หนูน้อยนักสู้ชีวิตวัย 10 ขวบ ! ถือไมค์ร้องเพลงลูกทุ่งกลางตลาดนัด หาเงินส่งตัวเองเรียน เสียงใสสะกดคนฟังทั้งตลาด

มุกดาหาร – โลกออนไลน์และชาวตลาดต่างพากันชื่นชม “น้องชนารดี สิริวารินทร์” เด็กหญิงวัยเพียง 10 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านดอนฮี ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร หลังใช้ความสามารถด้านการร้องเพลงลูกทุ่งออกแสดงตามตลาดนัด เพื่อหารายได้ช่วยส่งเสียตัวเองเรียนหนังสือ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณตลาดนัดนิคมคำสร้อย ข้างร้านซีเจมอลล์ อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร พบ “น้องชนารดี” กำลังถือไมโครโฟนลอย ร้องเพลงลูกทุ่งผ่านลำโพงบลูทูธอย่างตั้งใจ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของผู้คนที่เดินจับจ่ายสินค้าในตลาด

แม้อายุยังน้อย แต่น้องมีน้ำเสียงใสสะอาด ถ่ายทอดอารมณ์เพลงลูกทุ่งได้อย่างน่าประทับใจ ทั้งลีลาการร้อง การเอื้อนเสียง และความกล้าแสดงออก สร้างความสนใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่เดินผ่านไปมา หลายคนถึงกับหยุดฟัง พร้อมมอบเงินเป็นกำลังใจให้กับหนูน้อยนักสู้ชีวิตรายนี้

จากการสอบถามทราบว่า น้องชื่นชอบการร้องเพลงลูกทุ่งเป็นอย่างมาก และใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียน รวมถึงวันหยุด ออกตระเวนร้องเพลงตามตลาดนัด เพื่อหารายได้ไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนและแบ่งเบาภาระครอบครัว

ชาวบ้านในพื้นที่ต่างชื่นชมในความขยัน อดทน และความกตัญญูของน้อง พร้อมยกให้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเด็กสู้ชีวิต ที่ใช้ความสามารถและความพยายามสร้างอนาคตให้ตัวเองอย่างน่ายกย่อง

เสียงเพลงลูกทุ่งจากไมโครโฟนตัวเล็ก ๆ ของเด็กหญิงวัย 10 ขวบ อาจไม่ใช่เพียงบทเพลงเพื่อความบันเทิง แต่ยังสะท้อนพลังหัวใจของ “เด็กนักสู้” ที่กำลังเดินตามความฝันด้วยสองมือของตัวเองอย่างแท้จริง


มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ 0988699888

ช็อกทั้งรถทัวร์ ผู้โดยสารหญิงชาวลาว เสียชีวิตบนรถ

มุกดาหาร – ช็อกทั้งรถทัวร์ ผู้โดยสารหญิงชาวลาว เสียชีวิตบนรถ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 16 พฤษภาคม 69 พ.ต.ท กิจติวัตฒ์ คนหาร (สอบสวน) สภ.เมืองมุกดาหาร รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตอยู่บนรถทัวร์โดยสารประจำทางสายกรุงเทพ-มุกดาหาร ที่จอดส่งผู้โดยสารอยู่บริเวณสถานีขนส่งมุกดหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณที่นั่งหลังสุด นอนบริเวณพื้นคือ นางพร พันทิราด อายุ 29 ปี จากการตรวจสอบเบื้องต้น เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง

จากการสอบถาม นายสุรพล กุลบก อายุ 61 ปี พนักงานขับรถ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตขึ้นมาจาก บขส.หมอซิต เมื่อเวลา 19.30 น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 69 ที่ผ่านมา โดยจะลงปลายทางที่ บ ข ส มุกดาหารก่อนถึง บ ข ส มุกดาหาร ประมาณ 10 กิโลเมตร ตนเองได้จอดทำธุระพร้อมเดินตรวจรถพบว่าหญิงคนดังกล่าวได้นอนอยู่กับพื้นตนเองเลยแจ้งกู้ชีพจึงพบว่าเสียชีวิตแล้วตนจึงขับรถเข้าจอดที่ บ ข ส จนกระทั่งมาถึงปลายทาง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ด้าน นายสาว เติม ชาวลาวอายุ เปิดเผยว่า จากการสังเกตเห็นอาการไม่ดี ตั้งแต่จะขึ้นรถที่ กทม ตนเองเลยถามว่าเป็นอะไรมาไหม ผู้เสียชีวิตบอกว่าจะเมารถ ช่วยไปซื้ออาหารให้ลูกได้ไหม ต่อมาผู้ตายเลยขอนั่งด้วยแต่ทางคนรถบอกว่านั่งไม่ได้เพราะต้องนั่งตามเลขที่ ผ่านไปเกือบหลายชั่วโมงก่อนจะถึงปลายทางพบว่านอนเสียชีวิตแล้ว

จากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์โรงพยาบาลมุกดาหาร ต้องรอนสูตรที่แน่ชัดอีกครั้ง ส่วนตอนนี้ญาติทาง สปป ลาว ได้รับทราบว่าเสียชีวิตแล้ว พร้อมรับศพไปดำเนินการตามพิธีทางศาสนาต่อไป


จ .มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ 0988699888

สสจ.มุกดาหาร ลงพื้นที่คลายกังวล “ผีปอบ” ย้ำผู้เสียชีวิตเกิดจากโรคประจำตัว พร้อมเยียวยาจิตใจผู้ถูกกล่าวหา ชาวบ้านร่วมปรับความเข้าใจกันอย่างสงบ

มุกดาหาร – สสจ.มุกดาหาร ลงพื้นที่คลายกังวล “ผีปอบ” ย้ำผู้เสียชีวิตเกิดจากโรคประจำตัว พร้อมเยียวยาจิตใจผู้ถูกกล่าวหา ชาวบ้านร่วมปรับความเข้าใจกันอย่างสงบ

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่บ้านดอนม่วย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร นายแพทย์ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร มอบหมายให้ นายแพทย์ณัฐนนท์ พีระภาณุรักษ์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ภายหลังเกิดกระแสข่าวเกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง “ผีปอบ” จนสร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ และมีการกล่าวหาบุคคลในชุมชน

จากการลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทางการแพทย์เกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ ภาวะหัวใจขาดเลือด และภาวะหัวใจวาย ซึ่งเป็นข้อมูลจากการประเมินทางการแพทย์ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และป้องกันการเข้าใจผิดภายในชุมชน

ขณะเดียวกัน ทีม MCATT หรือทีมเยียวยาสุขภาพจิต ได้เข้าประเมินสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบ โดยพบว่าผู้ถูกกล่าวหามีภาวะเครียดสะสมและมีอาการซึมเศร้าในระดับหนึ่ง แต่ไม่พบแนวโน้มคิดทำร้ายตนเอง เจ้าหน้าที่จึงได้ให้กำลังใจ พร้อมส่งต่อเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาในเวลา 18.30 น. ณ ศาลาการเปรียญวัดบ้านดอนม่วย อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองมุกดาหาร พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเปิดใจรับฟังข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ พร้อมร่วมกันปรับความเข้าใจ ลดความหวาดระแวง และยืนยันให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการดูแลความสงบเรียบร้อยของชุมชนต่อไป โดยไม่พบเหตุรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่แต่อย่างใด


มุกดาหาร ทรงสิทธิ์ สาระกิจ 0988699888

ระทึก !! ชาวบ้านช่วยกันจับโจรย่องขโมยของวัด ก่อนพามอบตัวต่อหน้าเจ้าอาวาส สุดท้ายได้รับโอกาสครั้งใหม่ หลังเจ้าอาวาสเทศน์สอนธรรมะและให้อภัย หวังกลับตัวเป็นคนดี

ระทึก!! ชาวบ้านช่วยกันจับโจรย่องขโมยของวัด ก่อนพามอบตัวต่อหน้าเจ้าอาวาส สุดท้ายได้รับโอกาสครั้งใหม่ หลังเจ้าอาวาสเทศน์สอนธรรมะและให้อภัย หวังกลับตัวเป็นคนดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ วัดหนองสองห้อง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จัง หวัดนครราชสีมา ถูกคนร้ายลักขโมยทรัพย์สินภายในวัดหลายรายการ ทั้งเหล็กสำหรับใช้ก่อสร้างกว่า 30 ท่อน รวมถึงโกศทองเหลือง และภาชนะทองเหลืองสำหรับใส่ดอกไม้และจุดธูป สร้างความเดือดร้อนให้กับทางวัดและญาติโยมที่เดินทางมากราบไหว้บรรพบุรุษเป็นอย่างมาก

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นายชูเอกราช พิมพ์ชู ชาวบ้านหนอง สองห้อง พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ ได้ช่วยกันเฝ้าสังเกตการณ์ภายในวัด หลังสงสัยว่าคนร้ายอาจย้อนกลับมาก่อเหตุอีก กระทั่งพบชายต้องสงสัยมีพฤติกรรมผิดสังเกต ก่อนช่วยกันควบ คุมตัวมาพบ พระอาจารย์สายันต์ ฐานิสโร เจ้าอาวาสวัดหนองสองห้อง พร้อมคณะกรรมการวัดและพระลูกวัด เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง

จากการสอบถาม นายอานนท์ อายุ 30 ปี ชาวตำบลหัวทะเล อำเภอเมืองนครราชสีมา ยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักขโมยทรัพย์สินภายในวัดจริง โดยอาศัยช่วงเวลาปลอดคนแอบเข้ามาก่อเหตุหลายครั้ง ก่อนนำของที่ขโมยไปขายให้ร้านรับซื้อของเก่า เพื่อนำเงินไปซื้อกาวมาดม

หลังจากรับสารภาพ พระอาจารย์สายันต์ ได้เทศนาสั่งสอนเรื่องบาปบุญคุณโทษ และการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง พร้อมตักเตือนไม่ให้กลับไปก่อเหตุอีก ก่อนตัดสินใจ “บิณฑบาตชีวิตใหม่” ให้กับผู้ก่อเหตุ โดยไม่แจ้งตำรวจดำเนินคดี หวังให้โอกาสกลับตัวกลับใจ

นายอานนท์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดว่า รู้สึกซาบซึ้งใจที่เจ้าอาวาสเมตตาไม่ดำเนินคดี พร้อมสัญญาว่าจะเลิกพฤติกรรมดังกล่าวและไม่กลับไปก่อเหตุอีก

ด้านพระอาจารย์สายันต์ เจ้าอาวาสวัดหนองสองห้อง กล่าวว่า อาตมาต้องการให้โอกาสคนที่หลงผิด เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถกลับตัวเป็นคนดีได้ หากได้รับการชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง พร้อมฝากเตือนว่า อย่าไปสร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมและชาวบ้านอีก เพราะโอกาสในชีวิตไม่ได้มีบ่อยครั้ง หากได้รับโอกาสแล้วไม่คว้าไว้ สุดท้ายก็เป็นเรื่องของเวรกรรมตามที่กระทำไว้


กันตินันท์ เรืองประโคน/รายงาน

ชีวิตรันทด ครอบครัวแม่ลูกอ่อน กลุ่มซานตาคลอสข้างถนนประสานผู้ใจบุญยื่นมือช่วย ย้ายสู่ห้องใหม่ น้ำตาแห่งความหวังไหลทั้งชุมชน

ชีวิตรันทด ครอบครัวแม่ลูกอ่อน อยู่ห้องเช่าสุดแออัดกับลูกวัย 6 เดือน สภาพสกปรกเสี่ยงโรค-สัตว์มีพิษ กลุ่มซานตาคลอสข้างถนนประสานผู้ใจบุญยื่นมือช่วย ย้ายสู่ห้องใหม่ น้ำตาแห่งความหวังไหลทั้งชุมชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวกรชวัล อินทร์ชะมาต กลุ่ม “ซานตาคลอสข้างถนน” ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือครอบครัวของ นางบี (นามสมมุติ) อายุ 48 ปี ซึ่งอาศัยอยู่กับลูกสาวและหลานชายวัยเพียง 6 เดือน ภายในห้องเช่าเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยพบว่าสภาพความเป็นอยู่เต็มไปด้วยความยากลำบาก ภายในห้องมีทั้งกองเสื้อผ้า ที่นอน หมอน รวมถึงข้าวของเครื่องใช้เด็กเล็กวางระเกะระกะในพื้นที่คับแคบ อากาศอับชื้นและสกปรก เสี่ยงต่อการเกิดโรคติดเชื้อ รวมถึงอันตรายจากสัตว์มีพิษกัดต่อย

หลังเห็นสภาพชีวิตที่น่าเวทนา กลุ่มซานตาคลอสข้างถนนจึงเร่งประสานผู้ใหญ่ใจบุญเข้าช่วยเหลือ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัวดังกล่าวให้ดีขึ้น

ต่อมา คุณภัคชัญญา สุขนิษฐากุล ผู้บริหารสูงสุด บริษัท พีทีเอสเค จำกัด และบริษัทในเครือ ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทันที โดยพาครอบครัวย้ายเข้าอยู่ห้องเช่าแห่งใหม่ ในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีสภาพความเป็นอยู่ดีกว่าเดิม พร้อมมอบข้าวสาร อาหารแห้ง ผ้าอ้อมเด็ก ที่นอน เครื่องครัว และอุปกรณ์จำเป็นในการดำรงชีวิตอีกจำนวนมาก

บรรยากาศขณะนำสิ่งของเข้าช่วยเหลือเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ ทำเอา กำนัน สารวัตรกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึง อสม. ในพื้นที่ ต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นสภาพชีวิตของครอบครัวที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักมาโดยตลอด

คุณภัคชัญญา เปิดเผยว่า หลังได้รับการประสานจากกลุ่มซานตาคลอสข้างถนนว่ามีครอบ ครัวหนึ่งกำลังใช้ชีวิตอย่างลำบาก ตนจึงตัดสินใจเข้าช่วยเหลือทันที เพราะเป็นคนชอบทำ บุญและอยากเห็นคนที่ลำบากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยได้เช่าห้องพักใหม่ให้ในราคาเดือนละ 1,500 บาท พร้อมทำสัญญาเช่านาน 1 ปี รวมถึงจัดซื้ออาหารและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้หลายรายการ หวังว่าตลอด 1 ปีจากนี้ ครอบครัวดังกล่าวจะสามารถตั้งหลักชีวิตใหม่ได้

ด้าน นางบี เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกดีใจและตื้นตันใจเป็นอย่างมาก เพราะที่ผ่านมา ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ลำบาก ห้องพักเก่าทั้งแออัดและสกปรก ไม่มีเงินพอจะปรับปรุงคุณภาพชีวิต จนเมื่อมีผู้ใหญ่ใจบุญเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้ครอบครัวได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ พร้อมสัญญาว่าจะตั้งใจทำงาน เลี้ยงดูครอบครัว และเป็นคนดีของสังคมต่อไป


กันตินันท์ รายงาน

เตรียมกระหึ่มปากน้ำปราณ ! “Rimlay 4” มหกรรมดนตรีเพื่อชีวิตริมเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ขนทัพศิลปินระดับตำนานบุกประจวบฯ 4 ก.ค. นี้

ประจวบคีรีขันธ์ – เตรียมกระหึ่มปากน้ำปราณ! “Rimlay 4” มหกรรมดนตรีเพื่อชีวิตริมเลที่ใหญ่ที่สุดแห่งปี ขนทัพศิลปินระดับตำนานบุกประจวบฯ 4 ก.ค. นี้

เตรียมตัวให้พร้อมและเตรียมเสียงไปตะโกนให้สุดเสียงกับเทศกาลดนตรีริมทะเลที่ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ! เมื่อ Pazan Music Festival ประกาศการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของ “Rimlay 4 เพื่อชีวิตริมเล” ซึ่งในปีนี้การันตีความเดือดและอลังการกว่าเดิมด้วยการจับมือร่วมกับพี่ใหญ่อย่าง “เครื่องดื่มคาราบาว” และ “ตะวันแดง” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ พร้อมผนึกกำลังกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อเนรมิตลานสโมสรลานมหาราช ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งประวัติศาสตร์ดนตรีที่จะถูกจารึกไว้ในความทรงจำ ในวันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2569 นี้

ความยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ถูกยืนยันผ่านงานแถลงข่าวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ณ โรงแรมวินแดม หัวหิน ปราณบุรี รีสอร์ต แอนด์ วิลล่า โดยได้รับเกียรติจาก นายราม สิงหโศภิษฐ์ นายอำเภอปราณ บุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทั้งท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ และ อบต.ปากน้ำปราณ ที่พร้อมใจกันเดินหน้าผลักดันให้งานนี้เป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ ให้กลับมาคึกคักอย่างขีดสุด โดยมีศิลปินรุ่นใหญ่ระดับครูอย่าง น้าหงา คาราวาน และ สุเมธ วงละมัย มาร่วมยืนยันความพร้อมว่าบนเวทีปีนี้ไม่มีคำว่าธรรมดาแน่นอน

ไฮไลท์ที่ทำเอาแฟนเพลงต้องรีบจองตั๋วคือการรวมตัวของ 10 ศิลปินระดับตำนานที่จะมาพ่นไฟบนเวทีเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นวงคาราบาว, พงษ์สิทธิ์ คำภีร์, พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ, หงา คาราวาน, อ้อย กะท้อน, เสือ ธนพล, ทอม ดันดี, L.กฮ., มายมอมแมม และละมัย ซึ่งทุกคนพร้อมแล้วที่จะมอบประสบการณ์ทางดนตรีที่เข้มข้น เคล้าไปกับมนต์เสน่ห์ของลมทะเลและกลิ่นอายธรรมชาติริมหาดปากน้ำปราณที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย

ความสนุกยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันก่อนงานจริง นายกเป็ด-นำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ ร่วมกับภาคธุรกิจชุมชน ได้เตรียมของขวัญพิเศษมอบความสนุกแบบอุ่นเครื่องให้ชมฟรี! กับมหกรรมรำวงชื่อดังจากเมืองเพชรบุรีถึง 5 คณะใหญ่ ทั้งรุ่งนภาเมืองเพชร, เพชรโสภาดาวรวมใจ, เพลินพิศ วงศ์ทัศวรรณ, ขวัญใจตาลกง และทรายทองเมืองเพชร ที่จะมาเปิดฟลอร์ให้เต้นกันให้ยับตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ณ ลานมหาราชที่เดิม เพื่อเป็นการต้อนรับมิตรรักแฟนเพลงและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเข้าสู่บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง

นี่คือโอกาสเดียวในรอบปีที่คุณจะได้สัมผัสความมันส์ระดับพระกาฬท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์ริมทะเล สำหรับใครที่ยังไม่มีบัตร อย่ารอช้า! สามารถสั่งจองได้ทันทีทาง Inbox เพจ Pazan Music Festival หรือแอดไลน์ @pazanmusicfestival และสอบถามข้อมูลที่เบอร์ 098-828-2187 แล้วมาสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันที่ปราณบุรี 3-4 กรกฎาคมนี้ ความมันส์กำลังจะซัดเข้าฝั่งแล้วครับ!



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย / จ.ประจวบคีรีขันธ์ 0623644468

“ดร.ซัน” ประกาศชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ชูแคมเปญ “A.I. CAPITAL” พลิกโฉมเมืองหลวงด้วยเทคโนโลยี

“ดร.ซัน” พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ ประกาศชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ในนามอิสระ ชูแคมเปญ “A.I. CAPITAL” พลิกโฉมเมืองหลวงด้วยเทคโนโลยี

กรุงเทพมหานคร–ดร.พงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ “ดร.ซัน” ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม, กฎ หมายเศรษฐกิจ และการศึกษา ประกาศตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อย่างเป็นทางการในนาม “ผู้สมัครอิสระ” โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปฏิรูปการบริหารจัดการเมืองภายใต้แนวคิด “A.I. CAPITAL” เพื่อพัฒนา ระบบการบริหาร จัดการที่ล่าช้า ให้มีความรวดเร็ว ในการให้บริการ คนกรุงเทพฯ สร้างความเท่าเทียมและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ

วิสัยทัศน์ “ครอบครัวกรุงเทพ” ในนโยบาย หลัก “A.I. CAPITAL” ไปสู่เป็าหมาย “security phone” ดร.พงษ์ศักดิ์ นำเสนอแผนยุทธศาสตร์ที่เน้นการใช้ข้อมูล (Data-Driven) และการประสานงานแบบ 2 ทาง เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเมือง ได้แก่:

  • นโยบาย A.I. CAPITAL : มุ่งเน้นการใช้ระบบ AI และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เพื่อแก้ไขปัญหาเรื้อรังของคนกรุง ทั้งเรื่องการจราจรที่ติดขัด ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก ไม่ถูกจุด และยกระดับความโปร่งใส ในการ บริหาร และใช้งบประมาณ
  • นโยบาย Security Phone : เป็น Out-Put หรือความสำเร็จของโครงการ โดยใช้ การติดต่อ แบบ 2 ทาง ประชาชนช่วยภาครัฐในการบริหาร ส่งปัญหาและความต้องการ ที่เป็นไปตาม แผน-ระเบียบ-งบประมาณ ต่อ หน่วยงาน หน่วยงานมีหน้า ปฎิบัติ ตรวจสอบระเบียบ-งบประมาณ ให้เป็นไปนามภารกิจ กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ปัญหา บรร เทา ทุกข์ ให้ กับ ชาว กรุงเทพมหานคร

การแจ้งเหตุผ่านระบบ 2 ทาง ที่กระจายอยอยู่ 100,000 จุด(ในเบื่องต้น) เชื่อมต่อระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน ในทุกระบบ ที่ออนไลน์ ตลอด 24 ชั่วโมงและส่งเข้อมูล ผ่านสมาร์ทโฟน ของประชาชน เพื่อทราบความเคลื่อนไหว ข้อมูลเหตุ ต่างๆ เพื่อป้องกันอาชญากรรม และเหตุต่างๆ ทั้งสถานการณ์ในปัจจุบัน และ เหตุอันเกินความคาดหวัง เพื่อเตือนภัย-ช่วยเหลือ – สนับสนุน ตลอดจนการเตือนภ้ยธรรมชาติต่างๆที่จะเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

เปิดโปรไฟล์ “ดร.ซัน” วิศวกรนิวเคลียร์ สู่สนามการเมือง ด้วยดีกรีการศึกษาและประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ดร.พงษ์ศักดิ์ ถือเป็นผู้สมัครที่มีความ เชี่ยวชาญแบบ สหวิทยาการ : การศึกษา : จบปริญญาเอกสาขาบริหารการศึกษา พร้อมด้วยปริญญาโทด้านกฎหมายเศรษฐกิจจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) รวมถึงพื้นฐานทางวิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง จาก สจล. ประสบการณ์เด่น : เคยดำรงตำแหน่ง วิศวกรนิว เคลียร์ สังกัดสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และล่าสุดมีบทบาทเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สายงานนโยบาย : มีประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาและทำงานใกล้ชิดกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ นักวิจัย และวงการอุตสาหกรรมมาอย่างยาวนาน “ถึงเวลา A.I. CAPITAL. มาเปลี่ยนกรุงเทพไปด้วยกัน”

การลงสมัครในครั้งนี้ของ ดร.พงษ์ศักดิ์ เป็นการแสดงจุดยืนที่ต้องการนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและประสบการณ์การตรวจสอบการทุจริต มาสร้างกรุงเทพมหานคร ด้วยมือเรา ให้เป็นเมืองที่ทันสมัย ปลอดภัย และได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมในทุกคนทุกฐานะ มาเป็น “ครอบครัวกรุงเทพ” ด้วยกัน


สุรเชษฐ สิลานนท์ รายงาน

“หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง” แถลงข่าวเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการอบรม รุ่นที่ 3 ตั้งแต่ 15 พ.ค – 15 มิ.ย 69

การประกาศรับสมัครเข้าเรียนและเจ้าศึกษาอบรม “หลักสูตร วชส .รุ่นที่ 3” ของสมาคมตำรวจ ให้กับประชาชนทั้งภาครัฐและเอกชนที่สนใจ เป็นเครือข่ายอบรมหลักสูตรที่มีประโยชน์ต่อชีวิต/ครอบครัว และ ยังได้ ร่วมเป็นเครือข่าย ทำบุญ ทำกุศล ช่วยเหลือสังคม จาก พล.ต ต.ภัคพงศ์ สายอุบล (ฝ่ายประชาสัมพันธ์ข่าวและแถลงข่าว หลักสูตร วชส.)

วันนี้ (15 พ.ค 69) พล.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง รองนายกสมาคมตำรวจประธานหลักสูตรพร้อมคณะกรรมการ หลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม ได้ร่วมกันแถลงข่าวเปิดรับสมัครผู้สนใจเข้ารับการอบรมหลักสูตรวัคซีนชีวิตเพื่อสังคม สำหรับผู้บริหารระดับสูง รุ่นที่ 3 ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี

ด้วยสมาคมตำรวจร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคเอกชน ได้ร่วมกันเปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาอบรมหลักสูตร “วัคซีนชีวิตเพื่อสังคมสำหรับผู้บริหารระดับสูง (Life Vaccine for Social) รุ่นที่ 3 ขึ้น ระหว่างวันที่ 11 กรกฎาคม ถึง 18 ธันวาคม 2569 ณ สโมสรตำรวจ กรุงเทพฯ หรือสถานที่อื่นตามความเหมาะสม โดยใช้ระยะเวลาศึกษาอบรม ประมาณ 5 เดือน เรียนทุกวันเสาร์ (รวม 22 ครั้ง) เน้นเนื้อหาทั้งด้านสุขภาพ กฎหมาย เทคโนโลยี ความมั่นคง และการเสริมพลังเครือข่ายสังคม รวมถึงการศึกษาดูงานในประเทศทั่วทั้งสี่ภาค และต่างประเทศ โดยให้ผู้เข้ารับการอบรมเลือกระหว่างเอเชียหรือยุโรป (เฉพาะศึกษาดูงานต่างประเทศ : ผู้เข้ารับการอบรมจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง)

กลุ่มเป้าหมายของโครงการ ได้แก่ ผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 150 คน อาทิ สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าราชการระดับสูง เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ตั้งแต่ระดับพลตรี พลเรือตรี พลอากาศตรี หรือพลตำรวจตรี ขึ้นไป ข้าราชการพลเรือนระดับ 9 ขึ้นไป ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ นักธุรกิจเจ้าของกิจการ และภาคเอกชน ที่มีอายุระหว่าง 40 – 70 ปี หรือผู้ที่คณะกรรมการพิจารณา

  • เปิดรับสมัคร : ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2569
  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรม : ภายในวันที่ 22 มิถุนายน 2569
  • ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร : เพียง 160,000บาท เท่านั้น (รวมVAT พร้อมค่าใช้จ่ายศึกษาดูงานทั่วประเทศทั้ง 4 ภาค 4 ครั้ง และงานเลี้ยงรับน้องพร้อมปฐมนิเทศต่างจังหวัด )
  • ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมศึกษาดูงานต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทวีปยุโรป กับทวีปเอเซีย : (ในส่วนนี้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถเลือกได้และจะต้องรับผิดชอบออกค่าใช้จ่ายในการดูงานเองสำหรับท่านที่สมัครใจไป)

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สมาคมตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณสโมสรตำรวจ ชั้น 1 หรือ สำนักงานเลขานุการหลักสูตร…คุณอรพรรณ โทร.095-346-2555 คุณอภิญญา โทร.095-331-6555

หรือสมัครออนไลน์
https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSftmfcq7lEhvfAW8MOcPr25JNru_GvassDKs3NHxlrcc9el8g/viewform?usp=sharing&ouid=118052933789992249325


พล.ต.ต.ไพโรจน์ฯ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานเปิดโครงการ “ฝึกอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2569

พลตำรวจตรี ภัคพงศ์ สายอุบล ผบก.อก.ภ.1 ในฐานะรองโฆษก ตำรวจภูธรภาค 1 และ หัว หน้าฝ่ายอำนวยการ ควบคุมงานแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ข่าว ตำรวจภูธรภาค1 เปิดเผยว่า

วันนี้ (15 พ.ค.69) เวลา 09.30 น. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.ภ.1 เป็นประธานพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรกองทุนเพื่อการสืบสวน สอบสวน การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา ประจำปี พ.ศ.2569 ของ ภ.1 ณ สโมสรตำรวจ โดยมีผู้เข้ารับการอบรม 700 คน แบ่งเป็น

  • หัวหน้าหน่วยบริหารเงินกองทุน
  • หัวหน้างานสอบสวน
  • เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานป้องกันปราบปราม,สืบสวน,งานการเงินกองทุน
  • ผู้สังเกตการณ์

ชื่นชม !! ด.ต. ณัฐภูมิฯ ไม่รอช้าช่วยเหลือเยาวชน นำส่งรพ.จนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและปลอดภัย

วันนี้ (11 พ.ค.69) เวลาประมาณ 24.00 น. พ.ต.ท.นัทธโชต ธัญญเจริญ ปรก. สวป. คลอง หลวง เวร 70 ๆ ได้รับแจ้งจาก ด.ต.ณัฐภูมิสุทธิประภา ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งงานป้องกันปราบปรามฯ ที่ 85/2569 ลง 11 พ.ค. 2569 ให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยและป้องกันเหตุบริเวณสถานที่จัดทำค่ายผู้นำเยาวชน “คนราชภัฎ ครั้งที่ 3”

ขณะปฏิบัติหน้าที่เวลาประมาณ 23.30 น. ด.ต. ณัฐภูมิฯ ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีเยาวชนที่มาเข้าค่ายฯ มีอาการป่วยจากการแพ้อาหารหรืออาหารเป็นพิษ แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ด.ต. ณัฐภูมิ ฯ จึงได้ประสานศูนย์วิทยุ สภ.คลองหลวง เพื่อขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่กูู้ชีพ (1669) เข้าตรวจสอบ แต่ในขณะที่รอเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่นั้น สังเกตเห็นว่า ผู้ป่วยมีอาการแย่ลง หากเนิ่นช้ารอรถกู้ภัยจะมาถึงเกรงว่าผู้ป่วยอาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิต ด.ต. ณัฐภูมิ ฯ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และประสานกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเยาวชน จึงตัดสินใจใช้รถยนต์ส่วนตัว นำตัวผู้ป่วยพร้อมเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดูแลเยาวชน นำส่งที่ห้องฉุกเฉิน รพ. ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด จนได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีและปลอดภัยในที่สุด

สภ.คลองหลวง
ภ.จว.ปทุมธานี