มทบ.39 ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่ารร.พิษณุโลกพิทยาคม เปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จัดงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” คึกคัก

มณฑลทหารบกที่ 39 ร่วมกับ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม เปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จัดงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” คึกคัก ศิษย์เก่า–ศิษย์ปัจจุบันรวมพลังรำลึก 126 ปี พิษณุโลกพิทยาคม สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ไขกุญแจเปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คืนสู่พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 05.45 น. ที่ บริเวณหน้าศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ จังหวัดพิษณุโลก นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม พ.พ. รุ่น 06 และอดีตนายกสมาคมศิษย์เก่าพิษณุโลกพิทยาคม, พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 และนายนิสิต สวัสดิเทพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก และศิษย์เก่า พ.พ. 27/30 ร่วมเป็นประธานเปิดงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน และครูอาจารย์ ในโอกาสครบรอบ 126 ปี โรงเรียนพิษณุ โลกพิทยาคม

โดยมี นางทองหล่อ สวัสดิเทพ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการสมา คมศิษย์เก่าพิษณุโลกพิทยาคม คณะครู และศิษย์ปัจจุบัน พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพิษณุ โลก และประชาชนจากหลายจังหวัด เข้าร่วมเดิน–วิ่งระยะทาง 5.1 กิโลเมตร สร้างภาพความร่วมมืออย่างอบอุ่นและทรงพลังในสีม่วง–ขาวจำนวนมาก

ภายหลังจบเส้นทางเดิน–วิ่ง ได้จัดการแสดงพิเศษเนื่องในงาน “ม่วง–ขาว เดินวิ่งคืนถิ่นวังจันทน์ ครั้งที่ 1” โดย พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะคณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม อำนวยการจัดการแสดง และร่วมแสดงนำในพิธี เปิดประตูหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ชุด “มหาราชกู้แผ่นดิน คืนถิ่นวังจันทน์” ร่วมกับนักแสดงจากสำนักดาบเรือนนเรศ และชมรมสืบสานล้านนา มหาวิทยาลัยนเรศวร สร้างบรรยากาศสง่างาม สมพระเกียรติ และได้รับเสียงชื่นชมจากผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก

จากนั้น คณะศิษย์เก่า–ศิษย์ปัจจุบันและผู้ร่วมงาน ได้ร่วมประกอบพิธี ถวายบังคมสักการะดวงพระวิญญาณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ศาลสมเด็จพระนเรศวร ภายในเขตโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เพื่อความเป็นสิริมงคล และร่วมรำลึกถึงคุณูปการขององค์มหาราช เนื่องในวาระโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมครบรอบ 126 ปี

ด้าน พลตรี นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ในฐานะคณะกรรมการสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม ได้อำนวยการกิจกรรมดังกล่าวฯ พร้อมกับร่วมแสดงนำในการแสดงพิธีเปิดประตูด้านหน้าศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในชื่อชุด “มหาราชกู้แผ่นดิน คืนถิ่นวังจันทน์” ร่วมกับนักแสดงสำนักดาบเรือนนเรศ และชมรมสืบสานล้านนามหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นไปแบบโบราณ สร้างความน่าตื่นเต้น และสมพระเกียรติ์ให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมา จากนั้นได้ร่วมถวายบังคมสักการะดวงพระวิญญาณองค์สมเด็จพระนเรศวรพร้อมกัน บริเวณด้านในศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ สมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ร่วมกับ มณฑลทหารบกที่ 39 นำทัพโดย พลตรี นพดล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ส่วนราชการ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม และพี่น้องประชาชน ร่วมกันจัดพิธีบัณทึกประวัตศาสตร์ ของชาวพิษณุโลก ที่ทำการคืนพระราชวังจันทน์ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ แหล่งรากเหง้าของประวัติศาสตร์อันยาวนานนครสองแควเมืองพิษณุโลก และยังเป็นที่พระบรมราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหารราช พระมหากษัตริย์นักรบของชาติไทย ที่สถาที่แห่งนี้ประตูถูกปิดมานับ 10 ปี จากคำประกาศของ ผู้นำทัพเข้าคืนพระราชวังจันทน์ที่กล่าวไว้ในงานว่า ” นับแต่นี้เป็นต้นไป ผมขอส่งมอบพื้นที่พระราชวังจันทน์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระมหากษัตริย์หลายราชวงศ์ และ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช คืนให้กับประชาชนชาวพิษณุโลกนับแต่นี้เป็นต้นไป “

ท่ามกลางเสียงโหร้องอื้ออึงและเสียงแสดงความดีใจของประชาชนทุกหมู่เหล่าที่เข้าร่วมงานในวันนี้ และทุกคนได้นั่งลงถวายบังคมเพื่อถวายราชสักการะต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ด้วยกันอย่างพร้อมเพียง นับเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของคนพิษณุโลก ที่ได้ร่วมบัณทึกไว้ให้ลูกหลานของพวกเราได้จดจำวันสำคัญ ในวันนี้เสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568 วันเปิดปะตูศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชวังจันทน์ คืนประชาชนชาวพิษณุโลกอย่างถาวร

#ม่วงขาวคืนถิ่นวังจันทน์ #พิษณุโลกพิทยาคม #126ปีพพ


นที มีเดช รายงาน

ด่วน ! เหตุสลดเมืองปาย โรงงานทำขนมจีนระเบิด ดับ 1 ราย เจ็บอีกอื้อ จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ

ด่วน ! เหตุสลดเมืองปาย โรงงานทำขนมจีนระเบิด หญิงวัย 52 เจ้าของโรงงาน ดับ 1 ราย เจ็บอีกอื้อ จนท.เร่งสอบหาสาเหตุ

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2568 เวลาประมาณ 10.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่อง สอน ได้รับแจ้งเหตุ โรงงานทำขนมจีนระเบิด ( หม้อแรงดัน ) บริเวณหลังวัดนาจลอง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และ มีผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปาย พร้อมด้วยร้อยเวรงานป้องกันฯ พร้อมสายตรวจยนต์ จยย. ออกตรวจสอบร่วมร้อยเวรสอบสวนฯ แจ้งผู้เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 289 หมู่ 6 ต.แม่นาเติง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน พบสภาพในโรงงานกระจุยกระจายจากแรงระเบิด ที่เกิดจากหม้อแรงดันสูง

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต จำนวน 1 ราย ชื่อ น.ส.กิ่งแก้ว จันทร์เดือน อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 289 หมู่ 6 ต.แม่นาเติง ฯ (เจ้าของโรงงาน) และมีผู้บาดเจ็บจำนวน 2 ราย คือ 1.นาย จำนง ธรรมสอน (พี่ชายเจ้าของโรงงาน) 2.นาย วรวิทย์ กิทำ (สามีเจ้าของโรงงาน) จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล

จากการสอบถาม นายวิสุทธิ์ พันธ์หว้า ผู้อยู่ในเหตุการณ์ แจ้งว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้อยู่ในเหตุ การณ์ จำนวน 4 คน ขณะเกิดเหตุทั้งสี่คนกำลังช่วยกันทำขนมจีนอยู่ ทันใดนั้น หม้อแรงดันทำขนมจีน (ใช้ระบบไฟฟ้า) ได้ระเบิดขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตดังกล่าว

อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะเร่งรายงานเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาและแจ้งให้กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าไปตรวจสอบหาสาเหตุของการระเบิดอีกครั้ง


นที มีเดช รายงาน

ศอ.จอส.พระราชทานภาค 3 ร่วมจัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระ ราชทานจังหวัดน่าน ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานอำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียงกลาง และอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน จัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุล ยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ เพื่อสนับสนุนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่นละออง PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือ

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ร่วมกับ ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดน่าน ว่าที่ร้อยตรี ณฐพล นพณัฐธนากุล นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารท้องถิ่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ และประชาชนทุกหมู่เหล่า จัดกิจกรรมโครงการจิตอาสา “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” ปลูกต้นไม้และสร้างฝายชะลอน้ำ (ฝายแกนดินซีเมนต์) เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ สถานที่ ณ ไร่นายคำแก้ว อินชูใจ บ้านห้วยโก๋น หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

ต่อมา นายโชดก ทองหาร นายอำเภอเชียงกลาง เป็นประธานการจัดกิจกรรมจิตอาสาเนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ โดยจัดกิจกรรม kick off โครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำน่าน ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ระดับตำบล) โดยมอบหมายให้ปลัดอำเภอประจำตำบล ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ อำเภอเชียงกลาง และจิตอาสาพระราชทานในพื้นที่ ร่วมกันปลูกต้นไม้ในพื้นที่ คทช. ของแต่ละตำบล เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ป่าต้น น้ำให้กลับมาอุดมสมบูรณ์สร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน และเสริมสร้างจิตสำนึกในการรักษาทรัพ ยากรธรรมชาติของท้องถิ่น และ กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ (ฝายแม้ว) จำนวน 8 ฝาย ณ ลำห้วยป่าคา บ้านแคว้ง หมู่ที่ 7 ตำบลพระพุทธบาท อำเภอเชียงกลาง จังหวัดน่าน เพื่อเป็นการชะลอน้ำและกักเก็บน้ำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี

ต่อจากนั้น นายมนูญศักดิ์ สังข์ทอง นายอำเภอบ้านหลวง พร้อมด้วยปลัดอำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยป้องกันและอนุรักษ์ป่าที่ นน 12 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และประชาชนจิตอาสาอำเภอบ้าน หลวง จัดกิจกรรมวันเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวา คม 2568 โดยได้ร่วมกันกิจกรรมการปลูกป่าตามโครงการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง 1 ล้านไร่ ตามพระราชปณิธานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน 4 ตำบล ได้แก่

  • ตำบลบ้านพี้ พื้นที่ คทช. หมู่ที่ 5 จำนวน 12 ไร่ ซึ่งได้ปลูก มะพร้าว มะต๋าว มะค่า ลอง กอง มะไฟจีน ยางพารา จำนวน 100 ต้น
  • ตำบลบ้านฟ้า พื้นที่ คทช. จำนวน 6 ไร่ ซึ่งได้ทำการปลูก มะพร้าว มะต๋าว กระถิน ตะ เคียน มะเขือพวง แขม จำนวน 100 ต้น
  • ตำบลสวด พื้นที่ สปก. จำนวน 14 ไร่ ซึ่งได้ทำการปลูกมะพร้าว มะต๋าว กระถิน จำนวน 100 ต้น
  • ตำบลป่าคาหลวง พื้นที่ สปก. จำนวน 2 ไร่ ซึ่งได้ทำการปลูก ยางพารา มะพร้าว มะต๋าว ผักกูด บอน มะระ จำนวน 200 ต้น

นอกจากนี้ได้ร่วมกัน สร้างฝายแกนดินซีเมนต์ ในพื้นที่ ห้วยแม่ซุก บ้านพี้กลาง หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านพี้ อำเภอบ้านหลวง จังหวัดน่าน


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมคณะ ติดตามการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ และสวนสมุนไพร 25 ไร่

แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองทัพภาคที่ 3 ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ และสวนสมุนไพร 25 ไร่

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม 2568 พลโท วรเทพ บุญญะ เเม่ทัพภาคที่ 3 พร้อมด้วย คุณอิสรีย์ บุญญะ ประธานสมาคมเเม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 3 และคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการทหารพันธุ์ดี ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ สวนสมุนไพร 25 ไร่ (กองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3) ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก โดยมี ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3

พร้อมด้วย คุณสินีนาฏ วิจิตรพงษา ประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก กฤติ พันธะสา รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก ศักดิ์สิทธิ์ นิลจันทร์ รองผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 3, พันเอก ลาภชัย เศรษฐะทัตต์ ผู้บังคับกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3, สมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และฝ่ายอำนวยการ ร่วมให้การต้อนรับ


นที มีเดช รายงาน

กองร้อยทหารพรานที่ 3203 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาว ในกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ใน อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

กองร้อยทหารพรานที่ 3203 นำจิตอาสา มอบผ้าห่มกันหนาว ในกิจกรรมโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” ใน อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 กองร้อยทหารพรานที่ 3203 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 32 กองกำลังผาเมือง จัดกำลังพลจิตอาสา ร่วมกับ อสม.บ.เทอดชาติฯ ลงพื้นที่ จัดกิจกรรมมอบผ้าห่มกันหนาว ให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุ และผู้พิการทางด้านการเคลื่อนไหว ในพื้นที่ บ้านเทอดชาติ หมู่ที่ 10 ตำบลบ่อภาค อำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย และเป็นขวัญกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป จำนวน 6 ราย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ ประชาชนกลุ่มเปราะบาง และผู้พิการทางการเคลื่อนไหว

ทั้งนี้ ตามนโยบายของกองทัพบกในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว และการดำเนินงานช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องตามโครงการ “กองทัพบกร่วมใจ ต้านภัยหนาว” โดยมีเป้าหมายในการบรรเทาความเดือดร้อนจากสภาพอากาศหนาวเย็นในพื้นที่ที่ประสบภัย การช่วยเหลือจะครอบคลุมทั้งการ แจกจ่ายผ้าห่มกันหนาว และการให้บริการด้านสุขภาพ โดยเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้ยากไร้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารตามแนวชายแดน


นที มีเดช รายงาน

รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การก่อสร้าง โครงการ “อ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วด” อ.แม่ทา จ.ลำพูน

รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วด อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน

วันนี้ (วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568) เวลา 14.30 น. นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ติดตามสถานการณ์การก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วด พร้อมลงพื้นที่รับฟังปัญหากับเกษตร ที่ ศาลาอเนกประสงค์ หมู่ที่ 2 บ้านแม่สะป๊วด อ.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน มี โดยมีผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกษตรกร กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ลำพูน ตั้งอยู่พื้นที่บ้านแม่สะป๊วด หมู่ 2 ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน โดยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2532 พระบาทสม เด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน และสำนักงานเลขานุการ กปร.เข้าเฝ้าฯ ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานพัฒนาแหล่งน้ำในกลุ่มน้ำสาขาแม่ทา ที่สมควรดำเนินการ ได้แก่ น้ำแม่ขนาด น้ำแม่เมย และน้ำแม่สะป๊วด ซึ่งมีทำเลที่เหมาะสมในการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำ โดยจะสามารถเก็บกักไว้ช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกของราษฎรในเขตลุ่มน้ำแม่ทา ได้ จึงสมควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำโดยด่วนตามความเหมาะสม

ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2539 สำนักราชเลขาธิการ ได้มีหนังสือถึงอธิบดีกรมชลประทาน เรื่องขอพระราชทานอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วด กรณีนายอินแสง จีนมัชยา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.ทาสบเส้า อ.แม่ทา จ.ลำพูน ถวายฎีกาขอพระราชทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วด และได้นำความถวายบังคมทูลฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่สะป๊วด ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหนังสือที่ รล.0005/20051 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2539

กรมชลประทาน จึงดำเนินการจัดทำการศึกษาเล่มวางโครงการแล้วเสร็จเมื่อเดือนมกราคม 2541 ต่อมาได้รายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) แล้วเสร็จ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 ผ่านความเห็นชอบจาก คชก.เมื่อเดือนธันวาคม 2554 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปีงบประมาณ 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสารเพิ่มเติม และการเพิกถอนพื้นที่ลุ่มน้ำ 1A เมื่อเพิกถอนแล้วเสร็จจะดำเนินขออนุญาตใช้พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดอยผาเมืองต่อไป ตลอดจนการศึกษาทบทวนมาตรการในการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะแล้วเสร็จ ช่วงเดือนมิถุนายน 2569 สำหรับการลงพื้นที่ติดตามครั้งนี้ ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เพื่อติดตามสถานการณ์และผลักดันโครงการฯ ให้เกิดการขับเคลื่อนโดยเร็ว พร้อมกับประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบถึงปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน โดยเร่งดำเนินการในส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบโฉนดที่ดินเพื่อการ เกษตร และมอบเงินโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรประเภทเงินอุดหนุน ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ด้วย


นที มีเดช รายงาน

ส.ป.ก. จัดงานโครงการ “สืบสานพระราชปณิธาน งานศิลปาชีพบางไทร ครบรอบ 41 ปี”

ส.ป.ก. จัดงานโครงการ “สืบสานพระราชปณิธาน งานศิลปาชีพบางไทร ครบรอบ 41 ปี”

วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “สืบสานพระราชปณิธาน งานศิลปาชีพบางไทร ครบรอบ 41 ปี” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะผู้ทรงก่อตั้งงานศิลปาชีพ และเป็นเสาหลักในการจัดหาอาชีพแก่ราษฎร และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นคู่บุญบารมีและแรงบันดาลใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจนของราษฎรควบคู่กับงานศิลปาชีพ

โดยมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) เป็นผู้กล่าวรายงาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ส.ป.ก. และเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. ร่วมพิธี ณ ท่าชัยยุทธ ชั้น 2 ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพเสริมนอกภาคการเกษตร (ศพส.) ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พร้อมทั้งร่วมกิจกรรม ปลูกต้นไม้ตามปณิธานของแม่ และเยี่ยมชมนิทรรศการและกิจกรรมภายในงาน 4 กิจกรรม ดังนี้

  1. นิทรรศการน้อมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยแสดงพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจในการก่อตั้งมูลนิธิและศูนย์ศิลปาชีพ บางไทรฯ และการส่งมอบภารกิจให้ ส.ป.ก.
  2. นิทรรศการเทิดพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยจัดทํานิทรรศการแสดงพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่เกี่ยวข้องกับงานศิลปาชีพ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
  3. กิจกรรมเชิงปฏิบัติการด้านงานหัตถกรรม (Workshop) ให้ประชาชนได้เข้าร่วมเรียนรู้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายจํานวน 2 แผนกวิชา พร้อมทั้งเปิดอาคารฝึกอบรมให้ประชาชนเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต และผลงานหัตถกรรมของช่างฝีมือระดับครู
  4. การจําหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมคุณภาพสูงจากศิษย์เก่าของ ศพส. และร้านค้าภายในชุมชนรอบพื้นที่

พงศ์เทพ สาคร

ชาวลพบุรี อาลัย “หรั่ง” จิตอาสาช่วยเหลือชาวบ้านจนนาทีสุดท้าย ก่อนสิ้นใจ

จังหวัดลพบุรี – ชาวลพบุรีอาลัยหรั่งจิตอาสาช่วยเหลือชาวบ้านจนนาทีสุดท้ายก่อนสิ้นใจ

“หรั่ง” หรือนายเอกชัย เลิศล้น อายุ 49 ปี อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งลพบุรี รหัส วัฒนะ 411 จิตอาสาตัวจริง ผู้ปิดทองหลังพระ ได้รับฉายา Ghost Rider (มัจจุราชแห่งรัตติกาล) ที่ชอบช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนจากปัญหาทุกชนิด รถพัง ยางรั่ว น้ำมันหมด แบตหมด จับสัตว์เลื้อยคลานทุกชนิดที่เข้าบ้านเรือนประชาชน อีกทั้งยังเป็นหูเป็นตา สอดส่อง ส่งข่าวอาชญา กรรมให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีผลงานมากมายเป็นที่ประจักษ์ จนเป็นที่รักใคร่ของประชาชน เจ้าหน้าที่ และเพื่อนอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆ ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายไปจับงูให้ชาวบ้าน ตกเย็นเกิดอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม ญาตินำส่ง รพ.ไม่นาน หรั่งได้สิ้นใจ จากไปอย่างสงบ สาเหตุด้วยเรื่องพักผ่อนไม่เพียงพอ

ก่อนที่หรั่งจะจากไป เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 6 ธ.ค. 68 ตำรวจวิทยุเรียกขอความช่วยเหลือ หลังจากชาวบ้านว่ามีงูสีดำเลื้อยเข้าบ้านที่ ต.ป่าตาล อ.เมือง ลพบุรี หลังทราบขอความช่วยเหลือ หรั่งรีบขับขี่จักรยานยนต์คู่ใจ พร้อมอุปกรณ์การจับ ไปที่บ้านหลังดังกล่าว โดยสภาพรอบบ้านนั้นพบว่าเป็นป่ารก เจ้าของบ้านได้ชี้จุดที่พบเห็นงูครั้งสุดท้ายมันเลื้อยเข้าไปหลังเครื่องซักผ้า ที่วางอยู่หลังบ้าน หรั่ง ได้ก้มๆ เงยๆ ก้ม พบเป็นงูสีดำ ตัวใหญ่ ยาวประมาณ 2 เมตร จากการวิเคราะห์เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นงูสิง ซึ่งงูชนิดนี้ไม่มีพิษ แต่ก็ดุร้ายไม่เบา และงูชนิดนี้ถือ ว่าเป็นสัตว์สงวน ประมาณ 10 นาที ก็สามารถจับงูได้ จับใส่ถุงนำไปปล่อยกับคืนสู่ธรรมชาติเช่นทุกครั้ง ซึ่งหรั่งไม่เคยร้องขอสิ่งตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น จบภารกิจก็กลับ

เวลา 12.10 น. ที่วัดศรีสุทธาวาส ต.พรหมมาสตร์ อ.เมือง ลพบุรี ร่างของนายเอกชัย หรือหรั่ง ถูกนำมาจาก รพ.สระบุรี โดยมีเพื่อนอาสาสมัคร กู้ภัยฯ หลายหน่วยงาน ประชาชน เดินทางมาส่งร่างนายเอกชัย กันเป็นจำนวนมาก ญาติ ครอบครัว เพื่อนอาสาฯ ต่างร้องให้ด้วยความอาลัย ในเบื้องต้นทราบว่าหลังจากจบภารกิจจับงู หรั่งมีอาการหายใจไม่อิ่ม ญาติจึงได้นำส่ง รพ. ซึ่งแพทย์ได้พยายามยื้อชีวิตอย่างเต็มที่ แต่หรั่ง ก็ได้สิ้นใจในเวลาต่อมา ด้วยอาการเส้น เลือดหัวใจตีบ ซึ่งครอบครัวกล่าวว่า หรั่งไม่ค่อยได้ไปพบแพทย์ตามนัด พักผ่อนไม่เพียงพอ เวลาได้ยินวิทยุ หรือใครที่โทรตาม ดึกดื่นขนาดไหนหรั่งก็ไปทุกครั้งโดยไม่ลังเล


กฤษณ์ สนใจ 0890899090

สาวงามอำเภอลี้ คว้ามุงกุฏนางสาวลำพูน ประจำปี 2568 ไปครองได้สำเร็จ ประชาชนและนักท่องเที่ยว ร่วมลุ้นผลการตัดสินกันอย่างคึกคัก

สาวงามอำเภอลี้ นางสาวศุณิษรา อินต๊ะมา คว้ามุงกุฏนางสาวลำพูน ประจำปี2568 ไปครองได้สำเร็จ มีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมลุ้นผลการตัดสินกันอย่างคึกคัก

วันที่ 6 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. ที่เวทีกลาง งานพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนลำพูน พร้อมด้วยนางณัษฐพร ชูวงศ์ ประธานแม่บ้านมหาดไทย ร่วมกันมอบมุงกุฎ สายสะพาย ถ้วยรางวัล เงินรางวัลและช่อดอกไม้ ให้แก่ นางสาวศุณิษรา อินต๊ะมา นางสาวลำพูน ประจำปี 2568 หมายเลข 24 อำเภอลี้กับ อปท. ส่งเข้าประกวด ภายในงานสักการะพระนางจามเทวีและงานฤดูหนาวจังหวัดลำพูน ประจำปี 2568 ซึ่งบรรยากาศหน้าเวทีเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมมอบดอกไม้เพื่อส่งกำลังใจให้แก้ 25 สาวงาม และร่วมลุ้นสาวงามที่ตัวเองชื่นชอบให้ได้เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายกันอย่างเต็มที่

โอกาสนี้ นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยนางสายธาร ประสงค์ความดี รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดลำพูน หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการการตัดสิน ร่วมกันมอบมุงกุฎ สายสะพาย ถ้วยรางวัล เงินรางวัล ให้แก่ รองอันดับที่ 1-4 ประกอบด้วย

  • นางสาวภัทรลักษณ์ ใจพิมสว่าง หมายเลข 19 อำเภอป่าซางกับ อปท.ส่งเข้าประกวด สามารถคว้ารองอันดับที่1 นางสาวลำพูน ประจำปี 2568
  • นางสาวกัญชพร อินไชยสา หมายเลข 7 อำเภอแม่ทากับ อปท.ส่งเข้าประกวด คว้ารองอันดับที่2 นางสาวลำพูน ประจำปี 2568
  • นางสาวปนัสยา แก้วหนัก หมายเลข 25 บริษัท ศิริ ปิโตเลียม 2568 จำกัด ส่งเข้าประกวด คว้ารองอันดับที่3 นางสาวลำพูน ประจำปี 2568 และ
  • นางสาวณัฐธยาน์ พรมปัญญา หมายเลข 11 อำเภอแม่ทากับ อปท.ส่งเข้าประกวด คว้ารองอันดับที่4 นางสาวลำพูน ประจำปี 2568

นที มีเดช รายงาน

รองผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน นำทีมเยี่ยมผู้หนีภัยจากการสู้รบศูนย์แม่สุริน ก่อนองค์กรต่างประเทศจะงดการช่วยเหลือในสิ้นปีนี้

รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำทีมเยี่ยมผู้หนีภัยจากการสู้รบศูนย์แม่สุริน ก่อนองค์กรต่างประเทศจะงดการช่วยเหลือในสิ้นปีนี้

7 ธ.ค.68 นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิวัฒน์ ชินภูมิวสนะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรแม่ฮ่องสอน และนางหฤทัย หอมชื่น หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้หนีภัยชาวคาเรนนี ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราวผู้หลบหนีภัยจากการสู้รบ แค้มป์ 2 บ้านแม่สุริน ต.ขุนยวม อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่อง สอน การเดินทางมาตรวจเยี่ยมเพื่อสร้างความเชื่อมันและกำลังใจให้ผู้อพยพ ก่อนที่องค์กรต่างประเทศและสหประชาชาติ จะงดให้การช่วยเหลือผู้หนีภัยที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงทั้ง หมดในไทยสิ้นปีนี้ ส่งผลให้ทางการไทยต้องหาแนวทางในการช่วยเหลือผู้หนีภัยที่อยู่ในศูนย์พักพิงอีกจำนวนมาก แม้องค์กรต่างประเทศจะยังคงให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น คนชรา เด็ก อยู่เหมือนเดิมก็ตาม แต่การช่วยเหลือก็ไม่มากเหมือนที่ผ่านมา ทำให้ไทยโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังคงต้องแบกรับภาระการดูแลผู้อพยพเหล่านี้

ในการเดินทางมาพบปะตรวจเยี่ยมดังกล่าว ทำให้ผู้หนีภัยภายในศูนย์พักพิงซาบซื้งถึงความห่วงใยของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ผู้หนีภัยภายในศูนย์ ฯ ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยกับคณะรองผู้ว่า ฯ เพื่อหาแนวทางร่วมกันในการอยู่อาศัยภายในศูนย์พักพิงและการออกไปทำงานนอก ศูนย์ โดยผู้หนีภัยจากการสู้รบภายในศูนย์แม่สุริน แม้จะเหลือเพียงแค่พันกว่าคนก็ยังคงมีขวัญกำลังใจดี และขอบคุณรัฐบาลไทยและหน่วยงานระดับจังหวัดที่อนุญาตให้ผู้หนีภัยในศูนย์สามารถออกไปทำงานนอกศูนย์เพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูครอบครัวหลังจากต่างชาติตัดการช่วยเหลือ

ปัจจุบัน ผู้หนีภัยในศูนย์พักพิงในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ออกไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ทั้งภาคเหนือภาคกลาง ภาคตะวันออก เช่นเชียงราย ชลบุรี ระยอง และจังหวัดอื่น ๆ จำนวนมากพอสมควร และกำลังทยอยรับการพิจารณาจากนายจ้างที่ต้องการแรงานแต่ละประเภทภายในศูนย์พักพิง โดยได้รับค่าจ้างตามค่าแรงขั้นต่ำของไทย



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน