โครงการการแข่งขันแรลลี่การกุศล “TIA Family Rally 2019” ครั้งที่ 1/62​ “เดิมฝัน แต้มสี แบ่งปัน”

          สมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย) โดยคุณลัลน์ลลิตฤดี วิเศยศีริ​ นายกสมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย)​ พร้อมด้วย​ คุณแสนไชย เค้าภูไทย (คอลัมนิสตต์อาวุโส) และคณะ​ ได้รับการสนับสนุนน้ำดื่ม​ จาก​ คุณกุณสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝายกิจการบรรษัทเทสโก้ โลตัส​ โดยมอบหมายให้​ คุณ​รัชนี​ อินทศร​ Duty Manager ห้าง​ Tesco​ Lotus​ สาขาถนนจรัญ​สนิท​วงศ์​ เพื่อนำไปใช้ใน โครงการ​ การแข่งขันแรลลี่การกุศล “TIA Family Rally 2019” ครั้งที่ 1/62​ “เดิมฝัน แต้มสี แบ่งปัน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่​ 25-26​ ต.ค.62​ นี้

         สมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นสมาคมฯ​ ที่มีสื่อสิ่งพิมพ์, สื่อออนไลน์, นักข่าว, นักจัด-รายการ​ วิทยุ​ และโทรทัศน์​ ตลอดจนสื่อมวลชนหลากหลายสาขา​ ร่วมกันก่อตั้งสมาคมฯ​ ขึ้น เพื่อสนับสนุนในด้าน-การข่าว​ และเพื่อเป็นสื่อกลางในการประสานงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ​ชาติ

         สมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประทศไทย)ได้จัดการแข่งขันแรลลี่การกุศลภายใต้ชื่อ โครงการ TICA แฟมิลี่แรลลี่การแข่งขันแรลลี่การกุศล “TCAFamily Rally 2019” ครั้งที่ 1/62​ “เติมฝัน แต้มสี แบ่งปีน” เพื่อร่วมกิจกรรมทาสีอาคารเรียน​ ช่อมแชมอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เสื่อมโทรม​ ณ​ โรงเรียนบ้านหนองแขม​ ตำบลท่ายาง อำเภอท่ายาง​ จังหวัดเพรรบุรี​ และเชื่อมสัมพันธ์พบปะ แลกเปลี่ยนข้อกิดเชื่อมโยงข่าวสาร เพิ่มความสัมพันธ์อันดีงาม ของครอบครัวที่มาร่วมกิจกรรมของสมาคมสมาพันธ์นักข่าว​ (ประเทศไทย)

         อีกทั้งยังเป็นการส่งสริมให้ทุกครอบครัวได้ร่วมสนุกทำความรู้จักจังหวัดที่ได้เดินทางผ่านอย่างเข้าถึงโดยการแข่งขันครั้งนี้​ เราจะเดินทางผ่านจังหวัดสมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี​ และประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่วิถีชุมชน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

วช. จัดงานยิ่งใหญ่ 60 ปี “พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”

          วันนี้​ วันศุก​ร์ที่ 25 ตุลาคม 2562​ เวลา​ 08.30​ น.​ ณ ห้องประชุมจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์​ ชั้น​ 2 อาคาร สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ บางเขน​ กทม.​ : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี ภายใต้หัวข้อ “60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 25–26 ตุลาคม 2562 พร้อมจัดแสดงผลงานวิจัยในรอบ 60 ปี ที่ผ่านมา และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผลงานวิจัย

          ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จะครบรอบ 60 ปี วันสถาปนา วช. ในวันที่ 28 ตุลาคม 2562 ดังนั้น เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์​ และเผยแพร่ผลการดำเนินงานที่สำคัญของ วช. ตลอด 60 ปี ที่ผ่านมา และเพื่อสร้างความเข้าใจ ต่อภารกิจใหม่ของ วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

         จึงได้จัดกิจกรรมเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี ภายใต้แนวคิด “60 ปี วช. พัฒนาไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ภายในงานประ กอบด้วย นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเป็น “พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย” และ “พระบิดาแห่งการวิจัยไทย” นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 นิทรรศการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ครบรอบ 60 ปี การเสวนาทางวิชาการ และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลผลิตจากงานวิจัยในราคาย่อมเยา และยังมีการนำปูม้าสด ๆ ผลผลิตจากธนาคารปูม้า และอาหารทะเลต่าง ๆ มาร่วมจำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรม สาธิต ถ่าย ทอดความรู้จากงานวิจัย ในหัวข้อ “เทคนิคการบินโดรนแปรอักษร” และหัวข้ออื่น ๆ ที่น่าสนใจ

         ศาสตราจารย์ นายแพทย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีเปิดพร้อมปาฐกถา เรื่อง “Enhancing the Next : พัฒนาไทย พัฒนาวิจัย เพื่ออนาคต” เวลา 08.45 น. หลังจากพิธีเปิดได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาระบบบริหารจัดการทุนและนวัตกรรมของประเทศและการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อ มูลระหว่างหน่วยงานบริหารจัดการทุนวิจัย 3 กระทรวง ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม,สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ และ สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กระทรวงสาธารณสุข

         โดยต่อมา​ 09.00​ น.มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การร่วมจัดกิจกรรมการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม โครงการ “Thailand New Gen Inventors Award” (I–New Gen Award) ระหว่าง 7 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.),บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ฮาตาริ อิเลคทรค จำกัด,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศ ไทย, และสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

          นอกจากนี้ยังมี พิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ครบรอบ 60 ปี ซึ่งเป็นรางวัล ที่มอบให้กับนักวิจัย และนักประดิษฐ์ผู้ผลิตผลงานที่มีคุณภาพ และสร้างคุณูประการ เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคม เศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และความเข้มแข็งทางวิชาการ

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

สืบสวน ตม.6 – รวบเมียนมา ศิลปินฟรีแลนซ์ รับจ้างเขียนภาพเหมือน ริมชายหาดสงขลา

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมหนุ่มเมียนมาฟรีแลนซ์นักเขียนภาพทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

          เมื่อวันที่ 14 ต.ค.62 เวลาประมาณ 13.40 น. เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา MR.MYO อายุ 48 ปี ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต” โดยมีพฤติการณ์ กล่าวคือ ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีบุคคลคล้ายบุคคลต่างด้าวมีพฤติกรรมในลักษณะทำงาน โดยการรับเขียนภาพเสมือนจริง บริเวณชายหาดชลาทัศน์ (รูปปั้นนางเงือก) ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา จึงได้เดินทางมาตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบคนต่างด้าวกำลังนั่งเขียนภาพ โดยมีผู้หญิงซึ่งเป็นลูกค้าเป็นแบบ และเมื่อเขียนภาพเสร็จ คนต่างด้าวก็ได้รับเงินจากหญิงคนดังกล่าวเป็นค่าจ้าง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตน เพื่อขอทำการตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่าคนต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประเภทนักท่องเที่ยว และไม่มีใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใด จึงได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน กก.สส.บก.ตม.6 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

          สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีนโยบายในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรม ในทุกรูปแบบฐานความผิดอย่างจริงจัง และฝากประชาสัมพันธ์ไปยังเจ้าของสถานที่พักอาศัยหรือประชาชนทั่วไป หากพบบุคคลต่างชาติที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในลักษณะต่างๆหรือคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โทร.1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.จ.สุราษฎร์ธานี – รวบหนุ่มดัตซ์ แฝงตัวจากนักท่องเที่ยว ก่อเหตุขโมยกล้องโกโปร ที่เกาะเต่า

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมหนุ่มชาวดัตซ์แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวลักทรัพย์ที่เกาะเต่า

          เมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 ตม.จ.สุราษฎร์ธานี บก.ตม.6 ได้รับประสานจาก สภ.เกาะเต่า ให้ติดตามบุคคลต่างด้าว ราย MR.GERHARDUS สัญชาติเนเธอร์แลนด์ ซึ่งได้ถูกแจ้งความร้องทุกข์จากนายรัฐวิทย์ ว่ากระทำความผิด ลักทรัพย์กล้องโกโปร ฮีโร่ 7 สีดำ พร้อมอุปกรณ์ ราคา 12,490 บาท จากร้านเกาะเต่าเทเลคอมในวันที่ 4 ต.ค.62 และมาทราบจากกล้องวงจรปิดว่าคนต่างด้าวรายดังกล่าวได้ลักเอาไป จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.เกาะเต่า จว.สุราษฎร์ธานี

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตม.จ.สุราษฎร์ธานี ได้ทำการออกสืบสวนเพื่อทราบตัว MR.GERHARDUS โดยได้ตรวจสอบข้อมูลการแจ้งการเข้าพักอาศัย ม.38 ในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) พบว่าคนต่างด้าวรายดังกล่าวได้หลบหนีจากเกาะเต่ามาเข้าพักอาศัยที่โรงแรมนิด บังกะโล เกาะสมุย จึงได้เข้าทำการตรวจสอบพบการเข้าพักจริง แต่ในขณะเข้าทำการตรวจสอบไม่พบคนต่างด้าว จึงได้ร่วมวางแผนกับ จนท.ตำรวจท่องเที่ยวสมุย เพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของบุคคลต่างด้าวรายดังกล่าว

          ต่อมาวันที่ 9 ต.ค.62 เวลา ประมาณ 14.30 น.ได้พบตัวคนต่างด้าวรายดังกล่าวในขณะกลับมาจากท่องเที่ยวและจะเข้าห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัว​ และแจ้งเหตุแห่งการตรวจสอบจนบุคคลต่างด้าวเข้าใจดีแล้ว และพาเข้าไปตรวจสอบเพื่อหาของกลาง จนกระทั่งพบของกลางกล้องโกโปรฯ และอุปกรณ์ ใต้บันใดในห้องพัก เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้เชิญตัวมาเพื่อแจ้งให้ทราบถึง รายละเอียดแห่งการร้องทุกข์กล่าวโทษ และประสาน พงส.เจ้าของคดี มารับตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีที่ สภ.เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี​ ต่อไป​

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ระนอง – รวบ 5 หนุ่มเมียนมา ใช้หนังสือเดินทางปลอม

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมรวบ 5 หนุ่มชาวเมียนมาร์ใช้หนังสือเดินทางปลอม

          เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2562 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดระนอง ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาสัญชาติเมียนมา 5 ราย ได้แก่

  1. นายซาน มอง (SAN MG) อายุ 22 ปี
  2. นายลา เต (HLA THEIN) อายุ 30 ปี
  3. นายนู ซอ (NU SAW) อายุ 42 ปี
  4. นายตาน ท่อ (THAN TUN) อายุ 30 ปี
  5. 5.นายอาว ซอ (AUNG SAW) อายุ 36 ปี

ในความผิดฐาน “ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ซึ่งหนังสือเดินทางปลอม (ปอ.มาตรา 269/9)”

          ก่อนจับกุมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พบผู้ต้องหาทั้ง 5 รายข้างต้น นำหนังสือเดินทางเล่มของกลาง มาแสดงกับ เจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมืองประจาจุดตรวจสะพานปลา จากการตรวจสอบพบพิรุธน่าสงสัยจึงนำหนังสือเดินทางเข้าตรวจสอบในระบบ Biometrics พบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก และรูปผู้ต้องหาในระบบกับหนังสือเดินทางไม่ตรงกัน จึงเชิญตัวไปตรวจสอบโดยละเอียดที่ ตม.จว.ระนอง พบว่ามีร่องรอยการลอกแผ่นลามิเนตหน้าข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อตรวจสอบด้วยกล้องขยายไม่ปรากฏข้อความอักษรจิ๋ว​ (ไมโครเทค) ข้อความซ่อนคาว่า “REPUBLIC OF THE UNION OF MYANMAR” ที่แถบด้านบนและด้านล่างของหน้าข้อมูล

          จึงเชื่อว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม เมื่อสอบถามผู้ถูกจับให้การรับสารภาพว่า มีภูมิลาเนาอยู่ที่รัฐยะไข่ ต้องการเดินทางมาหางานทำที่ประเทศไทย จึงว่าจ้างให้นายหน้า (ไม่ทราบชื่อและที่อยู่) เป็นเงิน 1 ล้านจ๊าด (ประมาณ​ 22,000 บาท) เพื่อช่วยเหลือนำพาเข้ามาหางาน​ ในประเทศไทย โดยในวันเกิดเหตุนายหน้าได้นำหนังสือเดินทางมามอบให้พวกตนซึ่งในหนังสือเดินทาง หน้าที่ 10,12 และ 13 ปรากฏรอยตราประทับของพนักงานเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ผู้ถูกจับยังไม่เคยเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยมาก่อนแต่อย่างใด

         ต่อมาเมื่อมีการสืบสวนขยายผลปรากฎข้อมูลของ คนขับเรือชื่อ นายฉุ่ย ทอ (HTAY MYINT) สัญชาติเมียนมา ซึ่งขับเรือหางยาวรับจ้างขนคนโดยสารระหว่าง เกาะสอง-ระนอง ในวันเกิดเหตุและทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าตนได้รับ การติดต่อจากชายชาวเมียนมา (ไม่ทราบชื่อ) ที่ท่าเรือสะพานปลาแจ้งว่าให้ไปรับชาวเมียนมา จานวน 5 คน จากท่าเรือเกาะสอง มาส่งที่ท่าเรือสะพานปลา โดยฝากหนังสือเดินทางไว้ให้ 5 เล่ม พร้อมเงินค่าโดยสาร 350 บาท

          อนึ่งจากข้อมูลข้างต้นดังกล่าว ตม.จ.ระนองได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายการปลอมหนังสือเดินทางดังกล่าวต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.กระบี่ – ขยายผลจับกุมเครือข่าย Romance Scam พบหญิงไทย ร่วมขบวนการหลอกคนชาติตัวเอง

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุมเครือข่าย Romance Scam พบหญิงไทยร่วมขบวนการหลอกคนชาติตัวเอง

          เมื่อวันที่ 16 ก.ค.62 เจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จ.กระบี่ และชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.กระบี่ ได้ร่วมกันจับกุม นายอีเลเล่ (MR.ELELE) สัญชาติ ไนจีเรีย ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจากการสอบสวนขยายผลทราบว่าเป็นเครือข่ายอาชญากรรม romance scam ทำให้นำไปสู่การจับกุม

เมื่อวันที่ 15 ก.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตม.จ.กระบี่ ได้จับกุม

  1. MR. UCHECHUKWU อายุ 26 ปี สัญชาติไนจีเรีย
  2. MR. TIMOTHY อายุ 24 ปี สัญชาติไนจีเรีย ข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักร​โดยไม่ได้รับอนุญาต
  3. น.ส.สกุลตรา อายุ 27 ปี สัญชาติไทย ข้อหา “ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือฯเพื่อให้คนต่างด้าวพ้นการจับกุม “ที่ ต.กระบี่ใหญ่ อ.เมือง จ.กระบี่

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.2562 เจ้าหน้าที่ตม.จว.กระบี่ และชุดสืบสวน ได้จับกุม

  1. MR.KINGSLEY อายุ 23 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย ข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ”
  2. น.ส.น้ำเพชร อายุ 20 ปี ข้อหา “ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือฯ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นการจับกุม” ที่บ้านเลขที่ 293/41 หมู่ 1 ต.เหนือคลอง อ.เมือง จ.กระบี่

          จากการตรวจสอบภายในที่เกิดเหตุทั้งสามคดี พบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงพยานหลักฐานต่างๆ ที่เชื่อมโยงกลุ่มผู้ต้องหากับเครือข่ายอาชญากรรมหลอกรักออนไลน์ หรือ romance scam และพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันในรูปแบบขบวนการ ซึ่ง ตม.จ.กระบี่ ได้สืบสวนขยายผลพบหญิงไทยซึ่งตกเป็นเจ้าทุกข์จำนวนหนึ่ง จึงได้ให้ความช่วยเหลือในทางคดี และการเยียวยามูลค่าความเสียหายอันเกิดจากกระทำของกลุ่มอาชญากรรมนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการเยียวยาผู้เสียหายไปบางส่วนแล้ว

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.ภูเก็ต – รวบสาวเขมรแสบ เครือข่ายแก๊งค์ ค้ามนุษย์ หลอกเด็กเร่ขายสินค้า ริมหาดป่าตอง

          วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก.ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าว การจับกุมคดีคนร้ายต่างชาติ รวบสาวเขมร เครือข่ายแก๊งค์ ค้ามนุษย์ หลอกเด็กเร่ขายสินค้าริมหาดป่าตอง บังคับใช้แรงงาน หน่วงเหนี่ยวกักขัง ทำร้ายร่างกาย ถ้าขายของไม่ได้ตามยอด​ เป็นคดีที่น่าสนใจในห้วงเดือน ต.ค.62

          เมื่อวันที่ 20 ต.ค.62 เวลาประมาณ 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการจับกุมตัว MS.KIMHANG (นางสาวคิมห่าง หรือ กิมฮาง) อายุ 24 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ 98/2562 ลงวันที่ 18 เมษายน 2562 โดยต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี

          โดยร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหา พามาจากหรือส่งไปที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีเพื่อบังคับใช้แรงงาน ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายแก่กาย ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดๆ และร่วมกันเป็นนายจ้างจ้างเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปีเป็นลูกจ้าง” หนึ่งในขบวนการค้ามนุษย์ หลอกลวงเด็กชาวกัมพูชา อายุประมาณ 13-16 ปี มาเร่ขายดอกไม้​ และแว่นตาที่ริมหาดป่าตอง มีผู้ร่วมขบวนการจำนวน 4 คน

          โดยนางสาวคิมห่าง ทำหน้าที่ รับ–ส่ง เด็กตามจุดที่ขายของบริเวณริมหาดป่าตอง และทำหน้าที่ดูต้นทาง เวลามีตำรวจมาตรวจ โดยจะให้เด็กขายของตั้งแต่เวลา 08.00–21.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด ซึ่งหลังเลิกขบวนการดังกล่าวจะรับเด็กกลับมากักขังไว้ที่บ้านเช่า ถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หากเด็กขายของได้เงินไม่ถึงยอดตามที่กำหนดไว้ประมาณ 2,000–3,000 บาท ทั้งสี่คนจะใช้ไม้แขวนเสื้อ ซึ่งถูกดัดเป็นขดให้มีลักษณะคล้ายไม้เรียว ตี ทำร้ายร่างกายเด็ก โดยจะผลัดกันทำร้ายเด็กสลับกันไปในแต่ละวัน ถ้าเด็กคนไหนขายของไม่ได้ตามยอดก็จะถูกตี

          ต่อมา เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2561 มารดาของเด็กจำนวน 2 รายทราบเรื่อง จึงเดินทางมาจากประเทศกัมพูชา​ และเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง คนร้ายทั้งสี่ได้หลบหนีไปและพนักงานสอบสวนได้ขอศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จว.ภูเก็ต ได้ทำการสืบทราบว่า นางสาวคิมห่าง หนึ่งในผู้ต้องหา ยังซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยจะทำการหลบหนีออกจากประเทศไทย โดยเดินทางออกทางจังหวัดสระแก้ว จึงได้ประสานกับ ตม.จ.สระแก้ว และร่วมกันทำการสืบสวน จนสามารถจับกุมตัวนางสาวคิมห่างได้ จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนคนร้าย รายอื่นๆที่หลบหนีอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต จะได้ทำการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

Biometrics เจ๋ง – จับพิรุธ 2 ต่างชาติ ติด Blacklist เปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทาง เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย

         วันนี้ วัน​ศุกร์​ที่​ 25 ต.ค.62​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1 สตม.สวนพลู​ สาธร​ กทม.​ : พล.ต.ต.พรชัย ขันตี รองผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พีรวัส บุญลอย ผบก. ตม.6, พ.ต.อ.อรุษ แสงจันทร์ รองผบก.ตม.6 แถลงข่าวการจับกุม2 ต่างชาติติด Blacklist เปลี่ยนชื่อและหนังสือเดินทาง เดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทย

         เจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต ได้ทำการตรวจสอบบุคคลต่าง ด้าว ที่เดินทางเข้ามาอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ด้วยระบบ Biomatrics พบคนต่างด้าวจำนวน 2 ราย เป็นบุคคล ซึ่งถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม หรือ Blacklist ห้ามเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ ซึ่งบุคคลดังกล่าว หลังจากที่ถูกส่งกลับออกไปนอกราชอาณาจักร บุคคลเหล่านั้นได้เปลี่ยนชื่อตัวบางส่วน และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นได้เดินทางกลับเขามาในประเทศไทยอีกครั้ง เป็นสัญชาติปากีสถาน 1 ราย และสัญชาติเบลารุส 1 ราย มีรายละเอียดดังนี้

เมื่อวันที่ 1 ต.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ MR.SHEIKH (นายเชรค) สัญชาติปากีสถาน

          เดิมชื่อ MR.AJMEL (นายอาจาเมล) สัญชาติปากีสถาน เคยถูกจับกุมดำเนินคดีข้อหา เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด เมี่อปี พ.ศ. 2561 มีพฤติการณ์เข้าลักษณะต้องห้าม ติด Blacklist ห้ามเข้าประเทศ 10 ปี ตั้งแต่ ปีพ.ศ.2561 ถึงปี พ.ศ.2571 ได้เปลี่ยนชื่อกลางของตน และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผ่านทางสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 5 ก.ค.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภท NON-90 อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 2 ต.ค.62 จากการตรวจสอบบุคคลดังกล่าวสอบด้วยระบบ Biometrics พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามไว้

เมื่อวันที่ 10 ต.ค.62 ตม.จ.ภูเก็ต ได้ทำการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของ MR.AKEXANDER (นายอเล็กซานเดอร์) สัญชาติเบลารุส

          เดิมชื่อ MR.ALIAKSANDR (นายอเล็คซานเดอร์) สัญชาติเบลารุส เคยถูกจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตเมี่อปี พ.ศ. 2561 มีพฤติการณ์เข้าลักษณะต้องห้าม ติด Blacklist ห้ามเข้าประเทศ 100 ปี ตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2561 ถึงปีพ.ศ.2661 ได้เปลี่ยนวิธีการสะกดชื่อนามสกุลของตนเอง และขอหนังสือเดินทางเล่มใหม่ จากนั้นเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผ่านทางสนามบินนานาชาติภูเก็ต เมื่อวันที่ 23 เม.ย.62 ได้รับการตรวจลงตราประเภท NON-90 อนุญาตให้อยู่ถึงวันที่ 12 ต.ค.62 จากการตรวจสอบบุคคลดังกล่าวสอบด้วยระบบ Biometrics พบว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ถูกขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามไว้

          จากการซักถามปากคำเบื้องต้น และให้ดูหลักฐานการขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม ทั้งสองจึงให้การรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับที่ตรวจสอบพบจากระบบ Biometrics เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จ.ภูเก็ต จึงได้ทำการเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร ของทั้งสอง จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวและดำเนินการส่งกลับออกนอกประเทศต่อไป

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นราธิวาส – บ้านใหม่ผู้ยากไร้ ใกล้แล้วเสร็จ

          ทหารพรานนาวิกโยธิน สร้างบ้านใหม่ให้กับ นางฆอมือเสาะ โต๊ะฆอ ซึ่งมีฐานะยากจน อยู่กับลูกชาย 2 คน พิการทางสมอง 1 คน อาชีพรับจ้างทั่วไป บ้านเลขที่ 64/4 บ้านบากง ตำบลลุโบ๊ะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งได้ทำการสร้างบ้านไปแล้วกว่า 95% อีกไม่นานเกินรอ ครอบครัว นางฆอมือเสาะ โต๊ะฆอ จะได้อยู่บ้านใหม่อย่างอบอุ่นและมีความสุข

#กองทัพเรือที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

พสกนิกรจังหวัดยะลา – ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล น้อมรำลึก เนื่องในวันวันคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” 23 ตุลาคม 2562

พสกนิกรจังหวัดยะลา ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศล น้อมรำลึก เนื่องในวันวันคล้ายวันสวรรคต “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” 23 ตุลาคม 2562

         วันนี้ (23 ตุลาคม 2562) เวลา 07.00 น. ที่ บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สนามโรงพิธีช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา นายวรเชษฐ พรมโอภาษ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา/ รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา, ส่วนราชการ และประชาชน ในพื้นที่จังหวัดยะลา ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 57 รูป เพื่ออุทิศถวาย เป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 23 ตุลาคม 2562 วันปิยมหาราช พร้อมแสดงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า

         โดยมี พลตรีเกรียงไกร ศรีรักษ์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ,พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการ, ทหาร, ตำรวจ, จิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. ตลอดจนประชาชนร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า