนี้ได้เห็นการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านส่งเสริมการอ่านของ กศน.ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ในชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยสำนักงาน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี ได้ดำเนินการตามโครงการพัฒนากาญจนบุรีสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ โดยกำหนดขับเคลื่อนภายใต้คำขวัญ “เมืองนักอ่าน คนกาญจนบุรี” ด้วยการจัดกิจกรรมตาม PDCA อย่างครบวงจร ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาบุคลากรภาคีเครือข่าย แหล่งเรียนรู้ สื่อส่งเสริมการอ่าน และขยายผลเมืองแห่งการเรียนรู้ ที่สร้างผลลัพธ์ที่มีความชัดเจน

ส่วนสำนักงาน กศน.จังหวัดราชบุรี ได้นำเสนอห้องสมุดเคลื่อนที่ของชาวตลาด และแอปพลิเคชันห้องสมุดมือถือ กศน.จังหวัดราชบุรีที่มีความน่าสนใจ และที่สำคัญสำนักงาน กศน.จังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำเสนอนวัตกรรมภายใต้แนวคิด “ปันการอ่าน ผ่านรถบริการอาหารสมอง” โดยใช้รถ 3 รูปแบบเป็นตัวกลางในการนำอาหารสมองบริการสู่กลุ่มเป้าหมายมานำเสนอ นับเป็นการขยายผลการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้สู่ชุมชน โดยการนำรูปแบบจากการพัฒนาและองค์ความรู้จากภูมิปัญญาในพื้นที่ สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ต้นแบบผ่านกิจกรรมของ กศน.ในรูปแบบที่หลากหลาย รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร บรรณารักษ์ ครู กศน.ตำบล และภาคีเครือข่ายให้มีศักยภาพในการส่งเสริมการอ่าน

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้กศน.ได้ริเริ่มดำเนินการสร้างชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ ทำให้ประชาชนมีการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านและให้ความสนใจกับกิจกรรมที่สำนักงาน​ กศน.จังหวัด​ จัดทุกกิจกรรม แต่ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่สามารถอ่าน เขียนภาษาไทยไม่ได้ และกลุ่มผู้ลืมหนังสือเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ กศน.เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมสร้างให้ประชาชนเกิดวัฒนธรรมรักการอ่านนำไปสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงในทุกพื้นที่ และปัญหาในการส่งเสริมการอ่านที่สำคัญอีกเรื่อง คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่ติดลิขสิทธิ์ แล้วเป็นข้อจำกัดที่ กศน. เคยทำไม่ได้ ได้มอบนโยบายให้ทางเลขา กศน.หาวิธีการในการแก้ไขกฎระเบียบอย่างไรจะทำให้คนไทยทั้งประเทศสามารถที่จะเข้าถึงการอ่านกับ กศน.ได้ ทั้งในสื่อดิจิทัล สื่ออิเลคทรอนิคส์ สื่อสิ่งพิมพ์และ สื่อการเรียนรู้ต่างๆที่เป็นเล่ม

นอกจากนี้จะต้องวางแผนการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้สามารถเข้าสื่อกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพาหนะ หรืออุปกรณ์เสริมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาเชื่อมโยงสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทุกพื้นที่ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาตามนโยบายที่วางไว้”

“งาน กศน. นับวันยิ่งจะต้องทำให้กว้างไกล เพราะกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนทั่วประเทศ ที่ไม่เพียงประสบปัญหาด้านความไม่เสมอภาคทางการศึกษา แต่ยังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในหลายๆด้านที่สะท้อนกลับถึงชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน การเดินหน้าตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล ให้เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อจำกัดมีมากมายที่เกิดขึ้นจะค่อยๆทลายลง ซึ่งเป็นมิติที่ดีวันนี้ที่การลงพื้นที่ ครม. สัญจร ทำให้หน่วยงานทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการได้มาระดมรับฟังปัญหาและความสำเร็จของพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนไปสู่การพัฒนาร่วมกัน ดังนั้นการช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างขวัญกำลังใจครู กศน. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วทุกอย่างจะค่อยๆมีทางออกและจะคลี่คลายในที่สุด ตนเองคาดหวังว่าจะทำงานให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่นโยบายรัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งใจไว้

ซึ่งตนมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาครู เมื่อได้ทำไปแล้ว ก็จะทำต่อเนื่อง ขวัญกำลังใจมาอันดับ 1 คนเรามีขวัญกำลังใจดียิ่งจะมีความสุขที่จะทำงานได้ทุกอย่าง ดังนั้น ขอให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงศึกษาธิการร่วมบูรณาการการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ อย่างเป็นเอกภาพ ส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การทำให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีความรู้ ความสามารถและมีสติปัญญา ขอให้ช่วยจับมือกันในทลายทุกข้อจำกัดทางการศึกษาสร้างและเสริมทักษะให้ผู้เรียนมีความรู้ มีศักยภาพ มีความรู้ มีอาชีพและมีรายได้ต่อไป สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการย้ำมาโดยตลอด คือ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศธ.กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สมุทรปราการ – รวบชายไทยปลอมเอกสารคนเข้าเมือง หลอกชาวต่างชาติ

วันนี้ วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.ภาส ศิริสุขะ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จ.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3

พล.ต.ต.สุรพงษ์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.62 ได้มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ได้มารายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน ตามวงรอบ ของ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา​ 37(5) เมื่อ จนท.ได้ดำเนินการการตามขั้นตอน ปรากฏว่า ไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงในระบบได้ จนท.จึงทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร พบว่า เอกสารใบแจ้งรับรายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน ของคนต่างด้าว พบพิรุธข้อสังเกตุ​

จึงได้สอบถามคนต่างด้าวว่า เมื่อครั้งที่ผ่านมา ได้มารายงานตัวกับ จนท.ด้วยตนเองหรือไม่อย่างไร คนต่างด้าวให้การว่าได้มอบให้ นายอนันท์ (ไม่ทราบนามสกุล) สัญชาติไทย เป็นผู้มาดำเนินการให้ โดยได้รับการแนะนำจากเพื่อนชาวเมียนมาด้วยกัน หากไม่อยากเสียเวลาในการทำงาน ให้ติดต่อ นายอนันท์ฯ เป็นผู้รวบรวมมาดำเนินการให้พร้อมกับชาวเมียนมาอีกหลายคน โดยกลุ่มคนต่างด้าวเป็นคนออกค่าใช้จ่าย และจ่ายค่าเสียเวลาให้กับ นายอนันท์ฯ​ เจ้าหน้าที่​ตม.จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนติดตามและขยายผลหาตัวผู้กระทำความผิด

ซึ่งผลการสืบสวนทราบเป็นที่แน่ชัดว่ามี นายอนันท์ฯ บุคคลสัญชาติไทย มีตัวตนตามที่คนต่างด้าวกล่าวอ้างจริง จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ต่อมา พงส.สภ. เมืองสมุทรปราการ ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการ ออกหมายจับนายอนันท์ฯ ในข้อหา“ปลอมเอกสารราชการและปลอมตราประทับของเจ้าหน้าที่​ ”ตามหมายจับที่ 687/2562 และ 688/2562 ลง 29 ต.ค.62

ต่อมา เมื่อวันที่ 4 พ.ย.62 จนท.ฝ่ายสืบสวน ตม.จ.สมุทรปราการ, กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทำการจับกุมตัว นายอนันท์ฯ​ ได้ที่ ภายในอาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้นำตัว ผู้ต้องหา​ไปตรวจค้นในห้องพักหมายเลข 9 ชั้นล่าง ห้องสุดท้าย อพาร์ทเมนต์ไม่มีชื่อสีส้ม ภายในซอยอ่อนนุช 53 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ตรวจยึดสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 8 รายการ

สอบถาม นายอนันท์ฯ​ ให้การยอมรับว่า ได้ดำเนินการทำเอกสารดังกล่าวให้กับคนต่างด้าวจริง โดยได้รับค่าดำเนินการ คนละ 60 บาท ถ้าหากเกินกำหนดวงรอบการรายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน คิดค่าดำเนินการ คนละ 300 บาท โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ เดือน มิถุนายน​ 2562 เป็นต้นมา จำนวน 300-400 ราย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง พนักงาน​สอบสวน​ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวด ขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ ต้านภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือจ.น่าน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ ต้านภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ มอบผ้าห่ม พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยหนาว จ.น่าน

วันนี้ วันอังคาร​ที่ 12 พฤศจิกายน 2562​ ​: มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยสมาคมฮงสุนน่าน,สมาคมพ่อค้าน่าน​ และโรงเรียนซินจง จ.น่าน มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด (คิดเป็นมูลค่า 5 แสนบาทถ้วน) แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ บริเวณที่ว่าการอำเภอทุ่งช้าง และ บริเวณที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

โดยในเดือนพฤศจิกายน 2562​ นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ กำหนดออกเดินทางบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ ประจำปี 2562 รวม 12 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนคร สวรรค์, แพร่, พะเยา, เชียงใหม่, เชียงราย, สุโขทัย, ตาก, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน และพิษณุโลก เพื่อมอบผ้าห่มเพื่อบรรเทาภัยหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวม 16,100 ชุด รวมทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประสานเครือข่ายมูลนิธิฯภายในจังหวัดให้ดำเนินการเป็นผู้แทนแจกจ่าย และมีกำหนดออกเดินทางสายอีสานต่อในเดือนธันวาคม 62 เป็นลำดับต่อไป

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สืบสวนตม.3 รวบชายชาวจีน หนีซุกไทย มีหมายจับคดีฉ้อโกงเหยื่อ มูลค่าร่วม 85 ล้านบาท

วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 แถลงผลการจับกุมคดีสำคัญ เนื่องด้วยได้รับการประสานจาก สถาน​เอกอัครราชทูต​สาธารณรัฐ​ประชาชน​จีน​ (สอท.จีน)​ ว่า นาย เชิน (MR.CHEN) สัญชาติ จีน อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ได้หลบหนีหมายจับ เกี่ยวกับคดีฉ้อโกงกู้เงินธนาคาร ซึ่งมีโทษทางอาญา โดยเมื่อประมาณปี 2556 ผู้ต้องหาดังกล่าว ได้นำสัญญาปลอม งบฯการเงินปลอม และเอกสารปลอมอื่นๆ ยื่นขอกู้เงินจากธนาคาร สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2557 ผู้ต้องหาเดินทางออกจากประเทศจีน​ และสำนักงานอัยการเมืองฝูอันได้อนุมัติออกหมายจับคดีฉ้อโกงเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560​ แล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาคือบุคคลที่ใช้หนังสือเดิน ทาง หลบหนีมาอยู่ในจังหวัดชลบุรี จากการตรวจสอบพบว่านาย เชิน (MR.CHEN) กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” โดยได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2557 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว TR-15 อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 11 เมษายน 2557 และได้ยื่นขออยู่ต่อในราชอาณา จักร ที่ตม.จ.สมุทรปราการ ประเภทรักษาพยาบาลหรือการพักฟื้นหรือดูแลผู้ป่วย อนุญาตให้ 90 วันถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 และไม่มีการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรอีกเลย จึงได้ทำการจับกุม ที่บริเวณซอยนาเกลือ 16 ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ท่านว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบช.น. ร่วมประชุม กองอำนวยการร่วม ตรวจความเรียบร้อยในการจัดงานวันลอยกระทง​ ณ ไอคอนสยาม

วันจันทร์ที่ 11 พ.ย.62 เวลา 20.00 น. : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม​ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก. น.8, พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.บางโพ, พ.ต.ท.บุรี ศรีหล้า รอง ผกก.สส.สน. บางโพ ร่วมประชุม กองอำนวยการร่วมตรวจความเรียบร้อยในการจัดงานวันลอยกระทง​ ณ ไอคอนสยาม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ตม.สุราษฎร์ฯ​ รวบไนจีเรีย อยู่เกิน 2,412 วัน

วันที่​ 11​ พ.ย.62 เวลา 16.00 น.: พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล​ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย ร.ต.อ.เทอดศักดิ์ ธวัชร์วรกุล,ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รองสว.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน​ ตม.จ.สุราษฎร์ธานี​ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.2 บก.ทท.3 จับกุมตัวบุคคลต่างด้าวคือ​ MR.Samuel NWABUEZE IWOHA สัญชาติไนจีเรีย ถือหนังสือเดินทางเลขที่ A03677118 โดยกล่าวหาว่า​ “เป็นบุคตลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” อยู่เกิน 2,412 วัน

โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเช่าไม่มีเลขที่ บ้านในสวน ม. 2 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะ พะงัน จ.สุราษฎร์ธานี​ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้อง ส่งพงส.สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย จัดโครงการสุขภาพดี ใต้ร่มพระบารมี ให้บริการด้านการแพทย์แก่เด็กนักเรียน ที่สุโขทัย

สภากาชาดไทย จัดโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี”หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ฯ ดูแลสุขภาพฟันเด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล

วันที่ (12 พ.ย.62) เวลา 09.00 น.ที่ โรงเรียนบ้านดงไทยวิทยา อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จัดโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ในพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกา ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และองค์ประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานพิธีพร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร เสสะเวช ผู้บริหารมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ คณะเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ในครั้งนี้ จัดให้มีกิจกรรมตรวจรักษาสุขภาพฟันให้กับเด็ก อายุ 8-18 ปี ที่ด้อยโอกาสและห่างไกลการเข้าถึงบริการด้านทันตกรรม ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยโดยออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการแก่เด็กด้อยโอกาสที่มีปัญหา ด้านทันตกรรม รวมถึงการตรวจสุขภาพให้กับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส เป็นการบริการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อบริการสาธารณสุขปฐมภูมิให้กับประชาชน และให้บริการเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านทันตกรรม

นายพงษ์เทพ สาคร รายงาน