สุโขทัย – ทำบุญตักบาตร ถวายพานพุ่ม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9 วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

สุโขทัย-ทำบุญตักบาตร ถวายพานพุ่ม เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9 วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

เช้าวันที่ (5 ธ.ค.62) เวลา 07.00 น. ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา พสกนิกรชาวจังหวัดสุโขทัย ประกอบพิธีทำบุญถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพรัชกาลที่ 9 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ โดยร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง พระสงฆ์และสามเณร จำนวน 89 รูป

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานในวางพานพุ่มดอกไม้ กล่าวถวายราชสดุดีและถวายบังคมหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2562

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

จิตอาสาสุโขทัย – ร่วมกันพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดลำน้ำ คูคลอง เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9

สุโขทัยจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาปรับภูมิทัศน์ ทำความสะอาดลำน้ำ คูคลอง เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพิธีเปิดสวนหย่อมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562

วันนี้ (5 ธ.ค.62) เวลา 10.00 น. ที่บริเวณคลองตาปาน หมู่ที่ 5 ตำบลวังลึก อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นำประชาชนจิตอาสาประกอบกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 5 ธันวาคม 2562

โดยมีประชาชนจิตอาสาจำนวนมากร่วมปฏิบัติหน้าที่ในโครงการ “เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” พัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดสำน้ำคูคลอง โดยช่วยกันตัดแต่งกิ่งไม้ ริมคลอง กำจัดผักตบชวา เก็บขยะมูลฝอยบริเวณชุมชนริมคลอง และปรับปรุงภูมิทัศน์ในบริเวณพื้นที่ ทำความสะอาด ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และสะอาดตา

นายพง์เทพ สาคร รายงาน

กองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ ร่วมทำบุญตักบาตรวันชาติและวันพ่อแห่งชาติ

ในวันนี้ 5 ธ.ค.62 พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 และภริยา พร้อมด้วยนายทหารฝ่ายอำ นวยการทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร(ข้าวสาร-อาหารแห้ง) และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ 5 ธ.ค.62

โดยมี พลเรือโทรณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานในพิธี ณ ศาสนสถานหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า และยังเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อีกด้วย โดยมีหน่วยงานต่างๆ ของกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก

นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน
ภาพ/ข่าวจาก แผนก ปจว./ปชส.กพร.บก.ทรภ.1

ศรชล.ภาค 1 – ส่งกำลังเรืออากาศยานร่วมกรมเจ้าท่า เร่งขจัดคราบน้ำมัน จากเรืออับปางกลางทะเลศรีราชา

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประ โยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 (ศรชล. ภาค 1) จัดกำลังทางเรือและอากาศยานร่วมกับเรือกรมเจ้าท่าเข้าตรวจสอบและขจัดคราบน้ำมันจากเรือประสบอุบัติเหตุอับปางกลางทะเลศรีราชา

จากกรณี ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ ได้รับแจ้งจาก บริษัท ศรีราชา วีทีเอส ว่า เรือ Golden Bridge 2 ได้ประสบอุบัติเหตุถูกคลื่นซัดเข้าบริเวณท้ายเรือจนทำให้เรือเอียงและและจมลงกลางทะเล บริเวณอ่าวทะเลศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อเวลา ประมาณ 05.45 น. วันที่ 3 ธ.ค.62 โดยเรือ Chalakarn ได้เข้าช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมด 3 คน ส่งขึ้นฝั่งได้โดยปลอดภัย

หลังรับแจ้ง พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ.ศรชล. ภาค 1/ผบ.ทรภ.1) จังหวัดชลบุรี
ได้ประสานการปฏิบัติกับศูนย์ปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ในการจัดเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล และเรือหลวงเทพา เข้าตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่ามีน้ำมันอยู่ภายในเรือ จำนวน 104,000 ลิตร รั่วไหลออกมาเป็นทางยาว ประมาณ 1.5 ไมล์ คาดว่าเป็นน้ำมันที่รั่วออกจากเรือ ประมาณ 20,000 ลิตร พร้อมกับได้ประสาน เรือเด่นสุทธิ ซึ่งเป็นเรือสกัดคราบน้ำมัน และเรือหลวงหลีเป๊ะ เรือหลวงแสมสาร ในการลำเลียงอุปกรณ์ขจัดคราบน้ำมัน เพื่อทำการสำรวจพื้นที่และเร่งขจัดคราบน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ของกรมเจ้าท่าได้ทำการอุดรอยรั่วและวาล์วน้ำมันเรียบ ร้อย การรั่วไหลของน้ำมันลดลงมาก เรือเด่นสุทธิ ได้เร่งจัดการขจัดคราบน้ำมัน เพื่อปัองกันอันตรายต่อเรือต่างๆ ที่เดินทางผ่านในพื้นที่ พร้อมดำเนินการวางทุ่นไฟสัญญลักษณ์ เพื่อแจ้งเตือนเรือต่าง ๆ ที่ผ่านมาในพื้นที่และ จัดเรือหลวงเทพา เป็นเรือเฝ้าระวังในพื้นที่ รวมถึงกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือได้ออกประกาศชาวเรือแจ้งเตือนเรือต่าง ๆ อีกทางหนึ่งด้วยแล้ว

ล่าสุดในวันนี้ 4 ธ.ค.62 ศรชล.ภาค 1 ได้ ส่ง ร.ล.แสมสาร ลำเลียงสาร disper tant ซึ่งเป็นสารขจัดคราบน้ำมันและอุปกรณ์เดินทางร่วมการขจัดคราบน้ำมันเพิ่มเติม และส่ง เฮลิคอป เตอร์ ปราบเรือดำน้ำ แบบ 1 (ฮ.ปด.1) ขึ้นบินสำรวจบริเวณพื้นที่เกิดเหตุตรวจสอบพร้อมกับโปรยสารเคมีตามแนวที่มีน้ำมันรั่วไหล เพื่อสะกัดการแพร่กระจายของคราบน้ำมัน ส่วนคราบน้ำมันนั้นยังเคลื่อนที่อยู่ในทะเล ซึ่ง ศรชล.ภาค 1 ยังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ซึ่งการปฏิบัติต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ด้วยความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ในศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่ได้มีการบูรณาการและประสานการปฏิบัติระหว่างกันอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้การช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติในทะเลนั้น เป็นนโยบายของ พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่มอบหมายให้กับหน่วยต่างๆ ของกองทัพเรือเตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา เพื่อเป็นการดูแลความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชน เป็น “กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ”

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทัพเรือภาค 1 – ส่งเรือช่วยลูกเรือประมงอับปางกลางทะเล รอดชีวิต 5 ไต๋เรือสูญหาย ยังไม่ทราบชะตากรรม

ในวันนี้ 4 ธ.ค.62 พลเรือโท สุทธินันท์ สมานรักษ์ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1/ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 (ผอ.ศรชล. ภาค 1/ผบ.ทรภ.1) จังหวัดชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุเรือประมงอับปางในทะเล ด้านทิศใต้ ระยะห่างประมาณ 35 ไมล์ จากเขาแหลมปู่เจ้า อ.สัตหีบ จ.ชล บุรี มีลูกเรือและไต๋เรือรวม 6 คน อยู่ในเรือ

จึงได้สั่งการให้ นำเรือออกให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและสามารถช่วยเหลือลูกเรือประมง 5 คน ได้อย่างปลอดภัยมีไต๋เรือทราบชื่อต่อมาคือ นายเวด จำปาเหลือง อายุ 48 ปี บ้านอยู่ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด สูญหายไป 1 คน ก่อนนำตัวลูกเรือที่รอดชีวิตสัญชาติกัมพูชา ทั้ง 5 คน มาส่งขึ้นฝั่งที่ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมีว่าที่นาวาเอก นันทพันธ์ ชำนาญไตรภพ หน.ศูนย์ควบคุมความมั่นคงท่าเรือ จ.ชลบุรี พร้อมด้วยนายวสินทร์ ปฐวีศรีสุธา เจ้าของเรือพร้อมด้วยชุดสหวิชาชีพ จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานจัดหางานจังหวัดชลบุรี ร่วมรับและตรวจสอบลูกเรือประมงทั้ง 5 คน ที่รอดชีวิต

เรือเอก ภมร สายสมาน ผู้ควบคุมเรือ ต.227 กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุมีเรือประมงไทย ชื่อเรือโชคทะเลไทย อับ ปาง จึงได้นำเรือออกไปให้ความช่วยเหลือตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในทันที เมื่อไปถึงพบว่ามีเรือประมงในบริ เวณข้างเคียงชื่อ เรือศรีนะรัตน์ ได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น ก่อนนำลูกเรือ 5 คน ขึ้นเรือและนำเรือออกค้นหาไต๋เรือที่สูญหายในระยะ 10 ไมล์ จากจุดเรือจม ปรากฏว่าไม่พบประกอบกับคลื่นลมแรงและลูกเรือมีอาการเจ็บป่วยและอ่อน เพลีย จึงได้ยุติการค้นหาและนำลูกเรือส่งกลับเข้าฝั่ง

นาย รี มิต ช่างเครื่องประจำเรือที่รอดชีวิตได้กล่าวว่า เรือได้อับปางลงเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น.คืนวันที่ 3 ธ.ค.62 ขณะจอดทอดสมออยู่ มีน้ำเข้ามาในเรือจนไม่สามารถดูดน้ำออกได้ทันประกอบกับคลื่นลมแรงน้ำได้ซัดเข้าเรืออย่างต่อเนื่องจนเรือจมลง ไต๋ได้ให้ลูกเรือทุกคนสวมเสื้อชูชีพว่ายน้ำไปเกาะลังโฟมที่อยู่ห่างออกไปเพื่อพยุงตัวไว้ แต่ไต๋ได้จมหายไป ตนและเพื่อนได้พยุงตัวไว้กับลังโฟมจนมีเรือประมงใกล้เคียงและเรือจากกองทัพเรือมาช่วยเหลือไว้ได้

ว่าที่นาวาเอก นันทพันธ์ ชำนาญไตร กล่าวว่า หลังได้รับคำสั่งจึงให้ เรือ ต 227 เข้าดำเนินการช่วยเหลือและค้นหาอย่างเร่งด่วน จนสามารถช่วยเหลือลูเรือที่ลอยคออยู่ในทะเลนำขึ้นเรือและมาส่งที่ ท่าเรือท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือได้อย่างปลอดภัย และได้เชิญชุดสหวิชาชีพ เข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อมูลของลูกเรือ และประสานเจ้าของเรือเพื่อมารับตัวลูกเรือกลับไป ส่วนไต๋เรือที่หายไป ทัพเรือภาคที่ 1 จะได้จัดอากาศนาวีและกำ ลังทางเรือ พร้อมประสานเรือประมงในพื้นที่ทำการค้นหาอีกทางหนึ่งด้วย

ด้านนาย วสินทร์ ปฐวีศรีสุธา เจ้าของเรือ ที่ได้มารอรับลูกเรือของตนเองด้วยได้กล่าวว่า เรือประมงลำที่จมเป็น เรือลอบปลา ขนาด 28 ตัน ยาว 8 วา กว้าง 3 วา เดินทางออกจากปากน้ำระยอง เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ต้องขอขอบคุณทหารเรือหลังจากรับแจ้งแล้วได้ให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ถึงแม้ว่าจะค้นหาไต๋เรือไม่พบ แต่ก็ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว ต้องขอขอบ คุณกองทัพเรือด้วยความจริงใจ และยังทราบอีกว่ากองทัพเรือ ยังจะช่วยทำการค้นหาอย่างต่อเนื่องอีกด้วย “ขอบคุณกอง ทัพเรือจริงๆ ” นาย วสินทร์ ได้กล่าวในตอนท้าย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ชาวสัตหีบ – จัดกิจกรรมคิดถึงพ่อร.9 ปล่อยลูกโป่งพร้อมติดชื่อหลายร้อยลูก ขึ้นบนท้องฟ้า

          วันนี้ 4 ธ.ค.62 นาย ณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศบาลเมืองสัตหีบ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงานราชการ ข้าราชการ ลูกจ้าง นักเรียน ประชาชนทุกหมู่เหล่า ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ร่วมกันจัดโครงการรัฐพิธี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ วันชาติและวันพ่อแห่งชาติ โดยจัดกกิจกรรม คิดถึงพ่อ ร.9 และพิธีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณสามแยกเทศบาล 7 ตลาดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

          สำหรับกิจกรรมฯประกอบไปด้วยการร่วมฟังการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงดนตรี ใจแอนท์ สัตหีบมินิมารช์ จากนักเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กศรีดรุณา การบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ โดยวงศ์ดุริยางค์ โรงเรียนสิงห์สมุทร และร่วมกัน ปักดอกดาวเรืองเป็นเลข 9 เพื่อคิดถึงพ่อ ร.9 พิธีจุดเทียน พร้อมรับฟังคำกลอนเพื่อคิดถึงพ่อ ร.9และร่วมปล่อยลูกโป่งโดยเขียนชื่อติดไว้บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยลูกโป่งมีความสวยงามเป็นอย่างมาก

          นาย ณรงค์ บุญบรรเจิดศรี กล่าว่า เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2562 ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเพื่อแสดงออกความจงรักภักดีและรำลึกพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ปกเกล้าปกกระหม่อมให้ความร่มเย็น เป็นสุขแก่พสกนิกรชาวไทย อีกทั้งทรงบันดาลให้เกิดการพัฒนาประเทศในทุกด้านตลอดมาเป็นเวลา 70 ปี ซึ่งยังทรงสถิตอยู่ในใจพสกนิกรปวงชนชาวไทยมาโดยตลอดจึงได้จัดกิจกรรม “คิดถึงพ่อ ร.9”ขึ้น เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2019

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดงานเทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2019 กระตุ้นเศรษฐกิจต่อยอดจันทบุรีก้าวสู่นครอัญมณี ส่งเสริมการท่องเที่ยว

         วันนี้ ( 4 พ.ย.62 ) ที่ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับ จังหวัดจันทบุรี นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดเทศกาลนานาชาติ พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2019 โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีกล่าวต้อนรับ มีการแสดงแฟชั่นโชว์อัญมณีและเครื่องประดับที่สวยงาม,การแสดงพาราไดซ์อินจันทบุรี, การมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดผลิตภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ

         ทั้งนี้ การจัดงานเทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2019”( International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2019 ) ภายใต้โครงการพัฒนาจังหวัดจันทบุรีเป็นนครอัญมณี จัดขึ้นตามแนวคิด “พลังแห่งอัญมณีและเครื่องประดับ” ( Power of Gemstone and Jewelry )เป็นการส่งเสริมการพัฒนาและผลักดันให้จังหวัดจันทบุรีก้าวเข้าสู่การเป็น “นครอัญมณีของโลก” โดยงานเทศกาล นานาชาติ พลอย และ อัญมณีเครื่องประดับจันทบุรี 2019 จะมีไปจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม แบ่งการจัดงานออกเป็น 3 ส่วน ครอบคุลมพื้นที่แหล่งธุรกิจอัญมณีของจังหวัดจันทบุรีประกอบด้วย ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี /เคพี จิวเวอรี่เซ็นเตอร์ /ตลาดพลอย ถนนศรีจันท์ ซอยกระจ่าง และ OTOP Lifestyle เพื่อประชาสัมพันธ์ของดีเมืองจันท์ ศูนย์รวมการซื้อขายพลอย และ อัญมณีของโลก ชักชวนนักลงทุน นักธุรกิจ และประชาชน นักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดจันทบุรีเพิ่มมากขึ้น

          หลังจากเปิดงานที่ศูนย์อัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรีเสร็จสิ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีได้นำคณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เดินทางไปเยี่ยมชมและเปิดงานจุดที่ 2 บริเวณตลาดพลอย ถนนศรีจันท์ ซอยกระจ่าง และ OTOP Lifestyle มีการแสดงพาราไดซ์อินจันทบุรีของนักเรียน และประชาชนกว่า 1,000 คน บนถนนศรีจันท์ สร้างความประทับใจแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจชาวต่างชาติที่มาร่วมงาน

         ทั้งนี้ งานเทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2019” ( Inter national Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2019 ) มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการค้า, การลงทุน, ธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ รวมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวจันทบุรี เมืองรองห้ามพลาด มากมาย ต่างๆ อาทิ การแสดงพลอยสวยงามหายากมูลค่าหลายสิบล้านบาท / การประกวดออกแบบเครื่องประดับและประกวดพลอยเจียระไน /นิทรรศการโครงการวิจัยด้านอัญมณีและเครื่องประดับ /นิทรรศการ Jewelry Design Gallery, Smart Jewelers Exhibition, Innovative Jewelry, New Heritage และ Innovative Lifestyle Jewelry /การประมูลพลอยเจียระไน /สัมมนาอุตสาหกรรมด้านอัญมณีและเครื่องประดับ การแสดงแบบแฟชั่นโชว์ /ตำนานพลอบเมืองจันท์ /การจำหน่ายพลอยดิบ อัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ผลิตโดยตรง /การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง อาหารพื้นบ้าน ของดีเมืองจันท์

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี – จัดกิจกรรมวันดินโลก และเปิดบ้านวิชาการ การพัฒนาที่ดินตามศาสตร์พระราชาปี 2562

จังหวัดจันทบุรี จัดกิจกรรมวันดินโลก และเปิดบ้านวิชาการการพัฒนาที่ดิน ตามศาสตร์พระราชาปี 2562 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

          วันนี้ ( 4 ธ.ค.62 ) ที่สถานีพัฒนาที่ดิน บ้านช้างข้าม ต.นายายอาม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน และเกษตรกรชาวจันทบุรี ประกอบ พิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันดินโลก ประจำปี 2562

          ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับ การลดต้นทุนพืช เพิ่มผลผลิตพืช ผัก ผลไม้ ด้วยปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ / นิทรรศการ การปรับปรุงดิน / นิทรรศการ 23 หลักการทรงงาน ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นต้น ด้วยพระอัจฉริยภาพและแนวพระราชดำริขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ไม่ได้เป็นที่ยอมรับเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นแต่นานาชาติต่างให้การยอมรับใน พระอัจฉริยภาพแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านโดยเฉพาะวิสัยทัศน์และพระราชกรณียะกิจเกี่ยวกับการพัฒนา และอนุรักษ์ทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน

          ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ จึงมีมติเมื่อวันที่ 20 ธ.ค.62 รับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันดินโลกซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ตร.ภูธรมุกดาหาร กวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ ได้ผู้ต้องหาค้ายานรก 1,470 เม็ด พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน

ตร.ภูธรมุกดาหาร กวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่ ได้ผู้ต้องหาค้ายานรก 1,470 เม็ด พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน

         เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2562 เวลา 21.40 น. กองกำกับการสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร, พ.ต.อ.จตุรงค์ กลิ่นศรีสุข ผกก.สืบสวน ภ.จว.มุกดาหาร ผกก. พ.อ.พรเทพ ชิ้นสุวรรณ รองผอ.รมน.มุกดาหาร ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการ กก.สส.ภ.จว.และชุดปส.ภ.จว.มุกดาหาร พร้อมพวก บูรณาการร่วมกับกอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร, ชรต.209 กอ.รมน.จังหวัดมุกดาหาร, ร้อย ทพ.2110, ชปข.สขว.กอ.รมน. ลงพื้นที่หาข่าว และออกระดมกวาดล้างอาชญากรรม ในพื้นที่ ได้ทำการจับกุมตัว นายโกวิท สาธุชาติ อายุ 38 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ต.ดงมอน อ.เมือง จว.มุกดาหาร พร้อมด้วยของกลาง

  • ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) จำนวน 1,470 เม็ด
  • ลูกระเบิดขว้างสังหารบุคคล M 67 จำนวน 1 ลูก
  • อาวุธปืนลูกซอง คอมมานโด NTS ขนาด เบอร์ 12 ลำกล้องยาว 8 นิ้ว หมายเลข กท 59700427 จำนวน 1 กระบอก
  • อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก
  • เครื่องกระสุนปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 จำนวน 8 นัด
  • แม็กกาซีนสำหรับปืนขนาด 9 มม. จำนวน 1 อัน

         โดยกล่าวหาว่า “เสพและมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ (เมทแอมเฟตามีน/ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนและวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”

          สถานที่จับกุม บริเวณบ้านเลขที่ 18 หมู่ 1 ต.ดงมอน อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมได้ตรวจยึดทรัพย์สินตาม พรบ.มาตรการฯ ดังนี้คือ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้แคป สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน บต 6674 มุกดาหาร จำนวน 1 คัน, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ GPX รุ่น CR5 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดดสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

นายกรัฐมนตรีและภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่ม และถวายบังคม เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ พุทธศักราช 2562

          วันนี้ (5 ธ.ค.62) เวลา 09.00 น. ณ ท้องสนามหลวง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มและถวายบังคมเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ พุทธศักราช 2562 โดยมีประธานองค์กรตามรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรี ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน เข้าร่วมในพิธี ตามลำดับพิธีดังนี้

          เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา ถึงบริเวณท้องสนามหลวง นายกรัฐมนตรีและภริยา ถวายความเคารพด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จากนั้น นายกรัฐมนตรีวางพานพุ่ม จำนวน 2 พาน ในนามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ภริยานายกรัฐมนตรีวางพานพุ่มในนามคณะคู่สมรสคณะรัฐมนตรี ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ

          จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวถวายราชสดุดีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ในวันนี้ ข้าพระพุทธเจ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่ได้มาชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ณ ที่แห่งนี้ ต่างน้อมจิตตั้งมั่นเพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาสุดมิได้

          ตลอดระยะเวลา 70 ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 9 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงปกครองอาณาประชาราษฎร์ใต้ร่มพระบารมีทั่วราชอาณาจักรด้วยทศพิธราชธรรม พระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงทุ่มเทกำลังพระวรกายและพระสติปัญญาเพื่อดับทุกข์ร้อนแก่ปวงพสกนิกรและก่อให้เกิดคุณอเนกอนันต์แก่ประเทศชาติ พระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาอันเปี่ยมล้นในพระราชหฤทัยประจักษ์แจ้งและประทับอยู่ในใจปวงประชา นับเป็นบุญของปวงข้าพระพุทธเจ้าที่ได้มีชีวิตอยู่อย่างผาสุกร่มเย็นบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

          ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อเหล่าปวงชนชาวไทย ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอสืบสานพระราชปณิธานด้วยความจงรักภักดี จะยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม รักษาชาติบ้านเมือง และสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนตลอดไป

          ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมผู้ร่วมพิธีถวายบังคม 3 ครั้ง ภริยานายกรัฐมนตรี นำเหล่าสุภาพสตรีหมอบกราบ เสร็จพิธี

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก