ตม.จว.สตูล ได้ปฎิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จว.สตูล

วันนี้ (26 พ.ย.68) ตม.จว.สตูล ได้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในพื้นที่ จว.สตูล ดังนี้

  1. อำนวยความสะดวก รับ-ส่ง นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จากที่พักในอำเภอเมืองสตูล ไปยังท่าเรือตำมะลัง เพื่อเดินทางไปยังลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
  2. มอบเงินสนับสนุน โรงครัวเพื่อจัดเตรียมอาหารปรุงสุดส่งมอบผู้ประสบภัย ณ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินถล่ม เทศบาลเมืองสตูล จังหวัดสตูล
  3. มอบเงินสนับสนุนสภากาชาดจังหวัดสตูล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสตูล ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ศาลากลางจังหวัดสตูล อำเภอเมืองสตูล
  4. มอบข้าวกล่อง ข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม ให้กับผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ อำเภอละงู จว.สตูล
  5. ขรก.ในสังกัด ร่วมกันจัดทำข้าวกล่อง เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ได้รับ ณ ด้านหน้าที่ทำการ ตม.จว.สตูล

พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด และสภ.รัตนาธิเบศร์ นนทบุรี

วันนี้ (26 พ.ย.68) เวลา 13.00 น. พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ปฎิบัติหน้าที่ จังหวัดเรือยนต์หลวง 904 และที่พักเขตพระราช ฐาน เหตุการณ์ทั่วไปปกติ กำชับเวรควบคุมดูแลความสงบเรียบร้อย

ต่อมาเวลา 13.40 น. ตรวจเยี่ยม สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้พบ พ.ต.อ. พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณผกก. สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมด้วย รอง ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ เหตุการณ์ทั่วไปปกติ กำชับการปฏิบัติหน้าที่ เส้นทางการ ถปภ. การอำนวยควาทสะดวกการจราจรจุดหนาแน่น การกวดขันตรวจตรา สิ่งผิดกฎหมาย บ่อนการพนัน อบายมุข


พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ตรวจเยี่ยม สภ.คลอง หลวง และจุดกวดขันวินัยจราจร บริเวรทางคู่ขนาน ถนนพหลโยธินขาออก เยื้องตลาดไท ในความรับผิดชอบของสภ.คลองหลวง

วันที่ 26 พ.ย.68 เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม จุดกวดขันวินัยจราจร บริเวรทางคู่ขนาน ถนนพหลโยธินขาออก เยื้องตลาดไท ในความรับผิดชอบของสภ.คลองหลวง โดยมี พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ ผกก.สภ.คลองหลวง, พ.ต.ท.กวินเวทย์ วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง, พ.ต.ท.สิงหา เฟื่องแก้ว สว.จร. สภ.คลองหลวง, ข้าราชการตำรวจ ประจำจุดตรวจฯ สภ.คลองหลวง ให้การต้อนรับ โดยได้มีข้อกำชับ ดังนี้

  1. ให้ยึดหลักการตั้งด่านตรวจ/จุดตรวจตามหลักยุทธวิธีตำรวจ สำนักงานตำรวตแห่งชาติ
  2. ใช้กริยาวาจาสุภาพเรียบร้อยและแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบ
  3. ห้ามมีการเรียกรับผลประโยชน์หรือส่อไปในทางทุจริตโดยเด็ดขาด
  4. หากพบปัญหาหรืออุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ให้รายงานหัวหน้าผู้ควบคุมจุดตรวจหรือผู้บังคับบัญชา

หลังจากนั้นพล.ต.ต.ภัทรภวัต สุขแสง รอง ผบช.ภ.1 ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม สภ.คลอง หลวง โดยมี พ.ต.อ.อธิเมศร์ ไชยศรัญวิชญ์ผกก.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.กวินเวทย์วิริยะสิริภักดี รอง ผกก.ป.ฯ พ.ต.ท.สุชัย แสงส่อง รอง ผกก.(สอบสวน)ฯพ.ต.ท.ฉลาด หอมเงิน รองผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัตน์พัฒนคุณ รอง ผกก.(สอบสวน)ฯ พ.ต.ท.สิงหา เฟื่องแก้ว สว.จร.ฯข้าราชการตำรวจ สภ.คลองหลวง ให้การต้อนรับ โดยได้มีข้อกำชับ ดังนี้

  1. ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ,ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.1 อย่างเคร่งครัด
  2. ควบคุมกำกับดูแล งานสอบสวน อย่าให้พนักงานสอบสวนต้องทำงานเพียงลำพัง
  3. ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น ดูแลกำกับการปฏิบัติหน้าที่ ของผู้ใต้บังคับบัญชา ให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่าให้เกิดภาพลักษณ์ ที่ไม่ดีต่อองค์กร เป็นอันขาด
  4. ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายตระหนักในหน้าที่ และการดูแลประชาชนด้วยความเต็มใ
  5. ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายใส่ใจการแต่งกายในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และพร้อมสำหรับการปฎิบัติหน้าที่และเป็นไปตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แพทย์ทหาร ชวนวัยทำงานใส่ใจสุขภาพ สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดเสี่ยงเบาหวาน

แพทย์ทหาร ชวนวัยทำงานใส่ใจสุขภาพ สร้างพฤติกรรมสุขภาพที่ดี ลดเสี่ยงเบาหวาน

จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าประเทศไทย จากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) ปี 2568 พบผู้ป่วยรายใหม่สูงถึง 3.7 แสนราย ซึ่งโรคเบาหวานเกิดจากความผิดปกติของร่างกายในการผลิตฮอร์โมนอินซูลิน หรือภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคเบาหวานมาจากพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การรับประทานอาหารที่รสชาติหวานจัด มันจัด เค็มจัด การมีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มีภาวะอ้วน และโรคความดันโลหิตสูง โดยโรคเบาหวานมักไม่แสดงอาการ แต่จะแสดงอาการเมื่อเป็นมานานในระยะเวลาหนึ่ง อาการที่ควรสังเกต ได้แก่ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืนมากกว่า 1 ครั้ง ปัสสาวะบ่อยและมีปริมาณมาก อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หิวน้ำบ่อย กินจุ หิวบ่อย มีปื้นดำที่คอ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคเบาหวาน เนื่องจากหากเกิดการรักษาล่าช้าหรือควบคุมน้ำตาลในเลือดไม่ได้อาจเกิดภาวะแทรก ซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ ไตวายจากเบาหวาน เบาหวานขึ้นจอประสาทตา เส้นประสาทเสื่อม ชาปลายมือปลายเท้า เป็นแผลง่ายหายยาก รุนแรงอาจต้องตัดเท้า

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จัดหวัดภาคเหนือ จึงได้ส่งเสริมให้หน่วยทหาร รวมทั้งสถานที่ทำงานสามารถส่งเสริมบุคลากรให้มีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ สนับสนุนกิจกรรมที่สร้างเสริมสุขภาพป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคได้ด้วยการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานทุกปี ซึ่งค่าระดับน้ำตาลในเลือดเกณฑ์ปกติ ควรต่ำกว่า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร พร้อมทั้งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการป้องกันโรคเบาหวาน ด้วยการควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม (ค่าดัชนีมวลกาย BMI 18.5 – 22.9 กิโลกรัมต่อตารางเมตร) เลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เลี่ยงหวาน มัน เค็ม ไม่สูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน หรือสะสม 150 นาทีต่อสัปดาห์ จัดการความเครียดและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งประชาชนสามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี มีสุขภาพที่ดีทั้งต่อร่างกายและจิตใจ ลดโอกาสป่วยด้วยโรคเบาหวานอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการบ่งชี้ หรือสงสัยว่ามีภาวะหรืออาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชน ในยามวิกฤตทุกโอกาส


สัมผัสอากาศหนาว เที่ยวชมธรรมชาติ ในพื้นที่เขตทหารเพชรบูรณ์

ตามที่ รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเพื่อให้สอดคล้องตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในการกระจายความมั่นคงทางเศรษฐกิจสู่ชุมชน นั้น กอง ทัพบก ร่วมกับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือ การส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตทหาร ภายใต้โครงการ “Army Land” ดินแดนท่องเที่ยวในเขตทหาร เพื่อเปิดบริการให้ประชาชนได้เข้ามาท่องเที่ยว พักผ่อน หรือร่วมกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งเป็นการสร้างกิจกรรมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้เลือกใช้บริการแหล่งท่องเที่ยวอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้เพิ่มให้แก่ชุมชนทหารและครอบครัว รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง นั้น

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และการศึกษาเรียนรู้ ความเป็นมาของชุมชนท้องถิ่นที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ ในพื้นที่เขตทหารจังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดให้บริการแก่ประชาชนทั่วไป มีจำนวน 3 แห่ง ดังนี้

  1. พระตำหนักเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ติดต่อที่พัก หมายเลขโทรศัพท์ 090 – 9301239
  2. บ้านพักสวัสดิการบ้านทะเลหมอก (บ้านทหารม้า) อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ติดต่อที่พัก หมายเลขโทรศัพท์ 056 – 924033
  3. บ้านพักสวัสดิการเขาค้อลอดจ์ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ติดต่อที่พัก หมายเลขโทรศัพท์ 056 – 728100

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ขอเชิญชวนข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3, พี่น้องประชาชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ และเหล่านักท่องเที่ยวมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ แหล่งท่องเที่ยวในเขตทหาร “Army Land” ทั้งนี้ การเข้ามาท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ทหาร นักท่องเที่ยวจะได้รับความปลอดภัย ความสะอาด ความสะดวกสบาย และความประทับใจอย่างแน่นอน


ศอ.จอส.พระราชทาน ภาค 3 ขอเชิญร่วมสมัคร เพื่อเข้ารับการฝึก “หลักสูตรจิตอาสา 904 (หลักสูตรพื้นฐาน)

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ขอเชิญชวนร่วมสมัคร เพื่อเข้ารับการฝึก “หลักสูตรจิตอาสา 904 (หลักสูตรพื้นฐาน)

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใย และทรงคำนึงถึงความอยู่ดีมีสุขของประชา ชนเป็นสำคัญ และพระองค์ทรงมีพระราชปณิธานแน่วแน่ที่จะทำให้ ประเทศชาติ มั่นคง เป็นปึกแผ่น มีความรัก ความสามัคคีและประชาชน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยมีพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และแนวพระราชดำริต่างๆ ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้ประชาชน และพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้จัดโครงการจิตอาสาขึ้นในครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ 21 มิถุนายน พุทธศักราช 2560 ณ โรงเรียนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีพระรา โชบาย ให้เริ่มทำจากจุดเล็กไปใหญ่ โดยเริ่มจากการดูแลรักษาบ้านและบริเวณรอบบ้านของตนเองให้สะอาดก่อน จึงเกิดโครงการจิตอาสา เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ นับตั้ง แต่นั้นเป็นต้นมา

สำหรับในปีงบประมาณ 2569 นี้ ศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โดย ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 ได้เปิดรับสมัคร ข้าราชการพลเรือน ทหาร, ตำรวจ, ประชา ชน รวมถึงเยาวชนทั่วไป ที่มีใจ “จิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ” เข้ารับการฝึก หลักสูตรจิตอาสา 904 (หลักสูตรพื้นฐาน) ภาค 3 รุ่นที่ 6/69 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานในด้านเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนรวมทั้งการป้องกัน บรรเทา และช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี ประชาชนมีสุข ตามแนว ทางโครงการจิตอาสาพระราชทาน ตลอดจนกิจการอื่นๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย มีผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการใหญ่จิตอาสาพระราชทาน โดยเริ่มการสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จน ถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นี้

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราช ทาน ภาค 3 จึงขอเชิญข้าราชการพลเรือน ทหาร, ตำรวจ, ประชาชน รวมถึงเยาวชนทั่วไป ที่มีใจ “จิตอาสา ทำความดี ด้วยหัวใจ” เข้ารับการฝึกหลักสูตรดังกล่าว ในห้วงวันที่ 4 – 20 กุมภาพันธ์ 2569 สนใจดูรายละเอียด พร้อมดาวน์โหลดระเบียบการหลักฐานต่างๆ ได้ที่ เฟซบุ๊ก : ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 3 หมายเลขโทรศัพท์ 055 242 859


นายก อบจ. มอบถุงยังชีพให้กับผู้นำชุมชน อ.บางเลน เพื่อนำไปแจกให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย

นายก อบจ. มอบถุงยังชีพให้กับผู้นำชุมชนอำเภอบางเลน ในพื้นที่เพื่อนำไปแจกให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย และได้ลงพื้นที่มอบของให้กับประชาชนด้วยตัวเอง

นายจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ นายก อบจ.นครปฐม และ นางวิลาสินี สะสมทรัพย์ ภริยา, นายฐิรวิชญ์ สะสมทรัพย์ บุตรชาย พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้บริหาร ประธานสภาฯ รองประธานสภา สมาชิกสภาฯ รก.ปลัด อบจ. และเจ้าหน้าที่ อบจ.นครปฐม มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอบางเลน เพื่อนำไปส่งต่อให้แก่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย และได้ร่วมลงพื้นที่บ้านประชาชนในตำบลบางหลวง เพื่อให้กำลังใจ และนำถุงยังชีพไปมอบให้แก่ประชาชนที่ยังคงได้รับความเดือนร้อนจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้


สมคิด พรมมี ผู้สืีอข่าว นครปฐม

รพ.นครปฐม เเละ เครือข่ายสสจ.นครปฐม กาญจนบุรี รวมใจ จัดส่งถังออกซิเจน เวชภัณฑ์ยา อาหาร และน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้

โรงพยาบาลนครปฐม เเละ เครือข่ายสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม เเละจังหวัดกาญ จนบุรี รวมใจ จัดส่งถังออกซิเจน เวชภัณฑ์ยา อาหาร และน้ำดื่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 เวลา 12.00 น. นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย นพ.วิโรจน์ รัตนอมรสกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครปฐม นพ.สุรชัย โชคครรชิตไชย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครปฐม และผู้บริหารเครือข่าย สาธารณสุขนครปฐม เเละ เครือข่าย ประชาชนชาวนครปฐม และโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา โรงพยาบาลมะการักษ์ จังหวัดกาญจนบุรี รวมใจส่งถังออกซิเจน จำนวน 222 ถัง พร้อมด้วย เวชภัณฑ์ยา อาหารแห้ง น้ำดื่ม เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และโรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าวนครปฐม

อช.กุยบุรี เร่งเข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บหลังคาดว่าถูกยิงขาหลัง พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

อช.กุยบุรี เร่งเข้าช่วยเหลือช้างป่าบาดเจ็บหลังคาดว่าถูกยิงขาหลัง พร้อมติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

วันที่ 25 พ.ย. นายนิทัศน์ นุ่นสง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจาก นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าได้ประสาน นายอนุรักษ์ สกุลพงษ์ นายสัตวแพทย์ ทีมแพทย์เจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ กร.1 (ป่ายาง) และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ลงพื้นที่ค้นหาและเร่งให้การช่วยเหลือช้างป่าตัวดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าพื้นที่ก่อนใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และกำลังพลเดินสำรวจค้นหาปรากฏว่าพบช้างป่าตัวที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทีมสัตวแพทย์ฯได้วางแผนยิงยาซึมและรอจนยาออกฤทธิ์เพื่อทำการรักษาช้างป่า เบื้องต้นตรวจพบบาดแผลขนาด 0.5 ซม.ที่ขาหลังด้านซ้าย และมีอาการบวมแผลลึกไม่น้อยกว่า10 ซม.ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรอยกระสุนปืน แต่เจ้าหน้าที่ไม่มีเครื่องตรวจสอบวัตถุโลหะ เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งทำการรักษาพร้อมเฝ้าดูอาการตลอดจนช้างเริ่มขยับตัวและเดินได้เอง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีและทีมสัตว์แพทย์จึงได้ออกจากพื้นที่ ก่อนมอบหมายให้เจ้าหน้าที่หน่วยฯป่ายาง ค่อยเฝ้าติดตามอาการช้างป่าตัวดังกล่าวต่อไป

นายบำรุงรัตน์ พลอยดำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า จากการลงที่ช่วยเหลือและตามช้างป่าที่ได้รับบาดเจ็บ ลุล่วงไปได้ด้วยดี ทีมงานได้นำโดรนมาบินสำรวจประชากรช้างในพื้นที่ ก่อนพบช้างป่าตัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ จึงสั่งการให้หัวหน้าหน่วยป่ายางชุมเร่งติดตามให้การช่วยเหลือช้างตัวดังกล่าว พอเจ้าหน้าที่ติดตามช้างตัวดังกล่าวพอถึงเวลาพบค่ำช้างป่าได้หนีเข้าป่าเจ้าหน้าที่จึงต้องยุติการค้นหา ก่อนรุ่งขึ้นก็จัดเจ้าหน้าที่เร่งติดตามโดยการใช้โดรนบินสำรวจค้นหา และเดินเท้าค้นหาเพื่อให้การช่วยเหลือช้างตัวดังกล่าว จนถึงช่วงเย็นวันที่ 24 พ.ย.ได้พบช้างป่าตัวที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวบริเวณหอ 2 ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ได้วางแผนเข้าช่วยเหลือโดยการยิงยาซึม

จากการตรวจสอบช้างป่าตรวจดังกล่าว มีอาการได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้ายหลัง มีอาการบวม มีเลือดไหลซึมออกมาตลอด โดยทีมสัตวแพทย์ให้ยาซึมจนช้างสงบลง ก่อนทำการเก็บตัวอย่างเลือด และทำแผล พร้อมให้น้ำเกลือ จากการตรวจสอบบาดแผลพบว่าเป็นลักษณะวงกลมเส้นผ่า ศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร คาดว่าจะเป็นรอยกระสุนปืน เนื่องจากทีมเจ้าหน้าที่ไม่มีเครื่องสแกนโลหะ แต่หากมีเครื่องสแกนโลหะจะวินิจฉัยสาเหตุการบาดเจ็บของช้างได้แน่ชัด ก่อนเจ้าหน้าที่ได้ฉีดยาปฏิชีวนะ ยาลดปวด วิตามิน ยาวัคซีนบาดทะยัก เข้าทางหลอดเลือดดำที่บริเวณใบหูให้ช้างป่า

โดยหลังจากนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่คอยติดตามดูอาการของช้างป่าตัวดังกล่าว หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าพิการช่วยเหลือช้างป่าโดยตัวดังกล่าวก็มีโอกาสรอดต่อไปสูง


บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ จ.เพชรบุรี

เรือนจำกลางนครปฐม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ยกระดับการพัฒนาผู้ต้องขังก่อนและหลังพ้นโทษ

เรือนจำกลางนครปฐม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ยกระดับการพัฒนาผู้ต้องขังก่อนและหลังพ้นโทษ

วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายจักร ลิ่มบุตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม เป็นประธานในการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือระหว่างเรือนจำกลางนครปฐม สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครปฐม และบริษัท ยูไนเต็ด ฟาคห์ จำกัด ณ ศูนย์ประสานงานและส่งเสริมการมีงานทำ (Care) เรือนจำกลางนครปฐม

การลงนามบันทึกข้อตกลงครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ ผ่านการจัดทำแผนงาน โครงการ หลักสูตร และกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาพฤตินิสัย การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว ตลอดจนการสนับสนุนด้านการจัดหางาน การจ้างงาน และการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้ต้องขังมีศักยภาพในการกลับเข้าสู่สังคมอย่างมั่นคง

ผู้ร่วมลงนามประกอบด้วย นางเจนจิรา เดชะรัฐ จัดหางานจังหวัดนครปฐม นางสมจิต ขำทวี พนักงานคุมประพฤติชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการคุมประพฤติจังหวัดนครปฐม และนายพงษ์เผ่า มีเผ่าพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ยูไนเต็ด ฟาคห์ จำกัด

บันทึกข้อตกลงดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังอย่างเป็นระบบ และส่งเสริมโอกาสในการมีงานทำหลังพ้นโทษ อันจะนำไปสู่การลดการกระทำผิดซ้ำและสร้างความมั่นคงให้กับสังคมในระยะยาว


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม