จันทบุรี – สำนักงานเหล่ากาชาดพร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน หลั่งไหลธารน้ำใจ มอบเงินและสิ่งของ ถุงยังชีพ ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุไฟไหม้

ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้ กลุ่มบ้านเลขที่ 22 สะพานขาว ต.ตลาด อ.เมือง จ.จันทบุรี

วันนี้ ( 27 ธ.ค.62 ) นางสุจริตรา ศรีนาม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้นำคณะกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนร่วมให้กำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย โดยเหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้มีบ้านพักเสียหายรวม 10 หลัง เป็นบ้านเช่าที่มีผู้อยู่อาศัย 9 หลัง แยกเป้นครอบครัวคนไทย 7 หลัง ผู้ได้รับผลกระทบ 13 ราย ครอบครัวแรงงานต่างด้าวกัมพูชา 2 หลังแรงงานต่างด้าวได้รับผลกระทบ 5 ราย เบื้องต้น

  • กาชาดจังหวัดจันทบุรี ได้มอบเงินปลอบขวัญครอบครัวละ 5,000 บาท พร้อมถุงยัง ชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมอบเงินและสิ่งของพร้อมน้ำดื่มและเครื่องอุปโภคบริโภค
  • เทศบาลเมืองจันทบุรีมอบเงินครอบครัวละ 3,000 บาทพร้อมสิ่งของ
  • คณะกรรมการศาลเจ้าที่ตลาดล่างมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 2,000 บาท
  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ลงสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมการช่วยเหลือตามระเบียบราชการบ้านไฟไหม้ทั้งหลัง ได้รับการช่วยเหลือ 5,000 บาท, ไฟไหม้บางส่วน 3,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีสโมสรโรตารี่จันทบูร ภาคเอกชน และประชาชนนำสิ่งของและเงินสดมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งนี้ เทศบาลเมืองจันทบุรีได้จัดพื้นที่อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบภัย อีกทั้ง ในสื่อโซเชียลเพจที่มีความน่าเชื่อถือได้เปิดหมายเลขบัญชีของผู้ประสบภัยโดยตรง ให้โอนเงินช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรีได้ติดตามความเคลื่อนไหวของมิจฉาชีพที่อาจจะสวมรอยหลอกลวงให้โอนเงินช่วยเหลือ ซึ่งจะมีความผิดทางกฎหมายและเมื่อพบจะดำเนินคดีทันที ดังนั้นในการโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยขอให้ผู้ที่ใจบุญควรตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงอย่าตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ไม่หวังดีได้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สุโขทัย – ประเดิม 7 วัน อันตราย หลวงพี่ซิ่งกระบะไปกิจนิมนต์ แหกโค้งชนร้านค้า ดับ 1 ราย

ประเดิม7วันอันตราย หลวงพี่ซิ่งกระบะไปกิจนิมนต์แหกโค้งชนร้านค้าดับ 1 ราย

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2562 เวลา 07.00 น. รตอ. สุทัสสนะ ธรรมสอน รองสว.(สอบสวน) สภ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย รับแจ้ง มีอุบัติเหตุรถปิคอัพพุ่งชนร้านค้าและมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณทางโค้งอันตราย บ้านเตว็ดใน ม.4 ถ.สายทับผึ้ง-วังทองแดง ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อม พตอ.ชูศักดิ์ วัฒนโยธิน ผกก.สภ.ศรีสำโรง ,แพทย์เวรประจำรพ.ศรีสังวรและจนท.หน่วยกู้ภัย

ในที่เกิดเหตุพบ รถปิคอัพโตโยต้า 4ประตู สีบรอนซ์ ทะเบียน กง-9322 อุตรดิตถ์ สภาพหน้ารถพังยับ พุ่งชนเข้าไปในร้านขายของชำ ของนายแดง โพธิ์รุณ อายุ 62 ปี เลขที่ 45/3 ม.4 ต.วังใหญ่ จนได้รับความเสียหาย โดยมีพระวิชาญ ปสาโท อายุ 31ปี พระลูกวัดเกาะวงษ์เกียรติ์ ม.1 ต.ทับผึ้ง รับว่าเป็นคนขับ พร้อมพระรูปอื่นอีก 8 รูป ยืนรอจนท.อยู่ในอาการตื่นตระหนก ตรวจสอบพบ นส.สมจิตร ทันใจชน อายุ 61ปี บ้านเลขที่ 46 ม.4 ต.วังใหญ่ สวมเสื้อยืดสีแดง กางเกงน้ำเงิน เสียชีวิตอยู่บริเวณท้ายรถปิคอัพ ในสภาพคอหัก บาดแผลตามลำตัวหลายแห่ง

สอบสวนพระวิชาญ ให้การว่า จะขับรถพาพระจากวัดเกาะวงษ์เกียรติ์ ไปรับกิจนิมนต์ญาติโยม ที่บ้านเตว็ดใน ถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งตัว S ติดต่อกัน2 โค้ง รถเกิดเสียหลักแหกโค้ง พุ่งลงข้างทางไปชนร้านค้าซึ่งผู้ตายกำลังยืนซื้อของอยู่หน้าร้านพอดี หลังบันทึกไว้เป็นหลักฐานแล้ว จะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

มุกดาหาร # ทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จับโจ๋ 17 ปี เอารถ จยย.ข้ามโขงแลกยาบ้า 1 มัด

มุกดาหาร # ทหารพราน กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จับโจ๋ 17 ปี เอารถ จยย.ข้ามโขงแลกยาบ้า 1 มัด

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 26 ธ.ค.62 อำนวยการของ พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.21 มอบหมายให้ ร.อ.คำรณ คุ้มเขต ผบ.ร้อย. ทพ. 2106 บูรณาการ ตชด.2443 มว.คทร.ที่ 3 ร้อย.คทร.ที่ 2 กกล.สุรศักดิ์มนตรี นำกำลังออกตรวจพื้นที่เขื่อนกันทรุดริมน้ำโขง บ้านท่าไร่ หมู่ 2 ต.ท่าดอกคำ อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ได้ยินเสียงเรือยนต์แล่นมาจาก ฝั่ง สปป.ลาว จากนั้นมีกลุ่มชายวัยรุ่นกำลังช่วยกันยก รถ จยย.ฮอนด้าโซนิค สีน้ำเงินขาว ทะเบียน กฉล 443 นนทบุรี ลงไปที่ริมแม่น้ำโขง จึงแสดงตัวขอตรวจค้น กลุ่มชายวัยรุ่นตกใจได้วิ่งหลบหนี

จนท.วิ่งตามจนจับตัวได้ 3 คน นายโต (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี รับสารภาพว่านำรถ จยย.ข้ามฝั่ง สปป.ลาว แลกยาบ้าได้จำนวน 1 มัด ส่วนเพื่อนอีก 2 คน ไม่รู้เรื่องด้วย จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่ง สภ.เหล่าหลวง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

สุโขทัย – รณรงค์ป้องกัน ลดอุบัติเหตุ เนื่องในวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ

จังหวัดสุโขทัยโดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัยร่วมกับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องจัดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ประจำปี 2562 และเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563

วันที่ 26 ธ.ค.62 เวลา15.00 น. ณ ลานกิจกรรมหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานเปิดอ่านสารนายกรัฐมนตรีและกล่าวเปิดงานวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติและเปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ ตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคเอกชน ประชาชน และนักเรียนนักศึกษาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ได้เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศไทย โดยเฉพาะ 6 จังหวัดภาคใต้ เป็นผลให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติ สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก โศกนาฏกรรมในครั้งนั้น ได้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจแก่ประชาชนทั้งประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้วันที่ 26 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ เพื่อรำลึกนึกถึงวันที่เกิดภัยพิบัติรุนแรงที่สุดของประเทศ ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันภัยทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ภัยที่เกิดจากอุบัติภัย และอุบัติภัยต่างๆ

และในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน ได้มีการกำหนดแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยมีมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ไว้คือ มาตรการลดความเสี่ยงด้านคน มาตรการลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนน สภาพแวดล้อม และด้านยานพาหนะ มาตรการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว และมาตรการด้านความช่วยเหลือหลังเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนั้น ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 โดยมุ่งเน้นการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายพลเรือน ตำรวจ ทหาร ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่อง

นายพงศ์เทพ สาคร รายงาน

มุกดาหาร # กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จับกุมและตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,955 เม็ด ในพื้นที่ จังหวัดบึงกาฬ

กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี จับกุมและตรวจยึดยาบ้า จำนวน 1,955 เม็ด ในพื้นที่ จังหวัดบึงกาฬ

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 62 กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย เฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้รับแจ้งข่าวว่าจะมีการรับ – ส่งยาเสพติด บริเวณถนนหมายเลข 2026 พื้นที่บ้านดงบัง หมู่ 5 ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ จึงได้ประสานวางแผนการปฏิบัติร่วมกับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ จัดกำลังซุ่มเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าว

ครั้นเมื่อเวลา 16.00 น. ตรวจพบชาย 1 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ (ยี่ห้อ ฮอนด้า โซนิค 125 cc. สีดำ – เหลือง ทะเบียน กษธ. 512 สกลนคร) เข้ามาบริเวณดังกล่าว จากนั้นได้โยนสิ่งของบางอย่างลงข้างถนน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ 1 ราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 1 มัด บรรจุในถุงพลาสติกสีน้ำเงิน พันด้วยเทปกาวสีดำอีกชั้น

โดยสรุปสามารถตรวจยึด ยาบ้า จำนวน 1,955 เม็ด (สีแดง 1,935 เม็ด ด้านหนึ่งเรียบ อีกด้านมีอักษรภาษาอังกฤษ WY, สีเขียว 20 เม็ด ด้านหนึ่งมีอักษรภาษาอังกฤษ A อีกด้านมีอักษรภาษาอังกฤษ WY) และ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า โซนิค 125 cc. สีดำ – เหลือง ทะเบียน กษธ. 512 สกลนคร จำนวน 1 คัน จึงได้นำตัวผู้กระทำผิดพร้อมของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรเหล่าหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


Cr.ฐนกร จิตร์จะโปะ
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

มุกดาหาร # ปปส.ลงพื้นที่ดงหลวง สนธิกำลังเปิดแผนปฏิบัติการ ตัด- ฟัน-เผาทำลาย ไร่กัญชาป่าภูไก่เขี่ย 4 ไร่ มูลค่า 10 ล้าน

https://youtu.be/E39ovhv1Wtw

มุกดาหาร ตำรวจปราบปรามยาเสพติดภาค 4 ลงพื้นที่ อำเภอดงหลวงร่วม ฝ่ายความมั่นคง กอ.รมน. จ.มุกดาหาร ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธรและ ป่าไม้ อำดงหลวงนำกำลังร่วมเปิดแผนปฏิบัติการ ตัด ฟัน เผา ทำลายต้นกัญชา ชาวบ้านลักลอบปลูกบนไหล่เขารวมจำนวน 8 แปลง รวมต้นกัญชา 24,000 ต้นอยู่บนภูไก่เขี่ย อ.ดงหลวงถูกเผาทำลาย

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 26 ธันวาคม 2562 ณ ที่ว่าการอำเภอดงหลวง จ.มุกดาหาร ตำรวจปราบปรามยาเสพติดมาจากภาค 4 ร่วมปล่อยแถว เปิดแผนปฏิบัติการตัด ฟัน เผาทำลายไร่ต้นกัญชาซึ่งหลังใช้เฮลิปคอปเตอร์ บินสำรวจพบชาวบ้านขึ้นไปลักลอบปลูกต้นกัญชาบนภูเขาภูไก่เขี่ยบ้านหองหมู ต.พังแดง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหารโดยหลังปล่อยแถวรวมกำลัง 30 นายเดินเท้าขึ้นภูเข้าเป้าหมายดังกล่าวตรวจสอบพบว่ามีขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ว่าจ้างให้ชาวบ้านขึ้นไปแผ้วถางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบนภูไก่เขี่ยบ้านฝั่งแดง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร

มีการลักลอบปลูกต้นกัญชาจำนวนมากตามที่บินสำรวจพบแปลงปลูกต้นกัญชารวมจำนวน 8 แปลง โดยเจ้าหน้าที่เข้าทำตรวจสอบพบต้นกัญชาปลูกบนเหนือที่รวม 8 แปลง พบต้นกัญชาปลูกอยู่ในหลุมจำนวนมากปลูกตามแนวไล่เขาพบมีการปลูกต้นกัญชา ปลูกในหลุมแต่ละแปลงมีจำนวน 60 หลุม ซึ่งแต่ละหลุมจะมีต้นกัญชาจำนวน 4-5 ต้นแต่ละต้นมีความสูง 1 เมตร ถึง1.50 เมตร รวมต้นกัญชารวมจำนวน 24,000 ต้นซึ่งส่วนใหญ่ถูกเจ้าหน้าที่ตัดฟันเผาทำหลายบนภูเขา

คาดว่ากลุ่มขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติกำลังเตรียมขึ้นเก็บเกี่ยวก่อน อัดแท่งส่งออกปลายทางขายต่างประเทศ จะมีมูลค่ากิโลกรัม 3-4 หมื่นบาท ถูกเจ้าหน้าที่บุกตัดฟันเผาทำลาย ก่อนที่กลุ่มขบวนการค้ากัญชาขึ้นมาเก็บเกี่ยวส่งขายนายทุนต่างประเทศถูกเจ้าหน้าที่ตัดเผาทำลาย และเนื่องจากไม่สามารถนำกัญชาของกลางทั้งหมดออกมาได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เผาทำลายในพื้นที่ปลูก ยกเว้นบางส่วนที่ใช้เป็นของกลางในการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


พวงเพชร จันทร์ดี /หน.ศูนย์ข่าวมุกดาหาร
///// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///// 092-5259-777

แท็กซี่ใจบุญเดินทางไปปอท. แจ้งความเอาผิดนายวิเศษฯ กล่าวหาเป็นแท็กซี่ใจบุญลวงโลก

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ วิเศษ บางวิเศษ ได้ออกมาโพสต์ภาพ​ และข้อความเปิดโปงความลวงโลกของหนุ่มขับแท็กซี่จิตอาสารายหนึ่ง โดยระบุว่าไม่อยากให้ นายสุวรรณฉัตร พรหมชาติ ไปหาช่องทางหลอกลวงผู้ป่วยรายอื่นๆอีก​ เนื่องจาก​ นายสุวรรณฉัตร พรหมชาติ ได้เคยอ้างตัวว่าเป็นแท็กซี่จิตอาสา แต่กลับรับเงินจากผู้ป่วย บางครั้งยังเอ่ยปากขอเงินจากญาติผู้ป่วยโดยอ้างว่าเป็นการสมทบทุนในการทำบุญ ต่อมานายสุวรรณฉัตร พรหมชาติ ได้ไลฟ์สดชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่​ 26 ธันวาคม​ 2562​ เวลา 10.00 น. นายสุวรรณฉัตร พรหมชาติ แท็กซี่จิตอาสา พร้อมด้วย​ พญ.จำเนียร พรหมชาติ ภรรยาของแท็กซี่จิตอาสา เข้าพบ​ ร.ต.อ.สุโกศล ทองแกมแก้ว รองสว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้โพสต์ภาพ​ และข้อความบิดเบือนข้อเท็จจริง หลังได้โพสต์ข้อความกล่าวหาอย่างต่อเนื่องทำให้ได้รับความเสียหาย

นายสุวรรณฉัตรฯ กล่าวว่า วันนี้มาแจ้งความเอาผิดคนให้ร้ายผมในทางที่เสื่อมเสีย โดยมีการโพสต์ข้อความกล่าวหาท้าทายผมอย่างต่อเนื่อง และนำภาพที่มีตนและรถแท็กซี่ไปโพสต์พร้อมข้อความ ทำให้คนที่ไม่ได้ติดตามอาจเข้าใจผิดคิดว่าตนเป็นคนไม่ดีได้ ผมเป็นบุคคลสาธารณะ ทำความดีช่วยเหลือผู้ป่วยมา 24 ปี โดยไม่ทราบว่าเขามาให้ร้ายผมเพื่ออะไร ทำแล้วได้อะไร วันนี้ได้รวบรวมเอกสารการโพสต์ภาพและข้อความจำนวนหลายโพสต์มาเป็นพยานหลักฐานในการแจ้งความกับผู้โพสต์ข้อความบิดเบือนจากข้อเท็จจริง

นายสุวรรณฉัตรฯ กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตามผมยังช่วยเหลือคนป่วยอยู่ตลอด คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนป่วยก็ยังโอนเงินมาช่วยเหลือผมให้ผมได้ทำความดีต่อ โดยที่ผมไม่เคยโพสต์ร้องขอ หรือโพสต์เปิดรับบริจาค มีแต่ผู้ใจดีติดต่อมาทางข้อความส่วนตัวเพื่อขอร่วมทำบุญด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าพร้อมให้ตรวจสอบเรื่องเงินที่ได้รับมาโดยสามารถเข้าไปดูได้ที่เฟซบุ๊กส่วนตัว ชื่อ “สุวรรณฉัตร พรหมชาติ”

นายสุวรรณฉัตรฯ​ ยังได้ชี้แจงเรื่องราวต่างๆ ที่ถูกโพสต์กล่าวหา พร้อมทั้งชี้แจงในรายละเอียด เช่น เรื่องที่กล่าวหาว่าไปส่งผู้ป่วยที่​ จ.อุบลราชธานี​ ไม่ใช่เรื่องจริง โดยตนได้ไปส่งผู้ป่วยที่​ จ.อุดรธานี และกล่าวหาว่าผมเลือกรับเฉพาะเคสผู้ป่วยที่ได้เงิน นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงเรื่องเงิน 4,000 บาทที่เก็บจากการไปส่งผู้ป่วยที่จ.กาญนบุรี อีกด้วย

“กมฺมุนา วตฺต ตีโลโก​ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ในเมื่อเจตตนาที่จะให้ร้ายและใส่ร้ายผม โดยที่ผมไม่คิดจะทำร้ายคุณ ก็ต้องยืดอกรับแบบลูกผู้ชาย ในสิ่งที่คุณกล้าออกมายืนยันว่าผมเป็นคนเลว” นายสุวรรณฉัตรฯ​ ได้ฝากไปถึงผู้โพสต์ข้อความกล่าวหา

อย่างไรก็ตามนายสุวรรณฉัตรฯ ยังยอมรับว่าเคยเป็นเพื่อนกับผู้โพสต์ข้อความดังกล่าว แต่เนื่องจากอุดมการณ์ไม่ตรงกัน เลยถอนตัวออกจากกลุ่มมาประมาณ 7 ปี

ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ตรวจสอบ พร้อมประสานให้ผู้เสียหายไปพบพนักงานสอบสวนสน.พญาไท เนื่องจากตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเข้าข่ายในความผิดฐานหมิ่นประมาท

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

องคมนตรีพร้อมคณะ ติดตามการขับเคลื่อน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จ.น่าน

องคมนตรีพร้อมคณะ ติดตามการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จ.น่าน มอบสิ่งของพระราชทานให้กับตชด.และทหารพราน

วันที่ 25 ธันวาคม​ 2562 : นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีพร้อมคณะ เดินทางมาติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พื้นที่จังหวัดน่าน มอบสิ่งของพระราชทานให้กับข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดนและทหารพราน จำนวน 90 ถุง และปลูกต้นไทร

โดยมี พลตำรวจตรี สุนทร เฉลิมเกียรติ รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน​ พร้อมด้วย​ พันตำรวจเอกรังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 3,นายยุทธพงษ์ ไชยศร นายอำเภอบ่อเกลือ,พ.ต.อ.วุฒิชัย แช่มช้อย ผกก.สภ.บ่อเกลือ, พ.ต.ท. บัณฑิต สีหาโคตร รอง ผกก.ตชด.32 และ หัวหน้าหน่วยงานราชการอำเภอบ่อเกลือ จำนวน 200 คนให้การต้อนรับ

พร้อมทั้งร่วมรับฟังการบรรยายสรุป จาก พันตำรวจโท สุทธิพร นันตา ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่​ 325 บรรยายสรุป ณ ฐานปฏิบัติการบ้านนาขวาง (มว.ตชด.ที่ 3251 ร้อย ตชด.325 ) บ้านนาขวาง ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครนายก – ปิกอัพชน จยย.นักเรียน แยกไฟแดงเสียชีวิต 1 สาหัส 2

https://youtu.be/GyEhb7yB_sw

รถยนต์ปิกอัพชนรถจักรยานยนต์ที่บริเวณแยกไฟแดงลากรถและเด็กนักเรียนติดใต้ท้องรถเสียชีวิต 1 ราย สาหัส 2 ราย

ศูนย์วิทยุเมืองนายกได้รับแจ้งเหตุมีรถยนต์ปิกอัพกับรถจักรยานยนต์ 2 คัน มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย บริเวณแยกไฟแดงสามสาว ขาเข้าตัวเมืองนครนายก จึงรายงาน พ.ต.ต.วีระศักดิ์ ญาณวุฒโท สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลนครนายก และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก ไปยังที่เกิดเหตุ

พบรถยนต์ปิกอัพโตโยต้าสีบรอนด์ ทะเบียน ตย 5138 กรุงเทพมหานคร มีนายวุฒิชัย ชัยศิริ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ที่ 10 ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก เป็นคนขับรถยนต์ปิกอัพซึ่งได้ชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีส้มคาดขาว ทะเบียน กฉฉ นคร นายก 376 สภาพรถพังเสียหาย มีนายธนากร จักรธรรมรัตน อายุ 15 ปี นักเรียนโรงเรียนเมืองนครนายก ชั้นม.3/2 ถูกชน ตัวมุดเข้าไปติดอยู่ใต้รถยนต์เสียชีวิตคาที่ ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ถูกชนอีกคันเป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าโซนิคสีน้ำเงิน ทะเบียน 1 กม นคนายก 3723 สภาพรถจักรยานยนต์พังเสียหายมีเด็กนักเรียนชาย 2 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิต กู้ภัยสว่างอริยะได้รีบนำเด็กนักเรียนส่งโรงพยาบาลนครนายกไปก่อนหน้านี้แล้ว ด้านเด็กที่เสียชีวิตแพทย์เวรได้ชันสูจน์ศพและได้ให้กู้ภัยสว่างฯ นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรอญาติมาติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

จากการบอกเล่าของนายวุฒิชัย คนขับรถยนต์ปิกอัพเล่าว่าตนนั้นได้ขับรถยนต์พาคนงาน 14 คนจะไปทำงานที่ชลบุรี ขับมาจากถนนสายแยกบางอ้อ บ้านนา มุ่งหน้าเข้าบ้านสร้า งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ เป็นทางแยกตนขับรถมาด้วยความเร็วและเป็นจังหวะสัญญาณไฟสีเหลือง กำลังจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส่วนน้องเด็กนักเรียนได้ขับรถจักรยานยนต์ กันมา 2 คัน จากโรงเรียนเมืองนครนายกจะเข้าตัวเมืองนครนายก คาดว่าสัญญาณไฟแดงกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวนักเรียนได้ขับออกมาพอดี จึงเป็นเหตุให้รถชนกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสดังกล่าว จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและเก็บข้อมูลหลักฐานและได้ควบคุมตัวผู้ขับขี่รถยนต์ไปสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – เจ้าของคณะรำไทย พานางรำแก้บน หลังได้โชคจากเจ้าสัวเฮง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ.2562 ที่อาศรมฤๅษีเณรธาตุพุทธคุณ ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข9 ปทุมธานี-บางประอิน มีนางรำมาแก้บนกุมารเจ้าสัวเฮงส่วนประชาชนพาครอบครัวมาดูตัวเลขอ่างน้ำมนต์หวังรับทรัพย์เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นเดือนก่อนวันหวยออก

โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนเดินทางมาแก้บนกับกุมารทองเจ้าสัวเฮง โดยได้นำน้ำแดง ขนม ของเล่นและเสื้อผ้าเด็กมาถวายกุมารทองเจ้าสัวเฮง ด้านนางสาวชุติรัตน์ นวลพุ่ม อายุ33ปี เจ้าของคณะรำบ้านคุณแก้วรำไทย จากจังหวัดสมุทรปราการ ได้นำคณะมารำแก้บนกุมารทองเจ้าสัวเฮง ส่วนประชาชนยังไปส่องเลขที่อ่างน้ำมนต์ ซึ่งปรากฏเป็นตัวเลขลอยอยู่เหนือน้ำ วนเวียนไปเรื่อยไม่อยู่กับที่ โดยตัวเลขทั้งหมดมีเลข 0 ,1 ,3 ,4 ,6 ,7 ,9 โดยตัวเลขดังกล่าว เกิดจากอาจารย์ฤษีเณร ทำพิธีจรดตัวเลข เรียกว่าเลขโสฬสสะระตะ ซึ่งเป็นพิธีโบราณ

จากการสอบถามนางสาวชุติรัตน์ นวลพุ่ม อายุ33ปี เจ้าของคณะรำบ้านคุณแก้วรำไทย กล่าวว่า ตนเคยได้ยินข่าวถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกุมารทองเจ้าสัวเฮง จึงได้เดินทางมาขอพรเรื่องงานและโชคลาภ เนื่องจากตนเองทำคณะรำ จึงบนในสิ่งที่ตนเองถนัดและทำได้ เมื่อสมหวังในสิ่งที่ขอ จึงได้นำคณะมารำเพื่อแก้บนแก่กุมารทองเจ้าสัวเฮง.

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี