“รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ที่กลับคืนมา” ของตัสมิน

“หนูดีใจมากจริง ๆ ที่ทั้งพ่อและพี่ชายเลิกยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่บ้านไม่มีความสุข มีแต่ปัญหา ไม่มีการพูดจากันในครอบครัว คนติดยาก็มุ่งเข้าหายาเสพติดอย่างเดียว แต่พอหลังจากพ่อและพี่ชายเข้า Camp 35 ไปรับการบำบัดออกมาแล้ว ก็เหมือนได้พ่อและพี่ชายคนเดิมก่อนที่จะติดยากลับมาอีกครั้ง”

นี่คือคำพูดที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม ของ ตัสมีน เด็กสาว วัย 17 ปี ชาวหนองจิก จ.ปัตตานี ที่มีทั้งพ่อและพี่ชายติดยาเสพติด ครอบครัวต้องทนทุกข์ หวาดกลัว แทบหาความสุขไม่ได้ แต่หลังจากที่พ่อจับมือพี่ชายเดินทางเข้าบำบัดที่ Camp 35 ท้องฟ้ามืดมนก็กลับมาปลอดโปร่ง สดใส อีกครั้ง

📌ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด หรือ Camp 35 เป็นค่ายที่ตั้งขึ้นมาเพื่อบำบัดผู้หลงผิดติดยาเสพติดในชุมชนหมู่บ้าน ตามนโยบายของ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อป้องกันและการปราบปรามยาเสพติด โดยถือผู้เสพคือผู้ป่วยที่ต้องรักษา หัวใจสำคัญของ Camp 35 คือการรักษาผู้ป่วยติดยาเสพติด แบบ Fast Model ด้วยการบำบัด 35 วัน และติดตามผล 90 วัน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลับไปเสพซ้ำและสามารถมีชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

#รักเธอประเทศไทย
#LoveThailand

ขอบคุณข้อมูล :ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

ชาวไทย -​ มาเลย์ ร่วมแรงร่วมใจ ร่วมบุญกุศลทอดกฐินสามัคคี

ประชาชนชาวไทย และ ชาวมาเลเซีย ร่วมแรง ร่วมใจ ร่วมบุญกุศลทอดกฐินสามัคคี ณ วัดศรีมหาโพธิ์ ต.โคกโพธิ์ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ โดย “พ่อท่านจาง” หรือ พระครูโสภิตโพธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ์ ผู้เป็นที่เคารพศรัทธา ของประชาชนชาวไทยในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและชาวมาเลเซีย

กฐินสามัคคีครั้งนี้ ถือเป็นการร่วมแรงร่วมใจ ของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงต่างนำอาหารคาวหวานมาบริการผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมบุญกุศลซึ่งมิใช่เพียงแค่ประชาชนชาวไทย แต่รวมถึงประชาชนชาวมาเลเซียที่มาร่วมบุญกุศลในการทอดกฐินสามัคคีครั้งนี้

“วัดศรีมหาโพธิ์” ถือเป็นสถานที่ ที่ยังมีพี่น้องชาวไทยมุสลิม ยังคงเดินทางไปมาหาสู่เพื่อพบปะพี่น้องไทยพุทธ ถือเป็นดั่งศูนย์กลางในการหลอมรวมสายใยยึดเหนี่ยวความกลมเกลียวในพื้นที่ให้ยังคงสืบต่อไปยาวนาน.

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

แม่ทัพภาคที่ 4 – เดินหน้าต่อเนื่องแก้ไข ปัญหายาเสพติด ขยายผลเป็นโมเดลต้นแบบสู่ ทุกจังหวัดในภาคใต้

แม่ทัพภาคที่ 4 เดินหน้าต่อเนื่องแก้ไขปัญหายาเสพติด ขยายผลเป็นโมเดลต้นแบบสู่ทุกจังหวัดในภาคใต้

สำหรับ Camp 35 ถือว่าเป็นค่ายพักพิงเพื่อการบำบัดผู้ติดยาเสพติด เป็นโมเดลต้นแบบแห่งแรกของประเทศ หลังจากที่รัฐบาลและแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มอบนโยบายสำคัญในเรื่องแผนปฏิบัติการรวมพลังแก้ไขปัญหายาเสพติด คืนความสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำหนดแนวทางการบำบัดรักษาและแก้ไขปัญหายาเสพติดใน 5 ขั้นตอน ให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างจริงจังและเกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยเฉพาะด้านการบำบัดรักษา ได้กำหนดเป้าหมายนำผู้ป่วยยาเสพติดในจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาในระบบปกติคือสถานพยาบาลของรัฐ และในระบบค่าย ทั้งในระบบค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด เพื่อให้ผู้ป่วยเลิกใช้ยาเสพติดและกลับคืนเป็นคนดีของสังคม ปัจจุบัน ค่ายพักพิงเพื่อการบำบัด Camp 35 จังหวัดปัตตานี มีการดำเนินการ นำผู้ป่วยยาเสพติดในเขต อำเภอสายบุรี อำเภอมายอ อำเภอปะนาเระ และอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เข้ารับการบำบัด แล้วจำนวน 2 รุ่น

โดยวันนี้เป็นการเปิดค่ายในรุ่นที่ 2 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 251 คน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด บำบัดฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เข้ารับการบำบัดได้กลับเป็นคนดีคืนสู่สังคมโดยเร็ว

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล :ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า /เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

สำนักข่าวความมั่นคง

บรรยากาศ การต้อนรับ ทหารใหม่ ผลัดที่ 2/62 ” อบอุ่น เป็นกันเอง “

ทีมแอดได้มีโอกาสลงพื้นที่ ไปเยี่ยมชมบรรยากาศการเปิดบ้านตอนรับทหารใหม่ ผลัดที่ 2/62 ของหน่วยกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 14 ค่ายวชิรปราการ จ.ตาก

ทั้งนี้ทางค่ายได้เปิดบ้านให้ผู้ปกครองได้เข้ามาเยี่ยมชมความเป็นอยู่ของทหารใหม่ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของหน่วย ในการดูแลทหารใหม่ในทุกด้านอย่างดีที่สุด เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองและญาติที่มาส่ง โดยทั้งนี้กองทัพบก ได้เตรียมการในทุกด้านเพื่อดูแล ฝึกฝน ทหารใหม่ ผลัดที่ 2/62 ให้ดำรงอยู่ในกองทัพอย่างมีเกียรติ เข้มแข็งทั้งกายใจ มีจิตอาสา พร้อมปฏิบัติงานด้านความมั่นคงในฐานะทหารของชาติ อย่างดีที่สุด

#ทหารใหม่ #เกาะสถานการณ์ทหารใหม่ #เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

“แม่ทัพภาค4” ชื่นชม ! ชุดคุ้มครองตำบล “เขาตูม” ยะรัง ปัตตานี สู้โจรใต้ ลั่น ต้องไม่ให้ โจรมีที่อยู่ ในหมู่บ้าน ห้ามให้ที่พักพิง

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม สร้างขวัญและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ที่ ฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบลเขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่า “ขอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ ชคต.เขาตูมทุกคน ที่สามารถเตรียมแผนเผชิญเหตุ ตอบโต้กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้อย่างกล้าหาญ ไม่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต

ขอให้ทุกคนปฏิบัติการคุ้มครองชุมชนและคนในหมู่บ้านในเชิงรุกต่อไปโดยยึดหลักการทำงานที่ถูกต้อง รักษากฎหมายเพื่อความสงบสุข กดดันผู้ก่อเหตุรุนแรงออกจากหมู่บ้าน ต้องไม่ให้หลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านเด็ดขาด ไม่มีแม้แต่แหล่งพักพิงจะให้อาศัย

📌📌หากผู้ใดยังคงให้แหล่งพักพิงและสนับสนุน ผู้นั้นก็จะมีความผิดได้รับโทษตามกฎหมายด้วยเช่นกัน

ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

อีกหนึ่งกำลังหลักที่สำคัญ ในการร่วมกันนำพาสันติสุข ให้เกิดขึ้นใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

อีกหนึ่งกำลังหลักที่สำคัญในการร่วมกันนำพาสันติสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ดอกไม้เหล็ก..แห่งชายแดนใต้
ฝึกซ้อมพิธีสวนสนาม
เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ

สืบสาน – ประเพณีลอยกระทง 2562 ภายใต้หัวข้อ “ลอยกระทงวัฒนธรรม ใส่ใจสายน้ำและสิ่งแวดล้อม”

#ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีทีสำคัญของคนไทยที่แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะน้ำที่ใช้ในการดำรงชีวิต ถือเป็นประเพณีที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยอันงดงามที่ปรากฏในรูปแบบของพิธีกรรม การประดิษฐ์กระทง การประดับประทีปโคมไฟในยามค่ำคืน การแสดงมหรสพ และการละเล่นรื่นเริงต่างๆ

ปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากเสร็จสิ้นประเพณีลอยกระทง คือ ขยะในแม่น้ำลำคลองที่เกิดจากกระทงที่ทำมาจากวัสดุที่ไม่ย่อยสลายเองตามธรรมชาติ เช่น โฟม พลาสติก ดังนั้นในแต่ละปี ทุกหน่วยงานออก รณรงค์ให้ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีสื่อให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ที่สวยงามของประเทศไทยต่อนานาชาติ โดยการรักษาสิ่งแวดล้อม ใช้กระทงที่ประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ รวมทั้งส่งเสริมให้เยาวชนและประชาชนตระหนัก และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถึงคุณค่าความสำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณี ร่วมกันอนุรักษ์สืบทอด และส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเพิ่มรายได้ให้แก่ท้องถิ่น

นายกรัฐมนตรี แนะนำให้ช่วยกันกำจัดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แนะนำให้ช่วยกันกำจัดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นหลังจากประเพณีวันลอยกระทง เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีงามของประเทศไทย
จึงขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้กระทงที่ประดิษฐ์ด้วยวัสดุที่ย่อยสลายง่าย ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม สนุกสนานอย่างสร้างสรรค์ มีน้ำใจไมตรี ไม่ทำผิดศีลธรรม งดเล่นพลุ ดอกไม้ไฟ โคมลอยโคมไฟในที่ชุมชน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุเพลิงไหม้ และไม่แต่งกายด้วยชุดล่อแหลมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อตัวเองได้

รวมทั้ง เชิญชวนคนไทยลอยกระทงแบบรักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมลดปริมาณกระทง ลดการก่อให้เกิดขยะ ด้วยการลอยแบบ 1 คู่รัก 1 กระทง หรือ 1 ครอบครัว 1 กระทง หรือ 1 แก๊งค์ 1 กระทง หรือการลอยกระทงออนไลน์จะช่วยให้การลอยกระทงสร้างมลพิษน้อยที่สุด

พร้อมขอความร่วมมือแม่ค้าและประชาชนร่วมลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วและพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้นด้วย
แสดงความขอบคุณแม่น้ำและพระแม่คงคาอย่างแท้จริง #ด้วยการอนุรักษ์และรักษาแม่น้ำลำคลองด้วยการไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึง ประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2562 ตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ว่า อยากเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศช่วยกันลดการใช้กระทงที่ทำจากพลาสติกและโฟม แล้วหันมาใช้วัสดุที่ทำจากธรรมชาติและย่อยสลายแล้วไม่เป็นอันตรายต่อแม่น้ำลำคลองเน่าเสียและสัตว์น้ำต่างๆ เช่น ใบตอง ต้นกล้วย เพื่อลดปริมาณขยะที่จะลงสู่แม่น้ำลำคลองแล้วไหลลงปากแม่น้ำและทะเลด้วย เป็นการแสดงความขอบคุณแม่น้ำและพระแม่คงคาอย่างแท้จริง ด้วยการอนุรักษ์และรักษาแม่น้ำลำคลองด้วยการไม่ทิ้งขยะลงแม่น้ำลำคลอง
การใช้กระทงโฟมลอยกระทงเพียง 5 นาที กลับสร้างขยะทะเลนานถึง 50 ปี

นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การใช้กระทงโฟมลอยกระทงเพียง 5 นาที กลับสร้างขยะทะเลนานถึง 50 ปี จึงอยากให้ประชาชนหยุด หรือลดการใช้กระทงที่ทำจากโฟม แม้ว่าแนวโน้มช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการใช้กระทงโฟมลดลงมากก็ตาม แต่ยังคงเหลือกระทง โฟมมากถึงเกือบ 40,000 ใบต่อปี ช่วงประเพณีลอยกระทง พบว่าบางส่วนไหลลงทะเลจนกระทบต่อชีวิตสัตว์ทะเลหายากตายจำนวนมาก ภาพรวมปีนี้ประเทศไทยสูญเสียเต่าทะเลไปแล้ว 400 ตัว ยังไม่นับรวมโลมา วาฬ พะยูน ถือว่าเป็นการสูญเสียสัตว์ทะเลหายากมากที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมา

ข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า /วท.ยะลา กรมประชาสัมพันธ์

สำนักข่าวความมั่นคง

ผู้ว่านราฯ – พร้อมนายกเหล่ากาชาดมอบบ้านแก่ผู้ยากไร้ พื้นที่อำเภอรือเสาะ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผู้ว่านราฯพร้อมนายกเหล่ากาชาดนราฯ มอบบ้านแก่ผู้ยากไร้พื้นที่อำเภอรือเสาะ บรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย แก่ประชาชนผู้ยากไร้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 ที่ ต.ลาโล๊ะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานเปิดโครงการซ่อมแซมบ้านให้ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทรงเจริญพระชนมายุ 87 พรรษา 12 สิงหาคม 2562 โดยมีนาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส และสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส นายวิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ นายอำเภอรือเสาะ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนประชาชนร่วมแสดงความยินดีอย่างพร้อมเพรียงกัน

ทางด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า สภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส เป็นองค์กรสาธารณกุศล ที่มีภารกิจหลักในการบรรเทาทุกข์ บำรุงสุข บำบัดโรค กำจัดภัย แก่ประชาชนผู้ยากไร้ มีสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย และมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์อุปนายิกาผู้อำนวยการสภาสภากาชาดไทย ที่จัดให้มีโครงการดังกล่าว ซึ่งนับเป็นโครงการที่ดีและเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นโครงการที่มุ่งให้ความช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ โดยเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้บูรณาการร่วมกับอำเภอ และหน่วยงานในพื้นที่ ทำให้เห็นถึงความร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ จากทั้งส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสา ในการช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านให้แก่ นายสมาน สะแตในครั้งนี้

โดยในการบริหารราชการแผ่นดินทุกจังหวัดต้องจัดการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งยุทธศาสตร์ที่ 4 คือการสร้างความเสมอภาคในสังคม ลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ ซึ่งในทุกจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม โดยในจังหวัดนราธิวาสกำหนดไว้ในวาระที่ 6 นราแบ่งปัน นั่นคือ คนทุกวัยร่วมกันแบ่งปัน ทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือคนที่มีความลำบากในพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอให้ได้มากที่สุด โดยร่วมกับกาชาดจังหวัด และหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยคนที่มีความพร้อมมากกว่าช่วยเหลือคนที่มีความพร้อมน้อยกว่า ถ้าทุกพื้นที่ทำแบบนี้ได้ความรักความสามัคคีก็จะเกิดขึ้น และที่สุดคือความสันติสุขในพื้นที่ของจังหวัดนราธิวาสประเทศไทยก็จะเกิดขึ้นด้วย

ทั้งนี้จังหวัดนราธิวาสให้การช่วยเหลือในทุกด้านแก่ผู้ยากไร้ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสนั้น จะสอดคล้องกับ 7 วาระนราน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยการสร้างโอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาส สร้างสังคมแห่งคุณธรรมและสังคมแห่งความเกื้อกูล ส่งเสริมผู้สูงอายุที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาสู่แรงงานภาคบริการ การดูแลเด็กยากจนคนพิการ กลุ่มติดเตียง ผู้ได้รับผลกระทบให้ได้รับโอกาสทางการศึกษา การพัฒนาเยาวชนให้เป็นเยาวชนอัจฉริยะในยุค Thailand 4.0 การให้โอกาสในการเรียนรู้และเติบโตอย่างต่อเนื่องในรูปแบบทุนการศึกษา

นาวาตรีหญิง โนสมา หลีเส็น นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่าสมเด็จพระนางเจ้าๆสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ทั้งการส่งเสริมอาชีพ และดูแลสภาพความเป็นอยู่ ทรงห่วงใยพสกนิกรตลอดมา ได้เคยตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไปยังที่ต่างๆทั่วประเทศ รวมทั้งที่จังหวัดนราธิวาส ทำให้เกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระราชเสาวนีย์มากมาย โดยเฉพาะโครงการศิลปาชีพ ทั้งการจัดสานย่านลิเภา ปักผ้า ทอผ้า เป็นต้น จึงขอให้พวกเราทุกคนได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของทั้งสองพระองค์ โดยตั้งมั่น ในการประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีของสังคมและประเทศชาติ

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่าในปีนี้มีการมอบบ้านแก่ผู้ยากไร้ไปแล้วจำนวน 6 หลัง โดยใช้หลักเกณฑ์โครงการซ่อมแซมบ้านให้ผู้ยากไร้ฯ มุ่งหวังให้ผู้ยากไร้ได้มีบ้านที่พักอาศัยอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข

ซึ่งอำเภอรือเสาะได้รับงบประมาณจากสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาสจำนวน 50,000 บาท เพื่อซ่อมแชมบ้านให้ผู้ยากไร้และด้อยโอกาส โดยพิจารณาคัดเลือก บ้านนายอาหมาน สะแต ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 1 ตำบลลาโละ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีสมาชิกในครอบครัวประกอบด้วย นายอาหมาน สะแต อายุ อายุ 44 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง สามี น.ส.นูรีซัน เจ๊ะมะ อายุ 42 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยาง ภรรยา และลูกสาวอีก 3 คน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ อยู่รวมกันทั้งสิ้น 5 คน เป็นผู้มีฐานะยากจน เพื่อดำเนินการก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแชมที่อยู่อาศัย ในการซ่อมแซมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาอำเภอรือเสาะ ซ่อมแชมบ้านจนสำเร็จลุล่วงพร้อมมอบให้แก่ผู้ยากไร้และด้อยโอกาสในวันนี้ด้วย

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า /สำนักงานประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส

สำนักข่าวความมั่นคง

เฝ้ารับ – ส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

4 พ.ย.62 เวลา13.00 น. เฝ้ารับ-ส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

▶️ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ประจำปีการศึกษา 2561 ณ หอประชุมใหญ่อาคารไทยบุรี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตำบลไทรบุรี อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยมี พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นางแจ่มจิตร์ พูลสวัสดิ์ ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่ 4 ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ตลอดจนข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และประชาชนในพื้นที่ เฝ้าฯ รับ – ส่ง เสด็จ

▶️ ทั้งนี้ ในปีการศึกษา 2561 มีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 2 ราย และผู้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร จำนวนทั้งสิ้น 1,944 ราย นอกจากนี้มีบัณฑิตที่เข้ารับพระราชทานเหรียญรางวัลเกียรตินิยม จำนวน 27 ราย และโล่รางวัลศึกษิตแห่งปีที่วลัยลักษณ์ จำนวน 4 ราย

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นค

กอง​ปราบ​ฯ​ – รวบสาวแสบตุ๋น เทรดหุ้น ผู้เสียหายนับสิบ

วันนี้​ วันอังคาร​ที่ 5 พ.ย.62​ ที่กองปราบปราม : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. และพ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป.พร้อมกำลังเข้าทำการจับกุม น.ส.พภัสสรณ์ หรือแอม เดชทวีธนไพศาล อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 48/1 ม.7 ต.บางใหญ่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี ตามหมายจับของศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 189/2562 ลงวันที่ 18 พ.ย.62 ข้อหา “ฉ้อโกง” โดยสามารถจับกุม​ได้ที่ศูนย์ราชการนนทบุรี (เก่า)

ทั้งนี้ได้มีผู้เสียหาย 4-5 คน เข้าร้องเรียนเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ว่า น.ส.พภัสสรณ์ฯ มีพฤติการณ์หลอกให้เล่นเทรดหุ้นไอพีโอ ได้กำไรเท่าตัวจากจำนวนเงินที่ลงทุน เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้กับผู้ต้องหาไปเกือบแสนบาท แต่เมื่อถึงเวลาปันผลหุ้น ผู้ต้องหากลับจ่ายเช็คที่ไม่สามารถขึ้นเงินได้ จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี นอกจากนี้ผู้ต้องหารายนี้ยังหลอกผู้เสียหายรายอื่นๆ อีกนับ 10 ราย ถูก แจ้งความดำเนินคดีในหลายพื้นที่ กระทั่งพนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ ต่อมาตำรวจกองปราบปราม​ ติดตามจับกุมได้ขณะผู้ต้องหากำลังเดินทางไปศาลอีกคดีหนึ่ง ของ สภ.ปากเกร็ด

สอบสวน น.ส.พภัสสรณ์ฯ ให้การว่าได้รับเงินจากผู้เสียหายมาเทรดหุ้นจริง แต่ตัวหุ้นยังไม่ครบกำหนดชำระจ่ายเงินคืนให้ จึงจ่ายเงินให้กับผู้เสียหายไม่ได้ แต่ผู้เสียอยากได้เงินคืนซึ่งตนก็บอกรายละเอียดให้ทราบแล้ว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.สำโรงเหนือ ดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​