นราธิวาส – ฆ่าโหด คนร้ายจ่อยิงชาวบ้านเสียชีวิต 1 ศพ ที่สุไหงโก-ลก

คนร้ายก่อเหตุจ่อยิงชาวบ้านเสียชีวิตคาทีหลังมีการโต้เถียงกัน บนถนนในชุมชนบ้านบือเร็ง ซอย 17 ถ.เจริญเขต ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

         วันที่ 28 พ.ย. 2562 เวลา 19.24 น. ร.ต.ท.วีรชัย พิเศษกุญชร รองสารวัตรสอบสวน สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตบนถนน หน้าบ้านเลขที่ 240/51 ในชุมชน บ้านบือเร็ง ซอย 17 ถ.เจริญเขต ต.สุไหงโก-ลก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภกร พึ่งรศ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครอง รวมทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยธารน้ำใจสุไหงโก-ลกจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

          เมื่อไปถึงพบศพ นายอาแฟนดี ยูโซะ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 ถนนชลธารเขต ซอย 3 ต.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส นอนหงายจมกองเลือดอยู่ โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม.และ 11 ม.ม. ที่บริเวณศรีษะ หางคิ้วขวา ปลายคางและลำตัว จำนวน 4 นัด และเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนพก ขนาด 9 ม.ม.และ 11 ม.ม. จำนวน 4 ปลอก ตกอยู่ข้างศพผู้เสียชีวิต

          และห่างจากศพไปประมาณ 20 เมตร พบรถ จยย.ยี่ห้อฮฮนด้า สีขาว ทะเบียน ขธต 399 นราธิวาส จอดอยู่ริมถนนในลักษณะตั้งขาตั้ง โดยมีโทรศัพท์มือ รองเท้าแตะ แว่นตา รวมทั้งซองบรรจุกระสุนปืนขนาด 9 ม.ม.พร้อมกระสุนตกอยู่ จำนวน 1 ซอง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะมอบศพผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยธารน้ำใจสุไหงโก-ลก ส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียด ก่อนที่จะมอบให้ญาติรับศพไปประกอบพิธีทางศาสนา

         จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้นั่งเรือยนต์ข้ามฟากที่ท่าชมพู่ จากรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซียเข้ามาฝั่งไทย พร้อมทั้งได้เช่ารถ จยย.จากวินมอเตอร์ไซด์ เพื่อทำธุระในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เมื่อผ่านไปได้ประมาณ 1 ช.ม. ผู้เสียชีวิตได้ขี่รถจยย. เข้าไปในชุมชนจุดเกิดเหตุ เพื่อที่จะนำรถ จยย.ที่เช่า ส่งคืนเจ้าของ แต่ในขณะนั้นได้พบกับคนร้ายจำนวน 2 คน ที่ขี่รถ จยย.มาพบโดยบังเอิญ และผู้เสียชีวิตได้จอดรถ จยย.พูดคุยกับคนร้าย ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าวได้ยินเสียงเหมือนลักษณะผู้เสียชีวิตได้โต้เถียงกับคนร้าย

          จากนั้นคนร้ายจำนวน 2 คน ได้ชักอาวุธปืนพก 9 ม.ม.และ 11 ม.ม.คนละกระบอกจ่อยิงใส่ผู้เสียชีวิต จำนวน 1 นัด แล้วผู้เสียชีวิตได้วิ่งเพื่อขอความช่วยเหลือชาวบ้าน แต่คนร้ายได้วิ่งไล่ตามแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงใส่ผู้เสียชีวิตอีก 3 นัดซ้อน จนล้มลงเสียชีวิตคาที แล้วคนร้ายได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป

          ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่คาดว่าน่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเชิญตัวญาติของผู้เสียชีวิต รวมทั้งพยานบุคคลในที่เกิดขึ้น มาให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อที่จะได้ติดตามตัวคนร้ายมาลงโทษต่อไป.

#ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้ #สำนักข่าวความมั่นคง.

ผช.ผบ.ตร. ตรวจก่อสร้างถนนมิตรภาพ-มอเตอร์เวย์ ดูการจราจร รับมือคอนเสิร์ตใหญ่ บิ๊กเมาส์เทน และเทศกาลปีใหม่ 2563

ผช.ผบ.ตร.ตรวจก่อสร้างถนนมิตรภาพ-มอเตอร์เวย์ ดูการจราจร รับมือคอนเสิร์ตใหญ่ บิ๊กเมาส์เทน และเทศกาลปีใหม่ 2563 คาดจราจรติดขัด ปรับแผนความปลอดภัย ทำงานเชิงรุก

         เมื่อวันพฤหัสที่ 28 พฤศจิกายน เวลา 14.00 น.ที่ศูนย์ฝึกอบรมกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต.หนองสาหร่าย อ.ปาก ช่อง จ.นครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมคณะนั่งเฮลิคอปเตอร์ ตรวจสภาพการจราจรถนนมิตรภาพ ที่กำลังมีการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช และถนน 304 ปราจีนบุรี – นาดี – วีงน้ำเขียว รวมถึง มอเตอร์เวย์บริเวณถนนมิตรภาพ จอหอ อ.เมืองนครราชสีมา

         โดยกำลังจะเข้าสู่เทศกาลวันปีใหม่ พ.ศ.2563 เพื่อเตรียมการรองรับบริหารจัดการอำนวยความสะดวกและแก้ไขปัญหาจราจร ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมตรวจพื้นที่ประสบปัญหาอุบัติเหตุทางถนนและการจราจร และประชุมรับฟังสถานการณ์ สภาพปัญหา ข้อเสนอแนะกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

         ภายหลัง คณะได้เดินทางไปตรวจการก่อสร้าง มอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-โคราช บริเวณลำตะคอง ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว ดูปัญหาการจราจรติดขัด และบริเวณก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนธนะรัชต์ กม.2 ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง เพื่อรองรับการอำนวยความสะดวกการจราจรในช่วงอาทิตย์นี้ ที่จะมีงานวิ่งเขาใหญ่มาราธอน ในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม และต่อเนื่องงานคอนเสิร์ตบิ๊กเมาส์เทน วันที่ 7-8 ธันวาคมนี้

          พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ จะมีกิจกรรมวิ่งและดนตรี ส่งผลให้มีประชาชน และนักท่องเที่ยว จำนวนมาก เดินทางมายังเขาใหญ่ อาจส่งผลให้การจราจรติดขัด เพราะยังมีการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ จะส่งผลกระทบถนนมิตรภาพ ถนนธนะรัชต์ จึงให้ปรับแผนการจราจร และความปลอดภัย

          ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยอีกว่า ในการอำนวยความสะดวกการจราจร จะต่อเนื่องช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ที่มีวันหยุดยาว จึงต้องมีการจัดการจราจรอย่างมีระบบ และบูรณาการร่วมทุเอกภาคส่วน ทำงานในเชิงรุกร่วมกัน

ภาพ​/ข่าว​ ศุภเดช ธนูศร ข่าวนครราชสีมา

ตราด – ร่วมต้อนรับสมาคมสตรีกัมพูชาเพื่อสันติภาพและพัฒนา เดินทางมาศึกษาท่องเที่ยว เชิงประวัติศาตร์ศูนย์อพยพชาวกัมพูชาเขาล้าน

สมาคมสตรีกัมพูชาเพื่อสันติภาพและพัฒนาศึกษาท่องเที่ยวเชิงประวัติศาตร์ ศูนย์อพยพชาวกัมพูชาเขาล้าน ที่ฐานบ้านท่าเส้น ทหารพรานนาวิกโยธิน หน่วยเฉพาะกิจนาวิโยธินตราด ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด

วันที่ 28 พย 62 ที่ผ่านมา นายวีระ ฤกษ์วานิชกุล นายอำเภอเมืองตราด นายประดิษฐ์ คุ้มชนม์ นายก อบต.แหลมกลัด นางวิยะดา ซวง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจ.ตราด ได้รับมอบหมายจากว่าที่ ร.ต.พิเชียน ลิมป์หวังอยู่ ผวจ.ตราด ให้ร่วมต้อนรับสมาคมสตรีกัมพูชาเพื่อสันติภาพและพัฒนา ในการเดินทางมาศึกษาโครงการท่องเที่ยวชุมชน การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งนำโดยคุณหญิงฮุน จันที ภริยาของผวจ.โพธิสัตย์ ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมสตรีกัมพูชาเพื่อสันติภาพและพัฒนา พร้อมคณะกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการ สส.จ.โพธิสัตย์จำนวน25คน

         หลังการต้อนรับแล้วคณะทั้งหมดเดินทางเข้าเที่ยวชมและศึกษาแหล่งศึกษาเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์ ที่พิพิธภัณฑ์ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทยเขาล้าน โดยมีนายสุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผจก.ศูนย์ราชการุณย์ฯ ให้การต้อนรับ นำเยี่ยมชม และบรรยายพิเศษ พร้อมชมวิดิทัศน์เหตุการณ์ครั้งสงครามภายในของกัมพูชา เมื่อประมาณปี พศ.2520 เป็นต้นมา จนทำให้ประชาชนชาวกัมพูชาอพยพหลบหนีภัยสงครามเข้ามาในศูนย์อพยพเข้าล้านจำนวนกว่าแสนคน ซึ่งเหตุกาณ์ในครั้งนั้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดให้ประทานความช่วยเหลือกับผู้อพยพในครั้งนั้น ด้วยการตั้งเป็นศูนย์อพยพ กับชาวกัมพูชา และทรงเสด็จลงพื้นที่ด้วยพระองค์เองในการตรวจเยี่ยม ให้ความช่วยเหลือกับผู้อพยพชาวกัมพูชา ซึ่งยังความทราบซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์ของคณะสมาคมสตรีกัมพูชาเพื่อสันติภาพและพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง

         นางวิยะดา ซวง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจ.ตราด บอกว่าการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า สงคราม เป็นสิ่งโหดร้าย มีแต่ความสูญเสียและจากพราก ตรงกันข้าม การสร้างสันติภาพและมิตรไมตรี มีแต่ความสุข ความสวยงาม น้ำพระทัยอันใหญ่หลวงของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พะรบรมราชินีนาถ จึงยิ่งใหญ่ในหัวใจของชาวกัมพูชามาจนทุกวันนี้กับการได้เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 อย่างในอดีตที่ผ่านมา ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งชายหาดสวยงามและท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาจนทุกวันนี้

          จากนั้นคณะศึกษาดูงานจาก จ.โพธิสัตย์กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านตาหนึก และหนองบอนกาแฟดี ร่วมให้การต้อนรับสมาคมสตรีกัมพูชาเพื่อสันติภาพและพัฒนาการศึกษาการท่องเที่ยวของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปบ้านตาหนึกโดยมี นางฐิติรัตน์ ไชยวิศาลธนนาถ พร้อมด้วยเกษตรอำเภอประมงคลองใหญ่ และสํานักงานพัฒนาชุมชนอําเภอคลองใหญ่ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงาน จาก จ.โพธิสัตย์ต่อไป

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย – เริ่มแล้วเทศกาลกินปลา ของดีอำเภอกงไกรลาศ

ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ชวนเที่ยวเทศกาลกินปลาอำเภอกงไกรลาศประจำปี 2562 เริ่ม 28 พ.ย.- 2 ธ.ค. นี้

         วันนี้ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 17.00 น. นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดงานเทศกาลกินปลา ประจำปี 2562 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2562 เป็นการจัดงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 16 เพื่อประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ตลอดจนเพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในการจำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเฉพาะการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร และผลิต ภัณฑ์แปรรูปอาหารจากปลา มาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมงาน

         กิจกรรมในงาน ประกอบด้วย ขบวนแห่หุ่นปลา จากทุกตำ บลในอำเภอกงไกรลาศ, การประกวดธิดาปลา, การประกวดธิดาปลาหมู, การประกวดร้องเพลงลูกทุ่งและหางเครื่อง, การละเล่นพื้นบ้าน, การจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากปลา, การจำหน่ายสินค้า OTOP, โดยมีตัวแทนจากทุกตำบลเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีและความสนุกสนาน

          จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่นิยมกินปลา เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวใน อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ในช่วง เทศการกินปลาระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2562 นี้

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

มุกดาหาร # ร้อย.ทพ.2110 ปิดล้อมตรวจค้น/จับกุม บุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องยาเสพติด(ยาบ้า)

         เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 03.00 น. กองร้อยทหารพรานที่ 2110 จัดกำลังพลบูรณาการร่วมกับมว.คทร.ที่ 3 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ในพื้นที่ว่ามีการมั่วสุมเสพยาบ้า ในพื้นที่ บ้านเลขที่ 72 ม.2 บ.นาสะเม็ง ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร จึงได้จัดกำลังพลซุ้มเฝ้าตรวจบ้านหลังดังกล่าว ครั้นเมื่อเวลา 01.00 น. ได้มีวัยรุ่น 1 คน ขับขี่รถ จักรยานยนต์ตามข่าวมาจอดหน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบ บุคคลที่ขับขี่รถดังกล่าวได้วิ่งเข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้ตามไปเข้าควบคุมตัว และทำการตรวจค้น

         ผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 14 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกใส โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมรถจักรยานยนต์ Honda Wave 1 คัน และได้ทำการตรวจปัสสาวะ ผลปัสสาวะเป็นบวก ทราบชื่อภายหลังคือ นายอรรณพ คนไว (เหมา) อายุ 19 ปี พักอาศัยที่บ้านเลขที่ 8 ม.1 บ้านนาสะเม็ง ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร เพื่อทำการสอบสวนและขยายผลต่อไป

         เวลาต่อมาร้อย ทพ. 2110 (ชป.ผาสุข) ร่วมกับ มว.คทร.ที่ 3 ศป.ปส.อดอนตาล กองร้อย อส.ดอนตาล ที่ 5 ร่วมตรวจค้นบ้านเป้าหมายจากการขยายผล นาย อรรณพ คนไว (เหมา) เจ้าหน้าที่จึงได้ขยายผลเข้าตรวจค้นที่บ้านเลขที่ 18 ม.5 บ.โคกพัฒนา ต.นาสะเม็ง อ.ดอนตาล จว.มุกดาหาร พิกัด VD 846981

          จากการตรวจค้น พบนาย ธานี พลราชม (น้อย) อายุ 30 ปี ทราบชื่อภายหลัง อยู่ภายในบ้านและพบอุปกรณ์การเสพยาเสพติด จำนานหนึ่ง จึงได้ตรวจปัสสาวะ นาย ธานี พลราชม (น้อย) จากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย จึงได้ควบคุมตัวมายังฐานปฏิบัติการ ร้อย ทพ. 2110 (ชป.ผาสุข) เพื่อทำการสอบสวนขยายผล และส่งเจ้าหน้าที่ตำตรวจ สภ. ดอนตาล ดำเนินการคดีตามกฏหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

สืบสวนสตม.- จับหนุ่มอเมริกันละเมิดทางเพศตามหมายจับ U.S.A. และรวบหนุ่มเกาหลีอยู่เกิน

สืบสวนสตม.จับหนุ่มอเมริกันละเมิดทางเพศตามหมายจับ U.S.A.และรวบหนุ่มเกาหลีอยู่เกิน ตกอับตระเวนลักทรัพย์ตาม Hostel ใจกลางกรุงมากกว่า 10 แห่ง

วันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ย.62 เวลา 10.30 น. ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย รอง ผบก.สส.ภ.2 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม.​ และ​ พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.ได้ร่วมแถลงข่าวการจับกุม​ 2​ คดีสำคัญ ดังนี้​

รายที่ 1 จับหนุ่มอเมริกันละเมิดทางเพศตามหมายจับ U.S.A.โดยเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.นำโดย พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.,พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ,พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส.สตม.,พ.ต.ต.วิชัย สังข์สอน,พ.ต.ต.จักรพล นาคแสง สว.กก.1 บก.สส.สตม.,ร.ต.อ.สุภสิทธิ์ ไวเกษตรกรณ์ รอง สว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมกำลัง ได้ร่วมกันจับกุม นายโจเซฟ (MR.JOSEPH) อายุ 26 ปี สัญชาติอเมริกัน ถือหนังสือเดินทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบุคคลที่ทางการสหรัฐอเมริกาต้องการตัวในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหา​คือ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาติภูมิสหรัฐอเมริกา (DHS) สำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ (HSI) กรุงเทพฯ มีหนังสือถึง สตม. ขอให้ค้นหาและจับกุม นายโจเซฟฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการสหรัฐอเมริกา ข้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ทำร้ายทางเพศเด็ก และประพฤติผิดทางเพศ กับผู้เยาว์ โดยมีที่มาของคดีคือในเดือนสิงหาคม 2562 ตำรวจท้องที่ในรัฐแอลิโซน่าได้รับแจ้งความจากเด็กหญิงอายุ 14 ปี ว่าเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2562 นายโจเซฟฯ ซึ่งเป็นพี่ชายของตนเองได้เข้าไปในห้องนอนของเธอ ในขณะที่เธอหลับอยู่ แล้วคลานขึ้นบนเตียงและใช้มือสัมผัสหน้าอกพร้อมกับลูบไล้และถูช่องคลอดของเธอ

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่านายโจเซฟฯ เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ประเภทวีซ่า คนอยู่ชั่วคราว (NON-90) ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 และได้ไปเป็นนักบวชที่ชุมชนนักบุญแห่งหนึ่งในย่านมีนบุรี ผบก.สส.สตม. พิจารณาแล้วเห็นว่านายโจเซฟฯ มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมและเป็นบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ตามมาตรา 12 (7) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และจากการไปตรวจสอบของ กก.1 บก.สส.สตม. พบนายโจเซฟฯ พักอาศัยและเข้ามาเป็นนักบุญบวชในชุมชนดังกล่าวจริง จึงได้ควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอการผลักดันส่งกลับไปยังสหรัฐอเมริกาต่อไป

ส่วนรายที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.รวบหนุ่มเกาหลีอยู่เกินตกอับตระเวนลักทรัพย์ตาม HOSTEL ใจกลางกรุงมากกว่า 10 แห่ง​ โดยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 เวลาประมาณ 17.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.อ.วัชรพล กาญจนกันทร ผกก.1 บก.สส.สตม.,พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ,พ.ต.ท.เทวกฤต มณีรัตน์ รอง ผกก.1 บก.สส. สตม., พ.ต.ต.วิชัย สังข์สอน, พ.ต.ต.จักรพล นาคแสง สว.กก.1 บก.สส. สตม., ร.ต.อ.สุภสิทธิ์ ไวเกษตรกรณ์ รอง สว.กก.1 บก.สส.สตม. พร้อมกำลัง ได้ร่วมกันจับกุม นายคิม (MR.KIM) อายุ 30 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ถือหนังสือเดินทางประเทศเกาหลีใต้

พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย กระเป๋าสะพายหลังสีเทายี่ห้อ EASTPAK 1 ใบ,ประแจแหวนข้างปากตายเบอร์ 14 จำนวน 2 ตัว,ถุงสีครีมลายดอกไม้สีแดง 1 ใบ,เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ 195 ดอลลาร์,เงินสกุลรูเปียร์ 424,000 รูเปียร์,เงินสกุลดอง 73,000 ดอง,เงินสกุลริงกิต 13 ริงกิต,เงินดอลลาร์สิงคโปร์ 6 ดอลลาร์,เงินสกุลเรียลกัมพูชา 3,000 เรียล,เงินสกุลปอนด์ 5 ปอนด์ และเงินสกุลหยวน 1 หยวน โดยกล่าวหาว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และลักทรัพย์โดยทำอันตราย สิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ” นำตัวผู้ต้องหา​ส่งพนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​

โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหา​คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากโรงแรมแห่งหนึ่งว่ามีลูกค้าเป็นคนสัญชาติเกาหลีใต้มีพฤติกรรมเข้ามาลักทรัพย์ภายในโรงแรม จึงได้ประชาสัมพันธ์ไปยังโรงแรมต่าง ๆ ให้เฝ้าระวัง จนกระทั่งเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ชุดจับกุมได้สืบสวนทราบว่า นายคิม (MR.KIM) ผู้ต้องหา ได้เข้าไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในย่านสัมพันธวงศ์ จึงได้ไปตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ของโรงแรม และพบผู้ต้องหาซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงตามที่ได้รับแจ้งเดินลงมาบริเวณชั้น 1 พร้อมกระเป๋าสะพายหลังสีเทายี่ห้อ EASTPAK จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2559 ได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราประเภท ผ.ผ.90 อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรไทยถึงวันที่ 27 กันยายน 2559 การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุด เป็นเวลา 3 ปี 26 วัน และจากการตรวจค้นกระเป๋าสะพายหลังพบของกลางดังกล่าวข้างต้น จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าได้เข้ามาพักในโรงแรมที่เกิดเหตุ ห้อง 502 และได้นำประแจงัดแม่กุญแจที่ผู้เสียหายคล้องล็อคไว้ที่ช่องเก็บของส่วนตัวใต้เตียงนอนพักห้องเดียวกันออก แล้วดึงกระเป๋าสะพายหลังของผู้เสียหายออกมาแล้วล้วงเข้าไปลักถุงสีครีมลายดอกไม้สีแดงซึ่งภายในมีธนบัตรซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหาย โดยต่อมามีหญิงสัญชาติอังกฤษมาแสดงตัวเป็นผู้เสียหายและ ยืนยันว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนเอง ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและจับกุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ ดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อไป

อนึ่ง ผู้ต้องหาให้การว่าได้ตระเวนลักทรัพย์ในลักษณะเดียวกันนี้ในกรุงเทพมหานคร​ อีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ดังนั้น หากมีผู้เสียหายหรือโรงแรมแห่งใดเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวและสงสัยว่าผู้ต้องหา​ก่อเหตุจะเป็นคนเดียวกันกับ นายคิม (MR.KIM) หรือไม่ ขอให้ติดต่อขอดูภาพถ่ายนายคิม (MR.KIM) ได้ที่พนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ​ ตลอดเวลา

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ประชุม เชิงปฏิบัติการบูรณาการ บริหารจัดการความมั่นคงด้านสังคมและการเมือง

ประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการบริหารจัดการความมั่นคงด้านสังคมและการเมือง

          พลเรือโท เชษฐา ใจเปี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคง กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กองทัพเรือ (ผอ.สง.ปรมน.ทร.) ร่วมฟังการแถลงผลและพิธิปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการบูรณาการบริหารจัดการความมั่นคงด้านสังคมและการเมือง โดยมีหัวข้อในการสัมมนา 3 หัวข้อ ได้แก่ แผนงานโครงการ ปี 63 ตามประเด็นยุทธศาสตร์ที่ได้รับมอบ ของหน่วยที่เกี่ยวข้อง เรื่องแนวคิดในการกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกชุมชนเข้มแข็ง และปัญหาข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะในการดำเนินงานตามประเด็นยุทธศาสตร์

          พลเรือโท เชษฐา ฯ กล่าวว่า การสัมมนาในครั้งนี้จัดโดย ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ณ โรงแรม เดอะ เล็คกาซี่ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี โดยมี พลโทพิชัย เข็มทอง ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นประธาน ในพิธี เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าว จาก ปชส.สง.ปรมน.ทร.

นครนายก – ถั่วดำสุนัขติดไฟกระพริบ ที่ออกข่าว ถูกรถทับขาได้รับบาดเจ็บ

          เจ้าถั่วดำสุนัขจรจัดที่มีคนใจบุญนำไฟกระพริบมาติดไว้ที่ลำคอป้องกันถูกรถชน แต่เจ้าถั่วดำมานอนอยู่ท้ายรถยนต์ ที่เจ้าของรถมาจอดไว้มองไม่เห็นถอยหลังรถมาทับขาได้รับบาดเจ็บ ประชาชนสงสารช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลสัตว์นครนายก

         ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองนครนายก ในซอยถนนไชยพันธ์ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก แม่ค้าตลาดสดและชาวบ้าน ได้มาพบสุนัขชื่อเจ้าถั่วดำติดไฟกระพริบที่ลำคอ เคยออกข่าวทีวีมาแล้ว ได้นอนตากแดดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด เนื่องจากวานก่อนช่วงหัวค่ำเจ้าถั่วดำได้เดินอยู่แถวตลาดสดและมาหลบนอนอยู่ข้างทางท้ายรถยนต์ที่มาจอดทำธุระใกล้ตลาดสด เจ้าของรถยนต์คาดว่าอาจจะมองไม่เห็นเจ้าถั่วดำ ซึ่งนอนอยู่ท้ายรถจึงได้ถอยหลังมาทับที่ระหว่างโคนขาข้างขวาได้รับบาดเจ็บเป็นแผลอักเสบบวม ในช่วงเช้านี้ได้มานอนตากแดดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดแม่ค้าในตลาดสดจึงมาช่วยกันอุ้มเจ้าถั่วดำไปนอนพักในแผงร้านขายของ เพื่อนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์นครนายก และทำการรักษาบาดแผลให้หายต่อไป

          นางเรียม บุตรเนียม แม่ค้าขายไข่ไก่ในตลาดสดเล่าว่า เจ้าถั่วดำสุนัขที่ติดไฟกระพริบเคยออกทีวีมาแล้ว ตัวนี้ได้ไปนอนอยู่ข้างทางริมถนนแล้วมีรถยนต์ที่มาจอดทำธุระได้ถอยหลังรถยนต์มาทับที่ขาได้รับบาดเจ็บจนบวมเปร็ง และมานอนตากแดดที่หน้าถนนใหญ่ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดตนกับเพื่อนแม่ค้าได้ช่วยกันอุ้มเจ้าถั่วดำมานอนพักที่ร้านค้าและมีประชาชนได้ช่วยกันนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์นครนายก ต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ตชด.234 สกัดจับ หนุ่มเดินสายจำหน่ายยาบ้า ให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.คำชะอี

(แถลงข่าว)มุกดาหาร ตำรวจตระเวนชายแดน 234 ร่วม ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน.ตำรวจน้ำ สกัดจับผู้ต้องหาขับรถจักรยานยนต์ตระเวนจำหน่ายยาบ้าให้กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ถูกจับพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 548 เม็ด

         เมื่อเวลา 10.00น.วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ร.ต.อ. ชัย วัฒน์ ศรีค้อ หน.ชปข.ร้อยตชด.234 จ.มุกดาหารนำเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพร้อมผู้ต้องหานายแสนไกล แก้วอุดร อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.4 ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหารพร้อมของกลางยาบ้ารวมจำนวน 548เม็ดมาตั่งโต๊ะแถลงข่าว

         สืบเนื่องเมื่อกลางดึกวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 เวลา 01.00 น.พ.ต.ท.เทิดฤทธิ สุวรรณประทัง ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 234ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีนายคิง ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง ราษฎรบ้านทุ่งนางหนาย ต.หนองเอี่ยน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร กำลังตระเวนจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ ต.หนองเอี่ยน จึงได้สั่งการ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ศรีค้อฯประสาร หน่วยงานข้างเคียงร่วมเข้าตรวจสอบ

         ที่เกิดเหตุพบชายผู้ต้องสงสัยอยู่ที่ถนนสายมุกดาหาร -คำ ชะอี ห่างจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต.โพนตูมไปทาง องคำชะอี ประมาณ 2 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวสอบถามทราบชื่อ นายแสนไกล แก้วอุดร ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตรวจค้นในกระเป๋าพบยาบ้าบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสี่น้ำเงินลักษณะกดเปิด-ปิดปากถุง จำนวน 2 ถุงและยาบ้าอีกจำนวนหนึ่งบรรจุอยู่ในกระปุกพลาสติกอีกจำนวนหนึ่งรวมจำนวนยาบ้า 548 เม็ด

         เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน ยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมายังที่ทำการกองร้อย ตชด.234 เพื่อสอบสวนหากลุ่มเครือข่ายและตรวจปัสสาวะผู้ต้องหามีผลเป็นบวก ก่อนตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดย

          หลังแถลงข่าวเจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คำชะอีเพื่อขยายผลหาเครือข่ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

อับดุล สารีเต๊ะ’ วิ่ง ๕๕ จังหวัด ระดมทุนซื้ออุปกรณ์แพทย์ ๓ รพ.ใต้วิ่งถึงปากท่อแล้ว

          “อับดุล สารีเต๊ะ” พร้อมหลานชาย ราษฎรชาวอำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี จิตอาสาทำความดีถวายพ่อหลวงที่ออกวิ่งจากปัตตานี ขอรับบริจาคนำเงินจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาล ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ระยะทาง ๔,๒๐๐ กิโลเมตรวิ่งถึงอำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรีแล้ว เผยยอดเงินที่ได้รับบริจาคล่าสุดเกือบ ๘ แสนบาท

          เมื่อเวลา ๑๒.๐๐ น. วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาปากท่อ อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี นายอับดุล สารีเต๊ะ อายุ ๔๕ ปี ราษฎรชาว อ.มายอ จ.ปัตตานี พร้อมหลานชายได้ออกวิ่งมาตามถนนมุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย ตามโครงการ “น้ำใจไทย สู่จังหวัดชายแดนใต้ ช่วยโรงพยาบาลชุมชน” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลขนาดเล็กและโรงพยาบาลชุมชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ระยะทางรวมประมาณ ๔,๒๐๐ กิโลเมตร ซึ่งได้นำเงินที่ได้รับการบริจาค ช่วงระหว่างการวิ่งในเส้นทางที่ผ่านฝากไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เล็งเห็นถึงความมีจิตสาธารณะและการสร้างประโยชน์ต่อสังคมในการจัดกิจกรรมดังกล่าว 

          ทาง ธ.ก.ส.จึงได้ประสานสำนักงาน ธ.ก.ส.ทุกจังหวัดให้ช่วยอำนวยความสะดวกดูแลนายอับดุล สารีเต๊ะ นักวิ่งมาราธอน มีการประสานทีมแพทย์พร้อมจัดหน่วยปฐมพยาบาล รถฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมดูแลอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางเขตรอยต่อแต่ละพื้นที่เพื่อให้นักวิ่งมาราธอนไปสู่จุดหมายปลายทางตามเจตนารมณ์

          ล่าสุดนายอับดุล สารีเต๊ะ นักวิ่งมาราธอนได้วิ่งมาจาก จ.เพชรบุรี เข้าสู่ จ.ราชบุรี โดยมีนายเฉลิมชัย ชาตะรัตน์ รองฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก และสิบเอก ชัยวัฒน์ หาญธนะกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส.ราชบุรี พร้อมด้วยผู้บริหาร พนักงาน ได้มาคอยต้อนรับให้กำลังใจ

          นายอับดุล สารีเต๊ะ นักวิ่งมาราธอน เปิดเผยว่า วิ่งตามโครงการทำความดีเพื่อพ่อ ด้วยการวิ่งจิตอาสาน้ำใจไทย สู่จังหวัดชายแดนใต้ โดยออกวิ่งจาก อ.มายอ จ.ปัตตานี ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน เพื่อวิ่งสู่ จ.เชียงราย และวกเข้าไปสู่พื้นที่ภาคอีสานแล้วกลับเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ต่อ โดยเงินที่ได้รับบริจาคมานี้จะนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวน ๓ แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลนาทวี โรงพยาบาลยะหริ่ง โรงพยาบาลมายอ

          ตอนนี้ได้ยอดเงินบริจาคแล้วประมาณเกือบ ๘ แสนบาท โดยนำไปฝากไว้ที่ธนาคาร ธ.ก.ส.ทุกสาขาที่ตนเองวิ่งผ่านพื้นที่ และรู้สึกสำนึกพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ให้ทุกคนทำความดี เพื่อพ่อ ตัวเราซึ่งเป็นนักวิ่งอยู่แล้วจึงมีแนวคิดอยากจะช่วยเหลือโรงพยาบาลชุมชนที่ขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์ 

          ส่วนตัวเองยังมีแรงอยู่จึงคิดว่าอยากจะวิ่งช่วยเหลือโรงพยาบาลสักครั้งหนึ่งในชีวิต ช่วงระหว่างการวิ่งมีการบาดเจ็บเล็กน้อยเป็นธรรมดาของนักวิ่ง คิดว่าจะต้องวิ่งให้ถึงจุดหมายปลายทางให้ได้ คาดว่าจะวิ่งให้ถึงเส้นชัยประมาณวันที่ ๒๐ มกราคมปี ๖๓” นายอับดุล กล่าว.

         พร้อมกล่าวต่อว่า โดยรายได้ในการวิ่งในครั้งนี้ จะนำทูล เกล้าฯถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ในโอกาสที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนินพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์รักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาล ชาวบ้าน จะได้ไม่ต้องเดินทางไปรักษาในตัวจังหวัด ช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันเวลา

          นายเฉลิมชัย ชาตะรัตน์ รองฝ่ายกิจการ สาขาภาคตะวันตก กล่าวว่า ตนรับผิดชอบพื้นที่ภาคตะวันตกเรื่อยขึ้นมา ทางธนาคารได้สั่งการให้ทาง ธ.ก.ส.ช่วยดูแลนักวิ่งคนนี้ที่มีความประสงค์จะทำความดีเพื่อพ่อ ซึ่งทาง ธ.ก.ส.ในฐานะเป็นธุระเรื่องการรับฝากเงินเข้าบัญชีของนายอับดุล จึงอำนวยความสะดวกด้านอาหาร การเดินทางและเรื่องที่เกี่ยวข้องที่สามารถช่วยเหลือได้ 

          รวมทั้งประสานหน่วยงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ หน่วยกู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของนักวิ่งให้ได้ โดย ธ.ก.ส. ทั้ง ๕๕ จังหวัด ที่ผ่านมาและจะไปครบรอบในประเทศยินดีที่จะดูแลนักวิ่งตลอดเส้นทาง พร้อมประชาสัมพันธ์การรับบริจาคเงินในโครงการดังกล่าวให้ประชาชนได้รับรู้เรื่องที่ดีเพื่อมาช่วยกันสร้างอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย แก้ไขปัญหาในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ร่วมกัน

          อย่างไรก็ตาม หลังจากนายอับดุล สารีเต๊ะ ได้หยุดพักรับประทานอาหารบริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพสาขาปากท่อเสร็จแล้ว ก็ได้นำพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ที่บนศีรษะพร้อมกับออกวิ่งร่วมกับผู้บริหาร ธ.ก.ส.ไปตามถนนเพชรเกษม มีประชาชนร่วมบริจาคเงินระหว่างทางเป็นระยะ เพื่อเข้าสู่พื้นที่ อ.เมือง และจะหยุดพักที่ อ.เมืองราชบุรี ๑ คืน ก่อนจะวิ่งเข้าพื้นที่ จ.นครปฐมต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี / ศูนย์ข่าว3จังหวัดชายแดนภาคใต้.

สำนักข่าวความมั่นคง.