ตร.สนธิกำลัง บุกทลายบ่อนกลางบ่อปลา รวบนักพนัน 38 ราย ยึดของกลางเงินสด-อุปกรณ์อื้อ

ตำรวจนครนายกสนธิกำลังฝ่ายความมั่นคง วางแผนส่งสายลับแฝงตัวเป็นนักพนัน ก่อนบุกทลายบ่อนไพ่ป๊อกเด๊งกลางทุ่ง อ.องครักษ์ รวบผู้ต้องหาได้เกือบ 40 ราย พร้อมเงินสดกว่า 6 หมื่นบาท พบเจ้ามืออายุเพียง 23 ปี และหญิงวัย 28 รับเป็นเจ้าของบ้านจัดให้เล่น

​เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. พ.ต.อ.ธีรพรรดิ์ บัณฑิตโตหิรัญโชติ ผกก.สส.ภ.จว.นครนายก นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.นครนายก ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และ สภ.องครักษ์ เข้าทำการจับกุมการลักลอบเล่นการพนันบริเวณบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 2 ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก หลังจากได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการรวมกลุ่มเล่นพนันสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่​เผยแผนแฝงตัวจับกุมปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ใช้ยุทธวิธีส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอมตัวเป็นนักพนันแฝงตัวเข้าไปภายในบริเวณบ่อปลาซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ จนกระทั่งยืนยันได้ว่ามีการลักลอบเล่นการพนันจริง จึงได้ส่งสัญญาณให้ชุดจับกุมที่ซุ่มอยู่โดยรอบแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ทำให้นักพนันกลุ่มใหญ่แตกตื่นพยายามวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมและควบคุมตัวไว้ได้ทั้งหมดรวม 38 ราย รวบเจ้ามือ-เจ้าบ้าน พร้อมของกลางอื้อ

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่สามารถระบุตัวบุคคลสำคัญประกอบด้วย นาย ศุภณัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี รับสารภาพว่าเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ และ น.ส.ปราณี (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดนครนายก รับสารภาพว่าเป็นเจ้าของบ้านสถานที่เกิดเหตุและเป็นผู้จัดให้มีการเล่นพนัน​ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดของกลางรวม 24 รายการ ได้แก่ เงินสดจำนวน 61,000 บาท ไพ่พลาสติก 3 สำรับ ผ้าปูรองเล่น ชิปแทนเงินสด การ์ดตัวเลข นาฬิกาจับเวลา รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ โต๊ะยาว และเก้าอี้อีกจำนวน 24 ตัว ดำเนินคดี 38 ราย สารภาพเกลี้ยง

สำหรับรายชื่อผู้ต้องหาที่เหลืออีก 36 ราย พบว่ามีภูมิลำเนาจากหลายจังหวัด อาทิ สระบุรี, ปทุมธานี, สุราษฎร์ธานี, นครนายก รวมถึงบุคคลสัญชาติลาวอีก 3 ราย โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหา “ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่ป๊อกแปด ป๊อกเก้า) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต” เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.องครักษ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยระบุว่าการจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายกวาดล้างอบายมุขและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่อย่างเคร่งครัด


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

“ธนะโรจน์ เบอร์ 6 เพื่อไทย” ลุยตลาดหล่มสัก–ท่าพล ฟังเสียงแรงงาน-พ่อค้าแม่ค้า ชู 30 บาทพลัส แก้ปากท้องตรงจุด

ธนะโรจน์ เบอร์ 6 เพื่อไทย” ลุยตลาดหล่มสัก–ท่าพล ฟังเสียงแรงงาน-พ่อค้าแม่ค้า ชู 30 บาทพลัส แก้ปากท้องตรงจุด

เดือดตั้งแต่เช้า! “ธนะโรจน์ อัครกิจชัยนนท์” หรือ “พงษ์เพชร” ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 2 พรรคเพื่อไทย หมายเลข 6 เดินเครื่องหาเสียงไม่พัก ล่าสุดตระเวนพบปะประชาชนในเขตเทศบาลเมืองหล่มสัก ทั้งตามชุมชน ตลาดสด และตลาดท่าพล รับฟังปัญหาแบบตรงไปตรงมา พร้อมเปิดวงแลกเปลี่ยนแนวทางพัฒนาพื้นที่ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานโรงงานและแรงงานตลาดผัก ที่สะท้อนปัญหา “ค่าครองชีพสวนทางค่าแรง” รวมถึงสวัสดิการที่ยังไม่เพียงพอ ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดท่าพล ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ต้นทุนพุ่ง รายได้ฝืด ขอให้รัฐช่วยพยุงต้นทุนและเพิ่มโอกาสทำมาหากิน

อีกด้านหนึ่ง ประชาชนจำนวนมากแสดงความชื่นชอบนโยบาย “30 บาทรักษาทุกโรค” และสนับสนุนการต่อยอดเป็น “30 บาทพลัส รักษาทุกที่” ที่ช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาล โดยเฉพาะผู้สูงอายุและแรงงานนอกระบบ

นายธนะโรจน์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยยึดหลัก “นโยบายที่ทำได้จริง ทำให้ไทยยิ่งใหญ่” พร้อมเชื่อมโยงนโยบายระดับประเทศสู่ชีวิตจริงของคนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับ 30 บาทพลัส ด้วยเทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา พักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งต้นทั้งดอก ประกันกำไรพืชผล 30% แจกคูปองปุ๋ย-เมล็ดพันธุ์ ลดค่าไฟเหลือหน่วยละ 3.70 บาท เพื่อลดภาระค่าครองชีพ ยังรวมถึงนโยบาย “หวยเกษียณ” ซื้อหวยแต่เงินไม่หาย กลายเป็นเงินออมยามชรา มาตรการล้างหนี้นอกระบบ แก้หนี้วัยเกษียณ นโยบาย “ผ่อนดี 1 ปี ฟรี 1 งวด” รวมถึงการสร้างงานผ่านโครงการ “เรียนได้งบ จบได้งาน” 4 ปี 4 ล้านคน ควบคู่กับการเดินหน้าปราบยาเสพติดและแก๊งสแกมเมอร์อย่างจริงจัง “ผมอยากเข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงให้คนหล่มสักและพี่น้องเขต 2 ผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริง ดูแลตั้งแต่แรงงาน พ่อค้าแม่ค้า จนถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่ม” นายธนะโรจน์ กล่าว

พร้อมเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 และเลือก ส.ส.เขต 2 เพชรบูรณ์ “ธนะโรจน์ อัครกิจชัยนนท์ หรือ พงษ์เพชร” หมายเลข 6


มนสิชา คล้ายแก้ว รายงาน

สายบุญขอพร “หลวงพ่อปากแดง” ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

นครนายก – สายบุญขอพร “หลวงพ่อปากแดง“ ไม่พลาดส่องเลขอ่างน้ำมนต์เสี่ยงโชค

ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่วัดหลวงพ่อปากแดง ต.บ้านใหญ่ อ.เมือง จ.นครนายก ได้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากราบไหว้ ขอพร “หลวงพ่อปากแดง ศักดิ์สิทธิ์” เพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว ซึ่งวัดหลวงพ่อปากแดง ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดนครนายก ที่ใครมาแล้วไม่พลาดที่จะต้องแวะเข้ามากราบไหว้ ขอพร ขอความสำเร็จในหน้าที่การงาน ขอกิจการค้าขายเจริญรุ่งเรือง และขอโชคขอลาภ

“หลวงพ่อปากแดง” เป็นพระประธานในพระอุโบสถ อันเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครนายกและประชาชนทั่วไป เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างด้วยโลหะสำริด หน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 1 เมตร เป็นศิลปะสมัยล้านช้าง ทรงเครื่องดอกพิกุล พระโอษฐ์แย้มและมีสีแดงเห็นได้ชัด ชาวบ้านจึงเรียกว่า “หลวงพ่อปากแดง” และหากใครอยากประสบความสำเร็จสมปรารถนามีโชคลาภ ให้มาอธิฐานแล้วปิดแผ่นทองที่ฐานขององค์หลวงพ่อปากแดง แล้วจะสำเร็จสมความปรารถนา จุดนี้คือจุดไฮไลท์ที่ใครหลายคนอาจไม่รู้ และการเข้าไปกราบไหว้จะต้องนำเครื่องสักการะ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน กล้วยน้ำว้า หมากพลู พวงมาลัย และน้ำแดง ที่ทางวัดได้จัดเตรียมไว้ให้บูชาเพื่อนำไปเป็นเครื่องไหว้สักการะ

ภายในพระอุโบสถยังมีให้ปิดทององค์หลวงพ่อปากแดงจำลอง พระพุทธรูปต่างๆ เสี่ยงเซียมซี และพรมน้ำมนต์ด้วยตนเองในอ่างน้ำมนต์ขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีเลขน้ำตาเทียนให้กับผู้ที่ชอบในการเสี่ยงโชคนำไปเสี่ยงโชค ซึ่งเห็นเป็นเลข 7 9 และยังมีเลขน้ำตาเทียนส่วนหนึ่งที่นำขึ้นมาวางไว้ในพาน อันนี้ก็แล้วแต่ใครจะมองเป็นเลขอะไร ดวงใครดวงมัน ส่วนด้านหน้าพระอุโบสถก็ยังมีให้ลอดท้องช้างเสริมสิริมงคล เสริมบารมี และขอพรองค์ท้าวเวสสุวรรณ เพลิดเพลินกับการให้อาหารปลาในคลองธรรมชาติ มาวัดหลวงพ่อปากแดงแล้ว ได้ทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ คิดทำสิ่งใดก็จะประสบแต่ความสำเร็จในชีวิตอย่างแน่นอน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก/รายงาน

แพทย์ทหารห่วงใย “สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ช่วงฤดูหนาว” ย้ำพี่น้องประชาชนรู้ความต่าง “ไข้หวัดใหญ่” กับ “ไข้หวัด” เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

แพทย์ทหารห่วงใย “สถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ช่วงฤดูหนาว” ย้ำพี่น้องประชาชนรู้ความต่าง “ไข้หวัดใหญ่” กับ “ไข้หวัด” เพื่อการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม

จากข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูหนาวอย่างใกล้ชิด พบว่า มีผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในสถานศึกษา และสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ทั้งนี้ ยังไม่พบสถานการณ์การระบาดเป็นวงกว้าง หรือสายพันธุ์ใหม่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น สำหรับในปีที่ผ่านมา วันที่ 1 มกราคม – 30 ธันวาคม 2568 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่สะสม 1,183,823 ราย เสียชีวิต 125 ราย อัตราป่วยตาย ร้อยละ 0.01 กลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคน สูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มอายุ 5 – 9 ปี (6,150.20 คน) รองลงมาเป็น อายุ 0 – 4 ปี (5,122.00 คน) และอายุ 10 – 14 ปี (4,203.20 คน) ตามลำดับ

“โรคไข้หวัดใหญ่” เป็นโรคติดเชื้อไวรัสระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน มีอาการรุนแรงกว่าไข้หวัดทั่วไป มักมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไอ และเจ็บคอ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ติดต่อทางการหายใจ โดยจะได้รับเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ในพื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน การแพร่เชื้อจะเกิดได้มาก นอกจากนี้การแพร่เชื้ออาจเกิด โดยการสัมผัสฝอยละอองน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย หรือจากมือที่สัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ แล้วใช้มือสัมผัสที่จมูกและปาก

ขณะที่ “ไข้หวัด” มักมีอาการไม่รุนแรง ไข้ไม่สูง มีน้ำมูก ไอเล็กน้อย และสามารถหายได้เอง อย่างไรก็ตาม หากมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยมาก หรืออาการไม่ดีขึ้นภายใน 2 – 3 วัน ควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง

ในการนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 และคณะแพทย์ทหาร จึงมีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จัดหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว โดยเฉพาะผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง หากป่วยด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน มีอาการรุนแรง และนำไปสู่การเสียชีวิตได้ เช่น ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้มีโรคประจำตัว ผู้เป็นโรคอ้วน หญิงตั้งครรภ์ ควรได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อลดความรุนแรงของโรคและการเสียชีวิต และควรดูแลสุขภาพ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องเข้าไปในที่ที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก ล้างมือด้วยน้ำสะอาด และสบู่ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ หรือหากมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ควรหยุดพักรักษาตัวอยู่บ้าน 3 – 7 วัน หรือจนกว่า จะหายเป็นปกติ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อ ทั้งนี้หากอาการไม่ดีขึ้น เช่น หอบเหนื่อย ซึมลง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ทั้งนี้สามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ

จึงขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพภาคที่ 3 โดย โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมที่จะให้การช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตทุกโอกาส


การเตรียมความพร้อม และการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ในห้วงฤดูหนาว

การเตรียมความพร้อม และการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ของศูนย์บรรเทาสาธารณ ภัย กองทัพภาคที่ 3 ในห้วงฤดูหนาว

ตามที่ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูหนาว มาตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นมา ทำให้บริเวณพื้นที่ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว และหนาวจัดในบางพื้นที่ โดยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือได้รับผลกระทบจากลักษณะอากาศดังกล่าว นั้น

ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อภัยหนาวที่จะเกิดขึ้นในห้วงฤดูหนาวนี้ พลโท วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ได้สั่งการให้ หน่วยขึ้นตรง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 ในทุกพื้นที่หน่วยทหาร เตรียมความพร้อมในการเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยหนาว ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ทันที โดยความร่วมมือของส่วนราชการ, ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาในการระดมศักยภาพ ทั้งทางด้านกำลังพล, ยุทโธปกรณ์ และชุดแพทย์เดินเท้าเคลื่อนที่ ในการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ประสบภัยพิบัติต่างๆ และต้องการความช่วยเหลือ ขอให้ท่านได้กรุณาแจ้งข่าวสารได้ที่ หน่วยทหารใกล้บ้าน หรือศูนย์บรรเทาสาธารณ ภัย กองทัพภาคที่ 3 หมายเลขโทรศัพท์ 055 – 242859, เฟซบุ๊ก : ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองทัพภาคที่ 3 และ เว็บไซต์ : กองทัพภาคที่ 3 (ทภ.3) http://army3.rta.mi.th/ เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่างๆ ในพื้นที่เป็นการเร่งด่วน และขอเรียนให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือทราบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจได้ว่า กองทัพบก โดย กองทัพภาคที่ 3/ศูนย์ปฏิบัติการ กองทัพภาคที่ 3 มีความพร้อมที่จะสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ทางทหารในการช่วยเหลือประชาชนยามวิกฤตทุกโอกาส


ขอเชิญชมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย

ขอเชิญชมพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทย

วันกองทัพไทย เป็นวันที่ระลึก ในพระมหาวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา แห่งกรุงหงสาวดี ตามการคำนวณจากเหตุการณ์ในประวัติ ศาสตร์ ที่ระบุว่า พระองค์กระทำยุทธหัตถี ในวันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง จ.ศ. 954 คำนวณได้ ตรงกับวันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2135 (บางตำราว่า ปี พ.ศ. 2136) คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ ตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอ (22 สิงหาคม 2549) ให้วันที่ 18 มกราคม ของทุกปี เป็น “วันยุทธหัตถี” “วันสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” และ “วันกองทัพไทย”

สำหรับ หน่วยทหารใน กองทัพภาคที่ 3 ได้มีการจัดพิธีเนื่องในวันกองทัพไทย และพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ซึ่งนับได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ข้าราชการทหารจะได้กระ ทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของสถาบันสูงสุด ได้แก่ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในพื้นที่ต่างๆ ดังนี้.-

  1. จังหวัดนครสวรรค์ ณ ค่ายจิรประวัติ
  2. จังหวัดลำปาง ณ ค่ายสุรศักดิ์มนตรี
  3. จังหวัดเชียงใหม่ ณ กองพลทหารราบที่ 7 และค่ายพิชิตปรีชากร
  4. จังหวัดพะเยา ณ ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช และค่ายขุนจอมธรรม
  5. จังหวัดอุตรดิตถ์ ณ ค่ายพระยาพิชัยดาบหัก
  6. จังหวัดเพชรบูรณ์ ณ ค่ายพ่อขุนผาเมือง
  7. จังหวัดเชียงราย ณ ค่ายเม็งรายมหาราช
  8. จังหวัดน่าน ณ ค่ายสุริยพงษ์
  9. จังหวัดพิษณุโลก ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ
  10. จังหวัดตาก ณ ค่ายวชิรปราการ
  11. จังหวัดแม่ฮ่องสอน ณ ค่ายโสณบัณฑิตย์

ในการนี้ กองทัพภาคที่ 3 ขอเชิญพี่น้องประชาชน ร่วมกิจกรรมฯ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหา กรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และร่วมเป็นเกียรติในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ในวันที่ 18 มกราคม 2569 ตามสถานที่ดังกล่าวต่อไป


กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

กมธ.การทหาร ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

วันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 14.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิ การการทหารและความมั่นคงของรัฐ นายสมบูรณ์ หนูนวล รองประธาน คนที่หนึ่ง ร้อยตำรวจเอก ฉลอง ทองนะ รองประธาน คนที่สอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธาน คนที่สาม อนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม และที่ปรึกษาอนุกรรมาธิการกิจการทหารด้านความมั่นคงแบบองค์รวม ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ณ ที่ว่าการอำเภอเบตง จังหวัดยะลา

ในการนี้ พล.ต. กรกฎ ภู่โชติ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า พ.อ. ศิษฏ์ภวิชญ์ รัตนากาญจน์วิวะนันท หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและข่าวกรอง กอ.รมน.จัง หวัดยะลา และนายกิตติภณ เปรมรัชชานนท์ ปลัดอาวุโส อำเภอเบตง พร้อมด้วยส่วนราชการฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ และฝ่ายพลเรือน ผู้แทนเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชาย แดนภาคใต้ นายอำเภอเบตง นายกเทศมนตรีเมืองเบตง และผู้นำชุมชนในพื้นที่ได้ให้การต้อนรับ พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ และคณะเดินทาง

จากนั้น ในเวลา 14.30 – 16.00 นาฬิกา พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการได้รับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวม ดังนี้

(1) ปัญหาความไม่สงบพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการใช้ความรุนแรงเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ตั้งแต่อดีต ซึ่งก็มีหลายกลุ่มที่มีบทบาทการต่อต้านหรือกระจายความเชื่อ ซึ่งจะมีมีการดำเนินงานตั้งแต่ระดับยุทธศาสตร์ ยุทธการ และยุทธวิธี โดยใช้กระบวนการบ่มเพาะ/กล่อมเกลาทางความคิดและนำอัตลักษณ์ เชื้อชาติ ศาสนา และมาตุภูมิ รวมทั้งประวัติศาสตร์มากล่าวอ้างเป็นเงื่อนไขให้เกิดความขัดแย้งของประชาชนในพื้นที่ด้วย อย่างไรก็ดี กอ.รมน.ภาค 4 สน. ดำเนินการตามกรอบกฎหมายเพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์และแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ควบคู่กับการบูรณาการทุกภาคส่วน ให้เข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งความมั่นคง การพัฒนา และงานอื่นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังปรากฏปัญหาด้านภัยแทรกซ้อนในพื้นที่ จชต. ที่ตรวจพบส่วนใหญ่ในพื้นที่ มีทั้งหมด 4 ด้านประกอบด้วย ปัญหาด้านยาเสพติด, ปัญหาด้านการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้, ปัญหาการนำพาแรงงานต่างด้าว และปัญหาด้านการลักลอบจำหน่ายสินค้าหลบเลี่ยงภาษี/ โดยกลุ่มขบวนการได้แสวงประโยชน์จากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต. โดยลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมาย ร่วมกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าหลบเลี่ยงภาษี ในแง่ของการแสวงประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากปัญหาภัยแทรกซ้อนยังเป็นปัญหาที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ด้วย

(2) ปัญหาในพื้นที่จังหวัดยะลา ยังคงมีความท้าทายจากปัจจัยด้านประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม รวมถึงความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ทำให้การก่อเหตุของกลุ่มผู้ไม่หวังดียังเกิดขึ้นเป็นระยะ ทั้งการลอบวางระเบิด ยิงโจมตี จุดตรวจ และการปะทะกับเจ้าหน้าที่ ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสภาพจิตใจของประชาชนในหลายพื้นที่ แม้บางอำเภอจะมีแนวโน้มความรุนแรงลดลง แต่สถานการณ์โดยรวมยังต้องอาศัยการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ประชุมเห็นควรดำเนินแนวทางแก้ไขปัญหาโดยการมุ่งเน้นการผสมผสานมาตรการความมั่นคงเข้ากับการสร้างสันติภาพอย่างยั่งยืน เพิ่มประสิทธิภาพการข่าว และลดการใช้กำลังเกินจำเป็นควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การศึกษา การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมบทบาทชุมชน ด้วยการประสานงานของหน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น ภาคประชาชน และภาคเอกชน เพื่อให้ทุกหน่วยงานทั้งงานความมั่นคงและงานพัฒนาของจังหวัดยะลาได้รับการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

(3) งานด้านการพัฒนาเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของอำเภอเบตง โดยให้ความสำคัญและมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและคุณภาพชีวิตของประชาชน รักษาความปลอดภัยเชิงรุก สร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับชุมชน และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอำเภอเบตงให้รองรับการเดินทาง การค้า และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเบตงที่เป็นจุดเชื่อมต่อชายแดนและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ นอกจากนี้ยังส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก เกษตรเพิ่มมูลค่า ผู้ประกอบการท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ พร้อมทั้งยกระดับการศึกษา สุขภาพ และการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเกิดความเข้มแข็งจากภายในและสร้างความมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระยะยาว

(4) การเฝ้าตรวจและการคัดกรองบุคคลที่ก่อคดีอาญาหรือคดีความมั่นคง หรือก่ออาชญา กรรมข้ามชาติ โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยดำเนินการ เช่น การใช้กล้อง CCTV การใช้โปรแกรมตรวจจับใบหน้าอัตโนมัติ ทั้งในพื้นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านศุลกากร และพื้นที่สาธารณะของอำเภอเบตง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการบังคับใช้กฎหมายของฝ่ายปฏิบัติการ

(5) คณะกรรมาธิการได้รับฟังและทราบปัญหาและข้อเสนอของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ในพื้นที่เบตงหรือพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อช่วยเหลือผรท.ที่มีความเดือดร้อนในเรื่องอาชีพ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต หรืออื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อให้ผู้มีความคิดต่างกลับเข้ามาทำงานเพื่อชาติที่เรียกว่ากลุ่มผู้เข้าร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) ตามเงื่อนไขสัญญาการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลตามแนวทางและกฎหมายกำหนดไว้

ประธานคณะกรรมาธิการได้ให้ข้อสังเกตการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและการพัฒนาในพื้นที่อำเภอเบตงซึ่งมีประชากรที่หลากหลายทั้งชาวไทยเชื้อสายจีนที่อพยพเข้ามาในพื้นที่อำเภอเบตงในอดีตและเป็นชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ประกอบประชาชนเดิมเชื้อสายมลายูมุสลิมและชาวไทยพุทธอีกจำนวนมากด้วย ตลอดจนอำเภอเบตงอยู่ติดกับประเทศมาเลเซียทำให้มีการเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ ซึ่งทางอำเภอเบตงมีควรมีแผนงานและการกำหนดแผนเชิงรุกในการป้องกันที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจแก่ประชาชน และผู้มาเยือน เพื่อให้พื้นที่อันมีความหลากหลายของสังคมและศิลปวัฒนธรรมเป็นพหุสังคมที่อยู่ร่วมกัน ด้วยความสามัคคี คือ เบตงนี้ เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงต่อการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจเน้นความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะพื้นที่สู่การรสร้างงาน สร้างรายได้และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวเบตงและจังหวัดชานแดนภาคใต้ต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะได้นำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความไม่สงบและงานความมั่นคงแบบองค์รวมของฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ และผู้นำชุมชน รวมถึงประชาชนในพื้นที่มาประกอบการพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ภายใต้กรอบของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อประโยชน์สุขของสังคมโดยรวมต่อไป


พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี2569

พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี2569

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 เวลา 08.00 – 10.00 นาฬิกา พลเอกสวัสดิ์ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภาร่วมกิจกรรมฉลองวันเด็กแห่งชาติซึ่งจัดโดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ประจำปี พ.ศ. 2569 ณ อาคารรัฐสภา

โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา และผู้บริหารสำนักงาน เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งภายในงานมีการแจกของต่างๆโดยคณะกรรมาธิการการทหารได้ร่วมบริจาคและสนับสนุนกิจกรรมให้กับเด็กเด็กในวันดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ กิจกรรมวันเด็กถือว่ามีความสำคัญคณะกรรมาธิการการทหาร ฯ ได้ตระหนักและเห็นคุณค่าของเยาวชนไทยซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมกันรักษาความมั่นคงของประเทศและพัฒนาประเทศสำหรับพวกเขา และทุกๆคน ในอนาคตสืบไป


กมธ.การทหาร เข้าพบหารือกระชับความสัมพันธ์เอกอัครราชทูตสาธารรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ประจำประเทศไทย

กมธ.การทหาร เข้าพบหารือกระชับความสัมพันธ์เอกอัครราชทูตสาธารรัฐประชา ธิปไตยประชาชนจีน ประจำประเทศไทย

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 09.00 – 12.00 นาฬิกา ณ ห้องประชุมสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ นำโดย พลเอก สวัสดิ์ ทัศนา ประธานคณะกรรมาธิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม, นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล เลขานุการและโฆษกคณะกรรมาธิการ, นายธณัชพงศ์ วงศ์มุลาลี รองเลขานุการและรองโฆษกคณะกรรมาธิการ, นางสาวนวลนิจ หงษ์วิวัฒน์ กรรมาธิการ พร้อมด้วยอนุกรรมาธิการ และที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร ได้ร่วมประชุมหารือข้อราชการกับ นายจาง เจี้ยนเว่ย (H.E. Mr. Zhang Jianwei) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และพลตรี จาง หลินหง (Maj. Zhang LinHong) ผู้ช่วยทูตทหารสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย พร้อมด้วยคณะผู้ร่วมหารือของฝ่ายสาธารณรัฐประชาชนจีน

สรุปประเด็นสำคัญในการหารือข้อราชการ ดังนี้

  1. การกระชับความร่วมมือทางการทหาร โดยเฉพาะการเห็นพ้องร่วมกันเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการบรรเทาสาธารณภัยโดยหน่วยทหาร ซึ่งท่านผู้ช่วยทูตทหารสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เคยเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัยของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา
  2. กลไกในการทำงานร่วมกันระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพจีนในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการบรรเทาสาธารณภัย เช่น การฝึกร่วม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาขีดความสามารถร่วมกัน
  3. ปัญหาความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนจากกรณีปัญหาความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา รวมทั้งแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันเพื่อดำเนินงานตามฉันทามติที่สำคัญระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศ รวมทั้งผลักดันการสร้างประชาคมร่วมอนาคตระหว่างไทย – จีน ให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์อันดีที่ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนได้สั่งสมมาอย่างยาวนานนับครึ่งศตวรรษ และให้คุณค่าอย่างสูงต่อผลสำเร็จของความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องในทุกด้าน รวมทั้งภายใต้กรอบฉันทามติสำคัญของผู้นำทั้งสองประเทศ การหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวันนี้จะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน และวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือที่มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้นในระยะต่อไป

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหารจะได้นำผลการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวันนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจของคณะกรรมาธิการ และของวุฒิสภา ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ รวมทั้งวิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอแนะ เสนอต่อรัฐบาลในฐานะฝ่ายบริหารอย่างเข้มข้นและมีประสิทธิภาพต่อไป


Phyathai 3 Happy Children’s Day 2026

Phyathai 3 Happy Children’s Day 2026 เนรมิตพื้นที่ Playground มอบความสนุก พร้อมเสริมพัฒนาการ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ภายใต้แนวคิด “ เด็กเลือกพญา ไท พ่อ แม่ แฮปปี้ ”

โรงพยาบาลพญาไท 3 จัดกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม 2569 ณ ลาน OPD ชั้น 1 และศูนย์สุขภาพเด็ก ชั้น 4 โดยเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นสนามเด็กเล่น (Play Ground) ผ่านกิจกรรม Kids Fun Challenge เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ และการเรียนรู้ของเด็กๆอย่างรอบด้าน ภายในงานออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามช่วงวัยเปิดโอกาสให้เด็กๆได้เรียนรู้ผ่านการเล่นเสริมทักษะและความคิดสร้าง สรรค์ อาทิ ลานรถขาไถ, ลานสไลด์เดอร์และเข้าร่วมฐานกิจกรรมเล่นเกมสะสมแต้มตามล่าของรางวัลกันอย่างสนุกสนาน เช่น ฐานจับคู่ภาพให้ถูกต้อง, ฐานปาถุงถั่วสร้างทักษะความแม่นยำ, ฐานตักไข่ตามจำนวนตัวเลข และฐานระบายสีตามภาพ เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงโชว์มายากลสุดพิเศษ โบโซ่ตัวตลกมาแจกลูกโป่ง ซึ่งได้รับความสนใจจากเด็กๆเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพสำหรับเด็ก ได้แก่ การสอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้น(CPR) และสอนการแปรงฟันอย่างถูกวิธี จากทีมพยาบาลวิชาชีพ เพื่อให้ได้เรียนรู้ควบคู่ไปกับความสนุก เด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมต่างมีความสุขและรอยยิ้มพร้อมรับขนมและของรางวัลมากมายจากผู้ร่วมสนับสนุนซึ่งสร้างความประทับใจให้กับทั้งเด็กและผู้ปกครองเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ โรงพยาบาลพญาไท 3 ยังได้ส่งต่อความสุขไปยัง Phyathai 3 Social Club ที่ตลาดฟู้ดวิลล่า ราชพฤกษ์ ด้วยการแจกขนมและของขวัญให้กับเด็กๆ ซึ่งได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นกัน

โรงพยาบาลพญาไท 3 ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเด็กแบบองค์รวม กิจกรรมวันเด็กในครั้งนี้ไม่เพียงมอบความสนุกแต่ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการ การเรียนรู้ และสร้างความสุขให้กับเด็กๆและครอบครัว เพื่อเติบโตอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพในอนาคต

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Phyathai Call Center โทร 1772

Phyathai3Hospital #โรงพยาบาลพญาไท3 #ศูนย์สุขภาพเด็ก #เด็กเลือกพญาไทพ่อแม่แฮปปี้