ยะลา – รวบพ่อค้าเสื้อมือ 2 ต้มน้ำท่อมขาย ขยายผลต่อ พบยาไอซ์-ปืนm16 – เครื่องกระสุน เพียบ

         วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา ประมาณ15.30 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เบตง จ.ยะลา ตรวจค้นร้านขายเสื้อผ้ามือ 2 กลางเมืองเบตง พบน้ำกระท่อม สารภาพ จำหน่ายให้วัยรุ่นในพื้นที่ ขยายผลพบ ยาไอซ์, ปืน M16 เจ้าของร้านรับสารภาพ ยาไอซ์ น้ำกระท่อม มีไว้เสพ ส่วนปืนมีไว้ป้องกันตัว

         พ.ต.อ.ต่อศักดิ์  สารีรัตน์ ผกก.สภ.เบตง มอบหมายให้ พ.ต.ท.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล รอง ผกก.สส.ฯ ฯ  พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภุชงค์ สงวนจิตร สว.สส.ฯ ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน  สภ.เบตง ได้เข้าตรวจสอบร้านขายเสื้อผ้ามือสอง ไม่มีเลขที่ ริมถนนนาคราชบำรุง ในเขตเทศบาลเมือเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา หลังสืบทราบว่า มีการลักลอบจำหน่ายน้ำกระท่อมให้กับวัยรุ่นในพื้นที่

         จากการตรวจสอบพบนายมะแอ สาแม อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสื้อดังกล่าว  จากตรวจค้นภายในร้านพบ น้ำต้มพืชใบกระท่อม บรรจุอยู่ในขวดน้ำดื่ม จำนวน 1 ขวด เครื่องชั่งดิจิตอล สีดำ จำนวน 1 เครื่อง และยาไอซ์ ส่วนหนึ่งพร้อมอุปกรณ์เสพยาไอซ์ จำนวน 1 หลอด จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นตำรวจได้ตรวจค้น รถยนต์กระบะโตโยต้าสีขาว ที่จอดอยู่หน้าร้าน พบอาวุธปืนยาว ยี่ห้อ โคล เอ็ม 16 สีดำ จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืนขนาด 5.56 มิลลิเมตร จำนวน 145 นัดและกระสุนปืนขนาด .357 นิ้ว จำนวน 1 นัด นอกจากนี้ยังขยายผลไปยังบ้านเช่า ถ.คงคา ต. อ.เบตง จ.ยะลา ของผู้ต้องหา ซึ่งไม่ห่างจากร้านจำหน่ายเสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ยังพบไอซ์ น้ำหนัก 1.70 กรัม

         จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาไอซ์และ น้ำกระท่อมมีไว้เสพ ส่วนอาวุธปืน M16 เพิ่งให้ญาติหามาให้ในราคา 50,000 บาท โดยซื้อมาจากพื้นที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส โดยอ้างว่ามีไว้เพื่อป้องกันตัว ระหว่างเดินทาง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน และยาเสพติด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ภาพ/ข่าว อับดุลมาลิก เจ๊ะตีรอกี

สำนักข่าวความมั่นคง3จังหวัดชายแดนภาคใต้

รอง นรม.วิษณุฯ เป็นประธานพิธีจุดเทียน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          วันนี้ (23 ต.ค.62) เวลา 19.30 น. ณ ท้องสนามหลวง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีจุดเทียนเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีนางวัชราภรณ์ เครืองาม ภริยารองนายกรัฐมนตรี ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญพร้อมภริยา คณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทหาร ตำรวจ พลเรือน และภาคประชาชน เข้าร่วมในพิธีอย่างพร้อมเพรียง

          เมื่อรองนายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางถึงท้องสนามหลวง รองนายกรัฐมนตรีและภริยา ยืน ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รองนายกรัฐมนตรี ทำวันทยหัตถ์ ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภริยารองนายกรัฐมนตรี ถอนสายบัว)

          จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ความว่า เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวันนี้ข้าพระพุทธเจ้า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่มาชุมนุมพร้อมเพรียงกัน ณ ที่แห่งนี้ ต่างน้อมจิตรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ถวายเป็นราชสักการะกตัญญุตาบูชาแด่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

         ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงอุทิศบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของอาณาประชาราษฎร์ และทรงปกครองพระราชอาณาจักร ให้มีความมั่นคงและร่มเย็นเป็นสุข ทรงพระราชอุตสาหะเสด็จประพาสต้น เพื่อสดับตรับฟังทุกข์สุขของปวงพสกนิกร ในท้องถิ่นต่าง ๆ พระองค์มีพระราชดำริพัฒนาชาติบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรืองในทุก ๆ ด้าน ทรงนำวิทยาการ ที่ได้จากการเสด็จพระราช ดำเนินไปเยือนต่างประเทศ มาวางรากฐานการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ ทั้งการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูประบบการเงินการคลัง การศึกษา การสาธารณูปโภค ด้วยพระปรีชาสามารถ และสายพระเนตรอันกว้างไกลทำให้ประเทศชาติพัฒนาก้าวหน้าทันสมัย ทรงยกเลิกระบบทาส และระบบไพร่ และทรงนำศาสตร์การปกครองของไทย และชาติสากล มาผนวกใช้ในการปกครองพระราชอาณาจักร นำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นภัย ดำรงอธิปไตย และความเป็นเอกราชของชาติไว้ได้อย่างมั่นคง ทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองพัฒนาไพบูลย์สืบเนื่องมาจนกาลปัจจุบัน พระปรีชาสามารถและพระเกียรติยศ เป็นที่ประจักษ์แก่นานาอารยประเทศ ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น พสกนิกรชาวไทยทั้งหลายจึงต่างน้อมรำลึก เทิดพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้ถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ว่า “พระปิยมหาราช”

          เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันจุดเทียน และยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ผู้ทรงอุทิศพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขของปวงประชาราษฎร และเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย และจักจดจารึกพระเกียรติคุณและคุณูปการอันใหญ่หลวงของพระองค์ไว้ในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ ต่อจากนั้น รองนายกรัฐมนตรีและภริยารับมอบเทียน แล้วชมวีดิทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จบแล้ว รองนายกรัฐมนตรี ทำวันทยหัตถ์ ณ ด้านหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ภริยารองนายกรัฐมนตรี ถอนสายบัว) เสร็จพิธี

ขอบคุณเรื่องแนะนำจากกลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

รองนายกฯ อนุทิน ขอบคุณทุกภาคส่วน เห็นสุขภาพประชาชนมาก่อน เผย กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าออกกฎกระทรวง หลัง คกก.วัตถุอันตรายมีมติแบน 3 สาร

          น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีมติปรับวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออกและมีไว้ครอบครอง ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2562 สอดคล้องกับที่กระทรวงสาธารณสุข รับนโยบายในเรื่องดังกล่าวจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยให้คำนึงถึงสุขภาพของประชาชนเป็นลำดับแรก

          ทั้งนี้ นายอนุทิน ขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่ตระหนักถึงคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับการใช้สารเคมีโดยตรง  และยังส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคอีกด้วย นอกจากนี้ ยังขอบคุณทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม ข้าราชการ นักวิชาการ รวมถึงศิลปิน อาทิ นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ที่ช่วยกันรณรงค์เพื่อแก้แก้ปัญหาสุขภาพของประชนชนอย่างเข้มแข็ง

          น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า หลังจากนี้ จะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างครบถ้วนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะว่าเมื่อแบนการใช้สารเคมี 3 ชนิดแล้ว จะมีการทดแทนอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร พร้อมกันนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะดำเนินการออกกฎกระทรวงว่าด้วยการปรับวัตถุอันตราย 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออกและมีไว้ครอบครอง เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

“ชัช-เตาปูน” ควง​ “ดำรงค์-จตุพร-อารีย์​” วางศิลาฤกษ์ ก่อสร้าง สถานีรถไฟ

         เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2562​ เวลา 12.00 น.: นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท พร้อมนายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, นายอารี ไกรนรา ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ, นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และคณะ​ เดินทางไปที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเป็นประธานวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างสถานีรถไฟบริเวณหน้าวัดธาตุน้อย โดยมีคหบดีใจบุญ คุณจิมมี่ ร่วมพิธีในวันที่ 24 ตุลาคม 2562

          นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท กล่าวว่า ในการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อช่วยพัฒนาเมืองนครศรีธรรมราช ให้มีความเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ตนขอยืนยันว่าทุกพรรคการเมืองคือเพื่อนกัน​ และพร้อมที่จะทำงานร่วมกันในการพัฒนาประเทศ และดูแลพี่น้องประชาชนชาวไทย

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

“บิ๊ก​อ้อ” ตรวจเยี่ยม สภ.บ้านค่าย​ จ.ชัยภูมิ​

         วันที่​ 23 ต.ค.62 เวลา 13.15 น.ณ ศูนย์ปฏิบัติการสถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย จ.ชัยภูมิ​ : พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 (หน.สส.) ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.บ้านค่าย โดยมี พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จ.ชัยภูมิ, พ.ต.อ.สุวิจักขณ์ จันทร์เยี่ยม, พ.ต.อ.วันลภย์ เนตรถาวร รอง ผบก.ฯ, พ.ต.อ.อิทธิโชค เกิดผล​ ผกก.สภ.ลาดใหญ่​ และพ.ต.อ.อานุภาพ ผิวอ่อน ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวนฯ รรท.ผกก.สภ.บ้านค่าย พร้อม ข้าราชการตำรวจในสังกัดฯ ให้การต้อนรับ​ และร่วมประชุมรับนโยบายการปฏิบัติราชการ ได้มีข้อกำชับการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติตามข้อสั่งการ ดังนี้

  • ให้ดำเนินการตามนโยบาย ตร. และ ภ.3 อย่างเคร่งครัด
  • ให้ดำเนินการตามนโยบายการยกระดับการให้บริการประชาชน
  • การเก็บรวบรวมข้อมูลท้องถิ่น ข้อมูลบุคคล ข้อมูลสถานที่ การนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงาน
  • การตรวจสอบและประชาสัมพันธ์ สถานที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นข้อมูลในการติดตามหาผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับ fake news
  • เน้นย้ำ ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะพนักงานสอบสวน
  • การปฎิบัติตามระเบียบตำรวจว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อเเต่งเครื่องแบบ ปี พ.ศ.2561 และเน้นย้ำเรื่องระเบียบวินัย
  • ให้รักษาความสะอาดของอาคารสถานที่
  • การพัฒนาความรู้ของข้าราชการตำรวจในด้านต่างๆ
  • การปฏิบัติหน้าที่ตามหลักยุทธวิธี
  • เน้นเรื่องการทำจิตอาสา เข้าไปช่วยเหลือประชาชน
  • กวดขันและขอความร่วมมือผู้จำหน่ายและผู้เล่นดอกไม้เพลิง พลุ และประทัดในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน หรือในลักษณะที่เป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
  • กวดขันป้องกันปราบปราม จับกุม การแข่งขันรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ในทางสาธารณะ เพื่อป้องกัน การมั่วสุม และก่อความเดือดร้อนรำคาญต่อประชาชน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เยี่ยมชม กิจการศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จ.ตราด

          เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2562​ : นายกองเอกเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท ไทยเซ็นทรัลเคมี จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารของบริษัทฯ เยี่ยมชมกิจการศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด อาทิ ศาลาราชการุณย์พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี สวนไม้มงคลพระราชทานประจำจังหวัด

     โอกาสนี้ได้ปลูกไม้พะยูงไว้เป็นที่ระลึกด้วย​ โดยมีนายสุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผู้จัดการศูนย์ราชการุณย์ฯ ให้การต้อนรับ​ และนำชม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

น.2 – นำพวงมาลา ไปถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยะมหาราช

น.2 นำพวงมาลาไปถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอม เกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันปิยะมหาราช

         วันพุธที่ 23 ต.ค.62​ เวลา 08.30​ น.ณ บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต : พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ปรท.ผบช.น.) นำ ข้าราชการตำรวจ กองบัญชาการตำรวจนครบาล อาทิ​พ.ต.อ.มนต์ชัย ศรีประเสริฐ​ รองผบก. น.1, พ.ต.อ.ศรายุทธ จุณณวัตต์ รองผ บก.น.5 ฯลฯ, คณะกรรมการอำนวยการเยาวชนสัมพันธ์, ชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล, คณะวิทยากร และเยาวชนสัมพันธ์ที่ผ่านการอบรมในปีงบประมาณ 2562 รุ่นที่ 376–384 รวม 200 คน

          เขตรับผิดชอบ สน.มักกะสัน, สน.บางเขน, สน.หนองจอก, สน.หัวหมาก, สน.คลองตัน, สน. พลับพลาไชย 2, สน.บางขุนนนท์, สน.สำเหร่ และสน.แสมดำ ร่วมในพิธีนำพวงมาลาไปถวายบังคมพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เนื่องในวันปิยะมหาราช 23 ตุลาคม 2562​ ครบรอบ 109 ปี

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม

          สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กำหนดจัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี ภายใต้หัวข้อ “60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 25–26 ตุลาคม 2562 พร้อมจัดแสดงผลงานวิจัยในรอบ 60 ปี ที่ผ่านมา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย

         ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะครบรอบ 60 ปี วันสถาปนา วช. ในวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ดังนั้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ผลการดำเนินงานที่สำคัญของ วช. ตลอด 60 ปี ที่ผ่านมา และเพื่อสร้างความเข้าใจ ต่อภารกิจใหม่ของ วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

         วช. จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)ครบรอบ 60 ปี ภายใต้แนวคิด “60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ภายในงานประ กอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และ “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

         นิทรรศการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี การเสวนาทางวิชาการ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากงานวิจัยในราคาย่อมเยา และยังมีการนำปูม้าสด ๆ ผลผลิตจากธนาคารปูม้า และอาหารทะเลต่าง ๆ มาร่วมจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรม สาธิต ถ่ายทอดความรู้จากงานวิจัย ในหัวข้อ “เทคนิคการบินโดรนแปรอักษร” และหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจ ณ ชั้น 1 อาคาร วช. 4 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ โดยในวันที่ 25 ตุลาคม 2562

         ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ จะเป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมปาฐกถา เรื่อง “Enhancing the Next : พัฒนาไทย พัฒนาวิจัย เพื่ออนาคต” เวลา 08.30 น. หลังจากพิธีเปิด จะมีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การพัฒนาระบบบริหารจัดการทุนและนวัตกรรมของประเทศและการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัย 3 กระทรวง ได้แก่

  1. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  2. สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  3. สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กระทรวงสาธารณสุข

          และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การร่วมจัดกิจกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม โครงการ “Thailand New Gen Inventors Award”
(I–New Gen Award) 7 หน่วยงาน ได้แก่

  1. สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
  2. บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  3. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  4. ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  5. บริษัท ฮาตาริ อิเลคทรค จำกัด
  6. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ
  7. สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

         ในโอกาสนี้ ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจเข้าร่วมงาน “วันคล้ายวัน สถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบ 60 ปี ระหว่างวันที่ 25–26 ตุลาคม 2562 ตั้งแต่เวลา​ 09.00 น.ถึงเวลา 16.00 น. ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร และผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ www.pynx.net/nrct หรือลงทะเบียนเข้าร่วมงานผ่าน QR Code ได้ที่หน้างาน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบ.ฉก.ทพ.นย. นำนายทหารในสังกัด​ฯ เยี่ยมชม ศาลาราชการุณย์ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

ผบ.ฉก.ทพ.นย. นำนายทหารในสังกัด​ฯ เยี่ยมชมศาลาราชการุณย์ พิพิธภัณฑ์เฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9

          เมื่อวันที่ 22 ต.ค.62​ ณ ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน จังหวัดตราด​ : นาวาเอกวีรชัย หลีค้า ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน (ผบ.ฉก.ทพ.นย.) นำนายทหารในหน่วยเฉพาะกิจฯ เยี่ยมชมศาลาราชการุณย์ พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สภานายิกาสภากาชาดไทย

         ซึ่งจัดนิทรรศการ แสดงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมชาวกัมพูชาอพยพ ระหว่างปี พ.ศ.2522-2529 โดยมี นาวาเอกธรรมนูญ วรรณา หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 และนายสุวรรณ พิมลแสงสุริยา ผู้จัดการศูนย์ฯ ให้การต้อนรับ​ และบรรยายสรุป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช.จับมือ สกสว. รับมอบภารกิจทุน โครงการปริญญาเอกกาญจ นาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20 และ 21”

          หลายท่านคงทราบถึงภารกิจสำคัญของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป้าหมายหลักคือ การเตรียมประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 โดยมีภารกิจสำคัญ 3 เรื่อง คือ การสร้างและพัฒนาคน การวิจัยเพื่อสร้างความรู้ และการสร้างและพัฒนานวัตกรรม และตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 “สำนักงาน การวิจัยแห่งชาติ (วช.)” มีฐานะเป็นส่วนราชการภายในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

         โดยมีภารกิจสำคัญด้านการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมหลักของประเทศ จากบท บาทดังกล่าว วช. จึงได้มีการดำเนินการสนับสนุนทุนวิจัยและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ในหลากหลายประเด็นสำคัญของประเทศ และหนี่งในประเด็นที่สำคัญ คือการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อการตอบโจทย์ เรื่องการ “สร้างคน” สอดคล้องกับ การดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) หรือ สำนักงานกองทุนสนับ สนุนการวิจัย (สกว.) เดิม

          ซึ่งได้จัดตั้งโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) มากว่า 20 ปี โดยสร้างนักวิจัยระดับปริญญาเอกที่มีคุณภาพสูงให้กับประเทศ และ “สร้างปัญญา” ด้วยการผลิต ผลงานวิจัยที่ได้มาตรฐานสากล และยังสร้างความเข้มแข็งให้กับหลักสูตรและระบบบัณฑิตศึกษา ตลอดจนระบบวิจัยในมหาวิทยาลัยไทย อีกทั้งทำให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักวิจัยไทยกับสถาบันต่างประเทศทั่วโลก อย่างต่อเนื่อง

          และได้ดำเนินการมาถึงปัจจุบัน คปก. รุ่นที่ 22 และ วช.ได้ดำเนินการรับโอนการบริหารจัดการ ทุน คปก. รุ่นที่ 22 แล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อการดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกัน เรื่องการสร้างกำลังคนด้านการวิจัยของของประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเชื่อมโยงและ ความเข้มแข็งทางวิชาการแก่หน่วยงานภาครัฐ กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อการขับเคลื่อนไปด้วยกันทั้งประเทศ

         โดยในวันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 24 ต.ค. 62​ : ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนัก งานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย ศ.นพ.สุทธิพันธ์ จิตพิมลมาศ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ร่วมกันแถลงข่าวความร่วมมือในการดำเนินการส่วนของภารกิจทุนโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) รุ่นที่ 20 จำนวน 227 ทุน และรุ่นที่ 21 จำนวน 221 ทุน จาก สกสว. ส่งมอบให้ วช. เพื่อดำเนินการบริหารจัดการทุน คปก. รุ่นที่ 20 และ 21 รวม 448 ทุน ต่อไป “อย่างไร้รอยต่อ” โดย วช. และ สกสว. ย้ำพร้อมจับมือ ผนึกกำลังบูรณาการทำงานร่วมกันสร้างโจทย์และกำหนดทิศทางการพัฒนากำลังคน เพื่อประโยชน์สูงสุด ของประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​