ตราด/ กอ.รมน.ตราด จัดโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียวสร้างความสามัคคีปรองดอง (สานเสวนา) เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด

          วันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 88 พรรษา ของอําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด น.อ.ไพฑูรย์ เพ็ญต่าย รอง ผอ.รมน.จังหวัดตราด เป็นประธานเปิดโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียวสร้างความสามัคคีปรองดอง (สานเสวนา) เพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง พื้นที่อําเภอคลองใหญ่

          โดยมี น.อ.พัฒนพงษ์ นุชนารถ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กอ.รมน.ตราด กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการในครั้งนี้ มีประชาชนอําเภอคลองใหญ่ 20 หมู่บ้าน จํานวน 120 คน เข้าร่วมโครงการ โดยมีนายพีระ การุญ นายอําเภอคลองใหญ่ นายกเทศบาลตําบลคลองใหญ่ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่นให้เกียรติเข้าร่วมในพิธีเปิดโครงการฯ น.อ.ไพฑูรย์ รองผู้อํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด กล่าว ตามที่ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ในศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด จัดกิจกรรมการอบรม (สานเสวนา) ตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคีปรองดองในพื้นที่อําเภอคลองใหญ่ จ.ตราด โดยมีเป้าหมายเป็นผู้นําชุมชนและประชาชนในพื้นที่ จํานวน 120 คน มีวัตุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อให้ชุมชนเกิดความรักสามัคคีปรองดอง และเพื่อให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็งอันเป็นหนทางนําไปสู่ความมั่นคงของชาติ

          สําหรับการจัดอบรมในครั้งนี้ นอกจากจะมีวิทยากรจากกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตราด แล้วยังได้รับการสนับสนุนวิทยากรจาก สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ซึ่งผ่านการอบรมวิทยากรขุนด่านจาก ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฎิรูป กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ประจําปีปิดงบประมาณ 2562 ครั้งสุดท้ายอีกด้วย

ภาพ/ข่าว วิเชียร ม่วงสี  ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

รมช.มหาดไทยลงพื้นที่ประสบไฟป่า นำหน้ากากอนามัยแจก จนท.และประชาชนจิตอาสา

         วันนี้ (1 ส.ค.62) ที่สถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็ง ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ นครฯ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยพร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเป็นกำลังใจแก่ จนท.และประชาชนจิตอาสาในการปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง โดยมีการมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 2 พันชุดให้กับ จนท.และจิตอาสาที่มาร่วมดับไฟในครั้งนี้
พร้อมกำชับสาธารณสุขให้การดูแลประชาชนหลังควันไฟปกคลุมพื้นที่จำนวนมาก ด้านกองทัพภาคที่ 4 นำรถตั้งโรงครัวพระราชทาน 2 คัน พร้อมนำอุปกรณ์พร้อมดับไฟ จากนั้นก็ได้รับฟังการรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ในการดับไฟโดยประมาณ 20 นาที

          จากนั้นนายนิพนธ์ฯ ได้เปิดเผยผู้สื่อข่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าว่า ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าที่ผ่านมาเหตุการณ์ไฟป่าไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากถึง 3 ปีแล้ว เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ในรอบเดือนที่ผ่านมา โดยรอบนี้ได้เกิดไฟไหม้เมื่อวันที่ 29 กค.ที่ผ่านมาใน หมู่ 4,8 ต.การะเกด และหมู่ 8,9 ต.เขาพระบาท อ.เชียรใหญ่ พบว่ามีพื้นที่ป่าเสม็ดและพื้นที่ทำกินของชาวบ้านได้รับความเสียหายไปแล้วกว่า 2 พันไร่ ราษฎรได้รับผลกระทบกว่า 1,400 ครัวเรือน และมีผู้เจ็บป่วยจากการสูดดมควันไฟ 63 คนในจำนวนนี้มีอาการค่อนข้างหนัก 23 คน

          และสถานการณ์ไฟไหม้ป่าควนเคร็งในครั้งนี้ได้ลุกลามออกไปกินเนื้อที่ใน 4 อำเภอคือ อ.เชียรใหญ่,หัวไทร,เฉลิมพระเกียรติ และร่อนพิบูลย์ โดยเฉพาะผลกระทบจากควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่บริเวณกว้างโดยตอนนี้ จนท.สามารถที่จะสกัดไฟไม่ให้ลุกลามเพิ่มขึ้นได้แล้วจากการระดมสรรพกำลังจากหน่วยต่างๆทั้งภาคใต้และภาคอื่นๆเข้ามา โดยเบื้องต้นนั้นก็พยายามสกัดพื้นที่ของไฟไม่ให้ขยายวงออกไป และเรื่องที่ 2 คือการรักษาชีวิตราษฎรหากพื้นที่ใดเสี่ยงมากก็จะต้องอพยพออกจากพื้นที่ไว้ก่อนและผลกระทบจากควันไฟ โดยทางสาธารณสุขได้เตรียมแพทย์พยาบาลในการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนไว้แล้ว

          ตอนนี้ในส่วนของพื้นที่ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วคิดว่าเบื้องต้นไม่น่าจะมีปัญหา และได้มีการประสานกับกระทรวงเกษตรฯโดยมอบหมายให้กรมชลประทานในการขนส่งเครื่องสูบน้ำเข้ามาในพื้นที่โดยจะมีการวางจุดสูบน้ำ ทางปภ.ก็ได้ส่งรถฉีดน้ำทางไกลในระยะ3กม.โดยได้มีการเคลื่อนย้ายเข้ามาที่นี้แล้วในส่วนของอัตรากำลังทางกองทัพภาคที่4ก็ได้ส่งจนท.กว่า200คนเข้ามาประจำในพื้นที่แล้ว ซึ่งตนมองว่าความพร้อมของจนท.ทุกฝ่ายก็พร้อมเต็มที่ในการช่วยกันดับไฟป่า ส่วนระยะยาวนั้นก็ทราบว่าทางกรมอุทยานฯได้มีการมอบหมายให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษาเรื่องการป้องกันไฟ

          ต่อข้อถามที่มีการระบุว่า ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งครั้งนี้มาจากฝีมือของมนุษย์นั้น นายนิพนธ์ฯระบุว่า ในส่วนของการทำผิดกฏหมายในการจุดไฟนั้นทางจังหวัดเองก็ได้สั่งการให้ทางอำเภอดูและสร้างความตระหนักแก่ประชาชนเพราะมันก่อให้เกิดความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ประชาชนโดยพยายามที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนกลุ่มนี้ส่วนการเผาเพื่อบุกรุกที่นั้น ทางอุทธยานก็ดูแลอยู่แล้วส่วนใหนที่เป็นการบุกรุกก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย สิ่งที่จะต้องดูแลก็คือทำอย่างไรอย่าให้คนบุกรุกพื้นที่เพิ่มมากขึ้น

          จากนั้น รมช.มหาดไทยได้เดินทางเข้าพื้นที่ หมู่ 4 ต.การะเกด เพื่อดูพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุโดยไปที่บ้านของตาไข่ สดศรี คุณตาวัย 87 ปีที่อาศัยอยู่เพียงลำพังในทุ่งนากับวัวอีก 10 ตัว โดยพบว่าพื้นที่รอบบ้านตาไข่ฯ ได้ถูกไฟลุกลามเข้ามาเกือบถึงตัวบ้านตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ และ รมช.มหาดทไยพยายามที่จะพูดคุยเพื่อให้ตาไข่ฯ ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยเนื่องจาอยู่เพียงลำพัง แต่ตาไข่ฯ ก็ยืนกรานว่าจะขออยู่ที่บ้านขอตายที่บ้าน

          ทางด้านของกองทัพภาคที่ 4 ได้มีการจัดกำลังพลทหารร่วม 100 คน ในการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากส่วนต่างๆ พร้อมประเมินสถานการณ์ทุกชั่วโมงและมีการนำรถครัวสนามพระราชทานจำนวน 2 คันเข้าไปประกอบอาหารเลี้ยงประชาชนจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ทีมาช่วยกันดับไฟ โดยทางแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการสั่งเตรียมพร้อมทั้งด้านเครื่องจักรกลขนาดใหญ่และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงน้ำช่วยดับไฟโดยพร้อมสนับสนุนได้ทันที

          ด้านนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศให้พื้นที่ประสบไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง 3 อำเภอ คือ อ.เชียรใหญ่ , หัวไทร และเฉลิมพระเกียรติ เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากไฟป่าแล้ว และจะเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือชาวบ้านต่อไป

          สำหรับป่าพรุควนเคร็ง เป็นป่าพรุที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากป่าพรุโต๊ะแดง จ.นราธิวาส โดยพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 250,883 ไร่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนกลางครอบคลุมพื้นที่คาบเกี่ยวของ 3 จังหวัด ตั้งแต่ลุ่มน้ำปากพนังในเขตอำเภอเฉลิมพระเกียรติ, เชียรใหญ่, หัวไทร, ชะอวด และร่อนพิบูลย์ จ. นครศรีธรรมราช อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จนถึงพื้นที่ตอนบนของทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ประกอบด้วยเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 2 แห่ง ป่าสเงวนแห่งชาติพื้นที่ของโครงการมูลนิธิชัยพัฒนา เขตพื้นที่เพื่อการปฏิรูปที่ดิน (สปก) เขตพื้นที่เอกชนซึ่งรอบๆ พื้นที่มีประชาชนอยู่อาศัยหลายหมื่นคนที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2562 เกิดไฟป่าไหม้ป่าพรุไปแล้ว 88 ครั้ง เนื้อที่ความเสียหายรวม 4,968 ไร่.

ธีรศักดิ์ อักษรกูล รายงาน

กองปราบฯ​ สนธิกำลัง​ ตร.ทางหลวงอุบลฯ​ ย้อนรอยเซลล์ขายรถสุดแสบ​ หลอกลูกค้าให้นำรถมาเทิร์น ก่อนเชิดทั้งเงินทั้งรถหายเงียบ

          วันนี้ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 1 ส.ค.62 เวลาประมาณ 14.15 น. : พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.​ พร้อมด้วย​ พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. สนธิกำลังร่วมกับ พ.ต.ท.ศิลา ขำเพชร สว.ส.ทล.4 กก.6 บก.ทล พร้อมกำลังตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง​ เข้าทำการจับกุม นายนพรุจ คชโคตร อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงสมุทรปราการ ที่ 141/2562 ลง 5 ก.ค.62 กระทำผิดฐาน “ลักทรัพย์ผู้อื่น” บริเวณทางหลวงหมายเลข 212 หน้าร้านแม็คโดนัลสาขาบิ๊กซี ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี

          ในการจับกุมผู้ต้องหา​ครั้งนี้​ สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้นายนพรุจฯ ซึ่งมีอาชีพเป็นเซลล์ขายรถฟรีแลนซ์ ได้ก่อเหตุขโมยรถยนต์ของผู้เสียหายรายหนึ่งในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยทำทีเข้าไปติดต่อเสนอขายรถยนต์กระบะป้ายแดงยี่ห้อหนึ่งให้กับผู้เสียหาย พร้อมกับเสนอโปรโมชั่นลดราคาต่างๆ หากมาทำการซื้อรถผ่านตนเอง เมื่อผู้เสียหายสนใจอยากซื้อรถ นายนพรุจฯ​ ก็จะทำทีเสนอแนะให้ผู้เสียหายนำรถยนต์คันเก่าที่ใช้งานอยู่ไปขายเพื่อนำเงินมาสมทบซื้อคันใหม่ และตนเองจะอาสาเป็นผู้นำรถไปขายให้ โดยอ้างว่ามีเต็นท์รถมือสองที่รู้จักกันให้ราคาดีกว่าเต็นท์รถมือสองทั่วไป โดยจะตีมูลค่าราคารถของผู้เสียหายให้ประมาณเกือบ 2 แสนบาท ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อมอบรถยนต์ให้กับนายนพรุจฯ​ เพื่อนำไปขายต่อให้ แต่เมื่อนายนพรุจฯ​ ได้รถยนต์จากผู้เสียหายไปแล้วกลับเชิดรถแล้วหลบหนีขาดหายการติดต่อไป ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.บางพลี กระทั่งมีการออกหมายจับดังกล่าว

          ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้ทำการสืบสวนติดตามตัวนายนพรุจฯ โดยใช้วิธีการทักแชทไปหานายนพรุจฯ และทำทีว่าต้องการที่จะขายรถ เพื่อนำเงินไปออกรถคันใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อพูดคุยกับ นายนพรุจฯ​ จนกระทั่งทราบว่า นายนพรุจฯ​ ได้หลบหนีมาทำงานอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี จึงได้ประสานไปยัง ตำรวจสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง​ ให้นำกำลังเข้าทำการร่วมจับกุมตัวผู้ต้องหา​

          จากการสอบสวนนายนพรุจฯ ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาจะขโมยรถยนต์ของผู้เสียหาย แต่ยอมรับว่าได้นำรถยนต์ของผู้เสียหายไปขายให้เต็นท์รถแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยได้เงินมาประมาณ 1.7 แสนบาท และตั้งใจจะนำเงินดังกล่าวไปให้กับผู้เสียหายใช้เป็นทุนซื้อรถคันใหม่ แต่ระหว่างนั้นได้มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งมาขอยืมเงินกับตนโดยตนเกิดความจำเป็นต้องใช้เงินพอดีจึงได้นำเงินดังกล่าวไปใช้จ่ายธุระของตัวเองจนหมด จึงทำให้ต้องหลบหนีเพื่อไปทำงานหาเงินมาใช้คืนให้กับผู้เสียหาย จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา​ ก่อนส่งตัวให้พนักงาน​สอบสวน​ สภ.บางพลี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.เจริญ​ผล​ เอี่ยม​พึ่ง
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ ​รายงาน​

กก.สส.บก.น.8 แถลงผลจับกุมยาบ้า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 83 กก.และยาเค 25 กก.

          วันนี้​ วันพฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.62 เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.​ พร้อม​ด้วย​ พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช,พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รองผบช.น. และ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8,พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์,พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ รอง ผบก.น.8​ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ประกอบด้วย พ.ต.อ.คมกฤช สุขไทย ผกก.สส.บก.น.8,พ.ต.ท.วิชัย สนสกุล,พ.ต.ท.ชยุต เดชะศิริพงษ์,พ.ต.ท.นิคม ศรเหล็ก,พ.ต.ท.โชติช่วง รัศมี รอง ผกก.สส.บก.น.8,พ.ต.ท.โด่งดัง โกกะพันธ์,พ.ต.ต.นัทธพงศ์ แก้วอยู่ สว.กก.สส.บก.น.8 พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม​ ร่วมทำการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ ผู้ต้องหา จำนวน 1 คน​ คือน.ส.แฮ็ค หรือซี ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง​ โดยร่วมแถลงข่าวผลงานของ กก.สส.บก.น.8 จับกุมยาบ้า 2 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 83 กก. และยาเค 25 กก.

          พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ฯ​ กล่าวว่า​ จากการรับแจ้งจากสายลับ​ และทำการสืบสวนทราบว่ามี น.ส.แฮ็ค หรือซี ไม่ทราบชื่อ สกุลจริง มีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดคือการนำยาเสพติดไปวางไว้บริเวณใกล้เคียงบ้านพัก​ และนัดหมายให้ลูกค้ามารับและเจ้าพนักงานตำรวจได้ทำการสืบสวนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 ก.ค.62​ เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาจะนำยาไอซ์ จำนวน 2 กิโลกรัม มาวางให้กับลูกค้าที่ริมถนนใกล้กับบ้านพักของผู้ต้องหาเลขที่ 999/827 หมู่บ้านสินวงศ์ การ์เด้นฯ โดยใช้รถยนต์ ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น อัลเมร่า สีขาว เลขทะเบียน 2​ กอ​ 2150 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะในการขนส่งยาเสพติดเจ้าหน้าที่​ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ​ และซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งผู้ต้องหาขับรถยนต์คันดังกล่าวมาจอดแล้วนำถุงพลาสติกสีแดงมาวางไว้บริเวณพงหญ้าริมถนนภายในหมู่บ้านสินวงศ์การ์เด้นฯ เจ้าหน้าที่​ตำรวจชุดจับกุม​ จึงได้แสดงตัวตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ในถุงพลาสติกดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบเป็นยาไอซ์ จำนวน 2 กิโลกรัม จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง​

          พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ฯ​ กล่าวต่อว่า​ วลาประมาณ 04.00 น. เจ้าหน้าที่​ตำรวจ​ชุดจับกุม​ได้พาตัวผู้ต้องหา​ไปตรวจค้นเพื่อขยายผล​ ที่บ้านเลขที่​ 2 ซอยอัสสัมชัญ 13 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องกันพร้อมด้วยพบของกลาง ยาบ้ารวมประมาณ 2,158,000 เม็ด,ยาไอซ์ ประมาณ 83 กิโลกรัม,ยาเค (คีตามีน) ประมาณ 25​ กิโลกรัม,โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง​ โดยยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ​ คือรถยนต์ยี่ห้อ นิสสัน รุ่น อัลเมร่า สีขาว เลขทะเบียน 2กอ2150 กรุงเทพมหานคร​ จึงได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง​ นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

เทสโก้ โลตัส ร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เสิร์ฟความยั่งยืนผ่านเมล็ดกาแฟคุณภาพ จาก โครงการพัฒนาดอยตุงฯ สู่กาแฟสดแสนอร่อยในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดี​ที่​ 1 สิงหาคม 2562 : มร. เจมส์ พาโดแวน กรรมการผู้จัดการ เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ร่วมกับ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ สนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการรับซื้อเมล็ดกาแฟคุณภาพสูงจาก โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อนำมาชงกาแฟสดหลากหลายเมนูอร่อยจำหน่ายให้กับลูกค้าภายในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ทั้งในด้านคุณภาพ ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน พร้อมเสิร์ฟแล้วในร้านเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส โฉมใหม่ 44 สาขา และมีแผนขยายไปสู่ 1,000 สาขาในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่และเทรนด์การดื่มกาแฟในไทย

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โทร. 02-252-7114 #332
จริญญา อัครภาณุวิทยา (จอย) โทร. 081-822-9596, Email: jarinya@doitung.org
แผนกสื่อสารองค์กร เทสโก้ โลตัส
ดร. ปัณฑิพาณ์. ธาราภิบาล (อ้อย) 081-753-6844, คณาธิป ทรัพยสิทธิ์ (โจ๊ก) 081-843-5754, จันทร์ทิพย์ เทศทอง (ตั้ม) 080- 219-9823 E-Mail: prtescolotus@gmail.com

สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

รองผบก.อก.บช.น. มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่แก่ข้าราชการตำรวจ พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกาย และทรงผม

          วันนี้​ วัน​พฤหัสบดีที่ 1 ส.ค.62 เวลา 08.00 น. ณ ลานอเนกประสงค์ บช.น. : ข้าราชการตำรวจฝ่ายอำนวยการ บช.น.,บก.น.1 และ บก.น.5 ร่วมเคารพธงชาติ ทุกวันที่ 1 ของเดือน โดยมี พ.ต.อ.อภิสัณห์ หว้าจีน รองผบก.อก.บช.น. มอบนโยบายในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งตรวจความเรียบร้อยเครื่องแต่งกาย และทรงผม

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​

ประกาศภัยพิบัติไฟป่า 2 อำเภอป่าพรุ ควนเคร็ง นครศรีธรรมราชแล้ว รองผวจ.เผยปี 62 เผาป่าแล้ว 87 ครั้ง เร่งควบคุมแนวไฟ-ปลื้มโรงครัวพระราชทานหนุนเสบียง

         ที่นครศรีธรรมราช สถานการณ์ไฟป่า พรุควนเคร็งในอำเภอเชียรใหญ่ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงน่าเป็นห่วงทั้งจากแนวไฟและสถานการณ์หมอกควันที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสุขภาพ ล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมานายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เข้าติดตามสถานการณ์ โดยมีนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชี้แจงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยพบว่ามีปี 2562 มีไฟป่าเกิดขึ้นแล้วในป่าพรุควนเคร็งถึง 87 ครั้งมีความเสียหายรวมประมาณ 5 พันไร่ ขณะที่ป่าพรุควนเคร็งเป็นป่าชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับโลก โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการนำเสนอเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของโลก โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช ส่วนสถานการณ์ล่าสุดนั้นยังต้องระดมทุกฝ่ายเข้าควบคุม

          และในขณะนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ศูนย์อำนวยการใหญ่ 904 (ศอญ.904) จัดตั้งโรงครัวพระราชทาน ในพื้นที่เพื่อแจกจ่ายเสบียงให้กับผู้ปฏิบัติงานและจิตอาสา

         ขณะที่อธิบดีกรมลประทานได้สั่งการให้ ศูนย์สนับสนุนเครื่องจักรกลที่ 7 ระดมกำลังเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าพื้นที่เพื่อสูบน้ำควบคุมแนวไฟป่า โดยให้ฝ่ายอุทยานยานกำหนดพื้นที่การดันน้ำ หลังจากนั้นจะสามารถปฏิบัติการได้ทันที เช่นเดียวกันกรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่นำอุปกรณ์ควบคุมไฟป่าสมรรถนะสูงเข้าสนับสนุน

         นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่าขณะนี้นครศรีธรรมราช ได้ประกาศให้พื้นที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติและอำเภอเชียรใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากหมอกควันและสถานการณ์ไฟป่า ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานเข้าทำการบูรณาการพื้นที่ ระดมสรรพกำลังเข้าให้การช่วยเหลือได้เต็มที่ โดยภารกิจสำคัญในขณะนี้คือการควบคุมสถานการณ์ให้ได้.

ธีรศักดิ์ อักษณ์กูล รายงาน

ผู้ช่วย สส.สัตหีบ ใจดีมอบอุปกรณ์กีฬาให้เยาวชนไว้ฝึกทักษะเพื่ออนาคตที่ก้าวไกล

         นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 ชลบุรี ได้เดินทางมามอบ อุปกรณ์กีฬาให้กับเยาวชนชุมชนช่องแสมสาร ณ สนามฟุตซอล องค์การบริหารส่วนตำบลช่องแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีอุกปรณ์การกีฬา ในการฝึกทักษะในการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้น และใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ทำให้ห่างไกลยาเสพติด

         นายสมประสงค์ วังแก้วหิรัญ กล่าวว่า สำหรับในการมอบอุปกรณ์กีฬา ประกอบไปด้วย ลูกฟุตบอล 5 ลูก ลูกฟุตซอล 3 ลูก วัตถุประสงค์ก็เพื่อให้เด็กและเยาวชนมีแรงบันดาลใจ มีแรงจูงใจในการเล่นกีฬาฟุตบอล แต่เนื่องด้วยอุปกรณ์กีฬายังไม่เพียงพอต่อการฝึก จึงไม่ค่อยมีโอกาสได้ฝึกฝน แต่เมื่อได้รับอุปกรณ์กีฬาไปแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้มีโอกาสในการฝึกมากยิ่งขึ้น และอยากจะส่งเสริมให้พวกเขาได้ออกไปแข่งขันในสนามต่างๆบ่อยขึ้น จากตำบลไปอำเภอจากอำเภอไปจังหวัดและถ้าเป็นไปได้อยากส่งเสริมไปจนเป็นระดับประเทศ

          และยังกล่าวต่ออีกว่า การออกกำลังกายหรือการเล่นกีฬาทุกชนิด เป็นปัจจัยหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพ ร่างกายให้แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เกิดความรักความความสามัคคีในหมู่คณะ มีน้ำใจในการเล่นกีฬา และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการห่างไกลยาเสพติด ทั้งหมดนี้คือผลพลอยได้จากการเล่นกีฬาจึงอยากเชิญชวนเยาวชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านหันมาออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา ซึ่งการกีฬาจะส่งผลให้เรามีร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดีอย่างแน่นอน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

ตำรวจเพื่อประชาชน เร่งซ่อมถนนชำรุดเป็นหลุมขนาดใหญ่เกรงชาวบ้านได้รับอันตราย

          วันนี้ 1 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวได้สัญจรผ่านไปบนถนนสุขุมวิท ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 160 ขาเข้าพัทยา บริเวณหน้าโรงเรียนชลบุรีการบริบาล ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้นำยางมะตอย มาซ่อมแซมผิวถนนที่ชำรุดเป็นหลุมขนาดใหญ่

         ลงไปก็พบว่ามี ร.ต.อ.เทพรส เกษมสุข รองสารวัตรจราจร สภ.นาจอมเทียน พร้อมด้วย ด.ต. วีระพงษ์ บุดดาจันทร์ ตำรวจจราจรสภ.นาจอมเทียน กำลังดำเนินการนำยางมะตอยมาปะซ่อมผิวถนนที่เป็นหลุมขนาดใหญ่บนถนนสุขุมวิทซึ่งหลุมดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีชาวบ้านนั้นขับตกลงไปแล้วรถเกิดเสียหลักเกือบจะเกิดอุบัติเหตุ และรถได้รับความเสียหาย โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ทั้ง2นายได้ดำเนินการซ่อมแซมผิวการจราจรท่ามกลางแดดที่ร้อนและรถสัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก

         จึงสอบถามไปยัง พ.ต.อ. ฐนพงศ์ โพธิ์ทิ ผกก.สภ.นาจอมเทียน ได้เปิดเผยว่าทางด้านสถานีตำรวจภูธรนาจอมเทียน ได้รับแจ้งข้อมูลจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ว่ามีถนนชำรุดผิวการจราจรเป็นหลุมขนาดใหญ่ หวั่นผู้ใช้รถใช้ถนนจะเกิดอันตราย จึงได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อซ่อมแซมและสำรวจเส้นทางที่เกิดการชำรุดเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้เกิดความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ก่อนมอบหมายให้งาน จราจร สภ.นาจอมเทียนนำยางมะตอยพร้อมอุปกรณ์ไปดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงผิงการจราจรที่ชำรุด ในเบื้องต้น เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้รถใช้ถนนซึ่งทางตำรวจเองเล็งเห็นความเดือดร้อนของประชาชน ดั่งคำว่าตำรวจเพื่อประชาชน ซึ่งการดำเนินการอย่างนี้ ทาง สภ.นาจอมเทียน ทำอยู่เป็นประจำถ้ามีชาวบ้านร้องเรียนหรือพบเห็นถนนชำรุด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนน

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ เปิดโครงการอนามัยเจริญพันธุ์การป้องกันโรคเอดส์ในสถานศึกษา

          วันนี้ 1 ส.ค.62 นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ มาเป็นประธานในพิธีเปิด โครงการอนามัยเจริญพันธุ์และการป้องกันโรคเอดส์ ณ โรงเรียนสัตหีบเขตฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี คณะครูอาจารย์ รองปลัดเทศบาล สมาชิกสภา หัวหน้าส่วนราชการ คณะวิทยากรจากจังหวัดระยอง ตลอดจนนักเรียนเข้าร่วม การอบรมจำนวน 130 คน

          สถานการณ์การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของประเทศไทยในปัจจุบันมีอัตราส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปีในส่วนของจังหวัดชลบุรีและอำเภอสัตหีบมีสถิติการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เช่นกันการส่งเสริมให้วัยรุ่นหรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ให้มีความรู้ความเข้าใจต่อการแสดงบทบาท และพฤติกรรมทางเพศอย่างเหมาะสม มีทักษะในการป้องกันตนเองจึงเปีนการสร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆที่จะตามมาเช่นปัญหาโรคที่เกิดจากเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ และปัญหาการขาดโอกาสทางการศึกษา เป็นต้นดังนั้น เทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์จึงได้ทำโครงการอนามัยเจริญพันธุ์และการป้องกันโรคเอดส์ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์จำนวน 3โรงเรียน ในครั้งนี้ เป็น นักเรียนชั้นมัธยมศึกษปีที่ 1โรงเรียนสัตหีบเขตฐานทัพเรือสัตหีบ จำนวน 130 คน

          นายไพโรจน์ มาลากุล ณ อยุธยา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆจนกลายเป็นปัญหาทั้งในระดับครอบครัวสังคม และประเทศชาติดังนั้น การจัดทำโครงการอนามัยเจริญพันธุ์และการป้องกันโรคเอดสจึงมีความสำคัญ เพราะนอกจากจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ที่กำลังจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมแล้วยังส่งผลถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง สังคม และประเทศชาติในอนาคตการดำเนินโครงการดังกล่าวในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาในเขตความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ทั้ง 3 โรงเรียน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้สานต่อในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่ออนาคตที่ดีของเยาวชนต่อไป

ภาพ/ข่าว นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล ทิพย์ศรี อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645
นายพรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก