ไฟแนนซ์ – ร้องกองปราบฯ​ หลังตามยึดรถ กลับถูกมีดไล่แทง อ้างรู้จัก ผู้กำกับ​ฯ

ไฟแนนซ์ ร้องกองปราบฯ​ หลังตามยึดรถกลับถูกมีดไล่แทงอ้างรู้จัก ผู้กำกับ​ฯ

วันที่ 11 พ.ย.62 เวลา 09.40 น. ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) : นายสมเจตน์ เหล่าสอน อายุ 34 ปี พร้อมทีมงานไฟแนนซ์บริษัทแห่งหนึ่ง เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ทรงพล หมอกกลั่น สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป.ภายหลังถูกเจ้าของรถที่ค้างค่าชำระ จำนวน 9 งวด ไม่ยินยอมให้ยึด ก่อนใช้อาวุธมีดแทงจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ

นายสมเจตน์ฯ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน​ 2562​ ที่ผ่านมา ระหว่างตนขับรถไปตามถนนในซอยกำนันแม้น 13 แยก 31 ได้พบกับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ท สีน้ำตาล ทะเบียน สฮ​ 4102 กทม.คันดังกล่าวภายในซอยโดยบังเอิญ จึงขับตามไปเพื่อแจ้งขอยึดรถเนื่องจากค้างชำระค่างวดมาแล้ว 9 ครั้ง แต่ไม่ขอเปิดเผยยอดเงิน ตนจึงลงไปแนะนำตัวว่าเป็นไฟแนนซ์ พร้อมแสดงหนังสือรับมอบอำนาจ คำฟ้องศาลและหนังสือยกเลิกสัญญาที่ส่งให้กับเจ้าของตัวจริง แต่ปรากฎว่าผู้ที่ขับขี่รถคันนี้ไม่ยอมเจรจา บอกว่าตนเองไม่ใช่เจ้าของรถ แต่เป็นรถที่จำนำไว้ ก่อนจะต่อยตนจนเซ แล้วคว้ามีดพับในรถมาจ้วงแทงตนจนบาดเจ็บเอ็นนิ้วชี้ซ้ายขาด เย็บ 5 เข็ม มีแผลที่ท้ายทอยเย็บอีก 5 เข็ม รวมถึงแผลที่หน้าท้อง

นายสมเจตน์ฯ กล่าวต่ออีกว่า ทางทีมงานตนเห็นท่าไม่ดี จึงช่วยกันล็อคตัวผู้ก่อเหตุซึ่งทราบชื่อคือ นายพรประเสริฐ แก้วตา ซึ่งไม่ใช่เจ้าของรถตัวจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้พยายามติดต่อไปแล้วแต่ไม่ได้ จากนั้นคู่กรณีได้โทรศัพท์ พร้อมเปิดภาพบุคคลหนึ่งที่สวมเครื่องแบบตำรวจ มีชื่อว่า “ผู้กำกับแป๊ะ” แต่ไม่ทราบว่าสังกัดใด มาคุยกับตนว่า หากไม่มีคำสั่งศาล ก็ไม่สามารถยึดรถได้ แต่ตามหลักสัญญาเช่าซื้อแล้ว ไฟแนนซ์สามารถยึดได้หากยกเลิกสัญญาไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งศาล ทั้งนี้หลังเกิดเหตุได้ไปลงบันทึกประจำวัน ที่ สน.บางขุนเทียน จากนี้ตรวจร่างกายเสร็จจึงจะนำผลแพทย์ไปประกอบการแจ้งความอีกครั้ง

เบื้องต้น พ.ต.ท.ทรงพลฯ สอบปากคำผู้แจ้งความพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานที่นำมาเพื่อประกอบการพิจารณาคดี ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง – ส่งต่อธารน้ำใจ ต้านภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร จ.แพร่

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ ต้านภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ มอบผ้าห่ม พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยหนาว จ.แพร่

วันนี้ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562​ : มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยมูลนิธิร่วมใจจังหวัดแพร่ มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ บริเวณโรงเรียนแม่ป้าก และบริเวณตลาดสดบ้านหนองแขม ตำบลแม่ป้าก อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ โดยมี นางกานต์เปรมปรีด์ ชิตานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

โดยในเดือนพฤศจิกายน 2562​ นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งกำหนดออกเดินทางบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ ประจำปี 2562 รวม 12 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนครสวรรค์,แพร่,น่าน,พะเยา,เชียงใหม่,เชียงราย,สุโขทัย,ตาก,ลำปาง,ลำพูน,แม่ฮ่องสอน และพิษณุโลก เพื่อมอบผ้าห่มเพื่อบรรเทาภัยหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวม 16,100 ชุด รวมทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประสานเครือข่ายมูลนิธิฯภายในจังหวัดให้ดำเนินการเป็นผู้แทนแจกจ่าย และมีกำหนดออกเดินทางสายอีสานต่อในเดือนธันวาคม 2562 เป็นลำดับต่อไป

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ชุดเฉพาะกิจ​ ตม.จ.พัทลุง​ เข้าตรวจค้นยาเสพติด

ชุดเฉพาะกิจ​ ตม.จ.พัทลุง​ เข้าตรวจค้นยาเสพติด

วันทึ่​ 10 พ.ย.62​ เวลาประมาณ 10.30 น.: พ.ต.ต.เสกสรรค์ ตั้งคงนุช สว.ตม.จ.พัทลุง มอบหมายให้ ร.ต.อ.คำรพ ปิ่นทองพันธุ์ รองสว.ตม.จ.พัทลุง​ พร้อมกำลังชุด สืบสวน.สภ.ลำปำ จ.พัทลุง​ ได้ทำการตรวจค้น บ้านเลขที่ 32 ถ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง พบ

  • นาย ธีรนัย ดวงดารา อายุ 23 ปี โดยกล่าวหาว่า เสพสารเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) และมียาเสพติด ประเภท 5 (น้ำกระท่อม)ไว้ในครอบครองฯ
  • นายนฤเบศ ดวงดารา อายุ 21 ปี โดยกล่าวหาว่า เสพสารเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) มียาเสพติด ประเภท 5 ( กัญชา,พืชกระท่อม )ไว้ในความครอบครองฯ​
  • นาย ฐิติศักดิ์ พงษ์จันทรเสถียร โดยกล่าวหาว่า เสพสารเสพติดประเภท 1​ (ยาบ้า) และครอบครองยาเสพติดประเภท 5 (กัญชา,ใบกระท่อม)

โดยชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่ง สภ.ลำปำ ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ศิษย์เก่า – อัสสัมชัญ ศรีราชา​ เชิญเพื่อนๆ​ ACS รุ่น 3720​ ร่วมงานพบปะสังสรรค์ประจำปี 2562

https://youtu.be/7c5Yph_SXbU

ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ ศรีราชา​ เชิญเพื่อนๆ​ ACS รุ่น 3720​ ร่วมงานพบปะสังสรรค์ประจำปี 2562

พลตำรวจ​ตรี​ อัคราเดช พิมลศรี (บิ๊กอ้อ) รองผู้บัญชาการ​ตำรวจ​ภูธร​ภาค​ 3​ ประธานรุ่น 3720 ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ ศรีราชา​ (ACS) เรียนเชิญเพื่อนๆ​ ACS รุ่น 3720 พร้อมครอบครัว ร่วมงานพบปะสังสรรค์ประจำปี 2562 ในวันเสาร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2562 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็น ต้นไป ณ โรงแรม เค รีสอร์ท ซอยโยธินพัฒนา​ กทม.

สุรเชษฐ​ ศิลานนท์​​ รายงาน​

ตม.พัทลุง​ – บุกจับใบกระท่อม

วันที่ 10 พย. 62 เวลาประมาณ 06.00 น. : พ.ต.ต.เสกสรรค์ ตั้งคงนุช​ สว.ตม.จ.พัทลุง มอบหมายให้ ร.ต.อ.คำรพ ปิ่นทองพันธุ์ รองสว.ตม.จ.พัทลุง ร่วมกับชุดสืบฯ​ สภ.นาขยาด​ ได้ใช้หมายค้นของศาล จ.พัทลุง ตรวจค้นบ้านเลขที่ 149 ม.1 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ผลการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหา​ และของกลาง รวม 3 ราย ดังนี้

  1. นายสงคราม ศรีสมโภชน์ อายุ 23 ปี ในข้อหา มียาเสพติดประเภท 5 (ใบพืชกระท่อม) ไว้ในความครอบครองฯ
  2. นายสมชาย ศรีสมโภชน์ อายุ 46 ปี ในข้อหา ผลิตยาเสพติดประเภท 5 (ปลูกต้นพืชใบกระท่อม)
  3. นายพิทวัส กล้าคง อายุ 18 ปี ในข้อหา มีดินปืนมีควันสำหรับใช้เองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

พล.ต.อ.สุชาติฯ​ ตรวจความเรียบร้อย​ และความพร้อมในการจัดงานเทศกาลลอยกระทง

วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย.62​ เวลา 20.00 น.​ ณ​ ท่าเรือใต้สะพานพระราม​ 8​ (ฝั่งธนฯ)​ : พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย​ พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วยผบ.ตร., พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. พร้อมคณะนายตำรวจลงเรือตรวจความเรียบร้อย​ และความพร้อมในการจัดงานเทศกาลลอยกระทง ตามจุดต่าง ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประจำปี 2562 ณ ท่าเรือสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี

หลังจากนั้นได้ขึ้นฝั่งที่ท่าเรือ Asiatique เพื่อประชุมเตรียมความพร้อมและเดินตรวจความเรียบร้อยในการจัดงานที่ Asiatique ในเทศกาลลอยกระทง

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

อำนาจ

คำกล่าวของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับไปนานแล้ว ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ที่มีเนื้อหาเป็นอมตะใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะกับการบริหารและการปกครองในประเทศของเรา
อาจารย์หม่อมฯ กล่าวไว้ว่า ” อำนาจนั้นเปรียบเหมือนยาเสพติด ใครได้มาแล้ว ย่อมวางไม่ลง ไม่มีวันพอได้
ฉะนั้นจะเห็นว่า นักการเมือง การทหาร บำเพ็ญกรณีการแสวงหาอำนาจ เมื่อได้มาแล้ว ก็อยากได้ต่อไปอีก
ในที่สุด
อำนาจนั้น ก็จะทำลายตนลงไป เฉกเช่น ยาเสพติด ย่อมทำลายผู้เสพ ฉันใด ? ฉันนั้น “
คำกล่าวนี้จริงแท้แน่นอน กับบทบาทการเมืองการปกครองในประเทศไทย ที่สามารถนำมาใช้เปรียบเทียบกับผู้มีอำนาจในสายงานราชการต่างๆ
โดยเฉพาะผู้รักษากฏหมาย ตำรวจก็เป็นส่วนหนึ่งของอาชีพตามระบบราชการ ที่ต้องดูแลบังคับใช้กฏหมาย เป็นลำดับต้นๆเช่นกัน
ในยุคปัจจุบัน ตำรวจมีผู้นำ คือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือบิ๊กแป๊ะ กุมบังเหียรปกครองตำรวจกว่า 2 แสนชีวิต บนเก้าอี้ ผบ.ตร.
ยืนหยัดอยู่ในตำแหน่ง ครบ 4 ปีเต็มๆ ก้าวสู่ปีที่ 5 อย่างมั่นคง
แม้จะมีอุปสรรคต่อการบริหารงานอย่างมากมาย ต้องขานรับนโยบายบิ๊กทางการเมือง ที่มียุคนึง ถูกมองกันว่า พล.ต.ต และพล.ต.ท.ใหญ่กว่า ผบ.ตร.
ล้วงลูกการแต่งตั้งโยกย้ายแทบทุกคำสั่ง เกิดกระแส ผบ.ตร.น้อยที่ปกครองหลังม่าน
ปัจจุบันนี้
ปัญหานี้หมดไป
เพราะ “ฟ้ามีตา “
แต่อำนาจทางการเมืองยังต้องติดยึดกับฐานเดิม ขั้วอำนาจเก่า ที่เพิ่มเติมจากรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร มาเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
อำนาจเบ็ดเสร็จ ที่เคยใช้ ถูกจัดสรรแบ่งปันไปให้นักการเมืองอาชีพ ที่เข้ามาช่วยบริหารงานประเทศในตำแหน่งรัฐมนตรี
การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจทุกระดับ หนีไม่พ้น “ตั๋วฝาก” ที่อาจเปลี่ยนรูปแบบจากหนังสือกำกับการขอตำแหน่ง เป็นการหารือโดยตรง โดยวาจา หรือทางโทรศัพท์
อำนาจขั้วเดิม นายทหารใหญ่ พ่วงด้วยนักการเมืองระดับสูง ถูกใช้สุดโต่ง
เพื่อคนของกู ไม่คำนึงถึงผลงาน
เป็นความหนักใจอีกครั้งของผู้นำตำรวจ อย่าง ” บิ๊กแป๊ะ ” ที่ต้องใช้ความลงตัวทุกด้าน มาไกล่เกลี่ยตำแหน่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
คนมีผลงานอาจโดนลืม แต่ความอาวุโสที่เข้าหลักเกณฑ์ 33 เปอร์เซ็นต์ ยังคงใช้ได้ตามกฏกติกาการแต่งตั้งที่บังคับไว้
การซื้อขายตำแหน่งนั้น มีแน่ แต่ซื้อกับใคร ?? ยากที่จะมีหลักฐาน
การแต่งตั้งระดับรองผู้บังคับการลงไปถึงสารวัตร ที่กำลังเข้ม และงวดทุกขณะ ที่คาดการว่า สิ้นเดือนนี้พฤศจิกายน จะแล้วเสร็จ มีผลภายในต้นเดือนหน้า ธันวาคม
กำลังเป็นที่จดจ้อง
ในสายตาสื่อ และประชาชนภายนอก รวมทั้งข้าราชการตำรวจทั่วไป
คำว่า อำนาจต่างๆ ที่น่าจะมาจากนอกระบบ จะแทรกแซงมากน้อยแค่ไหน ? การซื้อขายตำแหน่งที่เคยโจษขานกันมาก่อนๆ มีมากหรือไม่
ทั้งหมดทั้งปวง
อยู่ในความรับผิดชอบของ ผบ.ตร.แต่เพียงผู้เดียว
คงยากจะปฎิเสธ
กลิ่นไอความหอมหวล ในอำนาจ ที่ต้องใช้ ต่อไป
อย่างแน่นอน.

อิทธิเดช ลุย.

จังหวัดมุกดาหาร – ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จัดประเพณีทอดกฐินน้ำ บูชาพญานาคและลอยกระทง ปี62

https://youtu.be/xQhX3MCmCIw

จังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จัดประเพณีทอดกฐินน้ำ บูชาพญานาคและลอยกระทง ปี62

          เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.09 น. นายสุวิทย์ จันทร์หวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธี นำพุทธศาสนิกชนตลอดจนผู้จิตศรัทธาร่วมทำบุญกฐินน้ำมุกดาหาร พร้อมร่วมลอยกระทงกับชาวจังหวัดมุกดาหาร ทำบุญกฐินน้ำลอยกระทงในแม่น้ำโขงเพื่อสักการบูชาพญานาค สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

          สำหรับการทำบุญทอดกฐินน้ำ กำหนดพิธีขึ้นในวันขึ้น 14 คำ เดือน 12 ซึ่งตรงกับวันลอยกระทง ตามความเชื่อของชาวมุกดาหาร ว่าการได้ร่วมทำบุญชาพญานาค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง เป็นเสมือนการได้อุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร สัมภเวสีทั้งหลายทั้งปวง ทั้งยังได้ร่วมลอยกระทงเพื่อขอขมาตอแม่พระคงคาอีกด้วย

          นางอุบล ตั่งประกิจ เป็นเจ้าภาพ กล่าวว่า การจัดการทำบุญกฐินน้ำมุกดาหารครั้งนี้เป็นครั้งที่ 12 แล้ว โดยเชื่อว่าการได้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นแม่น้ำโขงควรจะได้ร่วมกันสักการบูชาพญานาคซึ่งอยู่ใต้บาดาล ทั้งยังได้ร่วมกันสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน เพื่อให้พญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือรักษาบ้านเมืองไห้ร่มเย็นเป็นสุข ทุกคนมีความรักสามัคคีต่อกัน และยังเป็นการ สงเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหารอีกทางหนึ่งด้วย

          โดยหลังเสร็จพิธี พระสงฆ์ 9 รูปร่วมกันสวดเมตตาหลวงเพื่อความเป็นสิริมงคล และเมื่อผู้มาร่วมงานได้ร่วมกันส่งพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ลงสู่บาดาล ผู้ร่วมทำบุญกฐินน้ำได้ร่วมนำข้าวตอก ดอกไม้ เงิน ทอง น้ำหอมลงแม่น้ำโขง พร้อมลอยกระทงพญานาค เพื่ออัญเชิญพญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายออกมารับเครื่องสักการะ

          โดยพิธีนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคี เสริมความเป็นศิริมงคล รวมทำบุญ ตลอดจนลอยกระทงในแม่น้ำโขงเพื่อสักการบูชาพญานาค สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ตามความเชื่อของชาวมุกดาหารที่ว่า การได้ร่วมกันทำบุญบูชาพญานาค และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเป็นเสมือนการไดอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร สัมภเวสีทั้งหลายทั้งปวง อีกทั้งยังได้ร่วมกันลอยกระทงซึ่งชาวมุกดาหารส่วนใหญ่ใช้วิถีชีวิตกับน้ำในแม่น้ำโขงที่ล่วงเกินที่รู้และไม่รู้จึงทำพิธีเพื่อขอขมาต่อพระแม่คงคา.


////// เดวิด มุกดาหาร รายงาน ////// T-092-5259-777

ลพบุรี – ยิ่งใหญ่อลังการขบวนแห่กระทง สมัยจอมพล ป พิบูลสงคราม

จังหวัดลพบุรีเปิดงานลอยกระทงย้อนยุคจอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยมีขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ในยุคสมัยต่าง ๆ มีผู้ร่วมขบวนนับหมื่นคน ซึ่งมีการแต่งกายในสมัยจอมพล ป.พิบูลสงครามและสมัยต่าง ๆ

          วันที่ 10 พ.ย. 62 นายสุปกิต โพธิปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้เป็นประธานในการเปิดงานงานลอยกระทงย้อนยุค จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเป็นขบวนแห่ไปรอบตัวเมืองลพบุรีผ่านแหล่งโบราณสถานต่าง ๆ ระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร ทั้งนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรีได้นั่งช้างเป็นตัวแรก ขณะที่หัวหน้าส่วนราชการได้นั่งช้างและร่วมในขบวนแห่งอย่างอลังการ ยิ่งใหญ่ สวยงาม ร่วมทั้งมีหน่วยงาน สถานศึกษา ชุมชน เข้าร่วมในขบวนแห่นับหมื่นคน

          โดยมีการแต่งกายในประเพณีลอยกระทงในสมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา และสมัยรัตนโกสินทร์ ที่เน้นในยุคจอมพลป.พิบูลสงคราม ซึ่งถือว่าเป็นสมัยที่มีความเจริญรุ่งเรืองและยังเป็นการน้อมระลึกถึงคุณงามความดีของ ฯพณฯจอมพล ป.พิบูลสงคราม โดยได้มาสร้างบ้านแปลงเมืองให้จังหวัดลพบุรีมีความเจริญรุ่งเรือง ทั้งนี้จะเห็นว่ามีสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ในตัวเมืองลพบุรี การย้ายค่ายทหารมาตั้งที่ลพบุรี และการวางผังเมือง สำหรับในขบวนแห่นั้นร่วมขบวนก็จะเน้นในเรื่องของการแต่งกายในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่ทั้งสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีจะสวมหมวก ชายจะมีสายรั้ง สวมเสื้อแขนยาว ขณะที่สุภาพสตรีจะสวมกระโปร่งบาน เสื้อแขนพอง สำรับในปีนี้นับว่าเป็นขบวนที่จัดอย่างยิ่งใหญ่มีทั้งขบวนช้างและขบวนม้า ผู้ร่วมขบวนเป็นจำนวนมาก

ภาพ/ข่าว กฤษณ์ ลพบุรี
โยธิน พรมแตง รายงาน

ตราด – เทศบาลตําบลคลองใหญ่จัดเปิดโครงการแข่งขันกีฬา พายเรือและกีฬาทางน้ำ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒

         เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 9 พย.2562 นายวิระชาญ ประทีปาระยะกุล นายกเทศมตรีตําบลคลองใหญ่ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการแข่งขันกีฬาพายเรือและกีฬาทางน้ำ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ ณ.สนามการแข่งขันลําคลองใหญ่ระหว่างหมู่ 3 และหมู่ 7 สองฝั่งคลอง โดยมีนาย อําพล อุ่นชู ปลัดเทศบาลตําบลคลองใหญ่ เป็นผู้กล่าวรายงาน ถึงโครงการ วัตถุประสงค์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลตําบลคลองใหญ่ สภ.คลองใหญ่ กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงพยาบาลคลองใหญ่ ประชาชน และหน่วยงานอื่นๆเข้าร่วมในพิธีเปิด

          โครงการแข่งขันกีฬาพายเรือและกีฬาทางน้ำ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการทํากิจกรรมร่วมกันในชุมชน ให้เกิดการรวมกลุ่ม เพื่อสร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งของชุมชนทั้งสองฝั่งคลองให้สามัคคีในชุมชน ให้รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น และส่งเสริมให้ประชาชนได้ออกกําลังกายไม่มั่วสุมสิ่งที่เป็นอบายมุข ห่างไกลจากยาเสพติดในชุมชน เพื่อเป็นการส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในอําเภอคลองใหญ่อีกด้วย เพื่อเป็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นต่อไปอีกด้วย

          ในการแข่งขันกีฬาเรือพายมีทั้งหมด 10 ประเภท เช่น เรือเล็กผีพายเดียว เรือเล็ก 2 ผีพาย เรือใหญ่ 2 ผีพาย เรือใหญ่ 2 ผีพายเดียว เรือใหญ่ 4 ผีพาย เรือใบ้ท้ายบอด เรือพายอ่างปูน กีฬาว่ายน้ำระยะ 30 เมตร กีฬาว่ายน้ำระยะ 50 เมตร โล้เรือเดี่ยว และชักเย่อเรือ ระยะการแข่งขันเรือพายตั้งแต่วันที่ 10-11 พย .2562

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ผู้สื่อข่าว จ.ตราด
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก