ปีใหม่นี้ กองทัพบกตั้ง “จุดบริการประชาชน 24 ชั่วโมง ” 370 จุด ทั่วประเทศ

ปีใหม่นี้ กองทัพบกตั้ง “จุดบริการประชาชน 24 ชั่วโมง “370 จุด ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 62- 2 มกราคม 63

โดยได้จัดจุดพักรถ พักคน บริการเครื่องดื่ม สอบถามเส้นทาง ปฐมพยาบาล ซ่อมแซมยานพาหนะเบื้องต้น แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย ชาร์จโทรศัพท์ นวดผ่อนคลาย เป็นต้น ทั้งนี้ ในจุดบริการประชาชน นอกจากจะมีทหาร เจ้าหน้าที่รัฐ ทำงานร่วมกันแล้วยังมีประชาชน “จิตอาสาพระราชทาน เราทำความดีเพื่อ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์” จะร่วมอำนวยความสะดวกและดูแลผู้ที่มาขอรับบริการต่างๆด้วย

#ปีใหม่ปลอดภัยกองทัพบกห่วงใยประชาชน

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /ศุนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก

7 มาตรการ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง การเกิดอุบัติเหตุทางถนน ในทุกมิติ

7 มาตรการ ลดอุบัติเหตุปีใหม่ ’63 เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนในทุกมิติ

  1. มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านคน บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด สร้างจิตสำนึก
  2. มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและสภาพแวดล้อม “1 ท้องถิ่น 1 ถนนปลอดภัย” ปิดจุดเสี่ยง
  3. มาตรการการลดปัจจัยเสี่ยงด้านยานพาหนะ
  4. มาตรการด้านการช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ
  5. มาตรการดูแลความปลอดภัยทางน้ำ
  6. มาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว
  7. มาตรการบริหารจัดการและติดตามประเมินผลตามแผนปฏิบัติการฯ

#nnt #สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ #ขับรถมีน้ำใจรักษาวินัยจราจร#มาตรการลดอุบัติเหตุ #เทศกาลปีใหม่ #ขับขี่ปลอดภัย #PRD10

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /สนข.กรมประชาสัมพันธ์

ท่องเที่ยวปีใหม่ สัญจรปลอดภัย ทหารพรานหญิง พร้อมรับใช้ประชาชน

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2562 เวลา 1330 น. ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 มอบหมายให้ ฝ่ายกิจการพลเรือนหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43, กองร้อยทหารพรานที่ 4314 และ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนหญิงหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ร่วมตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่สัญจรไปมา เพื่อสร้างความอุ่นใจ ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ณ ด่านเกาะหม้อแกง กองร้อยทหารพรานที่ 4314 ตำบลท่ากำชำ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news /southpeace

จ.ยะลา – kick off ถนนคนเดิน เดิน กิน ชิม เที่ยว ตลาดบ้านคลองทรายใน

จ.ยะลา kick off ถนนคนเดิน เดิน กิน ชิม เที่ยว ตลาดบ้านคลองทรายใน จังหวัดยะลา ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 

วันนี้ 22 ธันวาคม 2562 เวลา 16.00 น. ณ ตลาดชุมชนบ้านคลองทรายใน หมู่ที่ 5 ตำบลยุโป อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดกิจกรรม kick off ถนนคนเดิน เดิน กิน ชิม เที่ยว ตลาดบ้านคลองทรายใน จังหวัดยะลา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน โดยมี พลตรี อาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา, นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, นายกิติพล เวชกุล พัฒนาการจังหวัดยะลา, ส่วนราชการ, กำนัน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า ถนนคนเดิน เดิน กิน ชิม เที่ยว เป็นนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่จัดให้มีกิจกรรมถนนคนเดิน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคท้องถิ่น โดยกำหนดให้ทุกจังหวัด จัดกิจกรรมลักษณะถนนคนเดิน มีชื่องานว่า “เดิน กิน ชิม เที่ยว ถนนคนเดิน” จังหวัดละ 1 แห่ง และกำหนดให้มีการ Kick off ถนนคนเดิน ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันนี้ ถนน คนเดิน เดิน กิน ชิม เที่ยว เป็นบ้านคลองทรายใน เป็นสถานที่ผู้คนสัญจรผ่านไปมา ทั้งในจังหวัดยะลาและพื้นที่ใกล้เคียงได้มาเดิน มาแวะมา ชมมาพักผ่อนหย่อนใจ ได้สัมผัสและเลือกซื้อสินค้าในราคาถูกและหลากหลาย อยากเชิญชวนให้ทุกๆ ท่านได้มาแวะมาชม และเชื่อมั่นว่าตลาดคลองทรายในแห่งนี้ จะได้รับการพัฒนาและปรับปรุง ให้อยู่คู่ตำบลยุโปตลอดไป ทั้งนี้ประชาชนในพื้นที่รวมถึงเยาวชนสามารถนำสินค้ามาจำหน่าย จะเป็นการช่วยกระจายรายได้ไปยังครัวเรือนอีกทางหนึ่งด้วย

ถนนคนเดินบ้านคลองทรายในจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 24 ธันวาคม 2562 และ มีแผนการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง โดยจังหวัดยะลาได้กำหนดแผนในการจัดกิจกรรมถนนคนเดินในทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน และหมุนเวียนสถานที่ในการจัดกิจกรรม และมีแผนการขยายผลการจัดกิจกรรมไปในระดับอำเภอ โดยกำหนดอำเภอละ 1 จุด

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า – เพจใหม่ /issoc4news /southpeace

ผบ.ทบ. – ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบนโยบาย ดูแลพื้นที่ สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน ช่วงปีใหม่

ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมมอบนโยบายดูแลพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนช่วงปีใหม่ ย้ำเจ้าหน้าที่ทำผิดพลาดก็ต้องได้รับโทษตามกฎหมายไม่มียกเว้น

วันนี้ 23 ธ.ค.62 เวลา 10.00 น. ที่ กองบัญชาการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามงานตามนโยบายข้อสั่งการ พร้อมมอบของขวัญปีใหม่สร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการกองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้แทนศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ตลอดจนผู้บังคับหน่วยในพื้นที่เข้าร่วมประชุม

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก/รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า วันนี้ได้มาตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่และนำความห่วงใยของท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ได้สั่งการและให้ติดตามในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งได้มอบนโยบายให้กับหน่วยโดยเฉพาะในช่วงใกล้ปีใหม่ที่จะมาถึงในไม่กี่วันข้างหน้า โดยทหาร ตำรวจ ในพื้นที่รวมถึงทั่วทั้งประเทศ ต้องเสียสละ ไม่มีวันหยุด เพื่อดูแล สร้างความอุ่นใจให้แก่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จชต. ต้องเพิ่มความเข้มงวดให้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำเรื่องการตรวจสอบบุคคลที่ถือครอง 2 สัญชาติ ซึ่งได้มีการประชุมหารือที่กรุงเทพ โดยเชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร มาทำความเข้าใจเรื่องการตรวจสอบบุคคลที่ถือครอง 2 สัญชาติ ซึ่งขณะนี้ได้มีการคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบแล้ว อีกทั้งได้มีการเข้มงวดในการผ่านตามแนวชาย แดน การเดินทางเข้า-ออก ซึ่งที่ผ่านมาเราได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเป็นอย่างดี สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องที่ได้ติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว

ต่อกรณีเหตุการณ์ที่เขาตะเว จ.นราธิวาส ผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวว่า ตนในนามของผู้บัญชาการทหารบก ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง เรื่องของการเยี่ยวยาได้สั่งให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนสิ่งที่เป็นข้อผิดพลาด กองทัพและผู้ปฏิบัติขอน้อมรับในความผิดพลาดดังกล่าว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ผิดพลาดเจ้าหน้าที่ก็ต้องรับโทษและรับการตัดสินตามกระบวนการกฎหมายไม่มีการช่วยเหลือหรือข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น ยืนยันว่าผู้ที่ปฏิบัติจะต้องได้รับโทษ ขอให้ทุกคนมั่นใจ สิ่งสำคัญที่ได้เน้นย้ำกับผู้ปฏิบัติทุกคนไม่เฉพาะที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จชต. นั่นคือ เรื่อง กฎการปะทะ กองกำลังตามแนวชายแดนในส่วนของเจ้าหน้าที่ทหาร ทุกคนต้องเข้าใจกฎการปะทะว่าคืออะไร สิ่งที่ต้องปฏิบัติ ขั้นตอนเป็นอย่างไร ซึ่งหลังจากนี้หากใครละเลยต้องรับโทษตามกฎหมาย

สำหรับมาตรการควบคุมพื้นที่ในปีหน้า เน้นดูแลพื้นที่ตามแนวชายแดนเป็นสำคัญ โดยได้มีแนวคิดที่จะแลกเปลี่ยนการฝึกร่วมกันระหว่างสองพื้นที่ ไทย-มาเลเซีย เพื่อแสดงความจริงใจให้เห็นว่าทั้งสองประเทศเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน ส่วนการพูดคุยเพื่อสันติสุขก็ยังคงดำเนินการไปตามกระบวนการของการพูดคุยเจรจา

ทั้งนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวอวยพรปีใหม่แก่ผู้สื่อข่าวมีความสุขในช่วงปีใหม่ และนำเสนอข่าวสารที่สรรค์สู่ประชาชน ก่อนจะฝากว่าทิ้งท้ายว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนปฏิบัติหน้าที่ทำตามกระบวนการทุกอย่างด้วยการยึดถือความถูกต้องสำคัญ และเรียนรู้จากความผิดพลาด ชีวิตประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดก็ตามในประเทศไทย ล้วนแล้วแต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ที่ต้องปกป้องดูแล

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบของขวัญปีใหม่ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมอวยพรปีใหม่ให้ทุกภาคส่วนปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ ขอให้ดูแลรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนได้มีความสุขเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนทุกคน

รมต.นร. นายเทวัญฯ ย้ำความร่วมมือด้านสื่ออาเซียน-จีน แนบแน่น

รมต.นร. นายเทวัญ ฯ ย้ำความร่วมมือด้านสื่ออาเซียน-จีนแนบแน่น แม้ปีแห่งการแลกเปลี่ยนสื่อมวลชนอาเซียน – จีน ปิดฉากวันนี้

วันนี้ (23 ธ.ค.62) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีปิดปีแห่งการแลกเปลี่ยนสื่อมวลชนอาเซียน-จีน 2562 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จัดโดยกรมประชาสัมพันธ์  ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23  โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในการเสวนา High-level Forum หัวข้อ “เสริมสร้างความร่วมมือด้านสื่อเพื่ออนาคตร่วมกัน” (Fostering Media Partnership for a Shared Future) โดยผู้แทนระดับรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสสารสนเทศจากประเทศสมาชิกอาเซียน จีน ผู้บริหารและผู้แทนสื่อมวลชนจากอาเซียน จีนและไทยเข้าร่วม

ปี 2562 นี้ถูกกำหนดให้เป็นปีแห่งการแลกเปลี่ยนสื่อมวลชน เกิดจากทางการจีนเสนอให้มีการจัดงาน ในช่วงของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยให้ไทยในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ดำเนินงาน การจัดงานประกอบด้วยการเสวนาในช่วงเช้า และการเลี้ยงอาคารค่ำและแสดงดนตรีในช่วงเย็น

สำหรับกิจกรรมภายใต้ปีแห่งการแลกเปลี่ยนสื่อมวลชนอาเซียน-จีน 2562 ประกอบด้วย การร่วมผลิต การแลกเปลี่ยนข่าวและรายการ การเยือนของสื่อมวลชน ช่วยส่งเสริมการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร การแลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูล ก่อให้เกิดการสร้างโอกาสให้แก่ประชาชน การสร้างเครือข่ายและพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชนที่นำไปสู่การสร้างความเข้าใจร่วมกันและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นระหว่างอาเซียนและจีน

นอกจากนี้  ยังเป็นโอกาสดีที่สื่อมวลชนของภูมิภาคอาเซียนและจีน เกิดความรู้ความเข้าใจ สื่อสารให้ประชาชนมีความรู้สามารถรับมือกับความท้าทายที่กระทบกับชีวิตประจำ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการภัยพิบัติสิ่งแวดล้อม และร่วมกันสะท้อนมุมมองจากสื่อมวลชนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของภูมิภาคเอเชีย

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564

นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2564 บูรณาการแผนงาน เงิน คน เชื่อมโยงนโยบายสู่ภาคปฏิบัติ (Top Down and Bottom Up Policy)

วันนี้ (23 ธ.ค.62) เวลา 09.00 น.  ณ ห้องแกรนด์ ไดมอนด์ บอลรูม อาคารอิมแพค ฟอรั่ม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ได้รับทราบนโยบาย และแนวทางในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สรุปสาระสำคัญ ดังนี้

นายกรัฐมนตรี ย้ำรัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศในระยะยาวตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ . 2561 – พ.ศ. 2580)  ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว สำหรับสถานการณ์คลังไทย ยังคงมีเกินดุลติดต่อกันเป็นปีที่ 5 และระดับสัดส่วนหนี้สาธารณะเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 40 ของ GDP ทำให้บริษัท S&P Global Rating ได้ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของเศรษฐกิจไทยจากระดับมีเสถียรภาพเป็นเชิงบวก เพิ่มความน่าเชื่อถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่ปี 2553 และกลับมาอยู่ในมุมมองเชิงบวกในรอบ 16 ปี นับตั้งแต่ปี 2546 โดยปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ภาคการคลังที่แข็งแกร่งและระดับหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่อยู่ในระดับต่ำ ฐานะการเงินระหว่างประเทศและสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูง การมียุทธศาสตร์ชาติระยะยาว ประกอบกับการมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งซึ่งจะช่วยตอบสนองความต้องการของประชาชน ในอนาคตรัฐบาลยังเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐภาคเอกชน (PPP) ต่อไป เพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทย

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแนวทางการดำเนินการงบประมาณปี พ.ศ.2563 ว่า สืบเนื่องจากร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จะมีผลบังคับใช้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ทำให้ในปัจจุบัน ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ต้องใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ไปพลางก่อน ดังนั้น เพื่อให้มีการใช้จ่ายงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยเร็ว เมื่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีผลบังคับใช้ ขอให้หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ เร่งรัดการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560  เช่นเดียวกับเงินนอกงบประมาณ เช่น เงินรายได้ เงินสะสมคงเหลือ และการใช้เงินกู้ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ

ในส่วนแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จะมีความต่อเนื่องจากงบประมาณปี พ.ศ. 2563 ยังคงนโยบายงบประมาณขาดดุลในจำนวนที่ไม่ส่งผลกระทบต่อวินัยและความยั่งยืนทางการคลัง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามแนวทางการพัฒนาของยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว มีเสถียรภาพ และกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคอย่างทั่วถึง เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของประชาชน โดยย้ำว่าในการจัดทำงบประมาณบูรณาการ ทั้งระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวงเดียวกัน และหน่วยงานระหว่างกระทรวง รวมทั้งการบูรณาการระหว่างมิติหน่วยงาน (Function) และมิติยุทธศาสตร์ (Agenda) กับมิติพื้นที่ (Area) โดยเป็นการบูรณการทั้งแผนงาน แผนคน และแผนเงินอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกัน มีการกำหนดตัวชี้วัดของแผนที่เป็นไปตามหลักสากล อาทิดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) เป็นต้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการจัดทำคำของบประมาณปี พ.ศ. 2564 ให้เสนอคำขอรับการจัดสรรงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มาที่สำนักงบประมาณ ภายในวันที่ 24 มกราคม 2563  ภายใต้เป้าหมาย 6 ด้าน ได้แก่  ด้านความมั่นคง สร้างความปลอดภัย และความมั่นคงให้กับประชาชน ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพัฒนาภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์  คนไทยทุกช่วงวัยให้มีคุณภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้  ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า เพราะสิ่งสำคัญของการจัดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณของรัฐบาล ต้องให้คำนึงถึงความต้องการและประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

นายกรัฐมนตรี ร่วม Kick off เปิดถนนคนเดิน เดิน กิน ชม เที่ยว @ Silom Walking Street

นายกรัฐมนตรีร่วม Kick off เปิดถนนคนเดิน เดิน กิน ชม เที่ยว @ Silom Walking Street นักท่องเที่ยวเนื่องแน่น

เมื่อวันที่ (22 ธ.ค. 62) เวลา 18.30 น. ณ ถนนสีลม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดงานถนนคนเดิน Thailand Walking Street 2020 Happy Together ไปด้วยกันไปได้ไกล และเดินเยี่ยมชมกิจกรรม 6 โซน ได้แก่ ถนนสายศิลป์ ถนนต้องชิม ถนนต้องชม ถนนวัยเก๋า ถนนต้องเดิน และถนนคนกรุง ซึ่งมีการจำหน่ายสินค้าและอาหารอร่อยกว่า 300 ร้าน โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วมงานจำนวนมาก

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณคณะทำงานที่ได้ร่วมการจัดงาน รวมทั้งผู้ประกอบการธุรกิจร้านค้าที่ให้สถานที่ในการจัดงานวันนี้ โดยเฉพาะบรรดาผู้เสียสละการใช้ถนนหนทาง ซึ่งอาจจะมีปัญหาการจราจรที่ติดขัดบ้าง วันนี้มีโขนมาแสดง ซึ่งการดูโขนคือดูจากลักษณะอาการท่าทางต่าง ๆ กิริยาของตัวละคร หากเปรียบเทียบพระรามกับพระลักษณ์ก็เหมือนชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ชาติ คือประเทศไทย มีพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน รัฐบาล ข้าราชการ ภาคเอกชน ประชาชน ต่างเป็นมือเป็นไม้ หน้าที่ของทุกคน คือทำให้ประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ ขณะนี้รัฐบาลมุ่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลกที่โดดเด่น อาทิ การนวดแผนไทยที่ได้มีการขึ้น ทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเปิดโครงการนำร่องเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้เข้าร่วมงานประมาณ 70,000 คน สร้างรายได้กว่า 8 ล้านบาท สินค้าจากหลายร้านมียอดจำหน่าย สร้างรายได้สูงมาก ซึ่งจะเห็นได้จากนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแวะชมในขณะนี้มีจำนวนมาก กระทรวงมหาดไทยจึงได้ขยายผลให้มีการจัดงานถนนคนเดิน เดิน กิน ชม เที่ยว ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศอีกด้วย พร้อมขอให้ทุกคนต้องร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้มเพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวประเทศไทยอีก อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังนึกถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อย พ่อค้าแม่ค้าผู้ประกอบการริมชายหาด และบนริมถนนฟุตบาท ขณะนี้กำลังหามาตรการรองรับว่าจะให้ขายวันไหนอย่างไร ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นทุกจังหวัดต่อไป

นายกรัฐมนตรียังฝากถึงประชาชนทุกคนให้ออมเงิน มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย ตามปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทุกคนต้องสร้างภูมิคุ้นกัน มีความรู้ มีคุณธรรม วางแผนการเงินเพื่อไม่ให้มีปัญหาในวันข้างหน้า พร้อมทั้งอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ขอให้ทุกคนภูมิใจในการเสียภาษี เพราะคือส่วนหนึ่งในการนำมาพัฒนาประเทศ และตนเองจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการใช้งบประมาณให้คุ้มค่าต่อไป

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

ดร. สมบัติ ชนะสิทธิ์ เข้าร่วมประชุมกรรมาธิการและที่ปรึกษา

ดร. สมบัติ ชนะสิทธิ์ ที่ปรึกษาสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมกรรมาธิการและที่ปรึกษาโดยมีท่านมานพ ปัทมาลัย นายกสมาคมฯเป็นประธาน ณ.ห้องประชุมสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย

Cr. ทอนส์79

นครศรีธรรมราช จัดประชุมคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับประเทศสู่ระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2563

จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดประชุมคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการระดับประเทศสู่ระดับจังหวัด ปีงบประมาณ 2563

วันที่ 23 ธันวาคม 2562 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดนครศรี ธรรมราช ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายปรีชา ชนะกิจกำจร รองผู้ว่าราชการจัง หวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 4/2562 มีนายชัยณรงค์ กาพย์เกิด ประชาสัมพันธ์จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะกรรมการและเลขานุการ ได้รายงานผลการดำเนินงานประชา สัมพันธ์แห่งชาติ ระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช ปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ได้รับทราบ และให้คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดฯ รับทราบถึงแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายและแผนการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ ฉบับที่ 5 ไปสู่การปฏิบัติในระดับจังหวัด ตามที่คณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ (กปช.) ได้เห็นชอบเรื่องสื่อสารสำคัญ ประจำปีงบ ประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 4 ประเด็นหลัก จำนวน 11 เรื่อง

เพื่อให้คณะอนุกรรมการฯ ร่วมพิจารณาตามแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องสื่อสารที่สำคัญระดับประเทศที่สอดคล้องกับระดับจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ( 4 ประเด็น จำนวน 11 เรื่อง) รวมทั้งเรื่องสื่อสารสำคัญระดับจังหวัดนครศรีธรรมราชที่เพิ่มเติม จำนวน 1 ประเด็น ได้แก่ การประชา สัมพันธ์การขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบแผนปฏิบัติการประชาสัมพันธ์แห่งชาติระดับจังหวัดนครศรีธรรมราชและเรื่องสื่อสารสำคัญระดับจังหวัดนครศรีธรรมราชที่เพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ตามที่เสนอ

นายปรีชา ชนะกิจกำจร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดนคร ศรีธรรมราช รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อนำไปสู่ความร่วมมือจากประชาชน ดังนั้นจึงขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความสำคัญกับการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ด้วย

////////

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน