ดร.เอ้ เปิดปราศรัยใหญ่เซฟวัน ลั่นอีสานต้องรวยได้แล้ว ชูเร่งรถไฟเร็วสูงปลอดภัย–ต้านซื้อเสียง

ดร.เอ้ เปิดปราศรัยใหญ่เซฟวัน ลั่นอีสานต้องรวยได้แล้ว ชูเร่งรถไฟเร็วสูงปลอดภัย–ต้านซื้อเสียง

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 เวลา 20.00 น. ที่ ตลาดเซฟวัน จังหวัดนครราชสีมา ศ.คร. สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีประชาชนและผู้สนับสนุนเดินทางมารับฟังจำนวนมาก ก่อนที่คณะผู้บริหารและผู้สมัครจะลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนเพื่อขอคะแนนเสียงหลังจบเวที

ศ.คร.สุชัชวีร์ กล่าวถึงการลงพื้นที่หาเสียงว่า ตั้งใจทำงานอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่า ภาคอีสาน “ต้องรวยได้แล้ว” และถึงเวลาที่ประชาชนต้องเลิกทนอยู่กับความยากจน พร้อมประกาศขออาสาเป็นนายกรัฐมนตรีของคนอีสานและคนไทย เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่ต้องเดินหน้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

หัวหน้าพรรคยังย้ำว่า หากปล่อยให้โครงการล่าช้าหรือเกิดปัญหาซ้ำ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ของภาคอีสานในอนาคต พร้อมระบุว่าจะลงมาเร่งรัดเรื่องรถไฟความเร็วสูงด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเห็นภาพอุบัติเหตุจากงานก่อสร้างเกิดขึ้นบ่อยครั้งอีก พร้อมยืนยันว่าต้องคืนศักดิ์ศรีให้คนไทย สร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยและภาคอีสานเป็นพื้นที่ปลอดภัยต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ ศ.คร.สุชัชวีร์ ยังกล่าวถึงปัญหา การซื้อสิทธิ์ขายเสียง ว่าเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง พร้อมขอร้องประชาชนด้วยความเคารพว่า หากรับเงินแล้วไปเลือกผู้สมัคร ถือเป็นการทุจริตคอร์รัปชันต่อลูกหลานของตนเอง เพราะผู้ที่จ่ายเงินย่อมต้องหาทางคอร์รัปชันเอาคืน ทำให้โครงการไม่มีคุณภาพ สร้างไม่เสร็จ และทำให้อีสานยังยากจน พร้อมชี้ว่า “การซื้อเสียงคือภัยร้ายแรงต่ออนาคตประเทศ และเป็นการทำร้ายลูกหลานผ่านปากกาในวันเลือกตั้ง”

สำหรับเป้าหมายจำนวนที่นั่งในภาคอีสาน หัวหน้าพรรคระบุว่า พรรคตั้งใจและมั่นใจทุกเขตที่ส่งผู้สมัคร เพราะทีมผู้สมัครผ่านการคัดเลือกอย่างรอบคอบ หากประชาชนเลือก ส.ส.ของพรรค จะได้ทีมทำงานมืออาชีพ พร้อมบุคลากรระดับโลกมาร่วมขับเคลื่อนนโยบาย ทั้งการเร่งรถไฟความเร็วสูง การลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ และการแก้ปัญหา น้ำท่วม–น้ำแล้ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชาวอีสานให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะที่ ทนายนา “วาสนา สระทองหลาง” ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จังหวัดนครราชสีมา พรรคไทยก้าวใหม่ เปิดเผยว่า บรรยากาศการลงพื้นที่วันนี้อบอุ่นและมีกำลังใจอย่างมาก หลังทีมผู้บริหาร หัวหน้าพรรค ประธานพรรค และสมาชิกพรรคหลายคนเดินทางมาร่วมกิจกรรม โดยยอมรับว่าตนเป็นผู้สมัครหญิงเพียงคนเดียวในพื้นที่โคราช จึงมีความกดดันเล็กน้อย แต่ได้รับแรงสนับสนุนเต็มที่ พร้อมยืนยันว่า พรรคไทยก้าวใหม่ยึดหลักหาเสียงด้วยคะแนนบริสุทธิ์ ไม่มีการซื้อเสียง

ทนายนากล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ลงพื้นที่พบปะประชาชนต่อเนื่องทั้งเช้าและเย็น แต่ไม่รู้สึกเหนื่อย พร้อมสู้จนถึงที่สุด และหลังจากแกนนำพรรคลงพื้นที่ร่วมปราศรัยยิ่งทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ยืนยันไม่หวั่นไหวต่อกระแสการใช้เงินในการเลือกตั้ง เพราะเชื่อว่าประชา ชนตัดสินใจจากผลงานมากกว่าเงิน พร้อมฝากถึงประชาชนก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ขอให้เลือกคนดีและคนทำงานได้จริง พร้อมขอแรงสนับสนุนเลือก เบอร์ 6 เขต 1 “ทนายนา วาสนา สระทองหลาง” และเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ หมายเลข 49 เพื่อร่วมกันพัฒนาโคราชและภาคอีสานอย่างสร้างสรรค์ต่อไป


ภาพ นายประสิทธิ์ วนะชกิจ/ข่าว กันตินันท์ เรืองประโคน จ.นครราชสีมา

อำเภอโพนสวรรค์ ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

นครพนม – อำเภอโพนสวรรค์ปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

วันที่ 16 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของนายณัฐวุฒิ ชัยสิทธิ์ นายอำเภอโพนสวรรค์ (ผอ.ศป.ปส.อ.โพนสวรรค์)มอบหมายให้ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.โพนสวรรค์ 7 (ชุดปฏิบัติการพิเศษโพนสวรรค์) ดำเนินการปฏิบัติการ “รวมพลัง รักศรัทธา แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ Quick Big Win”

โดยลงพื้นที่ ต.โพนจาน ตามที่สายข่าวรายงาน ดังนี้ ชายไทย อายุ 50 ปี (จำหน่าย)เป็นราษฏร ม.3 ต.โพนจาน อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม พบของกลาง “ยาบ้า” จำนวน 13 เม็ด +(เศษยาบ้าน้ำหนักรวมถุง 1.3 กรัม) โดยแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ พร้อมบันทึกจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพนสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


เทพข่าวร้อน เพลิงพระกาฬ สำนักข่าวความมั่นคง จังหวัดนครพนม รายงาน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดงาน “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เพื่อส่งเสริมผ้าไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ที่จังหวัดลำพูน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  เปิดงาน “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เพื่อส่งเสริมผ้าไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน ที่จังหวัดลำพูน
  

วันที่ 16 มกราคม 2569  นางสาวศศิธร กิตติธรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย   ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” ระหว่างวันที่ 16 – 18 มกราคม 2569 ณ ตลาดกลาง องค์การตลาดกระทรวงมหาด ไทยสาขาลำพูน (กาดป่าเห็ว) จังหวัดลำพูน  โดยมี นายปิยพงศ์ ชูวงศ์  ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน  นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน พร้อม คณะฯ ผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน  นายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน  นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด   ร่วมพิธีเปิด โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ  นายอำเภอ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการผ้าไทย และประชาชนผู้สนใจที่เข้าร่วมงานออกบูธ ผลิตภัณฑ์ผ้าไทย สินค้าหัตกรรม และงานHandmade เป็นจำนวนมาก
        

นายบูรณิศ ยุกตะนันทน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาด  กล่าวว่า  องค์การตลาด ร่วมกับ สำนัก งานพัฒนาชุมชนจังหวัดลำพูนจัดโครงการ “ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผ้าไทยภาคเหนือ ให้เป็นที่รู้จักสามารถส่งออกไปจำหน่ายในตลาดสากล พร้อมยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน
     

ทั้งนี้โครงการ “ต่อยอด ภูมิปัญญา พัฒนาผ้าไทยภาคเหนือสู่สากล” เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการต่อยอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาผ้าไทยภาคเหนือ ผ่านกิจกรรมการจัดแสดงและจัดจำหน่ายผ้าไทย การพัฒนาการออกแบบให้ผ้าไทยมีความร่วมสมัย การสร้างเครือข่ายด้านการตลาด ตลอดจนเพิ่มโอกาสทางการค้า การจัดกิจกรรมภายใต้โครงการนี้ นับเป็นความร่วมมือสำคัญของหน่วยงานภาครัฐ ในการอนุรักษ์ สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นภาคเหนือ ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนผ้าไทย ให้ก้าวสู่ตลาดสากล เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างสร้าง สรรค์ และยั่งยืนสืบไป..


นที มีเดช รายงาน

ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดน ไทย -เมียนมา ด้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และมอบผ้าห่มต้านภัยหนาว ให้ประชาชนตามแนวชายแดน

ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ติดตามสถานการณ์พื้นที่ชายแดน ไทย -เมียนมา ด้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และมอบผ้าห่มต้านภัยหนาว ให้ประชาชนตามแนวชายแดน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม 2569 ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู, ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ตามแนวชายแดน ไทย- เมียนมา บริเวณ ช่องทางท่าข้ามธรรมชาติ บ.แม่ออกผารู บ.ห้วยปางยาง ด้าน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก และตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 344 โดยมุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์ การขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาความมั่นคงตามแนวชายแดนในพื้นที่ อาทิเช่น ปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ การย้ายถิ่นฐานของสแกมเมอร์ ปัญหาการลักลอบนำสิ่งกฏหมายข้ามแดน และปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล

ต่อมา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร และคณะ ได้เดินทางไปมอบผ้าห่มต้านภัยหนาวให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกลตามแนวชายแดน บ.แม่ออกผารู อ.ท่าสองยาง จ.ตาก โดยได้บูรณาการร่วมกับ ชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนที่ 304 ผู้นำชุมชน ประชาชนจิตอาสา และ อาสาสมัครกิจการพลเรือน มอบผ้าห่มให้แก่ผู้สูงอายุ และกลุ่มผู้เปราะบางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น


นที มีเดช รายงาน

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ที่ จังหวัดเชียงใหม่

เย็นวันนี้ (15 ม.ค. 69) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ หม่อมเจ้าฑิฆัมพร ยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน พระราชทานศพ พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ณ บ้านเลขที่ 88/8 หมู่ที่ 4 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถึงชีพิตักษัย เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สิริพระชันษา 78 ปี โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยผู้แทนส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จฯ

พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ประสูติเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2490 เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กับ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นพระนัดดาในสม เด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาชั้นประถมศึกษาที่วชิราวุธวิทยาลัย ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ทรงศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียน Kemper Military School รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา และทรงสำเร็จปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจาก Western Pacific University ซึ่งปัจจุบัน คือ California Miramar University และหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการกีฬาจากสถาบันเดียวกัน

หลังทรงสำเร็จการศึกษา เสด็จกลับมาทรงรับราชการทหารในตำแหน่งยศร้อยตรี ณ ศูนย์สงครามพิเศษ หน่วยกองรบที่ 1 ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี


นที มีเดช รายงาน

เมืองพัทยา ซ้อมใหญ่เพลิงไหม้ Walking Street จำลองเหตุจริง ช่วยผู้ติดค้าง 6 ราย ยกระดับเสริมความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

เมืองพัทยา ซ้อมใหญ่เพลิงไหม้ Walking Street จำลองเหตุจริง ช่วยผู้ติดค้าง 6 ราย ยกระดับเสริมความปลอดภัยนักท่องเที่ยว

เมืองพัทยา โดยนายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย นายสุขราช กาลรา ประธานชุมชนวอล์กิ้งสตรีท สมาชิกสภาเมืองพัทยา สมาชิกอบจ.ชลบุรี เจ้าที่ตำรวจสภ.เมืองพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ ทีมแพทย์-พยาบาลโรงพบาลเมืองพัทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมจัดการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุเพลิงไหม้ในรูปแบบ สถานการณ์เสมือนจริง ในถนนคนเดิน Walking Street เพื่อทดสอบความพร้อมของแผนปฏิบัติการ การสั่งการ และการประสานงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญระดับนานาชาติ

การฝึกซ้อมครั้งนี้ได้จำลองสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้สถานประกอบการแห่งหนึ่งภายในพื้น ที่ถนนคนเดินWalking Street โดยมีผู้ติดค้างอยู่ภายในอาคารจำนวน 6 ราย ไม่สามารถหลบหนีออกทางด้านหน้าอาคารได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับแผนการช่วยเหลือด้วยการเข้าช่วยเหลือจากทางฝั่งทะเล ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางทะเล เมืองพัทยา ได้ระดมกำลังพร้อมอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างใกล้ชิดกับสถานการณ์จริง ขณะเดียวกัน รถดับเพลิงได้เข้าประจำการหลายคัน เพื่อฉีดน้ำควบคุมเพลิงในระดับอัคคีภัยตัวอาคาร ตามขั้นตอนการปฏิบัติของแผนเผชิญเหตุ

ซึ่งการฝึกซ้อมสถานการณ์สเมือนจริง ตั้งแต่ขั้นตอนการแจ้งเหตุ การอพยพประชาชนและนักท่องเที่ยว การควบคุมพื้นที่ การเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ รวมถึงการสนับสนุนด้านการแพทย์และความปลอดภัย โดยเริ่มการฝึกตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนประกาศปิดสถานการณ์ตามแผน
ภายหลังการฝึกซ้อม ได้มีการสรุปผลและประเมินการปฏิบัติงานในทุกขั้นตอน เพื่อนำข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจริงในอนาคต

นายกฤษณะ บุญสวัสดิ์ รองนายกเมืองพัทยา กล่าวว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ


ข้อมูลข่าวสารจาก สำนักงานประชาสัมพันธ์ เมืองพัทยา

ภาพ/ข่าว
นายโยธิน พรมแตง
หัวหน้าศูนย์ข่าว ภาคตะวันออก รายงาน

“อนุทิน” ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 ประจวบฯ “สังคม แดงโชติ” อดีต สส. หาเสียงบริเวณถนนคนเดินชายทะเล เจอพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปอย่างอบอุ่น

“อนุทิน” ช่วยผู้สมัคร สส.เขต 1 ประจวบฯ “สังคม แดงโชติ” อดีต สส. หาเสียงบริเวณถนนคนเดินชายทะเล เจอพ่อค้าแม่ค้า นักท่องเที่ยวขอถ่ายรูปอย่างอบอุ่น

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 17 ม.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาด ไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายนภินทร ศรีสรรพางค์ อดีต รมช. พาณิชย์ และ นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ (น้องสาวนายชาดา ไทยเศรษฐ์) 2 แกนนำพรรค ร่วมลงพื้นที่บริเวณถนนคนเดินชายทะเลหน้าอ่าวประจวบฯ ในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร สส. จังหวัดประจวบฯ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย นายสังคม (ลูกหิน) แดงโชติ อดีต สส.ประจวบฯในเขตนี้ ภายหลังเดินทางกลับจากไปช่วยผู้สมัคร สส. จ.ชุมพร หาเสียงตั้งแต่ช่วงเช้า และเดินทางด้วยรถยนต์ต่อมายังถนนคนเดินประจวบฯ ท่ามกลางบรรยากาศกองเชียร์ที่มาต้อนรับอย่างอบอุ่น

โดยมีผู้สมัคร สส.ประจวบฯพรรคภูมิใจไทย ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย

  1. นายสังคม แดงโชติ ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 3
  2. นายอำนวย (ผู้ใหญ่เปี๊ยก) สุดกระแสร์ ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 4 และ
  3. นายพงษ์พันธ์ (เดียร์) เผ่าประทาน อดีตนายกเทศมนตรีตำบลทับสะแก ลูกเขยนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 7

นายสวาป (กำนันสวาป) เผ่าประทาน อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย / ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 36 บิดานายพงษ์พันธ์ และ นายสมหมาย แดงโชติ ส.อบจ.ประจวบฯ บิดานายสังคม พร้อมชาวบ้านและกองเชียร์มารอให้การต้อนรับ

นอกจากนี้ ยังมีพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว พ่อค้าแม่ค้า ตลอดจนชาวต่างชาติ กลุ่มวัยรุ่น และเด็กๆที่มาเดินตลาดกับผู้ปกครอง เมื่อทราบว่าเป็นนายกฯอนุทิน มาเดินตลาดและแวะทักทายอย่างเป็นกันเอง ต่างก็ส่งเสียงเชียร์พร้อมเข้ามาสวมกอดและขอถ่ายรูป ขอเซลฟี่พร้อมกับมอบดอกไม้ให้กับ นายกฯอนุทิน ซึ่งนายอนุทิน ก็ฝากให้เลือกเบอร์ 37 และ ฝากเบอร์ผู้สมัคร สส.ประจวบฯทั้ง 3 เบอร์ด้วย

ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินแวะทักทายพ่อค้าแม่ค้า โดยบรรดาพ่อค้าแม่ค้าได้ชื่นชมโครงการคนละครึ่งพลัสของนายอนุทิน และขอให้นายอนุทินนำโครงการคนละครึ่งนี้กลับมาอีก ซึ่งนายอนุทินก็รับปาก แต่ขอให้เลือกภูมิใจไทยกลับมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลอีก จากนั้น นายอนุทินได้ช่วยอุดหนุนซื้ออาหารสดแบบทานเล่นประเภทแนวปิ้ง-ย่าง ทั้งข้าวโพดย่าง ลูกชิ้นปิ้ง จับไม้(จับหลัก) ขนมไข่นกกระทา มาเดินทานเล่นแบบชิลๆมากกว่า 10 ร้าน จนเมื่อเดินมาจนสุดท้ายตลาดหน้าสะพานสราญวิถี ซึ่งยังมีร้านค้าอีกหลายร้าน ผู้สื่อข่าวจึงแซวไปว่า ยังทานไหวอีกมั้ย ซึ่ง นายอนุทิน ตอบกลับมาว่า ยัดใส่ท้องไม่ไหวแล้ว

ทั้งนี้ ที่ท้ายตลาดถนนคนเดินชายทะเล ได้มีกลุ่มประชาชนจิตอาสาที่มาร้องเพลงหาเงินช่วยสนับสนุนกองทุนอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน เมื่อเห็นนายอนุทินเดินมาทักทาย จึงร้องเพลงปลุกใจเป็นกำลังใจให้นายกฯอนุทิน เช่น เพลงเราสู้ จึงทำให้นายอนุทิน ต้องสวมบทคอนดักเตอร์นำวงดนตรี และร่วมขับร้องเพลงปลุกใจดังกล่าว

นาย อนุทิน กล่าวว่า ที่เดินทางลงมาวันนี้ทั้งพื้นที่ จ.ประจวบฯและ จ.ชุมพร รู้สึกดีใจมากที่ได้รับการตอบรับจากพี่น้องอย่างอบอุ่นมาก อย่างที่นึกไม่ถึง เกินคาด มากๆ ก็ถือโอกาสนี้กราบขอบพระคุณพี่น้องประชาชนชาว จ.ประจวบฯ ด้วยความซาบซึ้งจริงๆ ซึ่งตนเองมั่นใจว่าจะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง จากนั้น นายอนุทิน ได้ขึ้นรถตู้เดินทางกลับ กทม.ทันที


ข่าว. ณัฐธภพ พันสาย. จ.ปะจวบคีรีขันธ์. 0649646443

ผู้ว่าฯ นครปฐม นำคณะร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม นำคณะผู้บริหาร สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด นักเรียนทุนพระราชทาน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน ทั้ง 7 อำเภอ ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 17 มกราคม 2569 นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมด้วย รองนายกและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นำนักเรียนทุนมูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.), ทุนมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ตลอดจนนักศึกษาจากวิทยาลัยสารพัดช่าง วิทยาลัยเทคโนโลยีพัฒนาบริหาร ธุรกิจ วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ประชาชนจากทั้ง 7 อำเภอ กว่า 750 คน ร่วมชมพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร ภายหลังจากการเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สำหรับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่รวบ รวมเรื่องราวอันทรงคุณค่าของผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมพื้นถิ่น ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันหลวง ที่ทรงอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ภายในพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ มีการจัดแสดงผ้าไทยจากหลากหลายภูมิภาค เครื่องแต่งกายที่สมเด็จพระ นางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงสวมใส่ในโอกาสต่างๆ รวมถึงนิทรรศการเชิงสร้างสรรค์ที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้กระบวนการทอผ้าและศิลปะการออกแบบในรูปแบบร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น เวิร์กช็อปการย้อมผ้าธรรมชาติ การสาธิตการทอผ้า และมุมจำหน่ายของที่ระลึกจากโครงการในพระราชดำริ ที่ผสมผสานความงดงามของผ้าไทยเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย โดยเปิดโอกาสให้ประชาชน นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้เข้ามาสัมผัสความงดงามของผลงานและเรื่องราวเบื้องหลังผืนผ้าไทยด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย


สมคิด พรมมี ผู้สื่อข่าว นครปฐม

อุทยานฯ ทองผาภูมิ บูรณาการหน่วยความมั่นคง 4 ฝ่าย ปฏิบัติการพิเศษปิดล้อมแนวชายแดนไทย-เมียนมา สกัดขบวนการลักลอบขุดทองคำ

อุทยานฯ ทองผาภูมิ บูรณาการหน่วยความมั่นคง 4 ฝ่าย ปฏิบัติการพิเศษปิดล้อมแนวชายแดนไทย-เมียนมา สกัดขบวนการลักลอบขุดทองคำ

เมื่อวันที่ (16 ม.ค.69 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง 4 ฝ่าย ปฏิบัติการลาดตระเวนพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ในเขตป่าปิล๊อกคี่ ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี หลังพบหลักฐานการบุกรุกป่าขุดแร่ทองคำอย่างหนัก พร้อมส่งกำลังทางอากาศเฮลิคอปเตอร์ 4 เที่ยวบิน เข้าตรวจสอบพื้นที่ลึก เร่งปิดล้อมขบวนการทำลายทรัพยากรชาติ

นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทอง ผาภูมิ เปิดเผยว่า วันนี้ได้บูรณาการความร่วมมือจาก 4 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ นำโดย พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า, เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนร้อย ตชด.135 นำทีมโดย พ.ต.ท.สมศักดิ์ นวลศรี รองผู้กำกับการหน่วยร้อย ตชด.135, เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอปิล๊อก และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ ร่วมกันปล่อยแถวกำลังพลลาดตระเวนและหาข่าวพิสูจน์ทราบในพื้นที่ป่าปิล๊อกคี่ ซึ่งเป็นแนวชายแดนที่มีรายงานการลัก ลอบบุกรุกขุดดินร่อนแร่ทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทอง ผาภูมิ ทำหน้าที่เป็นประธานในการปฏิบัติการครั้งนี้

ภารกิจครั้งนี้มีการใช้ยุทธวิธีพิเศษด้วยการส่งกำลังทางอากาศ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์จากกองพลทหารราบที่ 9 (เครื่อง ฮท.145) ปฏิบัติการบิน 4 เที่ยว นำกำลังพลและเสบียงจากเขื่อนวชิราลงกรณเข้าสู่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ป่าหมาก ก่อนเคลื่อนกำลังเข้าตรวจพื้นที่เป้าหมายลึกในแนวชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความยากลำบากในการเข้าถึง

นายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ได้เข้าตรวจสอบแปลงคดีที่พบร่องรอยการขุดดินร่อนแร่ทองคำอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสียหายและวางแผนบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ นายอำเภอทองผาภูมิ ยังได้มอบเสบียงอาหารแห้งให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดสกัดป่าหมาก–ยาพู ที่ปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวังในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติงานในสภาพพื้นที่ที่ทุรกันดารและห่างไกลความเจริญ

การปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สองประการหลัก คือ การป้องกันการรุกล้ำอธิปไตยและป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายต่างๆ ตามแนวชายแดน และการลาดตระเวนตรวจปราบปรามขบวนการลักลอบบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ โดยเฉพาะการขุดดินร่อนแร่ทองคำที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศและความมั่นคงของชาติ

นายยุทธพงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบูรณาการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้ง 4 ฝ่ายในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ โดยหน่วยงานทุกฝ่ายจะร่วมกันเฝ้าระวังและปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกทำลายป่าและขุดทองคำอีกต่อไป


/////#กัมพล ทันเวลา // ทีมข่าวภาคตะวันตก

ตำรวจทางหลวงศรีประจันต์ จับฟอร์จูนเนอร์ขนแรงงานต่างด้าว

สุพรรณบุรี – ตำรวจทางหลวงศรีประจันต์จับฟอร์จูนเนอร์ขนแรงงานต่างด้าว

เมื่อเวลา 06.20 น.วันที่ 15 ม.ค.2569 พ.ต.ต.กฤษฎา พ่วงปาน สารวัตรสถานีตำรวจทาง หลวง6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.) ด.ต. สุทัศน์ ทองไทย หัวหน้าหน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวง ศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับรายงานว่าจะมีขบวนการขนแรงงานต่างด้าวจากภาคเหนือ ผ่านเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี จึงได้นำกำลังออกตรวจสอบไปตามถนนสาย 340 ชัยนาท-สุพรรณ บุรี ขาเข้าตัวเมืองสุพรรณบุรี ถึงบริเวณหลัก กม.ที่ 82+500 ตำบลศรีประจันต์ อำเภอศรี ประจันต์ ทั่งพบรถยนต์ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีเทา ทะเบียน กฉ 2423 นครปฐม ลักษณะต้องสงสัย เหมือนรถบรรทุกหนักตรงกับที่ได้รับรายงานมาว่าจะมีรถขนแรงงานต่างด้าวผ่านมา
เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น พบภายในรถมีแรงงานต่างด้าว 13 คน รวมคนขับ เป็นชาย 9 คนและหญิง 4 คน ตรวจสอบเบื้องต้นมีหนังสือรับรองรายการทะเบียนประวัติของต่างด้าว ที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ 3 คน เป็นหญิง 2 คน ชาย 1 คน นอกนั้นมีเอกสารที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบไม่มีเอกสารใดๆเป็นหญิง 1 คน

สอบสวนคนขับทราบชื่อ MR.SAW YE HTET LWIN อายุ 31 ปี เป็นชาวเมียนให้การว่าทำงานโรงงานพลาสติกที่จังหวัดนครปฐม ได้รับการติดต่อชาวเมียนมาร์ ให้ไปรับแรงงานต่างด้าวซึ่งรออยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงเอารถยนต์คันดังกล่าวซึ่งเป็นของนายจ้างมารับจ้างขนแรงงานต่างด้าว จะนำไปส่งที่จังหวัดปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรสาคร และสมุท รปราการ ได้ค่าหัวนำพาคนละ 500-900 บาท แล้วแต่ระยะปลายทาง โดยมีเพื่อนทำงานที่จังหวัดนครปฐม นั่งมาด้วย ตนทำมาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่เพิ่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้เป็นครั้งแรก

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงศรีประจันต์ ได้ประสาน พ.อ.ณัฐติพงษ์ ตะโกใหญ่ รอง ผอ.รมน.จังหวัดสุพรรณบุรี พ.ต.ท.ธนพล จันทร สว.ตม.จว.สุพรรณบุรี ร.ต.อ.นิธิพัฒน์ ศิริอนันต์ ร.ต.อ.สุรพล ชูช่าง ร.ต.ต.รวิญช์ สืบใหม่ รอง สว (สส) ตม.จว.สุพรรณบุรี จัดหางานจังหวัดสุพรรณบุรี และกำลังชุดสืบจังหวัดสุพรรณบุรี เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาคนขับ ในข้อหา 1 “ช่วยเหลือซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคลต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทย โดยผิดกฎหมาย” 2 เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ตามาตรา 8 ส่วนแรงงานต่างด้าวทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด เพื่อจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี