ไบโอ ตม.จับต่างชาติแฝงเที่ยวปีใหม่ คาสนามบิน

พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก สตม เปิดเผยว่า เมื่อวัน​ที่​ 31 ธ.ค.62 เวลาประมาณ 15.00 น.​พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.กก.ปป.บก.ตม.2 ได้รับแจ้งจากชุดสืบสวน บก.ตม.2 ซึ่งกำลังลาดตระเวนตามมาตรการเพิ่มความเข้มตามแผนปีใหม่ ของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. ว่า พบชาวต่างชาติ แสดงหนังสือเดินทาง ที่มีลักษณะพิรุธใบหน้าไม่ตรงกับตัวจริง บริเวณจุด check – in สายการบินระหว่างประเทศ บริเวณอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ จึงรายงาน พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ทราบ และรับสั่งการให้เร่งทำการตรวจสอบ

ผลการตรวจสอบพบหญิงต่างชาติ ถือหนังสือเดินทางสัญชาติเวียดนาม และ Alien residence permit card ของ โปแลนด์ ในชื่อ น.ส.หงูเยิน ทิ ไม เงาะ ( MISS NGUYEN THI MAI NGOV) มีลักษณะใบหน้าคล้ายกับรูปในพาสปอร์ต แต่ยังมีข้อพิรุธ จึงเชิญนำเข้าตรวจสอบกับระบบพิสูจน์อัตลักษณ์ หรือ Bionetric ผลปรากฏว่า ผลเทียบใบหน้าไม่ใช่บุคคลคนเดียวกัน

จากการซักถาม รับว่า ตนชื่อนางสาว ดัง ทิ ถุย (MISS DANG THI THUY) อายุ 20 ปี เป็นชาวเวียดนาม เดินทางเข้าไทยเมื่อ 30 ธ.ค.62 ด้วยพาสปอร์ตตนเอง พักเพียง 1 คืน และอาศัยช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางจำนวนมาก ใช้พาสปอร์ต ของ น.ส.ดัง ทิ ถุย ที่เตรียมไว้ เพื่อผ่านไทย ต่อไปยัง อัมส์เตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ และเดินทางต่อไปทำงานในประเทศเยอรมัน

จึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ใช้หนังสือเดินทางของผู้อื่น โดยมิชอบอันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” จากนั้นได้นำตัวส่ง พงส.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป และ จะได้สืบสวนขยายผล ถึงกลุ่มขบวนการที่เกี่ยวข้องต่อไป

การจับกุมดังกล่าว เป็นผลสืบเนื่องมาจาก การสั่งเพิ่มความเข้มของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ซึ่ง เพิ่งประชุม conference กำชับ หัว​หน้าด่านทั่วประเทศ เมื่อ เช้าวันที่ 31 ธ.ค.62 และ เป็น 1 ใน 6 มาตรการรับมือปีใหม่ ของ พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ที่ให้เฝ้าระวังการแฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวของชาวต่างชาติไม่พึงประสงค์ โดยใช้ เครื่องมือ Biometric ช่วยในการปฏิบัติงานอย่างได้ผล

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นนทบุรี – เเม่โร่เเจ้งความ หลังลูกสาววัย 13 ถูกหนุ่มไฟแนนซ์ลวงขยี้กาม

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 30 ธ.ค.62 น.ส.บุ๋ม (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี พร้อมด้วยนายนนท์ (นามสมมุติ) อายุ39ปี ด.ญ.บี (นามสมมุติ)อายุ 13 ปี และ ด.ญ.น้ำ(นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ศุภฤกษ์ อัศวภูมิ รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กรณีบุตรสาวถูกล่อลวงไปเพื่อทำการอนาจารและข่มขืน เหตุเกิดภายในห้องเช่าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในซอยบ้านกล้วย-ไทรน้อย ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

จากการสอบถาม น.ส.บุ๋ม เเม่ของ ด.ญ.บี เปิดเผยว่า วันนี้ตนกลับมาจากทำงาน สังเกตเห็นว่าลูกสาวมีท่าทางซึมเศร้า ไม่พูด ไม่จาซึ่งตนเห็นลูกสาวเป็นแบบนี้มาหลายวันเเล้ว แต่ไม่ได้เอะใจอะไร มาวันนี้ตนจึงเค้นถามลูกสาวอยู่นาน จนลูกสาวยอมรับว่าถูกเพื่อนสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันชักชวนให้ไปทำงานพิเศษเกี่ยวกับเเม่บ้าน ซึ่งจะได้ค่าตอบเเทนประมาณ 500 บาทต่อครั้ง เมื่อลูกสาวไปกับเพื่อนปรากฎว่าเพื่อนพาไปพบกับผู้ชายคนหนึ่ง และผู้ชายคนดังกล่าวได้สั่งให้ลูกสาวตนถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมดและถ่ายภาพเก็บไว้ จากนั้นได้ทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ไป 1 ครั้ง และก็ปล่อยให้ลูกสาวตนกลับบ้าน หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ผู้ชายคนเดิมได้โทรศัพท์มาบอกให้ลูกสาวตนไปหา ถ้าหากไม่ไปหา ก็จะพูดข่มขู่และจะนำรูปลูกสาวตนไปเผยแพร่ประจานในโลกโซเชี่ยล ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นประมาณหนึ่งเดือนกว่าแล้ว

หลังจากที่ตนทราบเรื่อง ตอนนั้นตนโกรธและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงออกอุบายให้ลูกสาวนัดผู้ชายคนนี้ออกมาพบ เมื่อเค้าออกมาตามนัดจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาจับกุมตัว น.ส.บุ๋มยังกล่าวต่ออีกว่า นอกจากลูกสาวของตนเเล้ว ยังพบว่าผู้ชายคนนี้ยังไปทำเรื่องเเบบนี้กับเด็กผู้หญิงอีกประมาณ 3 คน โดยมีเพื่อนผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับลูกสาวตนเป็นคนชักชวน ตนจึงอยากฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจขุดรากถอนโคนวงจรอุบาทพวกนี้ให้หมดไปจากสังคม เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ไปเกิดขึ้นกับครอบครัวของใครอีก และตนยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทุกคนให้ถึงที่สุด

ทางด้าน พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาคือนายพรชัย เส็งหนู อายุ 34 ปี ชาว จ.สุพรรณบุรี อาชีพไฟแนนซ์ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทั้งสองรายจริง จึงได้แจ้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 400,000 บาท และถ้าพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนผู้เสียหายที่เป็นเยาวชนทั้งสองราย ต้องนำตัวไปตรวจร่างกายเพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนที่โรงพยาบาลก่อน และต้องสอบปากคำต่อหน้า อัยการ สหวิชาชีพ นักสังคมสงเคราะห์ ตามขั้นตอนต่อไป และอยากจะฝากถึงผู้ปกครองทุกท่านให้ดูเเลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด ถ้าเห็นสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับลูกหลาน ให้รีบสอบถามเพื่อที่จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที

สาโรจน์ สว่างศรี / นนทบุรี

นนทบุรี – เปิดใจดาบตำรวจฮีโร่ ช่วยเหลือชาวบ้านรถยางแตก จนตัวเองถูกรถชนบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 ธ.ค. 62 ที่รพ.พระนั่งเกล้า อ.เมือง จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ. รัตนาธิเบศร์ ได้เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมอาการ ด.ต สมเชษฐ์ ราชนุช ผบ.หมู่ (จร) สภ.รัตนาธิ เบศร์ หลังจากปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือนายรุ่งโรจน์ บุตตะจีน ผู้ขับขี่รถยนตืยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน ฌช 9190 กทม. ที่จอดยางแตกอยู่บริเวณทางลงสะพานพระนั่งเกล้าตัวใหม่ (ขาเข้า) มุ่งหน้าแยกแคราย หลังจากนั้นได้ถูกรถยนต์เก๋งยี่ห้อเชฟโรเลต สีขาว หมาย เลขทะเบียน 2 กก 4760 กทม. ผู้ขับขี่ชื่อ นางพิมพ์ปวีณ์ ลาภกิตติวัฒนา ขับมาด้วยความเร็วชนเข้าอย่างแร็ง ทำให้ร่างของด.ต สมเชษฐ์ ลอยขึ้นตกลงมากระทกพื้นอย่างแรงได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อฟกช้ำบริเวณหลัง และข้อเท้า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 62 เวลา 09.55 น.

จากการสอบถามด.ต สมเชษฐ์ เล่าว่าวันที่เกิดเหตุตนเข้าเวรอยู่ตามปกติได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่ามีรถจอดเสียบนสะพานพระนั่งเกล้าตัวใหม่จึงได้รีบไปตรวจสอบพบเป็นรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ยางล้อหน้าขวาแตกไม่สามารถขับเคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้ เจ้าของรถบอกว่าจะเปลี่ยนยางตรงนั้นเลยได้ไหมตนบอกว่ามันอันตรายรถอาจจะมาชนซ้ำซ้อนจึงได้ให้รถคันที่ยางแตกค่อย ๆ ขับลงจากสะพานเพื่อไปด้านล่าง โดยตนได้ขี่จยย.ตำรวจเปิดไซเรนนำหน้า ทางเจ้าของรถถามตนว่าล้อแม็กด้านข้างที่เสียหายจากการชนสามารถขับต่อได้ไหม พอพูดคุยกันเสร็จ ตนกำลังจะขยับออกและมีรถเก๋งยี่ห้อเชฟโรเลตขับมาด้วยความเร็วชนรถตนอย่างแรงจึงทำให้ร่างกระเด็นลอยออกตัวรถจยย.อย่างแรง แล้วตกลงมาที่พื้นได้รับบาดเจ็บบริเวณหลังและข้อเท้า จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยร่วมกตัญญูนำตัวส่งรพ.พระนั่งเกล้า ส่วนอาการที่ได้รับบาดเจ็บ มีอาการปวดบริเวณเอว ข้อเท้าบวมและยังเดินไม่ค่อยได้ ทางแพทย์ได้ให้กลับบ้านได้ในวันพรุ่งนี้ อยากฝากประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ขอให้มีสติ อย่าประมาท อย่าใช้มือถือหรือเมาแล้วขับ เพราะมันอันตรายแก่ตัวเองและบุคคลอื่น

ด้านพล.ต.ต.ไพศาล กล่าวว่า วันนี้มาในฐานะผู้บังคับบัญชาที่ห่วงใยและได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง และได้เสนอให้ทางต้นสังกัดพิจารณาความดีความชอบ ส่วนเรื่องคดีความก็ให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนคู่กรณีได้มาเยี่ยมดูอาการและมอบเงินช่วยเหลือ หลังจากนี้ได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาเนื่องจากต้องรอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อน

ส่วนด.ต สมเชษฐ์ ราชนุช ผบ.หมู่ (จร) สภ.รัตนาธิเบศร์ เคยโด่งดังและมีคนมาชื่นชมในโลกโซเซี่ยลจำนวนมากหลังจากเคยช่วยทำคลอดให้กับแม่เด็กที่บริเวณริมถนนงามวงศ์วานอ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อปีต้นปี 2559

ภาพ/ข่าว สาโรจน์ สว่างศรี / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นนทบุรี

นนทบุรี – 7วันอันตราย นนท์เซ่นศพที่2 !! โจ๋วัย 15 ควบรถ จยย.ชนท้าย รถกระบะจอดตกปลา ดับคาที่

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 29 ธ.ค.62 พ.ต.ท.สมอาจ หมั่นอุตส่าห์ สารวัตรสอบสวน สภ. ไทร น้อย จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตเป็นชาย1ราย เหตุเกิดบริเวณถนนคลองเจ้า-หนองเพรางาย หมู่11 ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญ รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน รถวิ่งสวนทางกัน พบร่างผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือนายอานนท์ ทนช่างยา อายุ 15 ปี นศ.กศน.ชั้น ม.ต้น บ้านเลขที่ 91/5 หมู่ที่1 ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี สภาพศพนอนหงาย สวมเสื้อเเขนยาวสีเทา กางเกงยีนส์ กะโหลกศีรษะเเตก ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กด 1194 สระบุรี ล้มคว่ำอยู่ ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถ ยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ถห 2470 กรุงเทพ มีร่องรอยการเฉี่ยวชนที่บริเวณกันชนท้ายด้านขวา ไฟท้ายขวาเเตก โดยมีนายศรีไพร เติมตัวรัมย์ อายุ 40 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ เป็นผู้ขับขี่

จากการสอบถามนายศรีไพร เติมตัวรัมย์ ผู้ขับขี่รถยนต์กระบะ เล่าว่า วันนี้เป็นวันหยุดเนื่องในวันปีใหม่ ตนจึงขอยืมรถของเจ้านายมาตกปลาที่บริเวณดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุตนนั่งตกปลาได้ประมาณ 10 นาที จากนั้นได้ยินเสียงดังโครมที่บริเวณรถกระบะที่ตนจอดไว้ตรงริมถนน จึงรีบวิ่งมาดู ปรากฎว่าพบรถ จยย.ล้มคว่ำอยู่และคนขับได้รับบาดเจ็บ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากที่กู้ภัยมาถึงได้ทำการปั๊มหัวใจคนเจ็บแต่ไม่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ตนจึงยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางด้านญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ผู้ตายเรียน กศน.อยู่ชั้น ม.ต้น ที่โรงเรียนวัดหนองเพรางาย หลังจากเลิกเรียนได้ขับรถจยย.ไปส่งเพื่อน เมื่อส่งเพื่อนเสร็จก็กำลังจะขับรถกลับบ้าน แต่ก็มาประสบอุบัติเหตุเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวผู้ขับขี่รถยนต์กระบะไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ไทรน้อย พร้อมสันนิษฐานว่าผู้เสียชีวิตอาจจะขับมาด้วยความเร็วจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นรถกระบะที่จอดอยู่ข้างทาง แต่อย่างไรก็ตามต้องทำการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง จากนั้นมอบร่างผู้เสียชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตร ต่อไป

สาโรจน์ สว่างศรี /นนทบุรี

“ผู้ว่าฯ​ โคราช​ และบิ๊ก​อ้อ” จัดพิธีสวดนพเคราะห์เสริมบารมี สวดมนต์ข้ามปี

“ผู้ว่าฯ​ โคราช​ และบิ๊ก​อ้อ” จัดพิธีสวดนพเคราะห์เสริมบารมี สวดมนต์ข้ามปี

วันที่ 31 ธ.ค.62​ เวลา 20.45 น.​ณ ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราช สีมา : นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน ในพิธีสวดนพเคราะห์เสริมบารมี สวดมนต์ข้ามปี โดยสั่งการของ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช. ภ.3 มอบหมายให้ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 สุระ6/(หน.สส) เป็นผู้แทนร่วมพิธีดังกล่าว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตำรวจ​ สน.นางเลิ้ง​ ร่วมทำบุญ​ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ตำรวจ​ สน.นางเลิ้ง​ ร่วมทำบุญ​ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่​

วันที่​ 31​ ธ.ค.62​ เวลา​ 07.30​ น.​ ณ​ อาคารบ้านพักอิสระ​วัดโสมนัส​ (แฟลตตำรวจวัดโสมนัส)​ : พ.ต.อ.ประสพ​โชค​ เอี่ยม​พินิจ​ ผกก.สน.นางเลิ้ง​ พร้อมด้วย​ พ.ต.ท.ภูวดล อุ่นโพธ์ รองผกก. จรฯ, พ.ต.ท.ธน​เดช​ ที​นา​คะ​ รอง​ ผกก.ป.ฯ, พ.ต.ท.สมศักดิ์​ ใหม่บุญมี​ รอง​ ผกก.สส.ฯ, คณะ​ กต.ตร.สน.นางเลิ้ง​ โดยคุณพงษ์​ศักดิ์​ เวชชานุเคราะห์,คุณประยุทธ์​ แสงพล, คุณสุเทพ​ ชินเชี่ยวชาญ​ และครอบครัวข้าราชการ​ตำรวจ​ สน.นางเลิ้ง​ ร่วมทำบุญ​ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่​

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตชด.สวนผึ้ง อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวห้วงเทศกาลปีใหม่

ตชด.สวนผึ้ง อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวห้วงเทศกาลปีใหม่

วันที่ 30 ธ.ค.62 : ร้อย ตชด.137 โดย ร.ต.ต.สมชาย ไทยกิ่ง รอง สว.(ป) กก.ตชด.13 รรท.ผบ.มว.ตชด.1372 พร้อม กำลัง​พล​ ได้อำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยให้กับ นักท่องเที่ยว​ ที่เดินทางมาเที่ยวชมภูมิทัศน์ และกางเต้นท์พักค้างแรม ที่บริเวณฐาน ปฏิบัติการช่องทางเขากระโจม​ (เนิน1000) ม.3 ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี มียอด นักท่องเที่ยว จำนวน 333 คน (ช.164 คน,ญ.169 คน) ยานพาหนะจำนวน 77 คัน (รถยนต์ 64 คัน,จักรยาน​ยนต์ 12 คัน,จักรยาน​ 1 คัน)

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ส่งท้ายปีเก่า สมาพันธ์มัคคุเทศก์ฯ รวบไกด์เถื่อนต่างชาติ​ หน้าวัดพระแก้ว

สมาพันธ์มัคคุเทศก์แห่งประเทศไทย นำกำลังตำรวจท่องเที่ยวบุกจับไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย หน้าวัดพระแก้ว

ภาพเหตุการณ์ขณะที่ตำรวจท่องเที่ยว กำลังนำตัวไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย ไปดำเนินคดีที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม หลังจากได้รับการร้องเรียนจากสมาพันธ์มัคคุเทศก์แห่งประเทศไทย ว่าบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง หรือวัดพระแก้ว มีไกด์เถื่อนต่างชาติ และซิตติ้งไกด์ผิดกฎหมาย กำลังนำนักท่องเที่ยวมาที่บริเวณดังกล่าว จึงได้แจ้งเบาะแสให้ตำรวจท่องเที่ยวเข้าจับกุมตัวดังภาพที่ปรากฏ ก่อนนำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม

จากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การภาคเสธว่า ตนเองอยู่ในกรุ๊ปทัวร์จริง แต่อ้างว่ามัคคุเทศก์ภาษาจีนของไทยไม่สามารถสื่อสารกับลูกทัวร์ได้ ตนเองจึงอาสาเป็นผู้ช่วยแปลภาษา และประสานงานกับลูกทัวร์ให้

เบื้องต้น ทางตำรวจท่องเที่ยวได้แจ้งข้อหา “มัคคุเทศก์ต้องไม่ให้ หรือยินยอมให้บุคคลอื่นซึ่งไม่มีใบอนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์แทนตน ตามมาตรา60 พ.ร.บ.ธุกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ และทำหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์โดยไม่ได้รับอนุญาต” กับซิตติ้งไกด์ และไกด์เถื่อนต่างชาติ นอกจากนี้ขณะที่ทำการสอบสวนผู้ต้องหาอยู่นั้น ทางบริษัทได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คน จึงทำให้เห็นว่าไกด์เถื่อนมีบุคคลคอยให้การช่วยเหลือในการกระทำความผิดอย่างชัดเจน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สมาคมนักข่าวฯ​ เผยแพร่รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี 2562 ปีแห่งการ “ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่”

สมาคมนักข่าวฯ​ เผยแพร่รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนในรอบปี 2562 ปีแห่งการ “ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่” รายงานสถานการณ์สื่อมวลชนประจำปี 2562 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

สถานการณ์ด้านสื่อมวลชนไทยในรอบปี พ.ศ.2562 เป็นปีแห่งการ “ทรุดหนัก ฝ่ามรสุม สู่โอกาสใหม่” เพราะ เทคโนโลยีได้เข้ามาทำให้ข่าวสารมีปริมาณมากและนำเสนอฉับไว ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมุ่งหน้าเสพข่าวสารผ่าน ออนไลน์มากขึ้น อุตสาหกรรมสื่อตกอยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายปี สื่อทุกแขนงเร่งปรับตัวขนานใหญ่ โดยยึดหลักระหว่างปัจจัยทางเศรษฐกิจกับมาตรฐานคุณภาพ เรียกความน่าเชื่อถือของวิชาชีพกลับมาอย่างยั่งยืน แม้กฎหมายพิเศษของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ​ (คสช.) ที่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของสื่อยกเลิก มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี​ 2560 และได้รัฐบาลจากการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ​ 5​ ปี แต่การแทรกแซงมีความซับซ้อนขึ้น ดังนั้นสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่ง​ประเทศ​ไทย จึงสรุปสถานการณ์สื่อ 2 กรณี ดังนี้

1.เกาะติดกฎหมายกระทบเสรีภาพ
รัฐธรรมนูญฉบับปี​ 2560​ รองรับสิทธิในการแสดงความคิดเห็น การพูด การพิมพ์ไว้ในมาตรา​ 34 และมาตรา​ 35 บัญญัติให้บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรม แห่งวิชาชีพ พร้อมได้รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพของสื่อมวลชน ประเทศไทยเข้าสู่บรรยากาศแห่งการฟื้นฟูประชาธิปไตย หลังมีการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่​ 24 มีนาคม​ 2562 มีการแทรกแซงสื่อได้พลิกแพลงมากขึ้น จากเดิมมีการกดดันโดยโทรศัพท์ไปถึงผู้บริหารสื่อแขนงนั้นที่เสนอข่าวกระทบต่อผู้มีอำนาจ และได้เพิ่มช่องทางโทรศัพท์หรือประ สานไปที่นักข่าวภาคสนามโดยตรง ท่ามกลางมีข่าวปลอมระบาด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างมีการเลือกตั้ง องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วยสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ ร่วมกันขอให้สื่อมวลชนทุกแขนงต้องใช้เสรีภาพบนความร่วมรับผิดชอบ​ ร่วมสกัดกั้นข่าวปลอม โดยคำนึงถึงมาตรฐานวิชาชีพที่ บัญญัติไว้ในข้อบังคับจริยธรรมของสภาวิชาชีพ โดยสื่อมวลชนต้องทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ กลั่นกรองข้อมูล ข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปลอม ก่อนนำเสนอ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในระดับสากล หลังได้รัฐบาลใหม่ กระทรวงดิจิ ทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม​ (ดีอี) ได้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบข่าวปลอม บนความหวาดระแวงของประชาชนและองค์กรสื่อ ที่ใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของประชาชน

และยังต้องเกาะติดการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พ.ศ.2562​ และพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562​ มีหลายประเด็นที่อาจจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนและสื่อมวลชนตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ กฤษฏีกาคณะพิเศษไปแล้ว รอเข้าคณะรัฐมนตรี ก่อนส่งต่อให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยองค์กรสื่อยืนยันหลักการในการกำกับดูแลกันเอง อันเป็นหลักสากลที่นานาประเทศใช้กำกับดูแลเรื่องจริยธรรม ไม่มีตัวแทน ฝ่ายรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง

2.ธุรกิจสื่อเจอศึกหนักยิ่งทรุดฮวบ-เร่งปรับโมเดลธุรกิจสู่โอกาสใหม่
คลื่นสึนามิดิจิทัลดิสรัปชั่น กระหน่ำธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ ทีวีดิจิทัล เป็นระลอก สำนักงานคณะกรรมการกสทช. จ่ายค่าชดเชยและยุติการออกอากาศ 7ช่องทีวีดิจิทัล ประกอบด้วย ช่อง​ 26 บริษัทสปริง​ 26 จำกัด,ช่อง​ 19 บริษัทสปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด,ช่อง​ 20 บริษัทไบรท์ ทีวี จำกัด,ช่อง 21 บริษัทวอยซ์ ทีวี จำกัด,ช่อง 14 บริษัท อสมท. จำกัด​ (มหาชน), ช่อง​ 28 บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด​ และช่อง​ 13​ บริษัท บีอีซี มัลติมีเดีย จำกัด ที่เหลืออีก​ 15​ ช่องต้องแข่งขันปั๊มเรตติ้ง เพื่อชิงงบฯโฆษณา

ขณะเดียวกันหนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่ถูกพิษดิจิทัลดิสรัปชันหนักที่สุด โดยผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมไปออนไลน์แทน ในที่สุดหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่หัวเขียว “ไทยรัฐ” เปิดโครงการลาออกด้วยความสมัครใจอีกครั้งในช่วงต้นปี รวมถึงหนังสือพิมพ์ ภาษาอังกฤษ THE NATION หนังสือพิมพ์​ “M2F” แท็บลอยด์แจกฟรี หนังสือพิมพ์“โพสต์ทูเดย์” ยุติการตีพิมพ์บนหน้าหนังสือพิมพ์ นำเสนอเนื้อหาเข้าสู่เว็บไซต์เต็มตัว พร้อมเลิกจ้างพนักงานบางส่วน หนังสือพิมพ์​ “สยามกีฬา” ควบรวมหนังสือพิมพ์และนิตยสารในค่ายสยามสปอร์ต ไว้ในฉบับฟุตบอลสยาม มวยสยามและสยามดารา โดยนำเนื้อหาบางส่วนของ ฟุตบอลสยามและมวยสยามนำเสนอผ่านเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ภาคเหนือไทยนิวส์ทิ้งท้ายเดือนธันวาคม​ 2562 ลดจำนวน หน้าจาก​ 16​ หน้าเหลือ​ 12​ หน้า

ท้ายสุดในยุคดิจิทัลดิสรัปชั่นสื่อมวลชนแขนงต่างๆ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ กองบรรณาธิ การ นักข่าว ต่างเร่ง ปรับตัวในช่วงวิกฤติให้เป็นความท้าทาย โดยเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มสู่กลุ่มเป้าหมาย พันธมิตรทางธุรกิจ สู่โมเดลธุรกิจสื่อใหม่ เพื่อความอยู่รอดอย่างยั่งยืน

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
30 ธันวาคม 2562
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​
www.tja.or.th

นายกฯ – กำชับทุกหน่วยงาน อำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563​ ที่จะถึงนี้​

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย​ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี​ และ​ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนและอำนวยความสะดวกในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563​ ที่จะถึงนี้​

กองบัญชาการ​ตำรวจ​ตระเวน​ชายแดน​ โดย พล.ต.ท.วิชิต ปักษา ผบช.ตชด. ร่วมกับกองบัญชาการ​สำนักงาน​ตรวจ​คน​เข้า​เมือง​ โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.,ตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน และ กองพันทหารราบที่ 5 กรมทหารราบที่ 7 ได้จัดทำ โครงการบริการที่พักฟรี (Free Tent Service) เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว สามารถแวะเข้าไปหาที่พักได้ โดยมีเต็นท์ให้บริการฟรี ห้องน้ำสะอาด และปลอดภัย ตามโครงการ ร้อยเต้นท์ ร้อยรัก ที่พักฟรี สวัสดีปีใหม่ 2563

ซึ่งเป็นโครงการที่ได้เคยนำร่องฐานปฏิบัติการแม่ของ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มาแล้ว เมื่อปี 2562 และได้รับผลตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี ประชาชนผู้มารับบริการได้รับความสะดวก และรู้สึกอุ่นใจที่มีเจ้าหน้าที่ ตชด. คอยดูแลด้านความปลอดภัย

ในปี 2563 นี้ จึงได้สานต่อโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยฐานปฏิบัติการแม่ของ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม ซึ่งเต๊นท์ที่นำมาบริการ ได้รับการสนันสนุนจาก พ.อ.สันติพงษ์ ชิงดวง ผบ.ร.7 พัน.5 ค่ายโสณบัณฑิตย์ และ พ.ต.ต.ธวัชชัย สุรินต๊ะ ผบ.ร้อย ตชด.336 และยังได้ปรับปรุงและก่อสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์การสนับสนุนด้านงบประมาณ วัสดุ อุปกรณ์ และครุภัณฑ์ ในการดำเนินการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาห้องน้ำให้ได้มาตรฐาน จากนักศึกษาหลักสูตรผู้นำเมือง รุ่นที่ 2 และนักศึกษาหลักสูตรมหานคร รุ่นที่ 4

สำหรับประชาชนที่ต้องการที่พัก เพื่อไปสัมผัสบรรยากาศที่หนาวเย็น และใกล้ชิดกับธรรมชาติที่อำเภอปายนั้น สามารถติดต่อทางฐานปฏิบัติการแม่ของ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 336 ต.แม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ได้ที่

  • ร.ต.อ.มงคล มีคุณ ผบ.มว.3361/หน.ชป.แม่ของ ร้อย ตชด.336 (เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 06 5490 4092)
  • ส.ต.ท.ศักดิ์สถาพร ปันแก้ว ผบ.หมู่ กก.ตชด.33 (เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ 06 – 5006 5377)

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน