ตม.กาญจนบุรี​ – สุดเจ๋ง บูรณาการรวบพม่า หนีหมายจับ ซุกใจกลางกรุงประเทศไทย

วันนี้ วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.ภาส ศิริสุขะ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.สำราญ​ กลั่นมา​ ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี บก.ตม.3 พร้อมชุดสืบสวน ตม.จ. กาญจนบุรี บก.ตม.3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายตามหมายจับ ดังนี้

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ กล่าว​ว่า​ ได้รับคำสั่งการจาก พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. (ปป) ให้ดำเนินการติดตามตัว นาย Soe Htun ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาต้องการตัว จากการตรวจสอบข้อมูลของนาย Soe Htun บุคคลตามหมายจับไม่พบข้อมูลการเดินทางเข้า–ออกราชอาณาจักรไทยตั้งแต่ปี 2017 ชุดสืบสวน รอง ผบ.ตร.(ปป) และ ชุดสืบสวน ตม.จว.กาญจนบุรี บก.ตม.3 จึงได้ประสานกับชุดสืบสวนกก.สส.ปป.บก.ตม.2 เพื่อติดตามตัวผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบนาย Soe Htun บุคคลตามหมายจับที่บริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงเชื่อได้ว่า นาย Soe Htun ได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จากนั้นได้ประสานศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองผิดกฎหมายสำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง (ศปชก.สตม.) ร่วมบูรณาการกำลัง สืบสวนติดตามจนทราบว่านาย Soe Htun ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวง ศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จึงได้เข้าควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย​ต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ​ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบ พระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

“กนกวรรณ” ดันงาน กศน.สร้างคน สร้างงาน ขานรับครม.สัญจร

วันที่​ 11​ พ.ย.62 ณ กศน.อำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี​ : ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการและนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดกาญจนบุรี ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่1/62 ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 (กาญจนบุรี,ราชบุรี และสุพรรณบุรี) พร้อมด้วย​ นายกมล รอดคล้าย ที่ปรึกษา รมช.ศึกษาธิการ,นายสมเกียรติ ตันดิลกตระกูล ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ,นายพะโยม ชิณวงศ์ หัวหน้าคณะทำงาน รมช.ศึกษาธิการ ตลอดจนคณะผู้บริหารทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ

จุดแรกได้ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบาย ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน กศน. ณ กศน.อำเภอท่ามะกา จ.กาญจนบุรี เพื่อการรับทราบปัญหาต่าง ๆ และข้อเสนอแนะจากข้าราชการ นักศึกษาและประชาชนในพื้นที่เพื่อนำเสนอในที่ประชุมครม.ซึ่งมีการนำเสนอผลการดำเนินงานและกิจกรรมการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของสถานศึกษาใน 3 จังหวัด ได้แก่ สำนักงาน กศน.จ.กาญจนบุรี สำนักงาน กศน.จ.ราชบุรี และสำนักงาน กศน.จ.สุพรรณบุรี เข้าร่วมนำเสนอในประเด็นต่างๆ ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ กศน. (OOCC) ห้องเรียนออนไลน์ยุคใหม่ โครงการ กศน.WOW ขับเคลื่อนสู่ กศน.ดิจิทัล 6G เป็นต้น

ดร.กนกวรรณฯ เปิดเผยหลังจากรับฟังและเยี่ยมชมผลงานของ กศน. ว่า “ในเรื่องของนโยบายที่วางไว้ก็เริ่มเดินหน้า สิ่งใดที่รับปากว่าจะช่วยปรับให้ถูกต้อง เหมาะสม เข้าที่เข้าทางแก้ไขในสิ่งที่สามารถทำได้มากที่สุด เพื่อที่จะให้ทำให้นโยบายนั้นสามารถที่จะขับเคลื่อนนโยบายให้มีประสิทธิภาพ เช่น การสร้างขวัญกำลังใจของครู กศน.ตำบลที่ขาดโอกาสไม่มีความก้าวหน้า เป็นปัญหาตั้งแต่มารับตำแหน่ง ปัญหานี้ก็กำลังถูกแก้ไข เดินหน้าที่จะให้ทำให้ครู กศน. สามารถมีคุณสมบัติที่จะสามารถเป็นครูได้ ซึ่งจะต้องให้ครู กศน.ได้รับโอกาสตรงนั้นก่อน

ในวันนี้ได้เห็นการขับเคลื่อนกิจกรรมด้านส่งเสริมการอ่านของ กศน.ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง ในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ในชุมชนได้เป็นอย่างดี โดยสำนักงาน กศน.จังหวัดกาญจนบุรี ได้ดำเนินการตามโครงการพัฒนากาญจนบุรีสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ โดยกำหนดขับเคลื่อนภายใต้คำขวัญ “เมืองนักอ่าน คนกาญจนบุรี” ด้วยการจัดกิจกรรมตาม PDCA อย่างครบวงจร ครอบคลุมไปถึงการพัฒนาบุคลากรภาคีเครือข่าย แหล่งเรียนรู้ สื่อส่งเสริมการอ่าน และขยายผลเมืองแห่งการเรียนรู้ ที่สร้างผลลัพธ์ที่มีความชัดเจน

ส่วนสำนักงาน กศน.จังหวัดราชบุรี ได้นำเสนอห้องสมุดเคลื่อนที่ของชาวตลาด และแอปพลิเคชันห้องสมุดมือถือ กศน.จังหวัดราชบุรีที่มีความน่าสนใจ และที่สำคัญสำนักงาน กศน.จังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำเสนอนวัตกรรมภายใต้แนวคิด “ปันการอ่าน ผ่านรถบริการอาหารสมอง” โดยใช้รถ 3 รูปแบบเป็นตัวกลางในการนำอาหารสมองบริการสู่กลุ่มเป้าหมายมานำเสนอ นับเป็นการขยายผลการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้สู่ชุมชน โดยการนำรูปแบบจากการพัฒนาและองค์ความรู้จากภูมิปัญญาในพื้นที่ สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ต้นแบบผ่านกิจกรรมของ กศน.ในรูปแบบที่หลากหลาย รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร บรรณารักษ์ ครู กศน.ตำบล และภาคีเครือข่ายให้มีศักยภาพในการส่งเสริมการอ่าน

ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้กศน.ได้ริเริ่มดำเนินการสร้างชุมชน เพื่อพัฒนาพื้นที่สู่เมืองแห่งการเรียนรู้ ทำให้ประชาชนมีการรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านและให้ความสนใจกับกิจกรรมที่สำนักงาน​ กศน.จังหวัด​ จัดทุกกิจกรรม แต่ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่สามารถอ่าน เขียนภาษาไทยไม่ได้ และกลุ่มผู้ลืมหนังสือเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ กศน.เป็นหน่วยงานหลักในการร่วมสร้างให้ประชาชนเกิดวัฒนธรรมรักการอ่านนำไปสู่ชุมชนแห่งการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงในทุกพื้นที่ และปัญหาในการส่งเสริมการอ่านที่สำคัญอีกเรื่อง คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่ติดลิขสิทธิ์ แล้วเป็นข้อจำกัดที่ กศน. เคยทำไม่ได้ ได้มอบนโยบายให้ทางเลขา กศน.หาวิธีการในการแก้ไขกฎระเบียบอย่างไรจะทำให้คนไทยทั้งประเทศสามารถที่จะเข้าถึงการอ่านกับ กศน.ได้ ทั้งในสื่อดิจิทัล สื่ออิเลคทรอนิคส์ สื่อสิ่งพิมพ์และ สื่อการเรียนรู้ต่างๆที่เป็นเล่ม

นอกจากนี้จะต้องวางแผนการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ให้สามารถเข้าสื่อกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพาหนะ หรืออุปกรณ์เสริมด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาเชื่อมโยงสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทุกพื้นที่ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาตามนโยบายที่วางไว้”

“งาน กศน. นับวันยิ่งจะต้องทำให้กว้างไกล เพราะกลุ่มเป้าหมาย คือ ประชาชนทั่วประเทศ ที่ไม่เพียงประสบปัญหาด้านความไม่เสมอภาคทางการศึกษา แต่ยังเผชิญกับความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในหลายๆด้านที่สะท้อนกลับถึงชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน การเดินหน้าตามนโยบาย 4.0 ของรัฐบาล ให้เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อจำกัดมีมากมายที่เกิดขึ้นจะค่อยๆทลายลง ซึ่งเป็นมิติที่ดีวันนี้ที่การลงพื้นที่ ครม. สัญจร ทำให้หน่วยงานทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการได้มาระดมรับฟังปัญหาและความสำเร็จของพื้นที่ เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนไปสู่การพัฒนาร่วมกัน ดังนั้นการช่วยแก้ไขปัญหาและสร้างขวัญกำลังใจครู กศน. ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วทุกอย่างจะค่อยๆมีทางออกและจะคลี่คลายในที่สุด ตนเองคาดหวังว่าจะทำงานให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพดังที่นโยบายรัฐบาลกระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งใจไว้

ซึ่งตนมุ่งเน้นในเรื่องของการพัฒนาครู เมื่อได้ทำไปแล้ว ก็จะทำต่อเนื่อง ขวัญกำลังใจมาอันดับ 1 คนเรามีขวัญกำลังใจดียิ่งจะมีความสุขที่จะทำงานได้ทุกอย่าง ดังนั้น ขอให้ทุกภาคส่วนของกระทรวงศึกษาธิการร่วมบูรณาการการทำงานเชิงรุกในทุกมิติ อย่างเป็นเอกภาพ ส่งเสริมการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ การทำให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยมีความรู้ ความสามารถและมีสติปัญญา ขอให้ช่วยจับมือกันในทลายทุกข้อจำกัดทางการศึกษาสร้างและเสริมทักษะให้ผู้เรียนมีความรู้ มีศักยภาพ มีความรู้ มีอาชีพและมีรายได้ต่อไป สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงศึกษาธิการย้ำมาโดยตลอด คือ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.ศธ.กล่าวในที่สุด

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ตม.สมุทรปราการ – รวบชายไทยปลอมเอกสารคนเข้าเมือง หลอกชาวต่างชาติ

วันนี้ วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนัก งานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3​ ได้สั่งการ​ให้​ พ.ต.อ.ภาส ศิริสุขะ รอง ผบก. ตม.3, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร ผกก.ตม.จ.สมุทรปราการ และ พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3

พล.ต.ต.สุรพงษ์ฯ​ กล่าวว่า​ เมื่อวันที่ 11 ก.ค.62 ได้มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ได้มารายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน ตามวงรอบ ของ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา​ 37(5) เมื่อ จนท.ได้ดำเนินการการตามขั้นตอน ปรากฏว่า ไม่สามารถบันทึกข้อมูลลงในระบบได้ จนท.จึงทำการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร พบว่า เอกสารใบแจ้งรับรายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน ของคนต่างด้าว พบพิรุธข้อสังเกตุ​

จึงได้สอบถามคนต่างด้าวว่า เมื่อครั้งที่ผ่านมา ได้มารายงานตัวกับ จนท.ด้วยตนเองหรือไม่อย่างไร คนต่างด้าวให้การว่าได้มอบให้ นายอนันท์ (ไม่ทราบนามสกุล) สัญชาติไทย เป็นผู้มาดำเนินการให้ โดยได้รับการแนะนำจากเพื่อนชาวเมียนมาด้วยกัน หากไม่อยากเสียเวลาในการทำงาน ให้ติดต่อ นายอนันท์ฯ เป็นผู้รวบรวมมาดำเนินการให้พร้อมกับชาวเมียนมาอีกหลายคน โดยกลุ่มคนต่างด้าวเป็นคนออกค่าใช้จ่าย และจ่ายค่าเสียเวลาให้กับ นายอนันท์ฯ​ เจ้าหน้าที่​ตม.จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนติดตามและขยายผลหาตัวผู้กระทำความผิด

ซึ่งผลการสืบสวนทราบเป็นที่แน่ชัดว่ามี นายอนันท์ฯ บุคคลสัญชาติไทย มีตัวตนตามที่คนต่างด้าวกล่าวอ้างจริง จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.เมืองสมุทรปราการ ต่อมา พงส.สภ. เมืองสมุทรปราการ ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการ ออกหมายจับนายอนันท์ฯ ในข้อหา“ปลอมเอกสารราชการและปลอมตราประทับของเจ้าหน้าที่​ ”ตามหมายจับที่ 687/2562 และ 688/2562 ลง 29 ต.ค.62

ต่อมา เมื่อวันที่ 4 พ.ย.62 จนท.ฝ่ายสืบสวน ตม.จ.สมุทรปราการ, กก.สส.บก.ตม.3 พร้อมด้วย กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ทำการจับกุมตัว นายอนันท์ฯ​ ได้ที่ ภายในอาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้นำตัว ผู้ต้องหา​ไปตรวจค้นในห้องพักหมายเลข 9 ชั้นล่าง ห้องสุดท้าย อพาร์ทเมนต์ไม่มีชื่อสีส้ม ภายในซอยอ่อนนุช 53 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. ตรวจยึดสิ่งของที่ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 8 รายการ

สอบถาม นายอนันท์ฯ​ ให้การยอมรับว่า ได้ดำเนินการทำเอกสารดังกล่าวให้กับคนต่างด้าวจริง โดยได้รับค่าดำเนินการ คนละ 60 บาท ถ้าหากเกินกำหนดวงรอบการรายงานตัวอยู่เกิน 90 วัน คิดค่าดำเนินการ คนละ 300 บาท โดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ เดือน มิถุนายน​ 2562 เป็นต้นมา จำนวน 300-400 ราย จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่ง พนักงาน​สอบสวน​ สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอ​ฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวด ขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ ต้านภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือจ.น่าน

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ส่งต่อธารน้ำใจ ต้านภัยหนาวในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ มอบผ้าห่ม พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค บรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยหนาว จ.น่าน

วันนี้ วันอังคาร​ที่ 12 พฤศจิกายน 2562​ ​: มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นางศิริพร กระจ่างหล้า ผู้ช่วยหัวหน้าแผนกสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมด้วยสมาคมฮงสุนน่าน,สมาคมพ่อค้าน่าน​ และโรงเรียนซินจง จ.น่าน มอบผ้าห่มกันหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวมจำนวน 1,000 ชุด (คิดเป็นมูลค่า 5 แสนบาทถ้วน) แก่ผู้ประสบภัยหนาวในพื้นที่ บริเวณที่ว่าการอำเภอทุ่งช้าง และ บริเวณที่ว่าการอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน พร้อมด้วยหน่วยงานราชการในพื้นที่ร่วมในพิธี

โดยในเดือนพฤศจิกายน 2562​ นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง​ กำหนดออกเดินทางบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดาร ภาคเหนือ ประจำปี 2562 รวม 12 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดนคร สวรรค์, แพร่, พะเยา, เชียงใหม่, เชียงราย, สุโขทัย, ตาก, ลำปาง, ลำพูน, แม่ฮ่องสอน และพิษณุโลก เพื่อมอบผ้าห่มเพื่อบรรเทาภัยหนาว พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค รวม 16,100 ชุด รวมทั้งจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ประสานเครือข่ายมูลนิธิฯภายในจังหวัดให้ดำเนินการเป็นผู้แทนแจกจ่าย และมีกำหนดออกเดินทางสายอีสานต่อในเดือนธันวาคม 62 เป็นลำดับต่อไป

โครงการสงเคราะห์ผู้ประสบภัยหนาว ประจำปี 2562 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดมอบผ้าห่มกันหนาวแก่ผู้ประสบภัยในถิ่นทุรกันดารในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคอีสาน รวมทั้งสิ้น 43 จังหวัด รวมมูลค่าการดำเนินงานในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 20,000,000 บาท (ยี่สิบล้านบาทถ้วน)

#ป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต #ติดต่อ-สอบถาม#ทีมงานสื่อสารองค์กร 086-854-1418 #แอปพลิเคชันป่อเต็กตึ๊ง1418 #ช่วยจริงอุ่นใจแม้ในนาทีฉุกเฉิน

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

สืบสวนตม.3 รวบชายชาวจีน หนีซุกไทย มีหมายจับคดีฉ้อโกงเหยื่อ มูลค่าร่วม 85 ล้านบาท

วันอังคารที่ 12 พ.ย.62 เวลา 13.00 น.​ ณ ห้องประชุมมหาเมฆ ชั้น 4 อาคาร 1​ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.)​ สวนพลู​ : พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม.​ พร้อมด้วย​ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม 3, พ.ต.อ.ภาส สิริสุขะ รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด ผกก.สส.บก.ตม.3 แถลงผลการจับกุมคดีสำคัญ เนื่องด้วยได้รับการประสานจาก สถาน​เอกอัครราชทูต​สาธารณรัฐ​ประชาชน​จีน​ (สอท.จีน)​ ว่า นาย เชิน (MR.CHEN) สัญชาติ จีน อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาสัญชาติจีน ได้หลบหนีหมายจับ เกี่ยวกับคดีฉ้อโกงกู้เงินธนาคาร ซึ่งมีโทษทางอาญา โดยเมื่อประมาณปี 2556 ผู้ต้องหาดังกล่าว ได้นำสัญญาปลอม งบฯการเงินปลอม และเอกสารปลอมอื่นๆ ยื่นขอกู้เงินจากธนาคาร สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าประมาณ 85 ล้านบาท และเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2557 ผู้ต้องหาเดินทางออกจากประเทศจีน​ และสำนักงานอัยการเมืองฝูอันได้อนุมัติออกหมายจับคดีฉ้อโกงเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2560​ แล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาคือบุคคลที่ใช้หนังสือเดิน ทาง หลบหนีมาอยู่ในจังหวัดชลบุรี จากการตรวจสอบพบว่านาย เชิน (MR.CHEN) กระทำความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” โดยได้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2557 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว TR-15 อนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรถึงวันที่ 11 เมษายน 2557 และได้ยื่นขออยู่ต่อในราชอาณา จักร ที่ตม.จ.สมุทรปราการ ประเภทรักษาพยาบาลหรือการพักฟื้นหรือดูแลผู้ป่วย อนุญาตให้ 90 วันถึงวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 และไม่มีการขออยู่ต่อในราชอาณาจักรอีกเลย จึงได้ทำการจับกุม ที่บริเวณซอยนาเกลือ 16 ม.5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.สุรพงษ์​ฯ​ ขอฝาก​ประชา​สัมพันธ์​ให้ท่านว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับและมีเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สุรเชษฐ​ ​ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ผบช.น. ร่วมประชุม กองอำนวยการร่วม ตรวจความเรียบร้อยในการจัดงานวันลอยกระทง​ ณ ไอคอนสยาม

วันจันทร์ที่ 11 พ.ย.62 เวลา 20.00 น. : พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย, พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม​ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก. น.8, พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ รอง ผบก.น.8, พ.ต.อ.อิทธิเชษฐ์ วงษ์หอมหวน ผกก.สน.บางโพ, พ.ต.ท.บุรี ศรีหล้า รอง ผกก.สส.สน. บางโพ ร่วมประชุม กองอำนวยการร่วมตรวจความเรียบร้อยในการจัดงานวันลอยกระทง​ ณ ไอคอนสยาม

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

ตม.สุราษฎร์ฯ​ รวบไนจีเรีย อยู่เกิน 2,412 วัน

วันที่​ 11​ พ.ย.62 เวลา 16.00 น.: พ.ต.อ.ศุภฤกษ์ พันธ์โกศล​ ผกก.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย ร.ต.อ.เทอดศักดิ์ ธวัชร์วรกุล,ร.ต.อ.อรุณ มูสิกิ้ม รองสว.ตม.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน​ ตม.จ.สุราษฎร์ธานี​ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.2 บก.ทท.3 จับกุมตัวบุคคลต่างด้าวคือ​ MR.Samuel NWABUEZE IWOHA สัญชาติไนจีเรีย ถือหนังสือเดินทางเลขที่ A03677118 โดยกล่าวหาว่า​ “เป็นบุคตลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” อยู่เกิน 2,412 วัน

โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านเช่าไม่มีเลขที่ บ้านในสวน ม. 2 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะ พะงัน จ.สุราษฎร์ธานี​ พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้อง ส่งพงส.สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

มูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย จัดโครงการสุขภาพดี ใต้ร่มพระบารมี ให้บริการด้านการแพทย์แก่เด็กนักเรียน ที่สุโขทัย

สภากาชาดไทย จัดโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี”หน่วยรถทันตกรรมเคลื่อนที่ฯ ดูแลสุขภาพฟันเด็กไทยในพื้นที่ห่างไกล

วันที่ (12 พ.ย.62) เวลา 09.00 น.ที่ โรงเรียนบ้านดงไทยวิทยา อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จัดโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ในพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกา ผู้อำนวยการสภากาชาดไทย และองค์ประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานพิธีพร้อมด้วย หม่อมราชวงศ์จิยากร อาภากร เสสะเวช ผู้บริหารมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย หัวหน้าส่วนราชการ คณะเหล่ากาชาดจังหวัดสุโขทัย และนักเรียน ร่วมให้การต้อนรับ

สำหรับโครงการ “สุขภาพดีใต้ร่มพระบารมี” ในครั้งนี้ จัดให้มีกิจกรรมตรวจรักษาสุขภาพฟันให้กับเด็ก อายุ 8-18 ปี ที่ด้อยโอกาสและห่างไกลการเข้าถึงบริการด้านทันตกรรม ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยโดยออกหน่วยเคลื่อนที่ให้บริการแก่เด็กด้อยโอกาสที่มีปัญหา ด้านทันตกรรม รวมถึงการตรวจสุขภาพให้กับเด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาส เป็นการบริการโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย มีวัตถุประสงค์เพื่อบริการสาธารณสุขปฐมภูมิให้กับประชาชน และให้บริการเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านทันตกรรม

นายพงษ์เทพ สาคร รายงาน

สัตหีบ – เปิดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2562

เมื่อเวลา 19.00 น.ของวันนี้ 11 พ.ย.62 พลเรือโท วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้เป็นประธานเปิดงานประเพณีลอยกระทงของชาวอำเภอสัตหีบ ประจำปี 2562 ณ สวนกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในการนี้ ทางอำเภอสัตหีบ นำโดย นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ และนายณรงค์ บุญบรรเจิดศรี นายกเทศมนตรีเมืองสัตหีบ ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ และกองทัพเรือ จัดกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีไทย

โดย พระครูทัสนียคุณากร เจ้าคณะอำเภอสัตหีบ และเจ้าอาวาสวัดสัตหีบ ได้นำผู้เข้าร่วมพิธี พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชากระทง เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนปล่อยลอยลงสู่แม่น้ำลำธาร เพื่อเป็นการขมาต่อพระแม่คงคา อีกทั้ง ยังมีความเชื่อกันว่า จะให้เคราะห์ร้ายที่อยู่ในตัวนั้น ล่องลอยไปกับกระทง

พลเรือโท วราห์ แทนขำ กล่าวว่า ชาวอำเภอสัตหีบ ได้ถือปฏิบัติสืบทอดประเพณีลอยกระทงกันมาช้านาน เพื่อสืบทอดและรักษาประเพณีที่ดีงามให้ยังคงอยู่คู่กับสังคมไทย ในปี้นี้ ได้จัดกิจกรรมมากมาย อาทิ การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง การแสดงเวที รำวงย้อนยุค ชกมวย และอื่น ๆ อีกมากมาย ในส่วนการดูแลด้านความเรียบร้อย ได้มีการจัดกำลังทหารเรือ ร่วมกับ ตำรวจสภ.สัตหีบ และฝ่ายปกครองอำเภอสัตหีบ กระจายกำลังกันตรวจตราพื้นที่ ป้องกันการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึง และการเล่นประทัดดอกไม้ไฟ ที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยได้ อีกด้วย

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323

จันทบุรี – งานส่งเสริมประเพณีลอยกระทง วัดจันทนาราม “ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์”

จัดขบวนแห่ย้อนยุค โชว์การแสดงพาไดซ์จันทบุรี อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ค่ำวันนี้ ( 11 พ.ย.62 ) ขบวนแห่งานส่งเสริมประเพณีลอยกระทงวัดจันทนาราม “ลอยกระทง ๑๐๐ ปี น่านนที วิถีจันท์”ได้เคลื่อนขบวนออกจากลานหน้าศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ภายในขบวนเป็นการรณรงค์ส่งเสริมประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามของไทย ซึ่งมีนักเรียน นักศึกษา และประชาชนร่วมขบวนแบ่งออกเป็น 19 ขบวน อาทิ ขบวนเชิดชูสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ขบวนทหารพระเจ้าตากสินมหาราช ขบวนกระทงและนางนพมาศ ขบวนสุโขทัยย้อนยุค เป็นต้น

โอกาสนี้ นักศึกษาวิทยาลัยนาฎศิลป์จังหวัดจันทบุรี และ นักเรียน ประชาชนจิตอาสา ชมรมลีลาศ รวมประมาณ 1,000 คน ได้ร่วมแสดง ระบำพาราไดซ์ จันทบุรี โดยนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำหัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมชมและให้กำลังใจผู้แสดงเป็นการผสมผสานศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งประชาสัมพันธ์เทศกาลนานาชาติ “พลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2019 ที่จังหวัดจันทบุรีเป็นเจ้าภาพ จัดงานระหว่างวันที่ 4 – 8 ธันวาคม 2562

สำหรับงานลอยกระทงปีนี้ ถือเป็นการครบรอบ 100 ปีของการจัดงานลอยกระทงวัดจันทนาราม เพื่อส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบไป มีการขอขมาพระแม่คงคา สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามประเพณีความเชื่อ การประดับตกแต่งสถานที่ด้วยประทีป โคมแขวน พร้อมทั้งขอความร่วมมือใช้กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ไม่อนุญาตให้เล่น หรือจำหน่ายประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ที่ผิดกฎหมายและอาจเกิดอันตรายแก่ประชาชนได้

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา  ผู้สื่อข่าว จ.จันทบุรี
นาย  พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก