จันทบุรี – เกิดเหตุอุกอาจ ยิงกันตายในห้องพิจารณาคดี ศาลจังหวัดจันทบุรี

https://youtu.be/R06_iBSCAxo

เกิดเหตุอุกอาจยิงกันตายในห้องพิจารณาคดี ศาลจังหวัดจันทบุรี สาเหตุจากกรณีพิพาทที่ดินมรดก เบื้องต้นตาย 3 บาดเจ็บสาหัส 2

ความคืบหน้าเหตุการณ์อุกอาจยิงกันในห้องพิจารณาคดี ภายในศาลจังหวัดจันทบุรี ซึ่งนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยตำรวจ /ทหารจาก มทบ.19 กอ.รมน.จังหวัด กองพิสูจน์หลักฐาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นประชาสัมพันธ์จังหวัดจันทบุรี ได้ประสานสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว เพื่อให้ผู้บริหารจังหวัดแถลงข่าวต่อสื่อ มวลชน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่หวงห้ามเฉพาะ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น จากสาเหตุของคดีเรื่องการซื้อขายที่ดิน ในพื้นที่อำเภอมะขาม อำเภอเขาคิชฌกูฏ และ อำเภอท่าใหม่ มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท ที่คู่กรณีได้ต่อสู้ในชั้นศาลยืดเยื้อยาวนานกว่า 10 ปี แต่ในวันนี้ เป็นการขึ้นศาลเพื่อพิจารณากรณีการฟ้องร้องเป็นเท็จซึ่งเป็นคดีอาญา ผูกพันมาจากคดีแพ่ง และผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจมีความกดดันหลังจากคดีที่ฟ้องกันมาก่อนหน้านี้เสียเปรียบ และคิดว่าสาเหตุมาจากทนายความที่ช่วยคู่กรณี จึงได้นำปืน กล็อก 22 ที่แอบซุกซ่อนมากับเอกสารที่จะใช้สู้คดี ออกมายิงทนายความคู่กรณี ทำให้เสียชีวิตดังกล่าว แต่ในขณะเดียวกันตำรวจศาลได้ระงับเหตุและยิงต่อสู้กับผู้ก่อเหตุ จึงทำให้ผู้ก่อเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล ซึ่งช่วงเวลานั้นผู้พิพากษากำลังเตรียมตัวเพื่อขึ้นบังลังว่าความ แต่เกิดเหตุก่อน

โดยรายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากกรณีดังกล่าวประกอบด้วย ผู้เสียชีวิต 1.ผู้ก่อเหตุ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อายุ 67 ปี เสียชีวิต 2. นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายโจทย์ 3.นายวิจัย สุขรมย์ ทนาย // ผู้บาดเจ็บ 1.นางสุภาพร ปรมีศณาภรณ์ ภรรยา ทนายบัญชา ที่เสียชีวิตซึ่งอาการโคม่าอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด และ นายวิชัย อุดมธนภัทร ทนาย อาการปลอดภัยแล้ว

อย่างไรก็ตามในการตรวจเข้มของศาลจังหวัดจันทบุรีมีมาตรการในการตรวจที่รัดกุม เข้มตามระเบียบอยู่แล้ว แต่เนื่องจากผู้ก่อเหตุซึ่งเคยเป็นอดีตนายตำรวจมีการเตรียมการมาเป็นอย่างดี จึงสามารถนำอาวุธปืนหลุดรอดการตรวจค้นของเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ และ เจ้าหน้าที่ได้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ปทุมธานี – ปชช. ตะลึงเกิดพระจันทร์ทรงกลด ในพิธีอาบน้ำมนต์ ในคืนวันเพ็ญ

เมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 11 พ.ย.62 ประชาชนร่วมลอยกระทงพร้อมอาบน้ำมนต์ในคืนวันเพ็ญแบบโบราณเสริมดวงสิริมงคล โดยมีฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ เป็นเจ้าพิธีพร้อมฤาษีกาวิน และฤาษีวิ จ.สุพรรณบุรี ร่วมอธิฐานจิตท่ามกลางวงล้อมยักษ์ 70 ตน และท้าวเวสสุวรรณเปิดทรัพย์เบิกบุญหนุนดวง ที่อาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ เลขที่ 53 ม.4 ตำบลโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ติดจังหวัดปทุมธานี ถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 สะพานเปิด ซึ่งขณะทำพิธีได้ปรากฏเกิด พระจันทร์ทรงกลด การเกิดจันทร์ทรงกลดนับเป็นเรื่องมงคล จากการที่ไม่มีให้เห็นบ่อยครั้ง และผู้คนก็นับถือพระจันทรเป็นเทวดาบนสรวงสวรรค์ จึงถือเป็นเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์

บรรยากาศภายในงานมีประชาชนเข้าร่วมรออาบน้ำมนต์เป็นจำนวนมาก โดยในเวลาเที่ยงคืนของวันนี้ซึ่งเป็นวันลอยกระทง คนโบราณมีความเชื่อในการอาบน้ำในคืนวันเพ็ญ พิธีอาบน้ำมนต์วันเพ็ญหรือพิธี อาบน้ำมนต์ฝนจันทร์ เป็นการขอโชคขอลาภจากพระจันทร์ เกิดสิริมงคลขับไล่สิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ซึ่งการอาบน้ำเพ็ญ หนึ่งในพิธีกรรมที่สามารถดึงเอาพลังงานอันมหาศาลจากดวงจันทร์มาใช้ประโยชน์ในชีวิตเราได้ ต้องอาบในวันเพ็ญเดือน 12 เท่านั้น และอาบกลางแจ้ง โดยรอฤกษ์ที่พระจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางศีรษะ ในช่วงเวลานั้นจะพบว่าเงาของพระจันทร์จะลอยอยู่กลางขันน้ำมนต์พอดิบพอดี ตอนนี้แหละที่น้ำทุกอณูธาตุจะได้รับกระแสพลังงานจากพระจันทร์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ธาตุน้ำคือธาตุสำคัญที่มีความสัมพันธ์กับพระจันทร์มากที่สุด เพราะทุกครั้งที่พระจันทร์เต็มดวง แรงพลังอำนาจจากพระจันทร์จะทำให้น้ำในโลกถูกยกตัวสูงขึ้นกว่าธรรมดาทั่วไป ซึ่งว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องแปลกตามธรรมชาติ

CR. พี่อนันต์ ปทุมธานี

นครนายก – งานประเพณี ลอยกระทงลาวเวียงวัดคีรีวัน ประจำปี 2562

https://youtu.be/MLeuNu_snQk

วัดคีรีวันร่วมกับคณะกรรมการผู้นำชุมชน จัดงานประเพณี ลอยกระทงลาวเวียง ประจำปี 2562
ที่ ตลาดลาวเวียงคีรีวัน หมุ่ที่ 1 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายณัฐพงศ์ ศิริชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีเปิดงานประเพณีลอยกระทงลาวเวียงวัดคีรีวัน ท่านพระครูอุดมกิจจานุกุล เจ้าคณะตำบลเขต1 เจ้าอาวาสวัดครีวันเป็นประธานสงฆ์

โดยมีคุณสุมาลี นาคสุข คุณวกุล เข็มนาค ผู้จัดการชุมชนไทยเวียงวัดคีรีวันและตลาดลาวเวียงวัดคีรีวัน พร้อมมีหน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน ชาวบ้านชุมชนไทยเวียงวัดครีวัน และประชาชน เข้าร่วมในพิธีเปิดงาน พร้อมเชิญประธานในพิธี พร้อมคณะร่วมลอยกระทง ชมการแสดงเสียงพิณ ชม ช้อป เที่ยวเพลิน สินค้าชุมชน วิถีถิ่น ไทยเวียงคีรีวัน และร่วมรำวงย้อนยุค

ด้วยชุมชนไทยเวียงวัดคีรีวัน เป็นชุมชนชาวไทย เชื้อสายลาวเวียงจันทร์ มีการรวมตัวจาก 3 หมู่บ้าน ในเขต 2 จังหวัดนครนายก ได้แก่หมู่ที่ 1 บ้านคีรีวัน ตำบลศรีนาวา จังหวัดนครนายก หมู่ที่ 7 บ้านบุ่งเข้ ตำบลศรีนาวา จังหวัดนครนายก และหมู่ที่ 8 บ้านคลองสีเสียด ตำบลหินตั้ง จังหวัดนครนายก โดยมีวัดคีรีวันตั้งอยู่บนเขากระเหรี่ยง เป็นศูนย์รวมของชุมชน สืบเนื่องจาก ท่านพระครูอุดมกิจจานุกิจ เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน เจ้าอาวาสวัดคีรีวัน เล็งเห็นความสำคัญของการสืบสาน วัฒนธรรมลาวเวียง ของคนในชุมชนรอบวัดให้คงอยู่ และดำเนินกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรม ตามปฏิทินไทยเวียงคีรีวัน ตลอด 12 เดือน โดยยึดการจัดกิจกรรม ตาม ฮิต 12 คลอง 14 เป็นต้นมา

ภาพ/สมบัติ เนินใหม่ ข่าว/รัชชานนท์ เนินใหม่ ทีมข่าวภูมิภาค จ.นครนายก
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เพชรบูรณ์ – กลุ่มวัยรุ่นสามัคคี ปล่อยน้ำเข้ารอบโบสถ์ ให้ชาวบ้านลอยกระทง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดสว่างสามัคคี บ้านวังกระดาษ หมู่ 2 ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้จัดงานประเพณีลอยกระทง ซึ่งตรงวันเพ็ญ15 ค่ำ เดือน12ของทุกปี แต่ในปีนี้กลับพบว่ามีความแปลก และโดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยการจัดให้ลอยกระทงรอบโบสถ์แทนการลอยในแหล่งน้ำข้างวัด เนื่องจากในปีนี้แหล่งน้ำตามธรรมชาติ ได้แห้งขอดลงหลังประสบปัญหาภัยแล้ง ทำให้เป็นอุปสรรคสำหรับการจัดงานลอยกระทงประจำปี

ซึ่งทางผู้นำชุมชน ชาวบ้าน กลุ่มเยาวชน ตลอดจนคณะกรรมการวัด จึงได้ปรึกษาหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทั่งได้ข้อสรุปว่า จะจัดให้ประชาชน ตลอดจนนักท่องเที่ยว ได้เข้ามาลอยกระทงรอบโบสถ์แทน สร้างความฮือฮาให้แก่ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว ต่างพากันถ่ายรูป โพสต์ลงโซเชียลกันอย่างคึกคัก

ด้าน พระครูวิมลพัชรกิจ เจ้าอาวาสวัดสว่างสามัคคี กล่าวว่า การลอยกระทงรอบโบสถ์ในปีนี้ นับเป็นปีแรก ซึ่งเป็นความคิดของกลุ่มวัยรุ่นสามัคคีบ้านวังกระดาษ ที่เห็นว่าในปีนี้ แหล่งน้ำข้างวัดได้แห้งขอดจากปัญหาภัยแล้ง จึงได้ร่วมกับ ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน และคณะกรรมการวัด จัดหาอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาดำเนินการประยุกต์พื้นที่รอบโบสถ์ ให้สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ชั่วคราว จากนั้นได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจากลำคลอง ทำการผันน้ำเข้ามาใส่รอบโบสถ์ ในระดับความสูงเฉลี่ย 30 เซนติเมตร พร้อมทำการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 ตัว เพื่อทำระบบน้ำวน ให้หมุนเวียนได้รอบโบสถ์ ซึ่งนอกจากจะเปิดให้ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวได้มาร่วมลอยกระทง สืบสานประเพณีอันดีงามแล้วนั้น ส่วนหนึ่งยังเป็นการร่วมทำบุญกับทางวัด เพื่อนำปัจจัยที่ได้ไปทำนุบำรุงศาสนาต่อไป

เดชา มลามาตย์/มนสิชา คล้ายแก้ว

นอกจากปล้นปืน คนร้ายยังปล้นทรัพย์ ของผู้ตายทีละราย

ข้อมูลล่าสุด จากกรณีเหตุ คนร้ายยิงถล่มป้อม ชรบ.ลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พย.62 ที่ผ่านมา จนมีชาวบ้านที่เป็นชุด ชรบ.เสียชีวิตถึง 15 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย

ล่าสุดมีข้อมูล เพิ่มเติม ที่เชื่อได้ว่า จากการก่อเหตุดังกล่าว นอกจากกลุ่มคนร้ายจะปล้นเอาอาวุธปืนของ ชรบ.ไปทั้งปืนลูกซอง ปืนเอ็ม 16 และปืนพกสั้น รวมประมาณ 8 กระบอก

คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ ยังได้เข้ามารื้อค้นทรัพย์สินมีค่าภายในตัวของผู้เสียชีวิต ทีละราย ที่นอนกองกันอยู่ภายในป้อม ชรบ. หลังจากใช้อาวุธปืนยิงถล่มป้อม ชรบ.นานเกือบ 30 นาที

โดยทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต ที่หายไป และพอจะทราบได้นั้น เป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น หนัก 4 บาท 1 เส้น อีกทั้งเงินสด ที่ได้มาจากการทำค้าขายของหนึ่งในชุด ชรบ.ซึ่งเก็บไว้ในกระเป๋าสะพาย เพื่อเตรียมไว้ซื้อของอีกประมาณ 50,000 บาท ก็ถูกคนร้าย ปล้นเอาไปด้วย !!!

ขอบคุณข้อมูล : tineepny

ศอ.บต. – เป็นประธาน สวดพระอภิธรรมศพ ให้แก่ผู้เสียชีวิต จากเหตุยิงถล่มป้อม ชรบ.

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – เลขาธิการ ศอ.บต. ประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพให้แด่ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์แนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนโจมตีจุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา

ที่วัดป่าไร่พัฒนาราม วัดป่าล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อคืนที่ผ่านมา พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ “แนวร่วม” ขบวนการแบ่งแยกดินแดนโจมตีจุดตรวจ ชรบ.ทางลุ่ม เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งศพของผู้เสียชีวิต จำนวน 9 ศพ บำเพ็ญกุศลที่วัดลำพะยา ส่วนอีก 2 ศพ ญาติๆ นำมาทำพิธีบำเพ็ญกุศลศพที่วัดปากล่อ และอีก 1 ศพ ตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่วัดป่าสวย อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี และที่วัดลำใหม่ 1 ศพ

พล.ร.ต.สมเกียรติ ได้ไปทำหน้าที่เป็นประธาน พร้อมให้ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัด ศอ.บต. และข้าราชการของหน่วยงานในพื้นที่ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ร่วมเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมศพแก่ผู้วายชนม์ทั้ง 13 ศพ ที่เป็นไทยพุทธ โดยมีประชาชนในพื้นที่ และจากต่างพื้นที่เดินทางมาร่วมพิธีอย่างหนาแน่นในทุกคืน ซึ่งบรรยากาศยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และหลังจากเสร็จพิธีบำเพ็ญกุศลศพ พล.ร.ต.สมเกียรติ ได้พบปะญาติๆ ของผู้สูญเสียเพื่อแสดงความเสียใจ และให้กำลังใจ รวมทั้งแจ้งให้ทราบว่า รัฐบาลพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ

โดยก่อนหน้านี้ เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียชีวิต ในพื้นที่ ต.ลำพะยา ซึ่งบางครอบครัวพ่อแม่เสียชีวิตทั้ง 2 คน เหลือเพียงลูกๆ ซึ่งในการไปเยี่ยมครอบครัวของผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ เพื่อเป็นกำลังใจ และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดูข้อเท็จจริงของครอบครัวผู้สูญเสีย เพื่อที่จะทำการเยียวยาในระยะยาว ทั้งในเรื่องอาชีพ การสร้างงาน และอื่นๆ เลขาธิการ ศอ.บต. กล่าวว่า ครอบครัวของผู้วายชนม์ทั้งหมดเป็นผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน ดังนั้น รัฐบาลต้องรับผิดชอบในการช่วยเหลือในทุกวิถีทาง เราจะไม่ทิ้งครอบครัวเหล่านี้ไว้ข้างหลัง เราจะต้องดูแลเป็นอย่างดี และนอกจากนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ประชาชนในพื้นที่จะรักสามัคคีกันมากขึ้น รวมทั้งในมิติของการรักษาความสงบ หน่วยงานที่มีหน้าที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยของประชาชนให้รัดกุมยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า

ขอบคุณภาพข่าว : มติชนออนไลน์ภาคใต้

นโยบายเร่งด่วน!! แม่ทัพภาคที่ 4 ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

นโยบายเร่งด่วน แม่ทัพภาคที่ 4 ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม เราต้องอยู่ร่วมกันด้วยรักสามัคคี แม้จะมีความแตกต่างทางศาสนา เพราะต่างกันก็แค่ความเชื่อถือศรัทธา สำคัญอยู่ที่ว่าเราเกิดมาบนแผ่นดินเดียวกันที่มุ่งมั่นความดีงาม.

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

จิตอาสา – เข้ามาช่วยงานศพ ชรบ.ที่วัดลำพะยา ไม่ขาดสาย

จากการที่ ชาวบ้านตำบลลำพะยา ร่วมกัน นำศพ ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ คนร้าย ใช้อาวุธสงคราม บุกยิงถล่ม ที่ตั้งป้อมจุดตรวจ ชรบ.บ้านทางลุ่ม หมู่ที่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย โดยเป็นไทยพุทธ 13 ราย และมุสลิม 2 ราย ส่วนได้ชาวไทยพุทธ ได้นำศพมาบำเพ็ญกุศล ที่วัดสิริปุณณาราม บ้านลำพะยา จำนวน 9 ศพ นั้น

ทุกวัน จะมีประชาชน ประมาณ 2,000 -3,000 คน เดินทางมาร่วมเคารพศพ  ทำให้บรรยากาศภายในวัด มีความคึกคักกับผู้คนที่เดินทางมาจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เดินทางมาเคารพศพ จะเป็นชาวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา การเดินทางไปยัง ตำบลลำพะยา จะมีระยะทางประมาณ 20 กม. ส่วนหนึ่งได้นำรถยนต์ส่วนตัวไป และอีกส่วนหนึ่ง จะมีรถบริการ ทั้งของทางราชการและเอกชน ที่มีจิตอาสา นำผู้ที่ต้องการไปร่วมพิธีงานศพ สามารถใช้บริการโดยไม่คิดค่าบริการ ในการนี้ ได้มีรถยนต์ตู้ ติดป้ายให้บริการ โดยมีข้อความว่า เชิญร่วมงาน “วีรชนคนลำพะยา” ทุกวันเวลา 19.00 น. รถรับส่ง เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป และวันอังคารที่ 12 พ.ย. 62 เวลา 13.00 ฉาปนกิจศพ  รถรับส่ง เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป จุดขึ้นลงรถ ณ หจก.ค็อกพิทเจริญการยาง

วันนี้ ผู้สื่อข่าวพยายามที่จะสอบถามกับคนขับรถรถตู้ให้บริการ แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่า เจ้านายไม่อยากเป็นข่าว ทำด้วยจิตอาสากันจริงๆ อย่างเดียว  ผู้สื่อข่าว ได้เข้าไปตรวจสอบอีกจุดหนึ่ง พบว่ามี เด็ก ผู้ใหญ่ไปล้อมรอบเข้าคิวรับน้ำปั่นหวาน ไอติม และกาแฟเย็น เป็นจำนวนมาก ได้พบกับนายประยูร ภู่รัตนกุล กำลัง ชลมุนกับการกดไอติม ลงกรวยไอติม จนไม่มีเวลาได้หยุดเลย  จึงได้สอบถาม ความ ว่า รถคันนี้ เป็นรถเป็นของวัดเมืองยะลา ให้บริการ ไอติม กาแฟ และน้ำหวานปั่น ในงานการกุศล ทุกที่ ที่ได้ทราบข่าวว่ามีงานจัดขึ้น  

โดยในแต่ละครั้ง จะมีจิตอาสา มาช่วยอาสาในการให้บริการ ในวันนี้ มีจิตอาสา มาช่วยกัน 3 คน ทำให้การบริการ ไม่พอเพียงกับจำนวนคนที่มารับบริการ ในแต่ละวันซึ่งเป็นจำนวนมาก โดยสามารถให้บริการได้ จำนวน 1,000 คน

ขอบคุณข้อมูล : talknewsonline (อับดุลการิม/อะหมัด/ยะลา/ข่าว)

ชีวิตนี้ ยอมเสียสละ เพื่อแผ่นดินถิ่นกำเนิด

ชีวิตนี้ ยอมเสียสละ เพื่อแผ่นดินถิ่นกำเนิด…

ชรบ.หรือ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน…ไม่มีเงินเดือน…ไม่มีค่าตอบแทน แต่…พร้อมเสียสละ…เพื่อปกป้องและรักษาซึ่งแผ่นดินกำเนิด…

บรรยากาศ พิธีรดน้ำศพ ชรบ.ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบ คนร้ายถล่มยิงป้อมชรบ. ม.๕ ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อคืนวันที่ ๕ พ.ย.๖๒. ณ วัดสิริปุณณาราม หรือ วัดลำพะยา ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนจำนวนนับพันร่วมเดินทางมาแสดงความเสียใจและไว้อาลัยกับผู้เสียชีวิตที่เสียสละเวลา ร่วมปกป้องแผ่นดินบ้านเกิด

ขอบคุณข้อมูล : เสียงเล่าจากปลายด้ามขวาน

หน.พรรคประชาติ – เยี่ยมและให้กำลังใจ 4 ชรบ.ลำพะยา ที่พักรักษาตัวอยู่ รพ.ยะลา กำชับ จนท.เร่งหาคนร้ายด่วน

ที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา นายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ นำลูกพรรคในพื้นที่ โดยมี นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราชฏร เขต 3 จังหวัดยะลา พร้อมด้วยมุขตาร์ มะทา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ดร.ระเด่น สะมะแอ รองนายกองค์การบริการส่วนจังหวัดยะลา เข้าเยี่ยมให้กำลังและมอบกระเช้าดอกไม้แก่ชรบ.ตำบลลำพะยา ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายบุกยิงถล่ม ป้อมชรบ.บ้านทุ่งสะเดา หมู่ที่ 5 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ชรบ.ดังกล่าว กำลังพักฟื้นที่โรงพยาบาลศูนย์ยะลา ที่ตึกพิเศษยี่เยี่ยว 2 คน ตึกพิเศษศักยกรรมชาย 1 คน และตึก ICU 1 คน ทั้งอาการปลอดภัยพูดคุยโต้ตอบได้ตามปกติ เหลือแต่ผู้บาดเจ็บที่อยู่ห้อง ไอซียู ยังพูดไม่ได้เพราะมีการสวมท่อที่ปาก อาการปลอดภัยเช่นกัน โต้ตอบจับไม้จับมือกับผู้มาเยี่ยมได้ทุกคน

หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าว หลังเยี่ยมเข้าเยี่ยมชรบ.ว่า มาในฐานะคนในพื้นที่ เป็นห่วง พร้อมให้กำลังใจ ชรบ.ที่ได้รับบาดเจ็บทุกคน เชื่อว่าทุกกำลังใจที่เยี่ยมนี้จะเป็นเกราะสร้างความสัมพันธ์ความรู้สึกของพี่น้องในพื้นที่ให้แน่นแฟ้นขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง และขอประนามต่อผู้ร้ายที่กระทำการเหี้ยมโหดกับชุดชรบ. ที่มีแต่อาวุธลูกซองไว้ป้องกันตัวเท่านั้น ถือว่าเป็นการลอบกัดไม่ใช่การสู้แบบสันติภาพ เสียใจกับเหตุการที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนและภาครัฐร่วมมือกันในการหาทางแก้ไขป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกภาคหน้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมขอชมเชยชรบ.อรบ.ตำบลลำพะยา ชุดนี้มาก ที่ต่อสู้กับคนร้ายสุดความสามารถ จากการโจมตีของผู้ร้าย ขอสดุดีขอดวงวิญญาณหลับสู่สุคติ

ผู้สื่อข่าวได้ถามหัวหน้าพรรคประชาชาติ อีกว่า จะกระชับเจ้าหน้าที่อย่างไร “รัฐต้องมีมาตร การเสริม ทั้งระเบียบวินัยให้กับผู้รักรักษาความปลอดภัยทุกคนให้มากกว่านี้ ต้องการแก้จุดบกพร่องของเจ้าหน้าที่แต่ละฝ่ายด้วย เมื่อมีแข็งแกร่งแล้ว นานเข้าความอ่อนล่าก็เกิดขึ้น ความเผลอเรออย่าให้เกิดขึ้น เพราะจะเป็นจุดอ่อนให้ผู้ร้ายโจมตีในจุดนี้”

ขอบคุณข้อมูล : spmcnews