สืบตม.1​ รวบอดีตแชมป์โลกจักรยานและแชมป์โอลิมปิกใช้โปรไฟล์ความดัง ลักลอบเป็นเทรนเนอร์​ที่ฟิตเนสดัง ย่านสุขุมวิท

วันที่​ 27 ธ.ค.62 เวลา 11.00 น.ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันแถลงข่าว​ สืบสวนตม.1​ รวบโค้ชนักปั่น อดีตเหรียญทองโอลิมปิก แอบทำงานไม่มีใบอนุญาต

พล.ต.ต.ปิติฯ​ กล่าวว่่า​ เจ้าหน้าที่กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันจับกุม MR.MARC อายุ 37 ปี โค้ชจักรยานระดับโลกอดีตนักปั่นแชมป์โอลิมปิค สัญชาติ นิวซีแลนด์ ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน เหตุเกิดที่ สถาบันส่งเสริมสุขภาพด้านการกีฬาประเภทจักรยาน แบงคอก เก็ท ฟิท (Bangkok Get Fit)

การจับกุมในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าสถาบันส่งเสริมสุขภาพด้านการกีฬาประเภทจักรยาน แบงคอก เก็ท ฟิท (Bangkok Get Fit) ซึ่งเปิดสอนการปั่นจักรยานให้กับบุคคลทั่วไป ตั้งอยู่ที่ซอยสุขุมวิท 26 มีโค้ชหรือครูฝึกทั้งคนไทยและคนต่างชาติ คอยให้การดูแลแนะนำแก่ผู้มาใช้บริการ โดยโค้ชชาวต่างชาติน่าจะทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน

เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นจากสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ต่างๆ​ ของสถาบันฯ พบว่าสถาบันฯ​ มีการแนะนำโค้ชชาวต่างชาติซึ่งเป็นโค้ชระดับโลกและเป็นอดีตนักปั่นแชมป์โอลิมปิค​ และแชมป์โลกเป็นผู้ควบคุมการซ้อม เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบข้อมูลคนต่างชาติในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมืองโดยละเอียดอีกครั้ง พบว่าโค้ชคนดังกล่าวเดินทางเข้ามาเป็นนักท่องเที่ยว​ และไม่ได้มีการขออนุญาตทำงาน

หลังจากทราบข้อมูลแน่ชัดว่ามีการจ้างคนต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจริง เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ สถาบันส่งเสริมสุขภาพด้านการกีฬาประเภทจักรยาน แบงคอก เก็ท ฟิท (Bangkok Get Fit) ขณะเข้าตรวจสอบพบผู้ใช้บริการจำนวนหนึ่งกำลังออกกำลังกาย โดยมีทั้งโค้ชคนไทยและคนต่างชาติเป็นผู้ควบคุมแนะนำการฝึกซ้อม ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานของโค้ชชาวต่างชาติ

จนกระทั่ง​ทราบว่า ชื่อ MR. MARC อายุ 37 ปี สัญชาติ นิวซีแลนด์ เป็นอดีตแชมป์โลกจักรยานและแชมป์โอลิมปิค ซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราวโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่มีเอกสารแสดงการได้รับอนุญาตทำงาน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และทำการจับกุมส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

พล.ต.ต.ปิติฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอด ภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ปอท. รวบผู้ดูแลเพจหลวงพี่จัสติน วัดดูยูมีน v.2 ลงเนื้อหาไม่เหมาะสม และหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์

วันที่​ 26 ธันวาคม​ 2562​ เวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) : พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. พร้อมด้วย​ ว่าที่ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผกก.3 บก.ปอท. และตำรวจกก.3 บก.ปอท. ได้ดำเนินการ “ปฏิบัติการปราบปรามเนื้อหาไม่เหมาะสม และหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์” โดยได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1935/2562 ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2562 เป็นชายจำนวน 1 ราย

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ฯ กล่าวว่า ทางบก.ปอท.ได้ดำเนินการสืบสวนปราบปรามผู้ที่เผยแพร่เนื้อหาไม่เหมาะสม และหลอกลวงขายสินค้าทางออนไลน์ ผู้ร่วมขบวนการ บนสื่อออนไลน์​ และเว็บไซต์ที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีผู้ไม่หวังดีสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีพฤติกรรมการโพสต์ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมเพื่อดึงดูดผู้ชมจำนวนมากให้เข้ามามีส่วนร่วมในเพจ

โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝง เพื่อการสร้างรายได้จากการหลอกลวงขายสินค้าให้กับผู้ติดตามเหล่านั้น ทำให้ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้โพสต์ภาพ และข้อความที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมผ่านเฟซบุ๊กจำนวนหลายครั้งติดต่อกัน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระตุ้นความเกลียดชัง ทำให้ข้อความที่โพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ตลอดจนแชร์เนื้อหาเหล่านั้นออกไปเป็นจำนวนมาก จนอาจทำให้พี่น้องประชาชนรู้สึกไม่พอใจ ทั้งยังตกเป็นเหยื่อจากพฤติกรรมในการหลอกลวงขายสินค้า

ว่าที่ พ.ต.อ.พิเชษฐ์ฯ กล่าวว่า ได้ดำเนินการสืบสวนติดตามผู้ดูแลเพจหลวงพี่จัสติน วัดดูยูมีน ซึ่งมีหลายเวอร์ชั่น โดยเพจแรกสร้างเมื่อปี 2560 มีผู้ติดตามกว่า 3 แสนคน แต่เพจที่เป็นประเด็นคือ เพจหลวงพี่จัสติน วัดดูยูมีน v.2 สร้างเมื่อปี 2562 มีผู้ติดตาม 40,000 ราย ซึ่งได้โพสต์ข้อความในลักษณะสร้างความแตกแยก สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน รวมถึงเข้าข่ายในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และมีพฤติการณ์ในการหลอกลวงขายสินค้าให้กับประชาชน

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ฯ กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เดิมภูมิหลังผู้ต้องหาเป็นคนหน้าตาดี โดยประกอบอาชีพเป็นกระเป๋ารถเมล์ และเคยดังในโลกสังคมออนไลน์ จากนั้นได้ไปลงทุนธุรกิจบางอย่างที่หลอกลวงในออนไลน์จนหมดเนื้อหมดตัว จึงคิดจะทำเพจนี้ขึ้นมา แต่จะทำอย่างไรให้เพจดัง จึงเริ่มนำข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลที่เป็นภัยมั่นคง ข้อมูลเท็จนำมาใส่ในเพจ จนมีผู้ติดตามถึงสามแสนคน จากนั้นจึงคิดที่จะนำเสื้อมาขาย มีผู้หลงซื้อไปจำนวนมากได้เงินไปหลายแสนบาท แต่ผู้ซื้อไม่ได้รับของ และได้แจ้งเข้ามาที่เว็บไซต์ของบก.ปอท.กว่า 10 ราย พร้อมทั้งแจ้งเตือนว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจโกง จนนำมาสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาได้

เบื้องต้นแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 14(3) “นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรฯ” ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท สำหรับผู้ใดเผยแพร่หรือส่งต่อภาพ หรือข้อความดังกล่าว จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(5) อัตราโทษสูงสุด จำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ กล่าวฝากประชาสัมพันธ์​อีกด้วยว่า กรณีที่ประชาชนตรวจพบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมบนสื่อสังคมออนไลน์หรือเว็บไซต์ สามารถรายงานปิดกั้นเบื้องต้นตามช่องทางของสื่อสังคมออนไลน์แต่ละประเภท หรือแจ้งมายังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หมายเลขโทรศัพท์ 0 2142 2556 และ 0 2142 2557 หรือทางเว็บไซต์ tcsd.go.th เพื่อดำเนินการปิดกั้น ระงับ ยับยั้งตามช่องทางของกฎหมาย และสืบสวนจับกุมผู้นำเข้าเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง ผกก.สน.เพชรเกษม เดินทางไปโรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (งามศิริวิทยาคาร) อบรมให้ความรู้กับนักเรียน ในโครงการ D.A.R E.

พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง ผกก.สน.เพชรเกษม เดินทางไปโรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง (งามศิริวิทยาคาร) อบรมให้ความรู้กับนักเรียน ในโครงการ D.A.R E.

เมื่อเวลา 13:00 น วันที่ 26 ธันวาคม 2562 ณ.โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง( งามศิริวิทยาคาร) 205 ซ.เพชรเกษม 69 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.ได้มีการอบรมให้ความรู้กับนักเรียนในโครงการ ครู D.A.R.E.โดย พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง ผกก.สน.เพชรเกษม พร้อมด้วย พ.ต.ท. พิสิษฐ์ มีวิริยกุล รอง ผกก.ป.สน.เพชรเกษม, พ.ต.ต.วันชัย ศรีชัยปลูก สว.จร.สน. เพชรเกษม, ร.ต.อ.มานะ ชูช่วย, ด.ต.ชัยพัชร์ โมทอง, คณะคุณครูโรงเรียนวัดประชาราษฎร์บำรุง(งามศิริวิทยาคาร) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.เพชรเกษม เข้าอบรมให้ความรู้กับนักเรียน

โดย พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง ผกก.สน.เพชรเกษม ได้กล่าวเปิดโครงการ D.A.R.E.และอบรมให้ความรู้กับนักเรียนได้เข้าถึง และเข้าใจในวัตถุประสงค์ของโครงการ D.A.R.E.ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ นักเรียน, เด็กและเยาวชน หลังจากนั้นได้มอบหมายให้

  • พ.ต.ท.พิสิษฐ์ มีวิริยกุล รองผกก.ป.สน.เพชรเกษม ได้กล่าวถึงในด้านของการเคารพกฏหมาย โดยอบรมให้ความรู้กับนักเรียนให้ทำในสิ่งที่ดีๆไม่ควรทำอะไรที่ผิดๆ ซึ่งต่อไปในภายภาคหน้าจะได้ปลุกจิตสำนึกและจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เป็นคนดีในสังคมต่อไป
  • และในส่วนของด้านการจราจร ก็มี พ.ต.ต.วันชัย ศรีชัยปลูก สว.จร.สน.เพชรเกษม ได้อบรมให้ความรู้ในเรื่องการเคารพกฏ และวินัยจราจร ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นอย่างมาก โดยกล่าวถึงความปลอดภัยในการเดินทาง เนื่องด้วยในแต่ละวันนักเรียนจะต้องเดินทางมายังโรงเรียน แม้กระทั่งในส่วนของ พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง ก็จะต้องเดินทาง จึงได้อบรมให้ความรู้ในด้านขับขี่เพื่อความปลอดภัย โดยรถยนต์ให้รัดเข็มขัดนิรภัย
  • ส่วนด้านของรถจักรยานยนต์ก็ต้องสวมหมวกกันน็อค เพื่อความปลอดภัย หากเกิดอุบัติเหตุจะได้ช่วยป้องกันเพื่อให้ได้รับความปลอดภัย และจะต้องเคารพกฏและวินัยจราจรด้วย
  • ส่วนในด้านของความปลอดภัยด้านสุขภาพก็มี ร.ต.อ.มานะ ชูช่วย และ ด.ต.ชัยพัชร์ โมทอง ได้อบรมให้ความรู้ถึงเรื่องอันตรายของ บุหรี่ โดยกล่าวถึงมหันตภัยที่ก่อเกิดโรคมะเร็งของควันบุหรี่ ซึ่งหากสูดดมเข้าไปจะมีพิษร้าย อีกทั้งยังส่งผลถึงสุขภาพและอาจทำให้เสียชีวิต และมิควรเข้าใกล้ อย่างเช่น หาก พ่อ-แม่ ผู้ปกครอง ให้ไปซื้อบุหรี่ก็ไม่ควรไป เพราะจะเป็นการทำผิดกฏหมาย อีกทั้งยังจะทำให้นักเรียน ,เด็กและเยาวชน ใกล้ชิดกับบุหรี่ และไม่ควรทดลอง นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการ D.A.R.E.

ขอบคุณ​ข้อมูล​ข่าวสาร ภาพข่าว

cr.ป๋าหรั่งฝั่งธน “ผู้​สื่อข่าวหนังสือ​พิมพ​์พิมพ์​ไทย​”
ธีรพล ปลื้มถนอม รายงาน

สืบสวนตม.1​ บุกทลายสปาเกย์หรูครบวงจรใจกลางกรุง พบต่างด้าวหล่อ ล่ำ เปลือยกาย เรียกลูกค้า แฝงมั่วเซ็กส์

สืบสวนตม.1​ บุกทลายสปาเกย์หรูครบวงจรใจกลางกรุง พบต่างด้าวหล่อ ล่ำ เปลือยกายเรียกลูกค้า แฝงมั่วเซ็กส์

วันที่​ 27 ธ.ค.62 เวลา 11.00 น.ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคาร 2 สตม.(สวนพลู) สาธร​ กทม. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย, พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปิติ นิธินนทเศรษฐ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ภัคพงศ์ สายอุบล รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมกันแถลงข่าว​ตม.1 บุกทลายสปาเกย์หรูครบวงจร กลางกรุง แฝงมั่วเซ็กส์

พล.ต.ต.ปิติฯ​ กล่าวว่่า​ สืบเนื่องมาจากเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2562 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 ได้เข้าทำการจับกุมร้านนวดสปา THE PRINCE ซึ่งร้านดังกล่าวเปิดบริการเป็นร้านนวดสปา แต่แฝงให้บริการทางเพศ โดยสามารถจับกุมพนักงานนวดชายชาวต่างชาติได้จำนวนหลายราย เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้สืบสวนขยายผลต่อ จนสืบทราบว่า พนักงานนวดชายจำนวนหนึ่ง ได้หลบมาทำงานในลักษณะเดียวกันอยู่ที่ร้าน V CLUB 7 (วีคลับเซเว่น) ย่านซอยอารีย์ 4 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้ตรวจสอบและหาข้อมูลของร้านดังกล่าว จากทางเว็บไซต์ www.vclub7.net

พบว่า ทางร้านได้มีการโฆษณาเผยแพร่ภาพเกี่ยวกับการให้บริการอย่างครบวงจร มีข้อความเชิญชวนให้ลูกค้ามาลองสัมผัสการนวดสปา ที่จะพบกับความสุขและความผ่อนคลายอย่างมีระดับ มีการแจ้งรายละเอียดคอร์สพร้อมห้องนวดสปาหลากหลายให้เลือกสรร พร้อมทั้งโพสต์รูปพนักงานนวดผู้ชาย มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ หุ่นหล่อล่ำ หน้าตาดี ใส่เฉพาะกางเกงใน เน้นโชว์สรีระรูปร่าง ความวาบหวิว เพื่อเป็นการดึงดูดใจลูกค้าให้มาใช้บริการ โดยเปิดให้บริการกับลูกค้าทั่วไป เน้นลูกค้าผู้ชายชาวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.1 จึงได้ทำการวางแผนเข้าทำการจับกุม โดยให้สายลับเข้าไปใช้บริการนวดสปาที่ร้าน V CLUB 7 (วีคลับเซเว่น) และนัดแนะกับสายลับว่าเมื่อเข้าไปใช้บริการ หากพบพนักงานนวดที่ลักษณะคล้ายคนต่างด้าวให้ส่งสัญญาณเข้าทำการจับกุมทันที เมื่อสายลับส่งสัญญาณ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในร้านนวดสปาดังกล่าว

พบว่า เป็นอาคารสามหลังเชื่อมต่อกันได้ มีทางเข้า-ออกสลับซับซ้อนหลายช่องทาง ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบวงจร เช่น ห้องพักแบบโฮสเทล เคาน์เตอร์บาร์ ห้องออกกำลังกาย ห้องอบซาวน่า ห้องนวดสปา พื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนและสำหรับนั่งรับประทานอาหารที่ติดกับสวนหย่อมและสระว่ายน้ำ บริเวณชั้นล่างจะมีเวทีเป็นชั้นๆ สำหรับพนักงานนวดชาย นั่งรอให้ลูกค้าเลือกเพื่อไปให้บริการนวด ส่วนใหญ่ไม่สวมเสื้อ ใส่เพียงกางเกงชั้นในตัวเดียว

จากการตรวจค้นบริเวณห้องนวดชั้นบนของอาคาร พบพนักงานชายเปลือยกายกำลังให้บริการแก่ลูกค้า และยังพบถุงยางอนามัยทั้งที่ใช้แล้วและยังไม่ได้ใช้อีกจำนวนหลายชิ้นอยู่บนที่นอนและถังขยะภายในห้องนวด จากการตรวจสอบพนักงานนวดชายทั้งหมด มีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ มากกว่า 30 คน และจากการตรวจเอกสารหลักฐานการได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของพนักงานนวดชายชาวต่างชาติ พบว่าเป็นคนต่างชาติกระทำความผิด จำนวน 11 ราย แยกเป็น สัญชาติกัมพูชา 1 ราย,เมียนมา 4 ราย,ลาว 4 ราย และเวียดนาม 2 ราย ในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” และข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้”

ภายหลังการแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิของผู้ถูกจับทั้ง 11 ราย ให้ทราบแล้ว ได้นำตัวผู้ถูกจับส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษกับนายจ้างเจ้าของร้านดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ปิติฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ทน.แหลมฉบัง ร่วมตำรวจตั้งจุดตรวจ จุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวก การใช้เส้นทางจราจร ช่วงเทศกาลปีใหม่

เมื่อเวลา10.00 น วันนี้ที่หน้าตลาดสี่มุมเมือง แหลมฉบัง ตรงข้ามนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ริมถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าพัทยา ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายสุขุม อินแดง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เป็นประธานเปิดจุดตรวจจุดบริการประชาชน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค.62 – 2 ม.ค. 63 โดยมีนายอนันต์ บุญสมรองปลัดทน.แหลมฉบังกล่าวรายงาน พร้อมทั้งข้าราชการตำรวจในสังกัดสภ.แหลมฉบัง นำโดยพ.ต.อ.ประสงค์ ศิริทิพย์วานิช ผู้กำกับ พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ สมหวัง รองผู้กำกับป้องกันปราบ ปราม กำลังตำรวจอาสา เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยกู้ภัย และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐเอกชน เข้าร่วมเปิดจุดตรวจจุดบริการประชาชนดังกล่าว

ซึ่งในพื้นที่แหลมฉบังถือว่าเป็นเส้นทางจราจรที่มีประชาชนนักท่องเที่ยวใช้สัญจรผ่านไปมายังเมืองพัทยาและจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออก ทำให้มีปริมาณการจราจรในช่วงปีใหม่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จึงได้มีการตั้งจุดตรวจจุดบริการประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกการจราจรและสอบถามเส้นทางแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ นอกจากนี้ยังได้จัดเตรียมเครื่องดื่มชูกำลัง น้ำดื่ม ผ้าเย็น ให้บริการแก่ประชาชนที่ผ่านจุดอำนวยความสะดวกและเข้ามารับบริการด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาลและกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค2ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางจราจรที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลดังกล่าว

ทางด้าน รองสุขุม อินแดง รองนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง เตือนประชาชน ก่อนออกจากบ้านให้ดูความเรียบร้อยภายในบ้านปลั๊กไฟต่างๆให้ถอดให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยไม่ประมาท หรือเข้าโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ในขณะที่ทางฝ่ายป้องกัน เตรียมความพร้อมแบบร้อยเปอร์เซ็นในข่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง ให้พี่น้องประชาชนแจ้งเข้ามาได้ตลอดเวลา ด้าน สภ.หนองขาม ก็เปิดจุดบริเวณประชาชนในช่วงบ่าย แจกเครื่องดื่มบำรุงกำลังให้กับพี่น้องที่เดินทาง พร้อมกำขับในเรื่องการดื่มเมาอย่าขับ ถูกจับแน่ คาดเข็มนิรภัย บุคคลนั่งท้ายกระบะ แล จยย.ต้องเปิดไฟใส่หมวก เพื่อความปลอดภัย

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วม”วีนิไทยร่วมใจปลูกปะการังเกาะสีชัง”

ตามที่ มูลนิธิกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ โดยความอุปถัมภ์ของ บมจ.วีนิไทยและบริษัท วีนิไทย จำกัด(มหาชน) จัดโครงการ “วีนิไทยร่วมใจปลูกปะการังในพื้นที่เกาะสี ชัง” กองทัพเรือ โดย พลเรือโทสุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี มอบหมายให้ นาวาเอกเกียรติกูล สุวรรณ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นผู้แทน ร่วมพิธีเปิดโครงการฯ เมื่อ 26 ธ.ค.62 ที่ผ่านมา ณ พระจุฑาธุชราชฐาน อ.เกาะสี ชัง จ.ชลบุรี

ซึ่งโครงการดังกล่าว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรม ทช. ) โดยสำนักงาน ทช.ที่ 2 (ชลบุรี) ร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 เทศบาลตำบลเกาะสีชัง ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) วิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลง กรณ์มหาวิทยาลัย และชุมชนในพื้นที่กว่า 100 คน เข้าร่วมกิจกรรมฯ โดยมี รองอธิบดี ปิ่นสักก์ สุรัสวดี เป็นประธาน โดยกิจกรรมดังกล่าว มีการย้ายปลูกปะการังรวม 8,000 กิ่ง ใน 5 พื้นที่ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ให้คงความอุดมสมบูรณ์ ตลอดไป

ภาพ/ข่าว: กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ส่งสารอวยพรปีใหม่ 2563 เน้น “เมาไม่ขับ”

พลเรือโทสุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 จังหวัดชลบุรี ส่งสารอวยพรปีใหม่ ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2563 “ผมขอส่งความสุขความปรารถนาดีและไมตรีจิต มายังพี่น้องประชาชน พี่น้องชาวประมง เพื่อนร่วมงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประ ชาสังคมทุกภาคส่วน และทุกสาขาอาชีพ ตลอดจนกำลังพลทัพเรือภาคที่ 1 ตลอดปีที่ผ่านมา ผมขอขอบคุณทุกท่าน ที่ได้ให้ความร่วมมือกับทัพเรือภาคที่ 1 ในการปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นการสร้างฐานแห่งการพัฒนา ไปสู่ความสำเร็จและยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

ในปีใหม่ พุทธศักราช 2563 นี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกคนเคารพนับถือ ดวงพระวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์, กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ได้โปรดดลบันดาลพระราชทานพรให้ท่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญรุ่งเรือง มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง มีกำลังกายกำลังใจและกำลังสติปัญญาที่เข้มแข็ง สมหวังในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ ผมขอให้ทุกท่านได้เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยความมุ่งมั่นในการทำดี มีความกตัญญูกตเวที มีความเอื้ออารีต่อกัน มีความรักชาติ รักแผ่นดิน ซื่อสัตย์สุจริตอันจะส่งผลให้ภารกิจทุกประการสำเร็จผล เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

และในช่วงเทศกาลปีใหม่ พุทธศักราช 2563 นี้ มีวันหยุดราชการหลายวัน จึงขอให้ทุกท่านใช้ความระมัดระวังในการเดินทางกลับภูมิลำเนา เยี่ยมครอบ ครัวถึงที่หมายและกลับมาทำงานโดยสวัสดิภาพ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง “เมาไม่ขับ”

ด้วยความปรารถนาดี พลเรือโทสุทธินันท์ สมานรักษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ

ภาพ/ข่าว กองกิจการพลเรือนทัพเรือภาคที่ 1
นิราช ทิพย์ศรี/นันทพล ทิพย์ศรี 0909535645 รายงาน

เทคนิคสัตหีบ – เปิดโครงการอาชีวะอาสา ตรวจสอบสภาพรถให้ประชาชนเทศกาลปีใหม่

วันนี้ 27 ธ.ค.62 นายวันชาติ วรรณพราหมณ์ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานทะเบียนและบัตร ผู้แทนนายอำเภอสัตหีบ เดินทางมาเป็นประธานพิธีเปิดโครงการอาชีวะอาสาเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563 โดย มี นางอรทัย โยธินรุ่งเรือง สุดสงวน ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบพร้อมด้วย พ.ต.ท.สมพร สุ่มมาตย์ สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.นาจอมเทียน หัวหน้าสำนักงานขนส่งอำเภอบางละมุง กำนันตำบลนาจอมเทียน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1-9ตำบลนาจอมเทียน ผู้จัดการบริษัท รวมยนต์มอเตอร์แลนด์แขกผู้มีเกียรติคณะกรรมการดำเนินงาน ครู และนักเรียนนักศึกษาให้การต้อนรับและร่วมพิธีเปิด ณ หน้าวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาร่วมกับกรมการขนส่งทางบกได้มีนโยบายให้สถานศึกษาในสังกัด ดำเนินงานตามโครงการอาชีวะอาสาเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2563โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของการอาชีวศึกษา อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมประสบการณ์ ในด้านวิชาชีพให้แก่นักเรียน-นักศึกษา ให้ได้ปฏิบัติงานจริงตามวิชาชีพที่ได้ศึกษามา และมีจิตอาสาให้บริการแก่ชุมชน รวมถึงประชาชนที่มาท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรี ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563นี้โดยการดำเนินงานในโครงการนี้ ได้จัดให้มีบริการตรวจสอบสภาพรถยนต์รถจักรยานยนต์ การซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และประชาสัมพันธ์แนะนำเส้นทาง แหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหารในเขตอำเภอสัตหีบ และพื้นที่ใกล้เคียงในระหว่างวันที่ 27ธันวาคม 2562- 2มกราคม 2563โดยให้บริการตั้งแต่เวลา08.30-00.30น(จนถึงเที่ยงคืน) ณ บริเวณด้านหน้าวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบจังหวัดชลบุรี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่ม ความปลอดภัยและช่วยลดอุบัติเหตุอีกทั้งแนะนำเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอสัตที่บและพื้นที่ใกล้เคียงให้กับประชาชน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของอำเภอสัตหีบ รวมถึงในเขตเทศบาลตำบลนาจอมเทียน เทศบาลตำบลเขาชีจรรย์ เทศบาลตำบลเกล็ดแก้วเทศบาลตำบลบางเสร่และเทศบาลตำบลเขตอุดมศักดิ์ ให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะนักเรียนนักศึกษาจะได้เป็นคนดีของสังคม มีจิตอาสา และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดแรงงาน เพราะนอกจากจะได้บุคลากรที่มีทักษะดีแล้ว ยังมีจิตอาสาบริการสังคมซึ่งจะช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงของวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และเสริมภาพลักษณ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้ดียิ่งขึ้นในโอกาสนี้ กระผมขอขอบคุณหน่วยงานต่งๆ ที่ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนในโครงการนี้เป็นอย่างดียิ่ง

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สัตหีบ – เดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในเทศกาลปีใหม่

สัตหีบเดินรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนเทศกาลปีใหม่ในกิจกรรมจิตอาสาเราทำความดีเพื่อชาติศาสน์กษัตริย์

นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ มาเป็นประธานในพิธีเปิด กิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ กิจกรรมรณรงค์ ประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ณ อาคารอเนกประสงค์ วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ผู้แทนหน่วยงานกองทัพเรือ หน่วยงาน ภาครัฐ ภาคเอกชน หัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน นักศึกษา เข้าร่วมกิจกรรม โดยหลังพิธีเปิดนั้น ได้ขัดขบวนเดินรณรงค์ ประชาสัมพันธ์เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ออกจากวัดสัตหีบไปยังรอบตลาด

นาย อนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ กล่าวว่า หัวหน้าจิตอาสา “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์” หัวหน้าส่วนราชการหัวหน้าหน่วยทหารสังกัดกองทัพเรือพื้นที่อำเภอสัตหีบ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านทุกตำบลพ่อค้า และประชาชนจิตอาสาทุกท่าน ด้วยสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จประปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการ จิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ด้วยทรงมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมมือร่วมใจประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน เพื่อให้เกิดความรักความผูกพันใน 4 สถาบันหลักของชาติ คือ สถาบันชาติ สถาบันศาสนาสถาบันพระมหากษัตริย์ และประชาชน

ศูนย์อำนวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริ (ศอญ.) จึงถือกำเนิดขึ้นตามแนวพระราโชบายเป็นเครื่องมือในการทำหน้าที่ประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยราชคารในพระองค์ หน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าให้มีส่วนร่วมทำงานแก้ไขปัญหาขั้น พื้นฐานของชาติให้คนในชาติ ในชุมชนมีความสุขอย่างยั่งยืน สนองพระราชปณิธานที่ว่า รักษาสืบสาน ต่อยอดในวันนี้ ท่านทั้งหลายมาชุมนุมโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อเป็นการน้อมรำลึกเนื่องในวันสมเด็จพระเจ้ตากสินมหาราช ซึ่งตรงกับวันที่28 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และร่วมกันรณรงค์กรรักษาวินัยจราจรเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม2563 โดยทำตัวเป็นแบบอย่างและเชิญชวนประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างการรับรู้ในอันตรายจากการประมาท ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด จัดโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์ การเลือกตั้งท้องถิ่น

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดโครงการสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งท้องถิ่น แก่สื่อมวลชน สร้างความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปเผยแพร่สู่ประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ

วันนี้ ( 27 ธ.ค.62 ) ที่ห้องแกรนด์บอลรูม 2 โรงแรมนิวแทรเวิล ลอร์ด จันทบุรี นางสาวเมลดา วัชรโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานการสัมมนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชน และเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ในจังหวัดจันทบุรี มีความรู้ ความเข้าใจ ในการปกครองท้องถิ่น และกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วสามารถนำไปเผยแพร่สู่ประชาชน ผ่านช่องทางต่างๆต่อไป

สื่อมวลชนท้องถิ่นให้ความสนใจร่วมสัมมนา รับความรู้ เตรียมพร้อมการเลือกตั้งท้องถิ่น จำนวนมาก ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้มีการบรรยายเรื่อง ความสำคัญและรูปแบบของการปก ครองส่วนท้องถิ่น การกฏหมาย ระเบียบ วิธีการเลือกตั้งท้องถิ่น และบรรยายเรื่องแนวทางการประชาสัมพันธ์สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมทั้งรับฟังและสรุปความคิดเห็นจากสื่อมวลชนและเครือข่ายการประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งท้องถิ่น

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก