หดหู่ซ้ำสอง ! พ่อแท้ๆ ขืนใจลูกสาวข้ามปี ย่ารู้เรื่องแทนที่จะปกป้อง กลับไล่ตะเพิดหลานพ้นบ้าน ฉุนทำลูกชายติดคุก

มุกดาหาร – หดหู่ซ้ำสอง พ่อแท้ๆ ขืนใจลูกสาวข้ามปี ย่ารู้เรื่องแทนที่จะปกป้อง กลับไล่ตะเพิดหลานพ้นบ้าน ฉุนทำลูกชายติดคุก

เมื่อวันที่ 11 มิย.69 เกิดเหตุสลดใจซ้ำซ้อนในสังคมไทย เมื่อสองพี่น้องสู้ชีวิตโร่ร้องเพจดังให้ช่วยเหลือ หลังถูกพ่อแท้ๆ ทาสยาบ้าย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ แต่พอตำรวจลากคอพ่อเข้าคุก กลับถูก “คุณย่า” ด่าทอทั้งวันทั้งคืน ก่อนไล่ออกจากบ้านอย่างไร้ความปรานี โทษฐานทำลูกชายสุดที่รักต้องสิ้นอิสรภาพ จนทั้งคู่ต้องหอบเสื้อผ้าหนีตายมาเช่าห้องพักอาศัยนอกบ้าน

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายทรงสิทธิ์ สาระกิจ เจ้าของเพจเฟบุก “ทรงสิทธิ์ (ลุงเตชิน) สาระกิจ” ได้รับเรื่องร้องทุกข์อันน่าหดหู่ใจจาก “น้องเอ” (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี และ “น้องบี” (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี สองพี่น้องชาว ต.โพนทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร ที่พากันหนีตายมาขอความช่วยเหลือให้อพยพออกจากบ้านและพาเข้าแจ้งความ

วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายสาคร (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ผู้เป็นพ่อ ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาบ้าเป็นประจำเกิดอารมณ์ใคร่ พยายามจะบุกเข้าข่มขืนน้องบี (ลูกสาวคนเล็กวัย 17 ปี) แต่โชคดีที่เหยื่อขัดขืนและรอดมาได้ ทว่าเมื่อเรื่องราวถูกเปิดเผย ความจริงอันแสนเจ็บปวดก็หลั่งไหลออกมา เมื่อ “น้องเอ” พี่สาวคนโตเปิดใจว่า ตนเองก็เคยตกเป็นเหยื่อกามารมณ์ของพ่อแท้ๆ รายนี้มาตั้งแต่อายุ 13 ปี และ 17 ปี รวมแล้วถึง 2 ครั้ง หลังรับแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ไม่นิ่งนอนใจ บุกรวบตัวนายสาครคาบ้านพักในวันถัดมา พร้อมส่งตัวฝากขังดำเนินคดีในข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา” ทันที

เรื่องราวควรจะจบลงด้วยความปลอดภัยของเด็กสาวทั้งสอง แต่ฝันร้ายระลอกสองกลับเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “คุณย่า” ซึ่งเป็นมารดาของนายสาคร เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่ลูกชายถูกจับกุม และไม่สามารถประกันตัวออกมาได้ ย่าบังเกิดเกล้าแทนที่จะปกป้องหลาน กลับหันมาลงทัณฑ์เด็กสาวทั้งสองด้วยวาจาที่เชือดเฉือน ด่าทอสาปแช่งทั้งวันทั้งคืน หาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ลูกชายต้องติดคุก พร้อมทั้งประกาศตัดญาติขาดมิตร ไล่ทั้งสองคนออกจากบ้าน และสั่งให้ไปเปลี่ยนนามสกุล

“คุณย่าโมโหมากที่ประกันตัวลูกชายไม่ได้ เลยมาลงที่พวกหนู หาว่าพวกหนูทำลูกเขาติดคุก ไล่หนีออกจากบ้าน บอกให้ไปเปลี่ยนนามสกุลด้วย หนูทนถูกด่าทอไม่ไหว และรู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าต้องอยู่ต่อ เลยตัดสินใจพากันย้ายออกมา” น้องเอ (พี่สาววัย 20 ปี) กล่าวด้วยน้ำตา หลังจากทนรองรับอารมณ์เกรี้ยวกราดของย่าอยู่ประมาณ 7 วัน ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนา ยน 2569 ที่ผ่านมาสองพี่น้องได้ตัดสินใจเก็บข้าวของที่จำเป็น เดินทางออกจากบ้านพากันมาเช่าห้องพักเล็กๆ อยู่ในชุมชนตาดแคน เขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามลำพัง

น้องเอเปิดเผยต่อว่า แม้การออกมาอยู่ข้างนอกจะทำให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าห้องเช่าและค่าน้ำค่าไฟ แต่อย่างน้อยก็แลกมาด้วยความปลอดภัยและความสบายใจ เพราะหากดันทุรังอยู่ที่เดิม นอกจากจะบอบช้ำทางจิตใจแล้ว ยามค่ำคืนที่กลับมาจากทำงานก็ไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง

ขณะนี้ สองพี่น้องต้องเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง โดยอาศัยแรงกายและแรงใจพยุงกันและกันให้ผ่านพ้นมรสุมชีวิตครั้งใหญ่ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อ


วีระชัย บทมาตย์
ข่าวสาธารณะ รายงาน

ลพบุรี แถลงจัดงาน “เจ้าพระยาป่าสัก UP EXPO 2026” ยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค 6 จังหวัด

ลพบุรี – แถลงจัดงาน “เจ้าพระยา-ป่าสัก UP EXPO 2026”@ลพบุรี ดันเศรษฐ กิจ 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน ยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค เชื่อมโยงการค้า 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน ชวนช้อปสินค้าคุณภาพ ลุ้นทองทุกวัน 19–25 มิถุนายนนี้

วันที่ 11 มิถุนายน 2569 – จังหวัดลพบุรี โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน จัดงานแถลงข่าวเตรียมการจัดงาน “มหกรรม เจ้าพระยา-ป่าสัก UP EXPO 2026 @ลพบุรี” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–25 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี ภายใต้โครงการยกระดับสินค้าเกษตรและอาหารเพื่อสุขภาพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทานกิจกรรมหลักสร้างการรับรู้และส่งเสริมการตลาดธุรกิจเกษตรกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อส่งเสริมการตลาด เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า และกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนภายในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย นางวิมล เจริญฤทธิ์ พาณิชย์จังหวัดลพบุรี และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี กล่าวว่า การจัดงานมหกรรม เจ้าพระยา-ป่าสัก UP EXPO 2026 @ลพบุรี ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ซึ่งประกอบด้วย จังหวัดลพบุรี พระนคร ศรีอยุธยา อ่างทอง สระบุรี สิงห์บุรี และชัยนาท โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ผลิตสินค้าในภูมิภาค ได้นำเสนอสินค้าและนวัตกรรมที่มีคุณภาพสู่ผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการค้า เพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย และสร้างการรับรู้ถึงศักยภาพของสินค้าท้องถิ่นที่มีอัตลักษณ์โดดเด่นของแต่ละจังหวัด จังหวัดลพบุรีคาดหวังว่าการจัดงานครั้งนี้จะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เพิ่มยอดจำหน่ายสินค้า ขยายเครือข่ายทางธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ประกอบการในภูมิภาค อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจฐาน รากอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป”

ด้าน นางวิมล เจริญฤทธิ์ พาณิชย์จังหวัดลพบุรี กล่าวว่า สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี กระทรวงพาณิชย์ มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการในพื้นที่ให้สามารถเข้าถึงตลาดและผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น โดยงานมหกรรม เจ้าพระยา-ป่าสัก UP EXPO 2026 @ลพบุรี ถือเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของสินค้าเด่น สินค้าชุมชน สินค้าเกษตรแปรรูป และนวัตกรรมจากทั้ง 6 จังหวัดภาคกลางตอนบน

ภายในงานจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 150 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงศิลปวัฒนธรรม การพบปะศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ตลอดจนกิจกรรมลุ้นรับทองคำและคูปองเงินสดทุกวัน เพื่อสร้างบรรยากาศการจับจ่ายและดึงดูดผู้เข้าชมงานจากทั้งในและนอกพื้นที่ โดยคาดว่าการจัดงานครั้งนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการ เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายทางการค้า และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบนได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับงาน “มหกรรม เจ้าพระยา-ป่าสัก UP EXPO 2026 @ลพบุรี” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–25 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00–21.00 น. ณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลพบุรี โดยรวบรวมสินค้าคุณภาพและนวัตกรรมเกษตรจาก 6 จังหวัดภาคกลางตอนบนกว่า 150 ร้านค้า พร้อมกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินชื่อดัง อาทิ ต้าวหยอง ระเบียบวาทะศิลป์, เต้ วัชสัณห์, กิมกลอย คนดัง และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง การแสดงโขนมรดกโลก ตอนยกรบ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตและจำหน่ายอาหารจากเชฟชื่อดัง รวมถึงกิจกรรมลุ้นรับทองคำและคูปองเงินสดรวมมูลค่ากว่า 20,000 บาทต่อวัน


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

“เสริมสร้างพื้นฐานการรบให้ทหารใหม่” การฝึกเจาะช่องผ่านเครื่องกีดขวางและกวาดล้างคูเลต

“เสริมสร้างพื้นฐานการรบให้ทหารใหม่” การฝึกเจาะช่องผ่านเครื่องกีดขวางและกวาดล้างคูเลต

การฝึกปฏิบัติการเจาะช่องผ่านเครื่องกีดขวางและการกวาดล้างคูเลต เพื่อเสริมสร้างทักษะทางยุทธวิธีและความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ โดย กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 8 ดำเนินการฝึกทหารใหม่ ผลัดที่ 1 ประจำปี 2569 ตามหลัก สูตรการฝึกทหารใหม่ของกองทัพบก โดยมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติการเจาะช่องผ่านเครื่องกีด ขวางและการกวาดล้างคูเลตอย่างเป็นขั้นตอน ถูกต้องตามหลักยุทธวิธี เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และทักษะความชำนาญในการปฏิบัติทางทหารให้แก่ทหารใหม่

การฝึกดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และความสามารถทางทหาร เพื่อให้ทหารใหม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระเบียบวินัย และพร้อมพัฒนาเป็นกำลังพลที่มีคุณภาพของกองทัพบกต่อไป

#กองทัพภาคที่2 #กองทัพบก


พรพิพัฒน์ รายงาน

พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจโคราช มอบรางวัลชุดจับยาเสพติด ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด ไอซ์ 459 กิโลกรัม

พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจโคราช มอบรางวัลชุดจับยาเสพติด ยึดยาบ้า 1 ล้านเม็ด ไอซ์ 459 กิโลกรัม

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและบำรุงขวัญข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตามโครงการตรวจเยี่ยมหน่วยงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ณ สถานีตำรวจภูธรกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

ในการนี้ พล.ต.อ.สมประสงค์ ได้มอบรางวัลและแสดงความชื่นชมแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจ ซึ่งสามารถขยายผลนำไปสู่การตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดรายสำคัญ พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ด และยาไอซ์น้ำหนัก 459 กิโลกรัม ถือเป็นผลงานสำคัญในการสกัดกั้นและปราบปรามเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ

โอกาสนี้ ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง ซื่อสัตย์ และยึดมั่นในกฎหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ซึ่งต้องเสียสละและทุ่มเทในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงการปราบปรามอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ มี พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา, พ.ต.อ.อภิวัชร์ นาทอง ผู้กำกับการ สภ.กลางดง, พ.ต.อ.ศุภชัย วิบูรณ์สุขสันต์ ผู้กำกับการ สภ.หนองสาหร่าย ตลอดจนข้าราชการตำรวจ สภ.กลางดง ร่วมให้การต้อนรับและรับการตรวจเยี่ยมอย่างพร้อมเพรียง

การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการปฏิบัติงานเชิงรุกของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสกัดกั้นยาเสพติดและสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงานแนวหน้า ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาและพื้นที่ใกล้เคียง


ประสิทธิ์ วนะชกิจ/กันตินันท์ เรืองประโคน ทีมข่าว จ.นครราชสีมา

นบ.ยส.24 ตรวจยึดบิ๊กล็อต! ของกลางยาบ้า 10 กระสอบ จำนวน ประมาณ 4,300,000 เม็ด ในพื้นที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.ห้วย เซือมเหนือ ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

นบ.ยส.24 ตรวจยึดบิ๊กล็อต! ของกลางยาบ้า 10 กระสอบ จำนวน ประมาณ 4,300,000 เม็ด ในพื้นที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.ห้วยเซือมเหนือ ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 69 กองทัพบก โดย พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ มทภ.2/ผบ.นบ.ยส.24 อำนวยการให้ ส่วนป้องกัน/ศอ.ปส.จว.บึงกาฬ โดย ศป.ปส.อ.เมืองบึงกาฬ (หน่วยงานหลัก) บูรณาการร่วมกับ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน/บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) /ชปข.ที่ 4 กกล. สุรศักดิ์มนตรี, สน.เรือบึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ตรวจยึดยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 10 กระสอบ จำนวน ประมาณ 4,300,000 เม็ด ในพื้นที่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.ห้วยเซือมเหนือ ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ

โดยมีพฤติกรรม : เมื่อ 10 มิ.ย. 69 เวลา 1430 ส่วนป้องกัน/ศอ.ปส.จว.บึงกาฬ โดย ศป.ปส. อ.เมืองบึงกาฬ (หน่วยงานหลัก) บูรณาการร่วมกับ กกล.สุรศักดิ์มนตรี/ส่วนสกัดกั้นฯ ตอนบน/บก.ควบคุมที่ 2 (ร.13) /ชปข.ที่ 4 กกล.สุรศักดิ์มนตรี, สน.เรือบึงกาฬ และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้รับแจ้งจากประชนในพื้นที่ ว่าพบกระสอบต้องสงสัยบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ.ห้วยเซือมเหนือ ต.ไคสี อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ เจ้าหน้าที่จึงได้บูรณาการกำลังเข้าทำ การตรวจสอบในพื้นที่ดังกล่าว ผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบกระสอบต้องสงสัยสีดำ คลุมด้วยตาข่ายดักปลา จำนวน 10 กระสอบ เมื่อตรวจสอบภายในพบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดังกล่าว จำนวน 430 ห่อ ประมาณ 4,300,000 เม็ด ทั้งนี้ จนท. จึงได้นำของกลางทั้งหมดมาไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองบึงกาฬ เพื่อตรวจนับโดยละเอียด และจะนำส่งให้กับ สภ.เมืองบึงกาฬ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


นบ.ยส.24 : ภาพ/ข่าว

“ในหลวง” พระราชทานเงิน 42 ล้านบาท สร้างทดแทนอาคารหลังเดิมที่เสียหายจากสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา โรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

“ในหลวง” พระราชทานเงิน 42 ล้านบาท สร้างทดแทนอาคารหลังเดิมที่เสียหายจากสถานการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา โรงพยาบาลพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และกรรมการมูลนิธิเทพรัตนเวชชานุกูล พร้อมด้วย พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุก องคมนตรี เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารภูมิพัฒน์ และอาคารพักเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดสุรินทร์ โดย พล.ท. วีรยุทธ รักศิลป์ มทภ.2, พล.ต. อัครสิทธิ์ ปะกิระตา ผบ.มทบ.25, ผบ.กองกำลังสุรนารี, จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน พร้อมด้วย นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์, นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 9 และผู้บริหารรวมถึงบุคลากร ร่วมพิธี

จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ช่วงวันที่ 24-28 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อาคารภูมิพัฒน์ และอาคารพักพยาบาล โรงพยาบาลพนมดงรักฯ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ไม่สามารถซ่อมแซมได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเงินจำนวน 42 ล้านบาท เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารภูมิพัฒน์และอาคารพักพยาบาลทดแทน

พร้อมกันนี้ องคมนตรีได้เป็นผู้แทนมอบชุดตรวจเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ 4 สายพันธุ์ จำนวน 2,000 ชุด ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติทั้ง 11 แห่ง เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรค รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชน

#ทรงพระเจริญ #วางศิลาฤกษ์อาคารภูมิพัฒน์


พรพิพัฒน์ รายงาน

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนรับมืออุทกภัย “ย้ำกองทัพภาคที่ 2 อยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์”

แม่ทัพภาคที่ 2 สั่งเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนรับมืออุทกภัย “ย้ำกองทัพภาคที่ 2 อยู่เคียงข้างประชาชนทุกสถานการณ์”

แม้ภารกิจหลักของกองทัพภาคที่ 2 คือการพิทักษ์รักษาอธิปไตยและความมั่นคงของชาติในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ในยามที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ กำลังพลของ กองทัพภาคที่ 2 ยังคงพร้อมปฏิบัติหน้าที่เคียงข้างประชาชนอย่างเต็มกำลัง

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้สั่งการในการประชุมเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยเมื่อ 9 มิถุนายน 2569 ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ให้หน่วยทหารทุกระดับเตรียมความพร้อมด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ยานพาหนะ เครื่องมือกู้ภัย และจัดทำแผนบรรเทาสาธารณภัยของหน่วย เพื่อรองรับการปฏิบัติภารกิจสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นในห้วงฤดูฝน จัดชุดปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้หน่วยทหารประสานความร่วมมือกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด จัดผู้ประสานร่วมในศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับพื้นที่เมื่อเกิดสถานการณ์

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า กองทัพไม่ได้มีหน้าที่เพียงป้องกันประเทศจากภัยคุกคามด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

การเตรียมความพร้อมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกองทัพภาคที่ 2 ในการเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกสถานการณ์ สร้างความเชื่อมั่นว่าหากเกิดเหตุอุทกภัยขึ้น หน่วยทหารจะสามารถเข้าถึงพื้นที่และให้ความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

#บรรเทาสาธารณภัย #กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒ์ รายงาน

เริ่มแล้วเทศกาลกระท้อนหวานของดีเมืองลพบุรี

จังหวัดลพบุรี – เทศกาลกระท้อนหวาน สินค้า GI และของดีเมืองลพบุรี ที่ชาวสวนเริ่มนำผลผลิตออกมาจำหน่ายให้กับนักชอบ นักชิม กระท้อนตำบลตะลุง ที่รสชาติหวานละมุนลิ้น

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี พร้อมด้วย นายชาญ จูดคง นายอำเภอเมืองลพบุรี นางวิมล เจริญฤทธิ์ พาณิชย์จังหวัดลพบุรี นางอารีย์ ฤกษ์สภาพ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลพบุรี นายธงอาจ จันทร์แดง เกษตรจังหวัดลพบุรี นายประยุทธ โพธิ์ยิ้ม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนตำบล ตะลุง ได้ร่วมกัน แถลงข่าวเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี ครั้งที่ 33 ณ สวนกระท้อนผู้ใหญ่อนุวัชร โตสวัสดิ์ (ผู้ใหญ่หนึ่ง) หมู่ที่ 7 ตำบลตะลุง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ซึ่งในงานแถลงข่าวยังได้มีการเปิดตัว การแปรรูปผลผลิตกระท้อน มากมาย รวมถึง เมนูใหม่ เต้ากั้วกระท้อนและกระเพรากระท้อน ซึ่งมีรสชาติที่อร่อย และ สีสันชวนน่ารับประทาน ให้แก่ผู้ร่วมงานได้ลิ้มรสด้วย

สำหรับการจัดงานเทศกาลกระท้อนหวานและของดีเมืองลพบุรี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 33 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 5 กรกฎาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ภายในงานจะมีผลกระท้อนสด จากชาวสวนกระท้อน มาจำหน่าย หลากหลายสายพันธุ์ เช่น พันธุ์ปุยฝ้าย พันธุ์อีล่า พันธุ์นิ่มนวล พันธุ์ทองกำมะหยี่ พันธุ์ทับทิม ซึ่งเป็นสินค้า GI ที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดลพบุรี และยังมีกระท้อนแปรรูป ได้แก่ กระท้อนลอยแก้ว กระท้อนกวน กระท้อนทรงเครื่อง มาวางจำหน่าย เพื่อให้เลือกซื้อหาไปรับประทาน และเป็นของฝากจากลพบุรี ให้ได้เลือก ชิม ช้อป ด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม “รำวงย้อนยุค” โดยชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน การแสดงของชาติพันธุ์ การแสดงดนตรี ลูกทุ่ง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึง การแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จังหวัดลพบุรี การจัดแสดงพันธุ์ไม้ และสินค้าของดีเมืองลพบุรี

สำหรับ กระท้อนของลพบุรี เป็นกระท้อน ที่มีชื่อเสียงจะอยู่ใน 3 ตำบลของอำเภอเมืองลพบุรี ได้แก่ ตำบลตะลุง ตำบลโพธิ์เก้าต้น และตำบลงิ้วราย ของอำเภอเมืองลพบุรี มีลักษณะภูมิประเทศที่พิเศษไม่เหมือนที่ใด คือ เป็นพื้นที่น้ำไหลทรายมูล เพราะอยู่ใกล้แม่น้ำลพบุรี เหมาะสมกับการผลิตกระท้อนคุณภาพดี จนกระท้อนจังหวัดลพบุรี ได้รับการรับรองเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ในชื่อ “กระท้อนตะลุง” จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เนื่องจาก กระท้อนมีคุณภาพดี รสชาติหวาน อมเปรี้ยว อร่อย ถูกใจผู้บริโภค แตกต่างจากระท้อนที่อื่น ซึ่งจะมีผลผลิตในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกรกฎาคม แต่จะมีผลผลิตมากสุดในเดือนมิถุนายน

จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี ในปี 2569 มีเกษตรกรผู้ปลูกกระท้อนจำนวน 168 ราย ในพื้นที่ 608 ไร่เศษ ทั้งนี้ กระท้อนลพบุรีได้รับการรับรองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI ) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวน 80 ราย ในพื้นที่ 353.25 ไร่ ซึ่งปีนี้จะมีผลผลิตออกมาจำหน่ายอยู่ที่ ประมาณ 362,357 กิโลกรัม สำหรับ ราคากระท้อนสดจะจำหน่าย 35-100 บาทต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาดของผล โดยจะมีช่องทางการจำหน่ายผ่านตลาดออนไลน์ของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี และชาว สวนกระท้อนเอง นอกจากนี้ยังเปิดจำหน่ายที่บริเวณที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรีและริมทางถนนลพบุรี-บ้านแพรก

จังหวัดลพบุรีจึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมชิมกระท้อนหวาน สินค้า GI และของดีเมืองลพบุรี ส่งตรงจากสวน และเลือกซื้อสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนตลอด 12 วัน 12 คืน ตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน ถึง 5 กรกฎาคม 2569 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองลพบุรี


กฤษณ์ สนใจ ลพบุรี 0890899090

ชื่นชมเจ้าหน้าที่ ปภ.มุกดาหาร เก็บเงินสดกว่า 2 หมื่นบาท ตกกลางถนน รีบแจ้งตำรวจตามหาเจ้าของส่งคืน

มุกดาหาร – เรื่องราวดี ๆ ที่สร้างความประทับใจให้กับสังคม เมื่อเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร แสดงความซื่อสัตย์สุจริต หลังพบเงินสดจำนวนกว่า 20,000 บาทตกอยู่ริมถนน ก่อนรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามหาเจ้าของและส่งคืนให้ครบทุกบาท

เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับแจ้งจาก นายเรืองพร สุคำภา พนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดมุกดาหาร ว่าได้พบเงินสดจำนวนหนึ่งตกอยู่บนถนนสายมุกดาหาร–คำชะอี บริเวณจุดกลับรถใกล้สำนัก งานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร

นายเรืองพร เปิดเผยว่า ขณะขับรถยนต์ไปปฏิบัติราชการเพื่อนำส่งเอกสาร พร้อมกับแฟนสาว ได้สังเกตเห็นธนบัตรตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นถนน จึงจอดรถเพื่อตรวจสอบและช่วยกันเก็บรวบรวม ก่อนพบว่าเป็นเงินสดจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 20,000 บาท ลังจากตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว ทั้งสองตัดสินใจไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้เป็นของตนเอง แต่รีบประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ให้เข้าตรวจสอบ พร้อมส่งมอบเงินทั้งหมดเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และดำเนินการติดตามหาเจ้าของที่แท้จริง

นายเรืองพร กล่าวว่า เงินจำนวนนี้ถือเป็นเงินก้อนใหญ่สำหรับหลายคน เชื่อว่าเจ้าของเงินน่าจะกำลังได้รับความเดือดร้อนหรือมีความจำเป็นต้องใช้เงิน จึงอยากให้ได้รับเงินคืนโดยเร็วที่สุด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ได้รับมอบเงินดังกล่าวไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างประชาสัมพันธ์ติดตามหาเจ้าของเงินตัวจริง

ประชาสัมพันธ์ถึงผู้ที่ทำเงินสูญหาย หากเชื่อว่าตนเป็นเจ้าของเงินจำนวนดังกล่าว สามารถติดต่อแสดงตนพร้อมนำหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของ เช่น จำนวนเงิน ชนิดธนบัตร หรือรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอรับเงินคืนได้ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองมุกดาหาร

เหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับคำชื่นชมจากประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสะท้อนให้เห็นถึงความซื่อสัตย์สุจริต จิตสำนึกสาธารณะ และการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม

📍 ผู้ที่ทำเงินตกหล่น สามารถติดต่อรับเงินคืนได้ที่ สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมแสดงหลักฐานยืนยันความเป็นเจ้าของ


จ.มุกดาหาร : ทรงสิทธิ์ สาระกิจ
โทร. 098-869-9888

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่พบปะกำลังพลและครอบครัว จัดกิจกรรม “เสนาสนเทศ” มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เสริมสร้างคุณภาพชีวิต

แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่พบปะกำลังพลและครอบครัว จัดกิจกรรม “เสนาสนเทศ” มอบสิ่งของบำรุงขวัญ เสริมสร้างคุณภาพชีวิต

วันนี้ (9 มิ.ย. 69) เวลา 16.00 น. พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วยประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ พร้อมพบปะพูดคุยกับกำลังพลและครอบครัว ณ บริเวณบ้านพักข้าราชการทหาร เพื่อดำเนินกิจกรรม “เสนาสนเทศ” อย่างใกล้ชิด เปิดใจรับฟัง มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อรับทราบปัญหา ข้อขัดข้อง และความต้องการของกำลังพลและครอบครัวในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องสวัสดิการและการเป็นอยู่ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขและยกระดับคุณภาพชีวิตของกำลังพลให้ดียิ่งขึ้นตามนโยบายของกองทัพบก มอบความห่วงใยและสิ่งของบำรุงขวัญ

ในโอกาสนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 และภริยา ได้ร่วมกันมอบเครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของชุดตรวจเยี่ยม และถุงยังชีพ ให้แก่กำลังพลและครอบครัว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมและขอบคุณในความเสียสละของกำลังพลทุกระดับชั้น รวมถึงครอบครัวที่เป็นเบื้องหลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจของกองทัพด้วยดีเสมอมา

“เพราะกำลังพลและครอบครัว คือหัวใจสำคัญของกองทัพ การดูแลเอาใจใส่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี จึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก”บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง สร้างความปลาบปลื้มใจและเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลและครอบครัวเป็นอย่างมาก

#กองทัพภาคที่2 #พัฒนาคุณภาพชีวิต #เพราะกำลังพลและครอบครัว #เสนาสนเทศ #สมาคมแม่บ้านทหารบกสาขากองทัพภาคที่2 #ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพภาคที่2


พรพิพัฒน์ รายงาน