หมอทหารใจดี มอบอุปกรณ์และเครื่องอุปโภคบริโภคให้ราษฎรผู้พิการและสูงอายุ

นอกจากภารกิจรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่แล้ว การดูแลเรื่องสุขภาพอนามัย และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ทางหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้พิการ ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญ และการช่วยเหลือเบื้องต้นแก่บุคคลเหล่านั้นด้วย

หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 ร่วมกับ พันเอก โชคชัย ขวัญพิชิต รองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแพทย์จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอชต.) และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.บ้านบือซู เข้าพบปะพูดคุยพัฒนาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจพร้อมทั้งมอบกายอุปกรณ์ (ไม้เท้าก้านร่ม) และเครื่องอุปโภคบริโภคให้ราษฎรผู้พิการและสูงอายุ ในพื้นที่บ้านบือซู เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยมี ผู้นำหมู่บ้านและประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย ณ สำนักสงฆ์บ้านแป้น ม.6 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

เร่งช่วยเหลือเยียวยา ติดตามไล่ล่าคนร้ายมาลงโทษตามกฏหมาย ~ ศปชส.กอ.รมน.ภาค 4 สน.

จากกรณีกลุ่มคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านและกลุ่มชาวบ้านเสียชีวิต 15 รายและบาดเจ็บ 5 ราย เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2562 เวลา 23.25 เหตุเกิดพื้นที่หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา

ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.2562 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ได้สั่งให้ หน่วยเฉพาะกิจยะลาเข้าควบคุมสถานการณ์และบริหารจัดการที่เกิดเหตุและให้เก็บรวบรวมวัตถุพยานพร้อมช่วยเหลือผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดพร้อมทั้งต้องขอแสดงความเสียใจต่อญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บในครั้งนี้

ในการนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้สั่งการให้หน่วยเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ควบคู่กับให้ใช้มาตรการทางกฎหมายกับกลุ่มก่อเหตุอย่างเด็ดขาด

โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แม่ทัพภาคที่ 4 / ผอ.รมน.ภาค 4 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยสั่งการเน้นย้ำทุกหน่วยปรับแผนการรักษาความปลอดภัยขยายไปยังชุมชนที่ไม่ล่อแหลมด้วย พร้อมกับเน้นย้ำให้ตำรวจรวบรวมวัตถุพยานให้รัดกุมที่สุดเพื่อบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มขบวนการ brn ที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สน. พลโทพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้ก่อเหตุรุนแรง หวังสร้างภาพข่าว ให้คนไทยทั้งประเทศตกใจกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีการทำร้ายผู้บริสุทธิ์ขนาดนี้ ชรบ.คือ พี่น้องประชาชนที่อาสามาดูแลพื้นที่ เป็นชาวบ้านธรรมดา กลางวันทำงาน กลางคืนเสียสละออกมาดูแลพื้นที่ ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้ก่อเหตุรุนแรง ณ ขณะนี้ ทั้ง อส. ชรบ. เป็นเป้าหมายหลักของเขา เป็นจุดอ่อนที่เลือกก่อเหตุ ถ้าสังเกตุล่าสุดเหตุที่ปัตตานี สายบุรี เรามีการโต้ตอบอย่างทันควัน เพราะมีกำลังพร้อมมาก นั่นคือกำลังทหารหลัก ทหารพราน ซึ่งตรงจุดนี้เราต้องปรับแผนพอสมควรคือ เปลี่ยนเป็นเข้าพื้นที่แทนการประจำตามป้อม จะไม่อยู่ตามป้อม อาจจะต้องจรยุทธ์ ไม่ให้สามารถจับเป้าหมายได้ถูก ทำเลต้องปรับ และต้องเจาะลึก คือไม่ใช่นอนในป่า แต่ต่อไปต้องนอนใต้ถุนบ้าน ในหมู่บ้าน นี่คือสิ่งที่ต้องปรับแน่นอน ขณะนี้ 118 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านสันติสุขที่หน่วยกำลังจรยุทธ์เข้าดูแลพื้นที่หมดแล้ว เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งสามารถเช็คได้หมดว่าใครเข้าใครออกอย่างไร โดยจะเร่งขยายให้ครอบคลุมพื้นที่ต่อไป จึ

ฝากไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่รู้เบาะแส ขอให้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ เพราะเป็นญาติพี่น้องทั้งนั้น ยืนยันความต้องการพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันดับแรกคือ อยากให้รัฐบาลปราบยาเสพติด ซึ่งเราทำอยู่แล้ว และสอง คือ ยุติความรุนแรง ซึ่งเรื่องความรุนแรงรัฐไม่เคยก่อเลย ดังนั้นพี่น้องประชาชนต้องช่วยคนละไม้คนละมือ และออกมาต่อต้านผู้ที่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ถึงเวลาที่ทุกคนต้องออกมาปฏิเสธคนที่สั่งการอยู่ทั้งในและนอกประเทศ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ต้องช่วยสกรีนคนที่เข้าออกหมู่บ้าน ต้องช่วยกัน 290 ตำบล ต้องออกมาร่วมยุติความรุนแรง ต้องกล้า รวมไปถึงพี่น้องประชาชนด้วย

ส่วนกฎหมายพิเศษจะต้องดำเนินการใช้ในพื้นที่ต่อหรือไม่ นั้น แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวเพิ่มเติมว่า การพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขยังดำเนินการต่อไป แต่ทีมกำลังทหารที่เป็นการสั่งการอยู่ในพื้นที่ ซึ่งมีไม่มาก ต้องบังคับใช้กฎหมาย โดยต้องใช้กฎหมายพิเศษ ซึ่งไม่ได้ใช้โดยฝ่ายมั่นคงเพียงฝ่ายเดียว แต่มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าของบ้านเป็นหลัก เข้าไปร่วมดำเนินการด้วยทุกครั้งที่มีการใช้กฎหมายพิเศษเข้าปิดล้อม ตรวจค้น เราบังคับกฎหมายอย่างเต็มที่

เหตุการณ์ในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่บ่งชี้ว่ากลุ่มคนร้ายยังไม่ละความพยายามในการก่อเหตุโดยไม่เลือกเป้าหมาย และยังคงย้อนแย้งกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรต่างๆในพื้นที่ ที่พยายามเรียกร้องให้รัฐ ยกเลิกการใช้กฎหมายพิเศษโดยไม่เคยคำนึงถึงผลกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ จึงขอให้สังคมช่วยกันเรียกร้องและตรวจสอบพฤติกรรมขององค์กรเหล่านี้อย่างใกล้ชิดเพราะการแสดงตลอดเวลาที่ผ่านมาก็ไม่ต่างจากอาชญากรที่กำลังละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่องกว่า 15 ปี ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบรอยเลือด หมวก เป้ ปลอกกระสุน และดีเอ็นเอ คาดว่า จะรู้กลุ่มที่ก่อเหตุได้ในไม่ช้า ตอนนี้ต้องขอเวลาตรวจสอบปลอกกระสุนและหลักฐานต่างๆ 2 วัน ผู้ก่อเหตุเองก็โดนยิงได้รับบาดเจ็บ เพราะว่าเราพบรอยเลือดกองใหญ่อยู่ที่เกิดเหตุด้วย ส่วนอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ก็ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุนำออกไปด้วยบางส่วน คาดว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มเดิมๆ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวทิ้งท้าย

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

ขอบคุณข้อมูล : issoc4news.blogspot.com

สำนักข่าวความมั่นคง

ดอกไม้เหล็กชายแดนใต้

นี่คืออาสาสมัครทหารพรานหญิงที่เปิดรับสมัครไปปฏิบัติหน้าที่ยังจังหวัดชายแดนภาคใต้

หญิงสาว ที่สมัครมาด้วยใจและสอบแข่งขันจากคนนับพันคนเพื่อจะได้เข้ามารับใช้ชาติเป็นทหารหญิง พวกเขาคืออาสาสมัครทหารพรานหญิงนาวิกโยธิน

#ศูนย์ประชาสัมพันธ์
#กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้่า

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

“คณะตรวจเยี่ยม ทภ.4 – ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม หน่วยฝึกทหารใหม่ ในพื้นที่ค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีฯ”

“คณะตรวจเยี่ยม ทภ.4 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม
หน่วยฝึกทหารใหม่ในพื้นที่ค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช”

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 คณะตรวจเยี่ยม กอง ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ ภายในค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมทั้งรับชมการสาธิตการต่อผู้ป่วยโรคลมร้อน ตรวจคุณภาพชีวิตของน้องทหารใหม่ด้วย ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้เป็นการปฏิบัติเป็นไปตาม นโยบายในการฝึกทหารใหม่ให้มีความพร้อมและเข้าใจตรงกันอย่างถูกต้องเป็นไปตามนโยบายของกองทัพบก โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการและเน้นย้ำว่า “ผู้ฝึกจะต้องดูแลเอาใจใส่ชีวิตความเป็นอยู่ของทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ฝึกจะต้องระวังและป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคลมร้อน ให้ถือตามคำแนะนำของกรมแพทย์ทหารบกอย่างเคร่งครัด โดยให้การดูแล เหมือนครอบครัว เดียวกัน ประดุจ “น้องคนเล็กของกองทัพบก”

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

สำนักข่าวความมั่นคง

วัชระ​ฯ เดินทางมอบเงิน ให้กำลังใจ​ น้องนักเรียน​หญิง​ (เหยื่อ)​ กระทงลิขสิทธิ์

วันนี้ วันพุธ​ที่ 6 พฤศจิกายน​ 2562 เวลา 12:00 น. : นายวัชระ เพชรทอง “อดีตสส.ปชป.” พร้อมด้วย กลุ่มเครือข่ายประชาชนโคราช เดินทางไปที่ สภ.เมืองนครราชสีมา พบ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. และ พ.ต.อ. คเชนทร์ เสตบุตร​ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา ขณะนำน้องนักเรียนผู้เสียหายชี้จุดเกิดเหตุภายใน พื้นที่​ สภ.เมืองนครราชสีมา

จากนั้น นายวัชระฯ กล่าวขอบคุณพล.ต.อ.วิระชัยฯ​ และกล่าวกับสื่อมวลชนว่า ผม เดินทางมาจากกรุงเทพฯ​ เพราะเห็นถึงความไม่เป็นธรรมที่นักเรียนหญิงได้รับ จึงมาให้กำลังใจ​ และมอบเงิน 5,000 บาทให้ผู้ปกครองนร.หญิงโดยมีคุณแม่ของนักเรียนเป็นผู้รับ

นายวัชระฯ กล่าวว่า เงินทั้งหมดนี้เป็นเงินของ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช “รมช.ศธ.” 2,000 บาท ของ นายจุติ ไกรฤกษ์ “รมว.พม.” 2,000 บาท และ ของผม 1,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด​ 5,000 บาท เพื่อมาให้กำลังใจซื้อกระทงของน้องนักเรียน 1 ใบและสนับสนุนให้นักเรียนช่วยพ่อแม่ทำงานหารายได้พิเศษและไม่สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ใดๆและเห็นว่าการกระทำของนักเรียนไม่มีความผิดตามกฎหมาย

ผมขอขอบคุณ นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา​ ที่รับปากในฐานะพ่อเมืองว่าจะติดตามและประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดูแลเรื่องนี้และปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนทั้งจังหวัด เพื่อให้เกิดความยุติธรรมในสังคมต่อไป

ต่อมา นายวัชระฯ นำกระทงที่นักเรียนมอบให้ไปกราบถวายย่าโมที่อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีโดยก่อนกลับ พี่น้องประชาชน​โคราชได้มอบพระพุทธรูปพระชัยเมืองนครราชสีมา สร้างโดยผู้ว่าวิเชียรฯ มอบให้นายวัชระฯ​ เพื่อเป็นสิริมงคลในการทำงานเพื่อประชาชน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผู้ว่าฯ​ กทม. แถลงข่าว การจัดงานเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2562

วันนี้​ วัน​พุธที่ 6 พ.ย.62 เวลา 10.30 น.ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ชั้น1 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร​ : พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหานคร เป็นประธาน พิธีแถลงข่าวการจัดงานเทศ กาลลอยกระทง ประจำปี 2562

โดยมี พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. เป็น​ผู้แทน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

นครนายก – พระสงฆ์อาพาธ และมีอาการหลงลืม พลัดตกแม่น้ำดับ


พระภิกษุสงฆ์อาพาธ และมีอาการหลงลืมหายออกไปจากวัดช่วงบ่าย กรรมการวัดและชาวบ้านออกตามหา พบอีกทีเป็นศพลอยอยู่ในแม่น้ำแล้ว
ศูนย์วิทยุเมืองนายก ได้รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตในแม่น้ำนครนายก ลอยน้ำมาที่สันเขื่อนใกล้สะพานวัดรังษีโสภณ จึงได้รายงาน พ.ต.ต.วีระศักดิ์ ญาณวุฒิโธสารวัตรเวร สถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก พร้อมแพทย์เวร และกู้ภัยสว่างอริยะนครนายก ไปยังที่เกิดเหตุ

พบศพชายไทยลอยน้ำอยู่ในคลองแม่น้ำนครนายก จึงให้กู้ภัยสว่างอริยะนครนายก ได้นำศพผู้เสียชีวิตขึ้นจากน้ำมาให้แพทย์เวรชันสูจน์ ทราบชื่อพระนิคม จินากลึง อายุ 71 ปี บ้านเลขที่ตามบัตรประชาชน 1-396 ถนนบ้านใหญ่ ตำบลนครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เป็นพระสงฆ์วัดใหญ่ทักขิณาราม จำพรรษาอยู่ที่วัดมานานหลายปีแล้ว มีอาการหลงลืม แพทย์ชันสูจน์แล้วไม่พบกร่องรอยการถูกทำร้ายคาดว่าจมน้ำเสียชีวิตมาได้ 2 วัน และจะได้ติดต่อญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

จากการบอกเล่าของกรรมการวัดใหญ่ทักขิณารามเล่าว่า พระนิคม ผู้เสียชีวิต เป็นพระสงฆ์ที่จำพรรษาที่วัดมาหลายปีแล้ว มีอาการหลงลืม และอาพาธ เคยออกไปรับบิณฑบาตรในช่วงตี 2 ตี 3 มาหลายครั้งแล้วและชาวบ้านมาพบได้พามาส่งที่วัด และในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 เมื่อช่วงบ่ายพระนิคม ได้หายออกจากวัดไป กรรมการวัดและชาวบ้านได้ช่วยกันออกตามหาก็ไม่พบ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ได้มีชาวบ้านที่มานั่งตกปลาด้านข้างสันเขื่อนใกล้วัดรังษีโสภณ ได้มองเห็นศพลอยน้ำมา จึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

นครนายก – จัดโครงการส่งเสริมการเป็นเจ้าบ้านที่ดีและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม

นครนายก กรมการท่องเที่ยว​ ร่วมกับสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี​ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ สำนักงานนครนายก​ สมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว จัดโครงการส่งเสริมการเป็นเจ้าบ้านที่ดีและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรม

ช่วงแรกวันที่​ 28-29​ ตุลาคม​ 2562​ เป็นการประชุมและเปรียบเทียบข้อมูลซึ่งเป็นตัวแทนชุมชนท่องเที่ยวจาก​ 7​ อำเภอ​รวมกว่า​ 150​ คน​ เพื่อระดมความคิดเห็น​ วางแผน​ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อกำหนดเนื้อกิจกรรมต่อเนื่องในวันที่​ 4-5​ พฤศจิกายน​ 2562​

ต่อมาเมื่อวันที่ 4-5 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมโรงแรมพานหิน รีเจนท์ 304 (R2) หมู่ 2 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่อง​ในการเดินทางตามเส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัดปราจีนบุรี​ โดยมีนายอินทนนท์​ นักสอน​ ผู้แทนกรมการท่องเที่ยว​ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี นายสานนท์​ เพ็ญแสง​ พร้อมด้วย “ ดร.สว่าง ทองไพ นายกสมาคมสื่อมวลชนเพื่อท่องเที่ยว รักษาการประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวและบริการจังหวัดปราจีนบุรี​ ผู้แทนชุมชนจากทั้ง ​7​ อำเภอ​ ในจังหวัดปราจีนบุรี​ ร่วมให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนและผู้ประกอบการ จากทั่วประเทศและมัคคุเทศก์ ที่เข้าร่วมโครงการฯ กว่า 100 คน

จากนั้นนำเดินทางตามเส้นทางท่องเที่ยว​ เยี่ยมชม แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในจังหวัดปราจีนบุรี อาทิ โบสถ์คาทอลิก วัดอารักขเทวาโคกวัด โบราณสถานสระมรกต พระพุทธชินราชโลกนาบดีศรีมโหสถ วรทศพลญาณ รอยพระพุทธบาทคู่ที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย – สักการะต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ต้นโพธิ์เก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์ อายุกว่า 2,000 ปี ที่อำเภอศรีมโหสถ ไม้เค็ดโฮมเตย์ ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี ชุมชนบ้านหนองขนาก ชมศูนย์การเรียนรู้ผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ ศูนย์หัตถกรรมไม้ไผ่ที่บ้านไทรงาม ตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม เยี่ยมชมกลุ่มสัมมาชีพบ้านนนทรี หมู่ที่ ๘ ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และแห่งสุดท้ายชุมชนไทยพวน บ้านดงกระทงยาม ตำบลดงกระทงยาม อำเภอศรีมหาโพธิ ชมการแสดง และฐานกิจกรรมชุมชนเพื่อสุขภาพ และรับประทานอาหารเย็นแบบพวน พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในรูปแบบต่างๆ

ซึ่งมีนาย อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยให้การต้อนรับ​ซึ่งถือเป็นการประชาสัมพันธ์แกล่งท่องของจังหวัดปราจีนบุรี​ และในวันรุ่งขึ้น​ 5​ พฤศจิกายน​ 2562​ ได้มีการแลกเปลี่ยนแนวคิด​ แนวทางจัดการท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว​ซึ่งทุกชุมชนที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวจะต้องมาแลกเปลี่ยน​นับเป็นมิติใหม่ของการจัดการประชุมสัมมนา​โดยประชาชน​ ผู้เข้าร่วมต่างประทับใจในรูปแบบการจัด ต่างให้ความสนใจอย่างมาก​ โดยจะมีการจัดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

จังหวัดจันทบุรี จัดแถลงข่าวงาน “ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์” 9 – 11 พ.ย.62

จังหวัดจันทบุรี จัดแถลงข่าวงานส่งเสริมประเพณีลอยกระทงวัดจันทนาราม “ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์” 9 – 11 พ.ย.62 ชมขบวนแห่ย้อนยุค การแสดงศิลปวัฒนธรรม

ที่ วัดจันทนาราม อ.เมือง จ.จันทบุรี นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำคณะกรรมการจัดงานส่งเสริมประเพณีลอยกระทงวัดจันทนาราม ประจำปี 2562 ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์ ที่กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 9 ถึง 11 พฤศจิกายน 2562 ณ วัดจันทนาราม อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรีเพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป

โดยปีนี้ถือเป็นปีที่ 100 ปีของการจัดงานลอยกระทงวัดจันทนาราม และมีกิจกรรมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลดังกล่าวมากมาย อาทิ กิจกรรม “จิตอาสา ขอขมา และสำนึกคุณ พระแม่คงคา” / ทำบุญ ปิดทองพระ ตักบาตรต่ออายุ ถวายไตร ถวายสังฆทาน ชมขบวนแห่นางนพมาศท่ามกลางแสง สี ในบรรยากาศย้อนยุค / การประดับประทีป โคมแขวน การตกแต่งกระทงสวยงาม กระทงแนวคิดสร้างสรรค์ รำวงย้อนยุคอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย การแข่งขันกีฬาทางน้ำ และ กีฬาพื้นบ้าน มหรสพสมโภชย์ตลอดงาน การออกร้านจำหน่ายสินค้า อาหาร พื้นบ้าน ของดีเมืองจันท์

ทั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีได้เตรียมรวมพลังจิตอาสาทำความสะอาดแม่น้ำลำคลองในช่วงเทศกาลลอยกระทงโดย ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจะนำจิตอาสา ร่วมลงเรือเก็บขยะ กำจัดวัชพืช รักษาความสะอาดแม่น้ำจันทบุรี ในวันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน และในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน ขบวนแห่ ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์ จะเคลื่อนขบวนจากบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ไปยังวัดจันทนาราม มีการแสดงของนักเรียน และประชาชนจิตอาสา กลุ่มลีลาศและกีฬากว่า 1,000 คนในชุด พาราไดซ์ ที่บริเวณหน้าศาลเจ้าพ่อหลักเมืองจันทบุรี หลังจากนั้นก็เคลื่อนขบวนไปที่วัดจันทนาราม

ก่อนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี จะนำผู้ร่วมงานร่วมพิธีเปิดงาน รวมทั้งนำผู้ร่วมงาน ลอยกระทงขอขมาพระแม่คงคา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตามประเพณีความเชื่อ และขอความร่วมมือใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ไม่อนุญาตให้เล่น หรือจำหน่ายประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ที่อาจเกิดอันตรายแก่ประชาชนได้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นำข้าราชการ ประชาชน ร่วมพิธี วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติ ครั้งที่ 15 น้อมรำลึก สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันนี้ ( 6 พ.ย.62 ) ที่บริเวณลานหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี พลเรือโท รณรงค์ สิทธินันทน์ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมด้วยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้นำข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ กลุ่มพลังมวลชน ประชาชนในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ร่วมพิธีวางพานพุ่มสักการะ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เนื่องใน วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกู้ชาติ ครั้งที่ 15 เพื่อน้อมรำลึกถึงวีรกรรม และพระเกียรติคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และทหารกล้าทั้งหลาย

อีกทั้งยังเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีของลูกหลานไทย ที่จะกระทำต่อบรรพบุรุษนักรบกล้าของชาติไทย กิจกรรมประกอบด้วย

  • พิธีบวงสรวง
  • พิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ โดยหน่วยงานราชการในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดตราด
  • กองทหารเกียรติยศยิงสลุตจำนวน 21 นัด เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ
  • พิธีทำบุญและบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ทั้งนี้วันที่ 6 พฤศจิกายน ของทุกปี นับเป็นวันครบรอบวันที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชให้แก่ประเทศไทย พระองค์มอบเอกราช อิสรภาพให้แก่คนไทย รักษาแผ่นดินนี้ให้เป็นไทยสืบมาปัจจุบันครบรอบ 252 ปี

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก