
กมธ.ทหารฯ วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามงานพัฒนาและตรวจเยี่ยมศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย ในสังกัด นทพ. ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา
วันพุธที่ 17 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคงของรัฐ วุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน ติดตามและตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ในสังกัดหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (นทพ.) อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะ เชิงเทรา นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด กรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร นางสาววิธาวีร์ ประทุมสวัสดิ์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ นางอารีย์ บรรจงธุระการ รองเลขานุการคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยอนุกรรมาธิการและที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหาร

ในการนี้ พ.อ. ภาสกร ยะสะ ผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกบรรเทาสาธารณภัย ให้การต้อนรับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นิฟาริด ระเด่นอาหมัด กรรมาธิการและประธานคณะอนุกรรมาธิการด้านกิจการทหารและคณะเดินทาง จากนั้นได้นำคณะเดินทางเข้ารับฟังบรรยายสรุปและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผลการดำเนินงาน ดังนี้
1) ภารกิจ อำนาจหน้าที่ และโครงสร้างการปฏิบัติงานของหน่วยงานได้รับทราบถึงภารกิจหลักตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมาย ระเบียบ รวมถึงบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การช่วยเหลือประชาชน และการประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนรับทราบโครง สร้างการบังคับบัญชา การจัดหน่วย การแบ่งส่วนราชการ และการบริหารจัดการภายใน เพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
2) ศักยภาพด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และทรัพยากรที่ใช้ในการปฏิบัติภารกิจได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับอัตรากำลังพล การบริหารกำลังพล การพัฒนาความรู้ความสามารถและการฝึกอบรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน รวมทั้งสถานภาพความพร้อมของยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร ยานพาหนะ ระบบสื่อสาร และอุปกรณ์เฉพาะทางที่ใช้ในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนการบริหารจัดการทรัพยากร งบประมาณ และการซ่อมบำรุงรักษา เพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและภารกิจต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
3) ผลการดำเนินงานและภารกิจในการช่วยเหลือประชาชน การป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัย ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจของภาครัฐในพื้นที่รับผิดชอบ และรับทราบผลการดำเนินงานที่สำคัญของหน่วยงานในห้วงที่ผ่านมา ทั้งด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การช่วยเหลือผู้ประสบภัย จากอุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย ภัยแล้ง และสาธารณภัยรูปแบบต่าง ๆ การค้นหาและกู้ภัย การอพยพประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย ตลอดจนการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ รวมทั้งการบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชา ชน
4) ปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัดในการปฏิบัติงาน และความต้องการรับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับทราบปัญหาและอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน อาทิ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ อัตรากำลังพลไม่เพียงพอ ความเสื่อมสภาพของเครื่องมือและอุปกรณ์ การขาดแคลนยุทโธปกรณ์เฉพาะทาง ตลอดจนข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบการสื่อสารในบางพื้นที่ นอกจากนี้ หน่วยงานได้สะท้อนความต้องการรับการสนับสนุนด้านงบประมาณ บุคลากร เทคโนโลยี เครื่องมืออุปกรณ์ และการปรับปรุงกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินภารกิจมีความคล่องตัวและเกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้น
5) แผนงานและแนวทางการพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานในอนาคต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชน ได้รับทราบแผนการพัฒนาหน่วยงานในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพกำลังพล การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ การจัดหาและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ เครื่องมือ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ การยกระดับระบบสื่อสารและระบบบัญชาการเหตุการณ์ การพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ตลอดจนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน การให้บริการประชาชน และการปฏิบัติภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป

จากนั้น เวลา 10.00 – 11.00 นาฬิกา คณะกรรมาธิการได้ตรวจเยี่ยมสถานที่ปฏิบัติงาน เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่เสียสละและทุ่มเทในการดูแลความปลอดภัยและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกสถานการณ์ การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการติดตามและศึกษาการดำเนินงานด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการสาธารณภัยของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการจะนำข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอแนะที่ได้รับไปประกอบการพิจารณา อันจะนำไปสู่การพัฒนานโยบาย มาตรการ และแนวทางการบริหารจัดการสาธารณภัยของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงต่อไป ตามหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมาธิการภายใต้กรอบกฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติต่อไป































