ยิ่งใหญ่ ขบวนเดินน้อมรำลึก อาลัยแม่หลวงพันปี งานประเพณีลอยกระทงย้อนยุค

จังหวัดลพบุรี – บรรยากาศจัดงานวันแรก ประเพณีลอยกระทงย้อนยุค “มาลานำไทย” อย่างยิ่งใหญ่ มีขบวนนักเรียน นักศึกษา ร่วมกันไว้อาลัย เดินน้อมรำลึก อาลัย แด่แม่หลวงพันปี และขบวนช้างแห่ในยุคสมัยต่าง ๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ บริเวณหน้าพระนารยณ์ราชนิเวศน์ ตำบลท่าหิน จังหวัดลพบุรี นายจำเริญ สละชีพ นายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี ได้เป็นประธานปล่อยขบวนแห่ประเพณีลอยกระทงย้อนยุค “มาลานำไทย” ประจำปี 2568 อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ขบวนเดินออกจากหน้าประตูพระนารายณ์ราชนิเวศน์ วนรอบตัวเมืองลพบุรี เข้าสู่สถานที่จัดงาน ซึ่งจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 4 – 5 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณโดยรอบวงศรีสุริโยทัย (หรือวงเวียนสระแก้ว) จังหวัดลพบุรี

ซึ่งงานประเพณีลอยกระทงปีนี้มีการปรับรูปแบบเป็นการจัดงานอย่างเรียบง่าย เพื่อร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยเน้นการสืบสานประเพณีอย่างงดงามตามประเพณี ซึ่งเป็นการร่วมกันระหว่างจังหวัดลพบุรีกับทางสำนักงานเทศบาลเมืองลพบุรี โดยได้มีการจัดขบวนแห่ ออกจากพระนารายณ์ราชนิเวศน์ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในตัวเมืองลพบุรี ผ่านโบราณสถานที่สวยงามหลายแห่ง ซึ่งในขบวนประกอบด้วยขบวนถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ขบวนช้าง ขบวนของสถานศึกษาต่าง ๆ ในเมืองลพบุรี และขบวนของชุมชนในเขตเทศบาลเมืองลพบุรี ที่มีการแต่งกายอย่างสวยงาม

รวมทั้งยังได้นำกระทงประเภทต่าง ๆ ที่มีการตกแต่งที่หลากหลายแห่มากับขบวน ทั้งนี้ก็ได้มีการจัดรูปขบวนตั้งแต่สมัยยุคสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งได้เน้นในสมัยยุครัตนโกสินทร์ตอนปลายที่ได้นำการแต่งกายแนวตะวันตกเข้ามา โดยผู้ชายจะแต่งกายในชุดกางเกงขายาว เสื้อแขนยาวมีสายรั้งที่กางเกง สวมหมวก ขณะที่ผู้หญิงจะสวมกระโปร่ง แต่อยู่ในชุดโทนขาดดำ ยังเป็นจุดเน้นในการจัดงาน”มาลานำไทย”

สำหรับในการจัดงานได้มีการแสดงผลงานของโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองลพบุรี การจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง สินค้าชุมชน และการจำลองกิจกรรมต่าง ๆ แบบงานวัด เป็นการสร้างรายได้ให้กับพ่อค้า แม่พื้นที่ โดยในขบวนแห่งมีนักท่องเที่ยวมาชมขบวนและบันทึกภาพเป็นจำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่จังหวัดลพบุรีและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในปีนี้ด้วย


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

เขาค้อพร้อมสะเทือน ! “Overcoat Music Festival 2025” ครบรอบ 15 ปี เสิร์ฟความสุขกลางลมหนาว

เพชรบูรณ์ – เขาค้อพร้อมสะเทือน! “Overcoat Music Festival 2025” ครบรอบ 15 ปี เสิร์ฟความสุขกลางลมหนาว

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลดนตรีฤดูหนาวสุดชิลล์ที่ทุกคนรอคอย “Overcoat Music Festival 2025” ที่ปีนี้จัดยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 15 ปี พร้อมพาทุกคนออกเดินทางสู่ “ทริปประจำปีของชาวแกะ” ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568 ณ Jolly Land Starlight Amphitheater เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เตรียมพบกับบรรยากาศสุดโรแมนติก ท่ามกลางสายลมหนาวและขุนเขา พร้อมเวทีสุดอลังการที่เต็มไปด้วยศิลปินระดับท็อปของวงการ

สำหรับปีนี้ ขนทัพศิลปินชื่อดังมาแบบจัดเต็มทั้งรุ่นใหม่และรุ่นคลาสสิก อาทิ Jeff Satur, 4EVE, Bowkylion, Fellow Fellow, ATLAS, ETC, Musketeers, MEAN, KT Kratae, Thaitanium, Two Popetorn, JSPKK, LANDOKMAI, PURPEECH และ DJAY BUDDAH ที่พร้อมระเบิดความสนุกด้วยเพลงฮิตและโชว์สุดพิเศษ ให้แฟนๆ ได้ร้อง เต้น และฟินไปด้วยกันตลอดคืน

“จันทร์ศรีษร มณีฉาย” กรรมการผู้จัดการ บริษัท มีเดีย แรพ จำกัด ผู้จัดงาน เผยว่า
“Overcoat Music Festival ไม่ใช่แค่คอนเสิร์ต แต่เป็นทริปแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอย ปีนี้เราเดินทางมาถึงปีที่ 15 แล้ว จึงตั้งใจจัดให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เพื่อรวมคนรักเสียงเพลงมาสร้างรอยยิ้มและความทรงจำร่วมกัน ท่ามกลางอากาศหนาวบนเขาค้อที่ทุกคนคิดถึง”

นอกจากเสียงเพลงเพราะๆ แล้ว บรรยากาศของ Overcoat ยังเป็นเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน ทั้งวิวขุนเขาสุดโรแมนติก ลมหนาวที่แผ่วเบา และความอบอุ่นจากผู้คนที่มาร่วมงาน ซึ่งตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เทศกาลนี้ได้กลายเป็น “ฤดูกาลแห่งการกลับมาเจอกัน” ของแฟนๆ ที่ผูกพันกับเสียงเพลงและความสุขบนเขาค้อ
แฟนเพลงเตรียมตัวให้พร้อม! เปิดขายบัตรแล้ววันนี้ที่ Counter Service 7-Eleven ทุกสาขา หรือ Line: @overcoatmusic
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Social Media: Overcoat Music Festival

งานนี้พลาดไม่ได้! ชวนเพื่อน ชวนคนรัก จัดทริปหนาวสุดฟิน สัมผัสบรรยากาศแห่งเสียงเพลงที่อบอวลไปด้วยความสุขใน “Overcoat Music Festival 2025” ฉลองครบรอบ 15 ปี บนขุนเขาแห่งความทรงจำ เขาค้อ เพชรบูรณ์


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

ผู้ว่าอุทัยฯ ระดมกำลังจนท.หลายหน่วยงาน เร่งช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยง 100 กว่าชีวิต ติดเกาะ ออกไม่ได้ เร่งวางแผนทำสะพานแบริ่ง

อุทัยธานี – ผู้ว่าอุทัยฯ ระดมกำลังจนท.หลายหน่วยงาน เร่งช่วยเหลือชาวกะเหรี่ยง 100 กว่าชีวิต ติดเกาะ ออกไม่ได้ เร่งวางแผนทำสะพานแบริ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานที่ฝายอีซ่า ม.3 บ้านละว้า ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นสะพานข้ามเชื่อมกับเขตติดต่อบริเวณหมู่บ้านของชาวบ้าน อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้พบชาวกะเหรี่ยง 100 กว่าชีวิต จำนวน 30 ครัวเรือน ติดเกาะ ไม่สามารถสัญจรออกมาข้างนอกได้ เนื่องจากถูกกระแสน้ำป่า ไหลหลากพลัดโหมแรง ทำให้สะพานข้ามฝ่ายอีซ่าแตกหัก ได้รับความเสียหายอยู่ระหว่างหาทางแก้ไข และซ่อมแซม เจ้าหน้าที่ต้องให้ความช่วยเหลือโดยนำเครื่องของใช้บริโภคอุปโภค ลากขึ้นสลิงส่งข้ามฝายไปให้กับชาวเขาชาวกะเหรี่ยง

ล่าสุด นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี พร้อมหน่วยงาน อบจ.อุทัยธานี หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.อุทัยธานี หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 15 สำนัก งานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และข้าราชในระดับอำเภอ และตำบล ที่เกี่ยว ข้องทั้งพื้นที่อ.ห้วยคต พื้นที่อ.ลานสัก ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทางข้ามฝายอีซ่า ร่วมวาง แผนและดำเนินการแก้ไขปัญหา จากการหารือในเบื้องต้น มีมติให้ดำเนินการติดตั้งสะพานแบรี่ชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่สามารถสัญจรได้ตามปกติ พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมเพื่อวางแผนซ่อมแซมถาวรในระยะต่อไป ระหว่างการดำเนินการทางเจ้าหน้าที่ยังคงดูแลการจัดส่งอาหารและสิ่งของจำเป็นให้กับชาวบ้านชาวกะเหรี่ยงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 5 วัน ชาวบ้านจะสามารถกลับมาใช้เส้นทางสัญจรได้ตามปกติและสำรวจความเสียหายเพิ่มเติมให้กับชาวบ้าน

ด้านชาวบ้านกะเหรี่ยง ได้กล่าวว่าหลังจากที่ฝ่ายอีซ่าได้ถูกน้ำป่าซัดขาดแล้ว ทำให้ชีวิตอยู่ค่อนข้างลำบาก ไม่สามารถเดินทางออกไปข้างนอกได้ รวมถึงพืชผลการเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ยังมีสาวท้องแก่ซึ่งใกล้จะถึงกำหนดคลอด หากสะพานยังไม่แล้วเสร็จ หวั่นว่าจะต้องพึ่งหมอตำแยในหมู่บ้านทำคลอดให้ พร้อมขอบคุณไปยังเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน


ภาวิณี ศรีอนันต์

หาดพัทยา ปิดห้ามลอยกระทงลงทะเล คนแห่ขอขมาพระแม่คงคาคึกคักสวนสาธารณะหนองปรือ ท่านโจ้ไม่พลาดเกาะติดสถานการณ์

หาดพัทยา ปิดห้ามลอยกระทงลงทะเล คนแห่ขอขมาพระแม่คงคาคึกคักสวนสาธารณะหนองปรือ ท่านโจ้ไม่พลาดเกาะติดสถานการณ์

ค่ำวันที่ 5 พ.ย.68 ในค่ำคืนวันลอยกระทง ประจำปี 2568 มีรายงานบรรยากาศเทศกาลขมาพระแม่คงคา ในปีนี้ที่สวนสาธารณะเทศบาลเมืองหนองปรือเป็นไปด้วยความคึกคักเป็นอย่างมาก นักท่องเที่ยวและประชาชนพาบุตรหลานและคนในครอบครัวเข้าร่วมด้วยบรรยากาศที่คึกครื้น

ทั้งนี้ เมืองพัทยาได้ขอความร่วมมือให้งดการลอยกระทงประจำปีนี้ลงทะเลเพื่อรักษาสภาพแวดล้อม ไม่สร้างมลพิษทางน้ำ โดยมีการจัดสถานที่หลักบริเวณสวนสาธารณะลานโพธิ์นาเกลือ และมีการเตรียมจุดให้ลอยกระทงแทนจากที่ผ่านมาจะเปิดให้ลอยกระทงลงทะเล ซึ่งสร้างขยะเป็นจำนวนมากในทุกๆ ปี

อย่างไรก็ดีเชื่อว่าจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเปลี่ยนหมุดหมายจากชายหาดพัทยาเป็นสถานที่อื่นใกล้เคียงแทน ทำให้บรรยากาศงานลอยกระทง
ประจำปี 2568 ของเทศบาลเมืองหนองปรือดูมีสีสันขึ้นอย่างถนัดตา โดยในงานได้รับเกียรติจากนายวินัย อินทร์พิทักษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองหนองปรือ และคณะ ร่วมให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ เจ้าเก่ง เปิดเผยด้วยว่า ในงานลอยกระทงคืนนี้ ท่านโจ้ อำนวยชัย อดีต CEO ธุรกิจร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดชื่อดังแห่งเมืองพัทยา ในบทบาทผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่เกาะติดสถานการณ์รายงานข่าวบรรยากาศวันลอยกระทงของเทศบาลเมืองหนองปรือในครั้งนี้ ก่อนกระโดดเรือลงไปเก็บภาพประกอบการทำข่าวกลางบึงสวนสาธารณะ สร้างความตื่นตาให้ผู้เข้าร่วมพิธีเป็นอย่างยิ่ง


ภาพข่าว/อำนวยชัย มลิลา
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าข่าวภาคตะวันออก รายงาน

มทภ.4 เยือนชายแดนไทยมาเลเซียครั้งแรก กำชับกำลังพลให้ปฎิบัติงานรัดกุม สกัดกั้นสิ่งผิดหมายทุกชนิด พร้อมมอบขวัญและกำลังใจในการทำงาน

สงขลา//สะเดา – มทภ.4 เยือนชายแดนไทยมาเลเซียครั้งแรก กำชับกำลังพลให้ปฎิบัติงานรัดกุม สกัดกั้นสิ่งผิดหมายทุกชนิด พร้อมมอบขวัญและกำลังใจในการทำงาน

วันนี้ 5 พ.ย. 68 ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่5 พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผบ.ฉก.ร.5, พ.ต.อ. สุรจิต เพชรจอม ผกก.สภ.สะเดา, พ.ต.อ. คมเทพ เปาอินทร์ ผกก.สภ.ปาดังเบซาร์, พ.ต.อ.ยงศักดิ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผกก.ตชด.43, พ.ต.ท.บารเมษฐ์ ยอดแดง ผบ.ร้อย ตชด.437, นาง สาว ณัฐกานต์ สายน้อย นอภ.สะเดา, ส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับ พล.ท. นรธิป โพยนอก มทภ.4/ผบ.ศปก.ทภ.4 พร้อมด้วยคณะฯ ในโอกาสเดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยที่ปฏิบัติงานป้องกันชายแดนไทย – มาเลเซีย ในพื้นที่ อ.สะเดา และ อ.นาทวี จ.สงขลา

โดยได้ฟังคำบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานป้องกันชายแดนไทย – มาเลเซีย และ การดำเนินงานที่สำคัญ ของหน่วย ฉก.ร.5 พร้อมกันนี้ได้พบปะให้โอวาทแก่กำลังพล ที่ปฏิบัติงานในพื้น ที่ตามแนวชายแดน ไทย – มาเลเซีย พร้อมกับมอบของบำรุงขวัญกำลังใจและเน้นย้ำการทำงานสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด

จากนั้นได้เดินทางไปพบปะกับกองกำลังทหาร กองทัพบกมาเลเซีย ซึ่งมาประจำการ ณ จุดตรวจร่วม 36/100 พร้อมมอบของที่ระลึก เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกองกำลังประเทศเพื่อนบ้าน รับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงานป้องกันชายแดน ไทย – มาเลเซีย จาก ผบ.มว.ลว.ฉก.ร.5 และพบปะให้โอวาทกำลังพลพร้อมกับมอบของบำรุงขวัญ เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจในการปฏิบัติภารกิจต่อไป ณ จุดตรวจร่วม 36/100 บ.คลองช้างตาย ต.เขาแดง อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา


@อ้อม มณีรัตน์ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสงขลา 065-6491752

ประชาชน!! ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง พร้อมแห่ขบวนจัดประกอบพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อไว้อาลัย แด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

อุทัยธานี – ประชาชน ร่วมสืบสานประเพณีลอยกระทง พร้อมแห่ขบวนจัดประกอบพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อไว้อาลัย แด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

บรรยากาศลอยกระทงที่จังหวัดอุทัยธานี ยังคงมีประชาชน และนักท่องเที่ยวที่ชาวไทยและชาวต่างชาติยังคงร่วมสืบสานประเพณีอย่างคึกคัก ที่บริเวณท่าน้ำลานสะแก ริมแม่น้ำสะแกกรัง หน้าตลาดเทศบาลเมืองอุทัยธานี ตรงข้าววัดอุโปสถาราม โบราณสถานและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด ท่ามกลางนักท่องเที่ยวทั้งไทยและชาวต่างชาติร่วมงานกันอย่างคึก คัก เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่และสืบทอด

ทั้งนี้ ผู้ที่มาร่วมงานแต่งกายโทนสุภาพ พร้อมกับติดริบบิ้นสีดำอย่างเหมาะสม อยู่ในช่วงพระราชพิธีพระบรมศพ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ส่วนขบวนแห่กระทงก็พร้อมใจกันจัดประกอบพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อไว้อาลัย แด่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

ท่วมแล้ว!! ถนนสว่างอารมณ์ เด็กๆ เล่นน้ำสนุกสนาน

อุทัยธานี – ท่วมแล้ว!! ถนนสว่างอารมณ์ บนถนนพบรถจอดเสียจากน้ำเข้าห้องเครื่อง เด็กๆ เล่นน้ำสนุกสนาน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี วิกฤต! น้ำทะลักท่วมเขตเศรษฐกิจ โรงเรียนปิด–การค้าชะงัก การจราจรโกลาหล สถาการณ์น้ำท่วมถนนการจราจร และชุมชน ในพื้นที่ เทศบาลตำบลสว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี ซึ่งได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลบ่ามาจาก แม่ น้ำตากแดด และน้ำระบายจาก อ่างเก็บน้ำคลองโพ อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้มวลน้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ สำคัญของอำเภอเป็นบริเวณกว้าง

พื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ หน้าถนน ที่ว่าการอำเภอสว่างอารมณ์, ตลาดสด, วัด โรงเรียน รวมถึง โรงพยาบาล ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต้องหยุดชะงักเป็นบางส่วน ชาวบ้านต้องเร่งย้ายสิ่งของหนีน้ำ ขณะที่โรงเรียนหลายแห่งประกาศหยุดเรียนชั่วคราว เด็กๆ บางกลุ่มใช้โอกาสดังกล่าวออกมาเล่นน้ำบนถนนสายหลัก ท่ามกลางกระแสน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยว

สภาพการจราจรบริเวณ สี่แยกสว่างอารมณ์ เนื่องจากระดับน้ำเริ่มสูง รถเล็กสัญจรผ่านได้ยาก หลายคันต้องจอดเสียกลางถนนเพราะน้ำเข้าห้องเครื่องจนดับ เจ้าหน้าที่ต้องอำนวยความสะดวกและแนะนำเส้นทางเลี่ยงเป็นการด่วน


ภาวิณี ศรีอนันต์ รายงาน

“ตระกูลโภชนกิจ” ฉลองครบรอบคล้ายวันเกิดคุณแม่เขียม 91 ปี

ฉลองครบรอบคล้ายวันเกิด 91 ปี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา คุณวิชัย โภชนกิจ อดีตอธิบดีกรมการค้าภายใน ร่วมกับพี่-น้อง“ตระกูลโภชนกิจ”ทั้ง 10 คนพร้อมใจกันจัดงาน ”วันคล้ายวันเกิด” ให้คุณแม่เขียม โภชนกิจ ในวาระครบรอบวันเกิด 91 ปี โดยมีนายสุชาติ โภชนกิจ, พี่-น้อง ตระกูลทุกคนพร้อมหลานๆ ร่วมร้อยรวมใจกันจัดพิธีสงฆ์-มอบทุนการศึกษา ซึ่งทำกันอย่างต่อเนื่องของทุกปี

ในพิธีมีทำบุญถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ต่อด้วยมอบทุนการศึกษาให้กับเด็กในพื้นที่ที่เรียนดีแต่ขาดคุณทรัพย์ จำนวน 115 ทุน ทุนละ 2,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจให้“เด็กซึ่งอนาคตของชาติเมื่อเติบโตขึ้นจะได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป ท่ามกลางความภูมิใจของเด็กๆ และผู้ปกครองและผู้ร่วมพิธี ณ รีสอร์ท “เรินเรา-ริมเล” อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา

“ความรักของแม่ไม่มีเงื่อนไขกับลูกแม่คือ “ซุปเปอร์ฮีโร่ของพวกเราลูกทั้ง 10 คน” ความเข้มแข็ง, ความอดทน, ความเสียสละ ที่ท่านเลี้ยงดูพวกเราเพียงลำพังมาส่งเสียให้เรียนจบปริญญาถึงเจ็ดคน รับใช้ชาติในตำแหน่งสูงสุดในหน่วยงานได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นอธิบดีกรมการค้าภายใน, นายวิเชียรโภชนกิจ ปลัดเทศบาลเมืองปัตตานี, นายสุชาติ โภชนกิจ เจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดตรัง ส่วนพี่-น้อง ที่ไม่รับราชการประกอบธุรกิจส่วนตัวประสพความสำเร็จที่มั่นคงทุกคน”ประโยคสั้นๆแต่ให้ข้อคิดที่ประทับใจ ตราตรึงใจ ของคุณวิชัย โภชนกิจ กล่าว

นี่คือ”ความรักอันยิ่งใหญ่ที่ “คุณแม่เขียม”ทำทุกอย่างให้ลูกทุกคนเพราะอยากเห็นลูกมีความสุขประสพความสำเร็จในชีวิต…คือความภาคภูมิใจของลูกๆ“ตระกูลโภชนกิจ”ที่มีต่อคุณแม่ และความภาคภูมิใจกับรางวัล“แม่ดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2567”ที่คุณแม่เขียม โภชนกิจ ได้รับ


เดือนกว่าแล้ว! “ถนนยุบ” กลางกรุง“ยังไร้คำตอบ”

เช้าวันพุธที่ 24 กันยายน 2568 คนกรุงเทพฯ ต่างตกใจกับเหตุการณ์ “ถนนยุบ” หน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ย่านดุสิต ใจกลางเมืองหลวง ภาพจากวันนั้นแสดงให้เห็นหลุมลึกขนาดใหญ่ รถไม่สามารถผ่านได้ เจ้าหน้าที่ต้องปิดถนนและเร่งซ่อมแซมตลอดทั้งวัน

แต่ถึงวันนี้ (3 พฤศจิกายน 2568)… ผ่านมาแล้วกว่าหนึ่งเดือน ยังไม่มีการแถลงข่าวหรือรายงานผลสอบสวนอย่างเป็นทางการว่า “ถนนยุบเพราะอะไรแน่?”

อย่างไรก็ตาม เพียงหนึ่งวันหลังเกิดเหตุการณ์คือในวันที่ 25 กันยายน 2568 ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการนี้ ได้ออกมาชี้แจงเหตุผลที่ทำให้ถนนยุบว่า “อาจเกิดจากสภาพของดินบริเวณนี้ร่วมกับน้ำที่อยู่ใต้ดิน ทำให้สภาพของดินมีการเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นลักษณะพิเศษ”

การชี้แจงครั้งนั้น ไม่มีข้อมูลทางเทคนิคหรือหลักฐานเชิงวิศวกรรมมารองรับ ไม่มีข้อมูลเปรียบเทียบคุณสมบัติของดินก่อนและหลังถนนยุบมาแสดง จึงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาว่าคำอธิบายลักษณะนี้อาจทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าถนนยุบเป็น “เหตุสุดวิสัย” ที่ไม่สามารถหาผู้รับผิดชอบได้

ในฐานะประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน และด้วยความหวังดีต่อ รฟม. ผมขอทวงถามผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ พร้อมตั้งคำถามสำคัญ 3 ข้อ

(1) ที่จุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานีวชิรพยาบาลมีการทำ Jet Grouting หรือไม่?โดยปกติที่จุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานีจะต้องมีการ Sealing อย่างดีด้วยการทำ Jet Grouting (เทคนิคการปรับปรุงดินโดยการฉีดปูนซีเมนต์ผสมน้ำลงไปในดินด้วยแรงดันสูงมาก เพื่อทำให้ดินบริเวณจุดเชื่อมต่อมีความแข็งแรง สามารถกันน้ำได้ เป็นการอุดรอยต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานี) หากไม่มีการทำ Jet Grouting ที่จุดดังกล่าว จะทำให้ดินและน้ำทะลักผ่านเข้าสู่สถานีได้ เป็นผลให้พื้นที่ใต้ดินใกล้จุดเชื่อมต่อเป็นโพรง จนทำให้ถนนทรุดเป็นหลุมยักษ์

(2) พื้นที่ข้างเคียงปลอดภัยจริงหรือ? นอกจาก สน.สามเสนแล้ว พื้นที่ใกล้เคียงมีการตรวจสอบโครงสร้างแล้วหรือยัง? จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดหลุมยุบซ้ำในจุดอื่นเหมือนจุดนี้อีก ที่น่าเป็นห่วงก็คือถ้ามีการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินบางช่วงลอดใต้อาคาร หากเกิด “ถนนยุบ” ขึ้นมา อาคารอาจทรุดตามลงมาได้ ผลกระทบอาจร้ายแรงถึงชีวิตและทรัพย์สินของผู้พักอาศัยและผู้ประกอบการในอาคารได้

(3) แล้วสถานีอื่นๆ จะปลอดภัยหรือไม่?หากสถานีวชิรพยาบาลเป็นเพียงหนึ่งในหลายสถานีที่อาจไม่มีการทำ Jet Grouting จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์กับสถานีอื่น จะไม่เกิดเหตุการณ์ “ถนนยุบ” ขึ้นอีกในอนาคต

ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดีต่อ รฟม. และด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนใกล้พื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินทุกคน

ขอฝากทิ้งท้าย “หลุมกลางกรุงอาจปิดได้ในไม่นาน แต่หลุมคำถามในใจประชาชน… ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังปิดไม่ลง”

หมายเหตุ: ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ดอกเบี้ยบานฉ่ำ! ปิดตำนานหนี้ BTS กทม.เคลียร์ครบ

หลังจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) ค้างชำระหนี้ให้บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC มาเป็นเวลานานตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ในที่สุด “ตำนานหนี้รถไฟฟ้า” ก็ปิดฉากลงเมื่อ กทม.สามารถล้างหนี้ได้ครบทุกบาททุกสตางค์!

วันนี้ กทม.ล้างหนี้ BTSC ได้หมดเกลี้ยง แต่เส้นทาง “อิสรภาพทางราง” เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น เพราะการ “จ่ายครบ” อาจยังไม่พอ… ต้อง “คิดครบ” เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด!

1. หนี้ 3 ก้อนใหญ่ที่จ่ายจบ

(1) ค่าขบวนรถไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ สื่อสาร และระบบตั๋ว (Electrical and Mechanical หรือ E&M) ระหว่างปี 2559 – 2564 เป็นเงิน 23,312 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 19,214 ล้านบาท และดอกเบี้ย 4,098 ล้านบาท ชำระเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567

(2) ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงรักษา (Operation and Maintenance หรือ O&M) ระหว่างเดือนเมษายน 2560 – เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นเงิน 14,476 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 11,755 ล้านบาท และดอกเบี้ย 2,721 ล้านบาท ชำระเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567

(3) ค่า O&M ระหว่างเดือนมิถุนายน 2564 – เดือนกันยายน 2568 เป็นเงิน 36,444 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 31,482 ล้านบาท และดอกเบี้ย 4,962 ล้านบาท ชำระเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 รวมเป็นเงินทั้งหมด 74,232 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 62,451 ล้านบาท และดอกเบี้ย 11,781 ล้านบาท

ถ้า กทม.ไม่ค้างจ่ายตั้งแต่ต้น จะสามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยได้ถึงกว่า 1 หมื่นล้านบาท! น่าเสียดายสุดๆ… แค่ดอกเบี้ยก็สร้างรถไฟฟ้าได้หลายสถานี

2. หลังจ่ายหนี้ครบ… ชีวิตยังไม่อิสระเต็มตัว

สัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลัก (ช่วงหมอชิต-อ่อนนุช และสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน) ระหว่าง กทม. กับ BTSC จะสิ้นสุดลงในปี 2572 เมื่อหนี้หมด กทม.จึงไม่มีความจำเป็นต้องขยายสัมปทานให้ BTSC

แต่! กทม.ยังไม่เป็นอิสระเต็มตัว เพราะยังมีสัญญาจ้างให้ BTSC เดินรถและซ่อมบำรุงรักษาทั้งส่วนหลักและส่วนต่อขยาย (ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และสะพานตากสิน-บางหว้า และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต) ไปจนถึงปี 2585

กล่าวได้ว่า หลังหมดสัญญาสัมปทานในปี 2572 แล้ว BTSC ยังมีสิทธิ์ที่จะเดินรถต่อลากยาวไปอีก 13 ปีเต็ม!

นี่คือความไม่เป็นอิสระเต็มตัวหลังปี 2572 จะเปิดประมูลใหม่ก็ไม่ได้ เพราะติดสัญญาจ้าง BTSC

3. แล้ว กทม.จะทำอย่างไร?

แม้ไม่มีอิสระเต็มตัวก็ตาม แต่ กทม.จะมีอำนาจกำหนดอัตราค่าโดยสารให้ถูกลงได้ เพื่อลดค่าครองชีพของผู้โดยสาร โดยไม่ต้องยึดตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานที่ได้ตกลงไว้กับ BTSC

ด้วยเหตุนี้ กทม.จึงควรกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้เหมาะสม ไม่เป็นภาระหนักของทั้งผู้โดยสาร และ ของ กทม.ที่จะต้องมีรายได้เพียงพอต่อการชำระค่าจ้าง BTSC ตลอดสัญญาจ้างถึงปี 2585

4. บทเรียนสำคัญจากกรณีนี้

“การไม่ต่อสัญญาสัมปทานให้เอกชน” ช่วยให้รัฐมีอิสระในการบริหารจัดการได้มากขึ้น ไม่ต้องผูกพันกับเงื่อนไขระยะยาว และสามารถกำหนดนโยบายค่าโดยสารที่ตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

นี่คือ บทเรียนที่หน่วยงานรัฐอื่นควรนำไปใช้เป็นแบบอย่าง… ล้างหนี้ให้จบและอย่าสร้างหนี้ใหม่ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน!

ขอฝากทิ้งท้าย… ถ้า “ไม่ค้างจ่าย” ก็ไม่ต้อง “เสียดอกบาน” ถ้า “ไม่ต่อสัมปทาน” ก็ “ลดค่าโดยสาร” ได้จริง


ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์
อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์