เอาใจคนรักสุขภาพ !!เครือสหพัฒน์ ฯ จัดวิ่งการกุศล ระดมทุนสนับสนุนกิจกรรม เพื่อชุมชน

เครือสหพัฒน์ ฯ จัดวิ่งการกุศล ระดมทุนสนับสนุนกิจกรรม เพื่อชุมชนในพื้นที่ ประเดิมสนามแรก ที่ศรีราชา พร้อมเตรียมจัดสนามสอง ที่ลำพูน กลางเดือนพฤศจิกายน และสนามสามที่กบินทร์บุรีปลายเดือน ธ.ค.นี้

         วันนี้ ( 20 ต.ค.) นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนา อิน เตอร์โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดงานงานพร้อมด้วย นายนิติ วิวัฒนวานิช นายอำเภอศรีราชา นางปัทมา วิวัฒนวานิช นายแพทย์สมเกียรติ บวรเสรีผไท รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล สมเด็จพระบรมราชนเทวี ณ ศรีราชา ร่วมงานพร้อมนักวิ่งจากทั่วสารทิศ กว่า 3000 คน

          นายวิชัย เผยว่า เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันยั่งยืนระหว่างเครือสหพัฒน์กับชุมชนในพื้นที่ ที่เครือสหพัฒน์ตั้งอยู่คือที่ ศรีราชา ลำพูน และกบินทร์บุรี โดยทางเครือสหพัฒน์ จึงได้จัดกิจกรรมวิ่งการกุศลภายใต้ชื่องานว่า “พระพรหมเครือสหพัฒน์ แชริตี้ รัน” เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนในแต่ละชุมชน

         โดยงาน “พระพรหมเครือสหพัฒน์ แชริตี้ รัน” สนามแรกกำหนดจัดขึ้น ที่ศรีราชา จังหวัดชลบุรี และในวันที่ 20 ต.ค. ณ สนามบินเครือสหพัฒน์ศรีราชา โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 3,000 คน จัดการวิ่งเป็นสองประเภท คือ

  • การวิ่ง Fun Run ระยะทาง 5 กม.
  • มินิมาราธอน ระยะทาง 10 กม.

         รายได้ทั้งหมดจากการวิ่ง โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะสมทบทุนสร้างอาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา จำนวน 1,659,500 บาท ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในอำเภอศรีราชา ซึ่งจะเป็นศูนย์รักษาพยาบาลขนาด 26 ชั้น กำหนดเปิดให้บริการได้ประมาณปลายปี 2563 เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี เพราะศรีราชาเป็นพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ทำให้มีจำนวนแรงงานทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก

          สำหรับสนามต่อไป เครือสหพัฒน์กำหนดจัดงานวิ่ง “พระพรหมเครือสหพัฒน์ แชริตี้ รัน” ที่จังหวัดลำพูน ในวันที่ 17 พ.ย.ณ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัดลำพูน

          และสนามสุดท้ายที่กบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จะจัดขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค. ณ พรหมสถาน สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์กบินทร์บุรี รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปบริจาคสมทบทุนซื้อเครื่องล้างไต มอบให้โรงพยาบาลกบินทร์บุรี

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ภัยเงียบ !! กระดูกพรุน ป้องกันและดูแลได้

ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย รณรงค์ให้รู้จัก ป้องกัน กระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน เนื่องในวันกระดูกพรุนโลก

         โรคกระดูกพรุนเป็นปัญหาทางสาธารณสุขในอันดับที่ 2 ของโลก รองจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด เป็นภัยเงียบที่ไม่มีสัญญาณเตือน สาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก ซึ่งผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักจะมีอัตราการเสียชีวิตในปีแรกร้อยละ 17% และสัดส่วน 80% ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมรวม ทั้งจากข้อมูลมูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติ พบว่าประชากรไทยที่มีความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุน 80 – 90% ยังไม่ได้รับการประเมินและรักษา

          เนื่องในวันกระดูกพรุนโลก วันที่ 20 ตุลาคม 2562 ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย (The Royal College of Orthopaedic Surgeons of Thailand = RCOST) ร่วมกับบริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมรณรงค์ให้ผู้สูงอายุทุกคนตระหนักถึงปัจจัยเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน และปรึกษาแพทย์หากพบว่าตนมีความเสี่ยง โดยได้รับเกียรติจาก

  1. ศ.นพ.อารี ตนาวลี ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย
  2. พันเอก รศ.นพ.ทิพชาติ บุณยรัตพันธุ์ ประธานจัดงานประชุมวิชาการประจำปี ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 41
  3. รศ.นพ.สัตยา โรจนเสถียร ประธานอนุสาขาโรคกระดูกพรุน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์
  4. ศ.นพ.วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามาธิบดี
  5. ศ.ดร.นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระมงกฏเกล้า
  6. รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ ผู้เขี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  7. เภสัชกรหญิง ภัทรพร วิมลวัตรเวที ผู้จัดการ บริษัท แอมเจน (ประเทศไทย)

เข้าร่วมงาน ณ อาคารหอประชุม โรงแรมรอแยลคลิปฯ พัทยา

          ศ.นพ.อารี ตนาวลี ประธานราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคกระดูกพรุน คือภาวะที่ร่างกายมีความแข็งแกร่งของกระดูกลดน้อยลง ส่งผลให้กระดูกหักเกิดง่ายขึ้น ส่วนใหญ่มักไม่มีอาการ เมื่อผู้ป่วยหกล้มจะมีความเสี่ยงกระดูกหักง่าย ไม่ว่าจะเป็นการหกล้มในท่ายืนจากชีวิตประจำวัน หรือบางรายอาจจะมีกระดูกสันหลังยุบจากการที่นั่งกระแทกก้นแรง หรือยกของหนักที่เฉียบพลันเกินไป โดยรวมภาวะกระดูกหักจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เราเรียกว่า ภาวะกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน

          รศ.นพ.สัตยา โรจนเสถียร ประธานอนุสาขาโรคกระดูกพรุน ราชวิทยาลัยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ กล่าวว่า หลังจากที่ผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุนแล้วพบว่า ตำแหน่งที่ทำให้เกิดกระดูกหักมากและบ่อยคือ กระดูกสะโพก กระดูกข้อมือ กระดูกซี่โครง กระดูกต้นแขน กระดูกสันหลัง ซึ่งอาการของการเกิดกระดูกหักมักสัมพันธ์กับการล้ม และแม้คนไข้จะล้มแบบธรรมดาครั้งเดียว หรือล้มแบบเบา ๆ คนไข้ก็สามารถที่จะมีสะโพกหักได้

          ศ.นพ.วิวัฒน์ วจนะวิศิษฐ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า โรคกระดูกพรุนเมื่อเป็นแล้ว ผลที่ตามมาคือจะมีกระดูกหัก และพบบ่อยที่สุดคือช่วงกระดูกสันหลัง กระดูกสันหลังยุบ และกระดูกสันหลังหักพบถึง 50% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคกระดูกพรุน อาการแสดงที่สังเกตง่าย ๆ คือ ตัวเตี้ยลงมากกว่า 4 เซนติเมตร หลังโก่ง และหลังโค้ง

          ศ.ดร.นพ.ทวี ทรงพัฒนาศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ โรงพยาบาลพระมงกฏเกล้า กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโรคกระดูกพรุนคือ การเกิดกระดูกหักจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความทรมานและเดือดร้อนไปถึงผู้ดูแล รวมทั้งเกิดโรคแทรกซ้อนบางอย่าง เช่น แผลกดทับ โรคปอดบวม โรคแทรกซ้อนทางหัวใจ หลอดเลือดต่าง ๆ ซึ่งสามารถเกิดตามมาได้ และถ้าผู้ป่วยได้รับการรักษาผ่าตัดเสร็จแล้ว อาจจะตามมาด้วยการไม่สามารถใช้ชีวิตได้ 100 % หรืออาจจะเกิดความพิการขึ้นได้ หรืออาจจะมีอันตรายถึงกับชีวิตได้ด้วย

          รศ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ ผู้เขี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า การป้องกันโรคกระดูกพรุน คนไข้สามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงตั้งแต่วัยเด็กได้ โดยรับประทานอาหารที่มีแคลเซียม หมั่นออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน เช่น ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือผู้หญิงเมื่อถึงวัยหมดประจำเดือน ควรมาพบแพทย์ ส่วนผู้ที่ตรวจพบแล้วว่าเป็นโรคกระดูกพรุน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อที่แพทย์จะได้แนะนำเกี่ยวกับการรับประทานยา และการปฎิบัติตัวที่เหมาะสม

ภาพ/ข่าว สมชาย แก้วนุ่ม   ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – รับถ้วยพระราชทาน :สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

         นายวิวรรธน์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ครู และนักเรียน นักศึกษา ได้เข้าร่วมพิธี รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และแสดงความยินดีกับ “ทีมสาริกา” วิทยาลัยเทคนิคนครนายก ประกอบด้วย นายชาญชัย จันทา ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ แผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์, นายพลธนรัชต์ วงษาพล และนายกฤษฎา ดีทิพย์ ระดับ ปวส. ชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาเทคนิคการผลิต แผนกวิชาช่างกลโรงงาน

         โดยมีนางกฤษณา เฮ็งฉุน นายสุชาติ เฮ็งฉุน และนายนรัท พูลเพิ่มสุขสมบัติ เป็นครูที่ปรึกษา ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ การแข่งขันประเภทการออกแบบชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 4.0 (Competition on Automotive Parts Design with Industrial Robot) ได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 40,000 บาท จากการแข่งขันการควบคุมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม 4.0 ครั้งที่ 2 (Thailand Competition on Robotic and Automation Control using Industry 4.0 Technology 2nd) ณ วิทยาลัยเทคนิคนครนายก

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – ชาวบ้านขุดดินพบระเบิด ตกใจ รีบโทรแจ้งตำรวจ

ชาวบ้านขุดดินเพื่อปลูกฟักทองพบระเบิดรวมทั้งหมดจำนวน 9 ลูกตกใจรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

          ร.ต.อ.สุนทร สุวลักษณ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านนา จ.นครนายก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นระเบิด ในพื้นที่หมู่ 5 ซอยโรงช้าง บ้านโคกประเสริฐ ต.ป่าขะ อ.บ้านนา จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา รีบไปตรวจสอบพร้อมด้วย นายพัลลพ แต่งตั้ง ปลัดอำเภอบ้านนา และชุดสืบสวน และร.ต.อ.ชาติชาย พูนทา หน่วยเก็บกู้ระเบิด EOD จ.นครนายก

         ที่เกิดเหตุ เป็นพื้นดินว่างเปล่าเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ บริเวณรอบๆปลูกข้าวโพด และยังมีพื้นที่ว่างเปล่า มีรอยขุดดินเป็นหลุมขึ้นมากองไว้ พบระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูก ระเบิดหน่อยหน่า 1 ลูก เมื่อเจ้าหน้าที่ EOD ใช้เครื่องสแกนตรวจพบลูกเกลี้ยง 1 ลูก ลูกปืนคอร์ จำนวน 2 ลูก ลูกระเบิด TNT ขนาด 1 ส่วน 2 ปอนด์ และขนาด 1 ส่วน 4 จำนวน 4 ลูก อยู่ในถุงพลาสติก รวมทั้งหมด 9 ลูก สภาพเป็นสนิมมีดินเกาะเกรอะกัง เจ้าหน้าที่ใช้ล้อยางรถยนต์ครอบไว้กั้นพื้นที่ไม่ให้ประชาชนเข้าใกล้เกรงว่าจะระเบิด

          จากการสอบถามนายลัย แก้วปิก อายุ 64 ปี เล่าว่า ตนเป็นชาว จ.พะเยา มาได้ภรรยาอยู่ ต.บ้านพริก อ.บ้านนา มาเช่าที่ดินผืนนี้ได้ประมาณ 2 เดือนเศษ มาปลูกกระต๊อบพักอยู่ข้าง ๆ ถากถางจนเตียนปลูกข้าวโพด สายวันนี้เอาจอบขุดหลุมเพื่อปลูกฟักทอง ขุดลงไป 50 ซม. จอบงัดก้อนดินขึ้นมามีกลมๆ กระเด็นขึ้นมาโดนขานึกว่าขาโต๊ะ หยิบมาดูพบว่าลูกระเบิด และมองไปในหลุมยังมีอีก ตกใจแทบช็อกโยนทิ้งละจอบวิ่งไม่คิดชีวิต ตนมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคือในคอคล้องสร้อย มีเหรียญหลวงพ่อเกิด วัดโพธิ์แทน หลวงพ่อรอด เกจิอาจารย์ชื่อดังขณะจอบขุดโดนจังๆ ถึงไม่ระเบิด จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

         ด้าน พ.ต.อ.กสินธุ์ ธำรงศรีสุข ผกก.สภ.บ้านนา จ.นครนายก กล่าวว่า เป็นช่วงกวาด ล้าง คาดว่าบุคคลที่มีอาวุธอันตราย จนท ตั้งด่านกวดขันอย่างต่อเนื่อง กลัวความผิดจึงนำมาขุดหลุมฝังดินไว้ จึงให้เจ้าหน้าที่ EOD ขุดหลุดทำลายในที่เกิดเหตุเนื่องจากสลักระเบิดถูกสนิทกัดกล่อนยากต่อการเคลื่อนย้าย และจะได้สืบหาผู้ที่เอาระเบิดมาฝั่งรายนี้เพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ล่าง คึกคัก หลังฝนตกลงมา ชาวบ้านเล่นน้ำ คลายร้อน

         วันนี้ 20 ต.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบังบริเวณฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ 1 หรืออ่างห้วยตู้ล่าง ม.11 ต.เกล็ดแก้ว อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังประชาชนจำนวนมากได้ให้ความสนใจ พากันไปเล่นน้ำพักผ่อนกันอย่างสนุกสนาน พบเป็นทางดินแดงตรงจากอ่างเก็บน้ำห้วยตู้เข้าไปประมาณ 200 เมตร พบฝายน้ำล้นขนาดความกว้างประมาณ 50 เมตร เป็นคอนกรีตลาดยาวสไลด์ลงไปความยาวประมาณ 100 เมตร พบประชาชนพาครอบครัวมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน บ้างครอบครัวปูเสื่อนำอาหารมารับประทานกันริมฝาย เพื่อความผ่อนคลาย

          ซึ่งก่อนหน้านี้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ได้มีหน่วยงาน ต่างๆในพื้นที่ และประชาชนได้มาช่วยกันดำเนินการพัฒนาและทำความสะอาด บริเวณรอบๆ ฝายน้ำล้นอ่างห้วยตู้ให้สะอาดตาและน่าท่องเที่ยวเพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดยภายหลังจากที่ก่อนหน้า อ่างเก็บน้ำห้วยตู้แห่งนี้ได้ถูกสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนด และล่าสุด ได้มีประชาชนที่ติดตามข่าวสารจากโลกโซเชียลได้พบเห็นข้อมูลข่าวสารและบรรยากาศที่ฝายน้ำล้นของอ่างเก็บน้ำห้วยตู้ที่ได้มีน้ำล้นไหล เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และได้มีการพัฒนาทำความสะอาด จนเริ่มมีผู้คนเข้ามาพักผ่อนกันช่วงวันหยุดจนมาถึงในตอนนี้ก็ได้มีผู้คนหลั่งไหลเดินทางกันมาเล่นน้ำและพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยตู้นั้นกลับมาคึกคักอีกครั้ง

          สำหรับฝายน้ำล้น อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ 1 เป็นหนึ่งใน โครงการพัฒนาลุ่มน้ำบ้านอำเภอ (ตามแนวพระราชดำริ) ที่ดำเนินการโดยกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยความจุของอ่างอยู่ที่ 1.5 ล้าน ลบ.ม. ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว หมู่ที่ 11 ชุมชนบ้านโค้งวันเพ็ญ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยเทศบาลตำบลเกล็ดแก้วมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่โดยรอบให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แล้วด้วย

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว จ.ชลบุรี
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จันทบุรี – คณะนิเทศศาสตร์ ม.รำไพฯ ร่วมกับ สสส. ลงพื้นที่ติดตามผลการ รณรงค์การปลูกผักอินทรีย์ พัฒนาท้องถิ่น สร้างสุขภาพที่ดีให้ประชาชน

คณะนิเทศศาสตร์ ม.รำไพฯจันทบุรี ร่วมกับ สสส. ลงพื้นที่ติดตามผลการรณรงค์การปลูกผักอินทรีย์ พัฒนาท้องถิ่น สร้างสุขภาพที่ดีให้ประชาชน

         นายดนัย โชติแสง ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ลงพื้นที่บ้านชากหมัน ตำบลข้าง อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี ติดตามโครงการส่งเสริมการผลิตและบริโภคผักปลอดภัยในครัวเรือน โดยรณรงค์การปลูกผักไม่ใช้สารเคมีในครัวเรือน ซึ่งโครง การดังกล่าว มีประชาชนเข้าร่วม จำนวน 50 ชุมชน

         ทั้งนี้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการปลูกผักสวนครัว จะได้รับเมล็ดพันธุ์ เช่น พริก มะเขือ แตงกวา ถั่วฝักยาว เป็นต้น ซึ่งขั้นตอนการดูแล โดยใช้ปุ๋ยหมักและการกำจัดศัตรูพืชไม่ใช้สารเคมี ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม 2562 – มกราคม 2563 ทั้งนี้เพื่อสร้างการตระหนักถึงปลูกผักปลอดสารพิษจากสารเคมี รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนบริโภคอาหารปลอดภัย เพื่อให้สุขภาพร่ายกายแข็งแรง และกระตุ้นให้ชุมชนต่างๆเข้าร่วมโครงการรดังกล่าว

          อย่างไรก็ตามชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ สามารถปลูกผักอินทรีย์เพื่อบริโภคเองและแจกจ่ายให้กับเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียงรวมถึงได้เรียนรู้ขั้นตอนการผลิตปุ๋ยหมักใช้เอง โดยได้รับงบประมาณในการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ภาพ/ข่าว สุปราณี  แก้วหุง ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

มุกดาหาร # ทหารพรานมุกดาหาร ตรวจยึดน้ำตาลทรายเถื่อน พร้อมเรือลักลอบข้ามโขง

https://youtu.be/E-KBlEtrwFg

         เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.สวราชย์ แสงผล ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี, พ.อ.บุญสิน พาดกลาง ผบ.บก.ควบคุมที่, พ.อ.สุภัทร ชูตินันทน์ ผบ.ฉก.ทพ.21 ได้รับรายงานจากการข่าวว่า จะมีการลักลอบนำเข้าน้ำตาลทรายจากประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อัครเดช อัครสาร ผบ.ร้อย ทพ.2110, ร.ต.ไกรสินธุ์ ป้องทอง ผบ.มว.คทร.ที่ 3 ร้อย คทร.ที่ 1 กกล.สุรศักดิ์มนตรี ควบคุมที่ 1 จัดกำลังลาดตระเวนหาข่าว จนทราบแน่ชัดว่าจะมีการลักลอบนำน้ำตาลทราย มาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำมาขึ้นที่ท่าน้ำโกดังบ้านบางทรายใหญ่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร

          เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการลงซุ่มที่บริเวณท่าน้ำใกล้โกดังเป้าหมาย จนกระทั่งเวลา 07.00 น. พบเรือกีบเพลายาวขนาดใหญ่ แล่นมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ตามที่สายรายงาน และได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณสิบกว่าคน วิ่งลงมาที่เรือ

         เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มชายฉกรรจ์จึงได้พากันวิ่งหลบหนีขึ้นตลิ่งหายเข้าไปในชุมชน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นกระสอบน้ำตาลทราย นับได้จำนวน 45 กระสอบ บรรจุกระสอบละ 50 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 2,250 กิโลกรัม บรรทุกอยู่ในเรือกีบเพลายาวขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ทหารพรานจึงได้ทำการตรวจยึดและนำส่งศุลกากรมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ///////

มุกดาหาร # ทหารพราน “กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี” สกัดกั้นและปราบปรามยานรก อย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ จ.นครพนม

ทหารพราน “กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี” สกัดกั้นและปราบปรามยานรก อย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ จ.นครพนม

         เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 62 เวลา 09.00 น. กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี โดย กองร้อยทหารพรานที่ 2107 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 21 ได้จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจ จุดเสี่ยง จุดเพ่งเล็ง บริเวณพื้นที่รอยต่อเขต อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ตามริมฝั่งแม่น้ำโขงพื้นที่ บ.น้อยลวงมอง ม.8 ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เพื่อป้องกันและสกัดกั้นกลุ่มขบวน การลักลอบขนย้ายยาเสพติดและการกระทำความผิดเงื่อนไขตามแนวชายแดน

         ครั้นเมื่อเวลา 09.00 น. ชุดลาดตระเวนตรวจพบเรือกีบหางยาวติดเครื่องยนต์ แล่นมาจากบ้านพง ม.เมืองหินบูน ข.คำม่วน สปป.ลาว ขับตรงมายังท่าฝั่งไทย (ท่าจุดรวมเรือกลางหมู่บ้านน้อยลวงมองฯ ) เมื่อชุดลาดตระเวนเห็นเรือขับตรงมายังท่าจุดจอดเรือ กลางหมู่บ้าน จึงวางตัวเพื่อทำการดักชุ่มในป่าหญ้ารกทึบ ห่างจากท่าจุดจอดเรือประมาณ 150 เมตร เมื่อเรือกีบลำดังกล่าวขับตรงมายังท่าจุดรวมเรือ ก็ได้มีชายวัยรุ่นเดินลงมายังท่าจุดจอดเรือ และเมื่อเรือถึงท่าดังกล่าว คนขับเรือได้โยนก้อนวัตถุชนิดหนึ่งให้กับชายวัยรุ่น และขับเรือออกไปยังฝั่ง สปป.ลาว อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบชายวัยรุ่น และเมื่อชายวัยรุ่นเห็นเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงอาการตื่นตกใจ และได้โยนก้อนวัตถุที่ตนถืออยู่นั้น ทิ้งลงบนพื้นริมชายฝั่งน้ำโขง และวิ่งหลบหนีเข้าไปในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้ไล่ติดตาม แต่ไม่สามารถติดตามได้ทันเจ้าหน้าที่จึงทำการเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

          ผลการปฏิบัติสามารถตรวจยึดของกลางยาบ้า จำนวน 2,012 เม็ด จึงได้นำของกลางส่งสถานีตำรวจภูธรท่าอุเทน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


พวงเพชร จันทร์ดี รายงาน

ลพบุรี – คลิประทึก ลุงขับจักรยานยนต์ อาการโรคลมชักกำเริบ พุ่งชนเสาไฟฟ้า ดับ

https://youtu.be/BbYccbVzwjQ

         วันที่ 19 ต.ค. 62 ร.ต.อ.ธีระพงษ์ เตชะนันท์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.โคกสำโรง อ.โคก สำโรง ลพบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักตกข้างทาง ชนเสาไฟฟ้าข้างทางที่ถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 177-178 หมู่ที่ 4 ต.โคกสำโรง ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ราย จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พร้อมทั้งได้ประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง และสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ เดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุ

          ที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่เลน พบรถรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ100 สีเทา หมายเลขทะเบียน ปตข-208 กรุงเทพมหานคร ชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทาง มีคราบเลือดกระเซ็นติดเสาตกอยู่ในพงหญ้าริมถนน ใกล้กันพบศพนายป๊อก ฮวบสมบูรณ์ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/2 หมู่ที่ 2 ต.วังขอนขว่าง อ.โคกสำโรง ลพบุรี นอนเสียชีวิตมีบาดแผลฉกรรจ์ตามลำตัวและใบหน้า ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าศรีษะและลำตัวนายป๊อก กระแทกกับเสาไฟฟ้าอย่างรุนแรงจนเสียชีวิตคาที่

         จากการสอบถามภรรยาของนายป๊อก ซึ่งเดินทางมาดูศพสามีด้วยความเศร้าสลด เล่าว่า สามีเพิ่งออกจาก รพ.โคกสำโรงเมื่อวาน เข้ารักษาอาการโรคลมชัก และเมื่อช่วงเช้าสามีได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อนำเสมหะไปส่งให้แพทย์ตามนัด หลังจากนั้นได้เดินทางกลับบ้าน จนมาทราบว่าเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตดังกล่าว

         ทั้งนี้จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดพบว่า รถจักรยานยนต์ที่นายป๊อกขับมาตามเส้นทางโคกสำโรง มุ่งหน้ากลับบ้านได้เกิดเสียหลักตกข้างทางพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างข้างทางอย่างจัง ในเบื้องต้นคาดว่า น่าจะเกิดจากอาการโรคลมชักกำเริบ หรือวูบ อีกทั้งนายป๊อกไม่ได้สวมหมวกกันน็อก ศรีษะได้กระแทกกับเสาไฟฟ้าอย่างจัง จนเสียชีวิตคาที่ ซึ่งร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำร่างส่งพิสูจน์ที่ รพ.อีกครั้ง ก่อนที่จะมอบศพให้กับญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง /รายงาน

ลพบุรี – ชาวไทยรามัญบางขันหมาก สืบสานประเพณี แห่รูปเหมือนหลวงปู่ทอ-กรัก

https://youtu.be/KCyk5LOarkk

         วันที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา 09.00 น. วัดอัมพวัน ร่วมกับชมรมยุวชนไทยรามัญ วัดอัมพวัน ลพบุรี สภาวัฒนธรรมตำบลบางขันหมาก องค์การบริหารส่วนตำบลบางขันหมาก สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี และชาวบ้านบางขันหมาก ร่วมกันจัด “งานสืบสานประเพณีไทยรามัญบางขันหมาก ประจำปี 2562” ณ วัดอัมพวัน ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี โดยมี นายผดุงศักดิ์ หาญปรีชาสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานเปิดงาน

         วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ที่ดีงามของท้องถิ่น ให้คงอยู่สืบต่อไป ซึ่ง“ประเพณีไทยรามัญ”เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชน และท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ในรูปแบบของขนบธรรมเนียมประเพณี ภูมิปัญญา ศิลปวัฒนธรรมหรือการแต่งกายพื้นบ้าน ที่ชาวไทยรามัญบางขันหมากเป็นบุคคลอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม เช่น ประเพณีลอยผ้าป่าทางเรือ ขบวนชักพระรูปเหมือนหลวงปู่ทอ-กรัก สุวรรณะสาโร การตักบาตรพระร้อย การแข่งขันเรือพื้นบ้าน การแสดงศิลปวัฒน ธรรมพื้นบ้าน รวมทั้งมีการแต่งกายพื้นบ้านที่สวยงาม เป็นต้น

         ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้ เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของชาวไทยรามัญบางขันหมากที่มีวัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาต่าง ๆ อยู่ในท้องถิ่นมากมาย สำหรับกิจกรรมภายในงาน ได้แก่ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ ขบวนชักพระรูปเหมือนหลวงปู่ทอ-กรัก สุวรรณะสาโร ทำบุญตักบาตรพระร้อย การแข่งขันเรือพื้นบ้าน และการแสดงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งงานจะจัดไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2562 ณ วัดอัมพวัน ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมืองลพบุรี

          สำหรับกิจกรรมในวันนี้ ได้มีการจัดขบวนชักพระรูปเหมือนหลวงปู่ทอ-กรัก สุวรรณะสาโร ซึ่งท่านเป็นพระเถระ ที่เคร่งครัดต่อการปฏิบัติพระธรรมวินัย เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน และอดีตเจ้าคณะตำบลบางขันหมาก ท่านได้มรณภาพ เมื่อแรม 7 ค่ำ เดือน 11 ปีพุทธศักราช 2486 ซึ่งจะเวียนมาบรรจบครบอีก 1 ปี ในวันที่ 20 ตุลาคม 2562 ซึ่งประชาชนที่ยังมีความเคารพและศรัทธา ได้จัดขบวนชักพระรูปเหมือนหลวงปู่ทอ-กรัก ขึ้น เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสสักการะบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลต่อชีวิต รวมทั้งเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของพระคุณท่าน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของการจัดงานสืบสานประเพณีไทยรามัญบางขันหมากครั้งนี้ด้วย

ภาพ/ข่าว นายกฤษณ์ ลพบุรี 0890899090
นายโยธิน พรมแตง/รายงาน