กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ 50 กก.ในพื้นที่เชียงดาว

กองกำลังผาเมือง สกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ยึดยาบ้า 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ 50 กิโลกรัม ในพื้นที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 นาฬิกา กองกำลังผาเมือง โดย กองร้อยทหารม้าที่ 2 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ จัดกำลังพล จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิด ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 บริเวณ บ้านอรุโณทัย ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 04.45 นาฬิกา ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 20 – 25 คน กำลังลำเลียงกระสอบดัดแปลงขึ้นรถยนต์กระบะ หน่วยจึงให้สัญญาณเพื่อขอตรวจค้น กลุ่มผู้ต้องสงสัยได้อาศัยห้วงทัศนวิสัยที่จำกัด และความชำนาญในภูมิประเทศหลบหนีไปได้ หน่วยจึงได้จัดกำลังเพิ่มเติม 2 ชุดปฏิบัติการ, ชุดปฏิบัติการโดรน 1 ชุดปฏิบัติการ และ ชุดสุนัขทหารตรวจค้นยาเสพติด จำนวน 1 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมและขยายผล ผลการปฏิบัติตรวจพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 23 กระสอบ รวมจำนวน 5,460,000 เม็ด และ ไอซ์ บรรจุอยู่ภายในกระสอบดัดแปลง จำนวน 2 กระสอบ รวมจำนวน 50 กิโลกรัม และ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ฟอร์ดเรนเจอร์ สีดำ ทะเบียน บป 1455 ภูเก็ต จำนวน 1 คัน

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 1330 นาฬิกา พลตรี สาธิต ไวยนนท์ บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง เดินทางไปตรวจสอบของกลางยาเสพติด ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมทั้งชี้แจงให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน บริเวณพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้นำของกลางส่ง สถานีตำรวจภูธรเชียงดาว เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สรุปผลการสกัดกั้นยาเสพติด ในห้วงตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยสามารถสกัดกั้นยาเสพติดได้ 254 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 263 คน ตรวจยึดยาบ้าได้ 151,246,686 เม็ด, เฮโรอีน 1.3 กิโลกรัม, ไอซ์ 2,407.2 กิโลกรัม, ฝิ่น 67 กิโลกรัม และ คีตามีน 327.4 กก. การปะทะกับกลุ่มขบวนการฯ จำนวน 33 ครั้ง กลุ่มขบวนการฯ เสียชีวิต 21 ศพ ซึ่งหากยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ดังกล่าว ถูกลำเลียงเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานคร จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจากมูลค่าของยาเสพติดที่จำหน่ายถึง 25,426 ล้านบาท (25,426,454,452 บาท)

#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองกำลังผาเมือง #กองทัพภาคที่3 #กองทัพบก


นที มีเดช รายงาน

แม่ทัพน้อยที่ 3 รับมอบสิ่งของโครงการ 1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา จาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน

แม่ทัพน้อยที่ 3 รับมอบสิ่งของโครงการ 1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา จาก จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 08.30 น. พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 รับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจาก นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อส่งต่อให้ทหารชายแดนไทยที่อยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี เหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ เข้าร่วมในการรับส่งมอบสิ่งของดังกล่าว ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน (หลังเก่า) อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ ตามที่ กรมทหารราบที่ 7 ได้จัดทำโครงการ 1 คน 1 แรงใจให้ทหารชายแดน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างขวัญ กำลังใจ มอบความอุ่นใจให้กับกำลังพล ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตย และ ความมั่นคงตามแนวชายแดนของประเทศ การดำเนินโครงการดังกล่าว ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากส่วนราชการ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนบริษัท ห้างร้าน และประชาชนในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งได้ร่วมกันสนับสนุนสิ่งของอุปโภค บริโภค และเครื่องใช้ที่จำเป็น เพื่อส่งมอบเป็นกำลังใจ แก่ทหารชายแดนในห้วงที่ผ่านมากรมทหารราบที่ 7 ได้ดำเนินโครงการนี้มาแล้ว จำนวน 5 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งได้รับความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดียิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี และความห่วงใยที่ประชาชนมีต่อกำลังพลของกองทัพบก การมอบสิ่งของตามโครงการ “1 คน1 แรงใจ ให้ทหารชายแดน” ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6

พลโท ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในนามของกองทัพบก และกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน รู้สึกซาบซึ้ง และขอขอบคุณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เหล่ากาชาดจังหวัด ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ได้ร่วมกันจัดโครงการ “1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดน” ในครั้งนี้ กำลังพลของเราปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความมุ่งมั่น อดทน และเสียสละ เพื่อพิทักษ์รักษาอธิปไตย และความสงบเรียบร้อยของประเทศ การที่ได้รับกำลังใจจากพี่น้องประชาชน คือพลังสำคัญที่ทำให้กำลังพลทหารทุกนาย ยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง สิ่งของและแรงใจ ที่ได้รับในวันนี้ จะถูกส่งต่อไปยังแนวชายแดนอย่างสมเกียรติ และจะเป็นเครื่องยืนยันถึงความผูกพัน ระหว่างกองทัพ กับประชาชน ผมขอให้คำมั่นว่า กองทัพจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เสียสละ และยึดมั่นในประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสำคัญ

นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีส่วนร่วมในโครงการ “1 คน 1 แรงใจ ให้ทหารชายแดน” ซึ่งเป็นโครงการที่สะท้อนถึงความรัก ความห่วงใย และความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ถือเป็นกำลังสำคัญในการดูแล ความมั่นคงของประเทศ และคุ้มครองความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน การเสียสละดังกล่าว ควรได้รับการสนับสนุนทั้งด้านกำลังกาย และกำลังใจ สิ่งของที่มอบในวันนี้ อาจจะไม่ทดแทนความเสียสละได้ทั้งหมด แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความห่วงใย จากพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่ขอส่งกำลังใจไปยังทหารทุกนาย ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมให้การสนับสนุน และบูรณาการความร่วมมือกับกองทัพอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และความมั่นคงของประเทศชาติ



ภานุเดช ไชยสกูล จ.แม่ฮ่องสอน

อมก๋อย เตรียมพร้อมอาสาดับไฟป่ากว่า 150 คน ลุยแก้ปัญหาไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 ใน ต.แม่หลอง พร้อมวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงจำเป็นในมี.ค.อย่างเหมาะสม

อำเภออมก๋อย เตรียมความพร้อมอาสาดับไฟป่ากว่า 150 คน ลุยแก้ปัญหาไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 ในตำบลแม่หลอง พร้อมวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงจำเป็นในเดือนมีนาคมอย่างเหมาะสม

วันนี้ (26 ก.พ. 69) ที่ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่หลอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ นายปรีชาพล พูลทวี นายอำเภออมก๋อย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อำเภออมก๋อย เป็นประธานเปิดโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และภัยจากฝุ่น PM2.5 ตำบลแม่หลอง อำเภออมก๋อย ประจำปีงบประมาณ 2569 โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้กับชุดอาสาดับไฟป่าตำบลแม่หลอง จำนวน 150 คน ให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงฤดูเสี่ยงไฟป่า

โอกาสนี้ นายอำเภออมก๋อย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่หลอง หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า ลดผลกระทบจากหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ตลอดจนดูแลรักษาทรัพยากรป่าไม้และสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

ภายหลังพิธีเปิด ชุดอาสาดับไฟป่าประจำหมู่บ้านทุกหมู่บ้านได้ร่วมกันวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่ไร่หมุนเวียนของเกษตรกร และพื้นที่จำเป็นในแต่ละหมู่บ้าน โดยตำบลแม่หลองกำหนดแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงภายในเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สภาพเชื้อเพลิงมีความพร้อมมากที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่าในอนาคต

การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อรับมือปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในพื้นที่อำเภออมก๋อยต่อไป


นที มีเดช รายงาน

“แม่แรง” จัดใหญ่ 3 งานผ้าล้านนา ปี 69 ชวนเที่ยวป่าซาง ช้อป–ชม–ชิม ครบสูตร

“แม่แรง” จัดใหญ่ 3 งานผ้าล้านนา ปี 69 ชวนเที่ยวป่าซาง ช้อป–ชม–ชิม ครบสูตร!

เช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.30 น. ณ เทศบาลตำบลแม่แรง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน นางสาวเบญจวรรณ มีเผือก รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานแถลงข่าวเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว เที่ยว 3 งานยิ่งใหญ่ประจำปี 2569 ของตำบลแม่แรง ร่วมด้วย นายภัทรพล ผัดดวงธรรม นายอำเภอป่าซาง, นายเอกพงษ์ ทุนอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลแม่แรง และผู้แทนจาก สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำพูน

ตำบลแม่แรง ถือเป็นแหล่งผลิตผ้าบาติก ผ้ามัดย้อม และผ้าฝ้ายทอมือชื่อดังของ อำเภอป่าซาง และจังหวัดลำพูน สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นยาวนาน สร้างรายได้และชื่อเสียงระดับประเทศ ปี 2569 นี้ จัดเต็ม 3 งาน ห้ามพลาด!

  • งานที่ 1 “บาติกงาม พร้อมมัดย้อมงามตา งานผ้ากองงาม” ครั้งที่ 13 27 – 29 มีนาคม 2569 หน้าวัดป่าเหียง บ้านกองงาม หมู่ 1ภายในงานพบกับร้านจำหน่ายผ้าบาติก–ผ้ามัดย้อม ตลาด DIY ทดลองทำเองได้ ชมสาธิตกระบวนการผลิต แฟชั่นโชว์หนูน้อยบาติก ประกวดหนุ่มหล่อบาติก และการแสดงศิลปินล้านนา
  • งานที่ 2 “แต่งสีอวดลาย ผ้าฝ้ายดอนหลวง” ครั้งที่ 21 3 – 7 เมษายน 2569 หน้าวัดดอนหลวง บ้านดอนหลวง หมู่ 7 จัดในรูปแบบ “กาดปื้นเฮือน” ลดราคาผ้าฝ้ายทอมือครั้งใหญ่ประจำปี มีอาหารพื้นเมือง กาดมั่ว ลานขันโตก การแสดงพื้นบ้าน เสียงสะล้อ ซอ ซึง สร้างบรรยากาศมนต์เสน่ห์ล้านนาเต็มอิ่ม
  • งานที่ 3 “สืบสานตำนานฝ้ายงามหนองเงือก” ครั้งที่ 17 9 – 12 เมษายน 2569 หน้าวัดหนองเงือก บ้านหนองเงือก หมู่ 5 หมู่บ้านหนองเงือก แกนนำเครือข่ายผ้าทอจังหวัดลำพูน โดดเด่นด้วยผ้าฝ้ายทอมือเอกลักษณ์ดั้งเดิม สืบทอดภูมิปัญญากว่า 200 ปี

มีนาคม–เมษายนนี้ ปักหมุดแม่แรง เที่ยวครบ 3 งาน สัมผัสเสน่ห์ผ้าล้านนาแท้ ๆ ช้อปของดี OTOP ถึงแหล่งผลิต


นที มีเดช รายงาน

ภ.3 ประชุมบริหารเดือน กพ. 69 มอบรางวัลเชิดชูเกียรติตำรวจผลงานเด่น ย้ำโปร่งใส–เข้มงานปราบปรามอาชญากรรม

ภ.3 ประชุมบริหารเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มอบรางวัลเชิดชูเกียรติตำรวจผลงานเด่น ย้ำโปร่งใส–เข้มงานปราบปรามอาชญากรรม

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ตำรวจภูธรภาค 3 จัดการประชุมบริหารประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมสุรนารายณ์ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 3 ตำบลจอหอ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะรองผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ รองผู้บังคับ การ หัวหน้าสถานีตำรวจในสังกัด ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ 1–6 บก.อก.ภ.3 ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามผลการปฏิบัติงานด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การบริหารจัดการเชิงพื้นที่ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการทำงานของหน่วยในสังกัดให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบสนองต่อความเดือดร้อนของประชาชนอย่างทันท่วงที

ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม มีพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและโล่รางวัลแก่หน่วยงานและข้าราชการตำรวจที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นในด้านต่าง ๆ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ปฏิบัติงานอย่างทุ่มเท ได้แก่

  • มอบโล่รางวัลผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ของสถานีตำรวจนครบาลและสถานีตำรวจภูธร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568
  • มอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น ในห้วงเดือนตุลาคม 2568 – มกราคม 2569
  • มอบประกาศเกียรติคุณแก่ข้าราชการตำรวจผู้มีผลงานเด่นด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและการจับกุมคดียาเสพติด ประจำเดือนกุมภาพันธ์

ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เน้นย้ำให้ทุกหน่วยยึดหลักคุณธรรม ความโปร่งใส และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาค พร้อมกำชับการทำงานเชิงรุกในพื้นที่เสี่ยง เพิ่มประสิทธิ ภาพการข่าว การป้องกันเหตุอาชญากรรม และการปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนและยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 อย่างเป็นรูปธรรม


กิตตินันท์ ผุ้สื่อข่าวนครราชสีมา

“รำลึกเจ้าพ่อขุนด่าน” ประจำปี 2569 จัดใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ณ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เขื่อนขุนด่านปราการชล

นครนายก – รำลึกเจ้าพ่อขุนด่าน ประจำปี 2569 จัดใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ณ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เขื่อนขุนด่านปราการชล

จังหวัดนครนายกเตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ครั้งแรกของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น “งานรำลึกเจ้าพ่อ ขุนด่าน” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เขื่อนขุนด่านปราการชล และลานท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เพื่อเทิดทูนวีรกรรมและสืบสานตำนานของ เจ้าพ่อขุนด่าน (ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน) ผู้พิทักษ์ผืนป่าและเมืองด่านด้านตะวันออกอย่างกล้าหาญ

ไฮไลต์สำคัญ วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. พิธีบวงสรวงเจ้าพ่อขุนด่านอย่างยิ่งใหญ่ เวลา 18.00 น. การแสดงย้อนประวัติศาสตร์ “เรื่องเล่าตำนานเจ้าพ่อขุนด่าน” พร้อมกิจกรรมยกย่องวีรชนผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน

วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. การแสดง Mini Light & Sound ตำนานเจ้าพ่อขุนด่าน ถ่ายทอดเรื่องราวความกล้าหาญผ่านแสง สี เสียง สุดตระการตา

ภายในงานพบกับร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารกว่า 200 ร้านค้า โซนสินค้าชุมชนและผลิต ภัณฑ์ผู้พิการ เครื่องเล่นสำหรับเด็กและกิจกรรมครอบครัว เวทีดนตรีและการแสดงทางวัฒนธรรมทุกค่ำคืน พื้นที่ท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติของเขื่อนขุนด่านปราการชล การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) และผลักดัน Soft Power ของจังหวัดนครนายก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่โดยรอบเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และจะผลักดันให้เป็น “ประเพณีประจำปีของจังหวัดนครนายก” เพื่อสืบสานคุณค่าทางจิตใจ อนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม และปลูกฝังสำนึกแห่งความรักชาติ หวง แหนแผ่นดินเกิด ตลอดจนรำลึกถึงความกล้าหาญของบรรพกาลชนที่ยอมสละชีวิตเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน

จัดโดย สมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนัก งานนครนายก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล กรมชลประทาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครนายก ภาคประชาชน พ่อค้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่รักและศรัทธาในเจ้าพ่อขุนด่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร่วมสัมผัสตำนานความกล้าหาญ ร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชน และร่วมกันสร้างพลังแห่งศรัทธาให้ดังก้องไปทั่วผืนแผ่นดินตะวันออก ในวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน และลานท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล นครนายก…เมืองด่านแห่งตะวันออก พร้อมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

“รำลึกเจ้าพ่อขุนด่าน”ประจำปี 2569 จัดใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ณ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เขื่อนขุนด่านปราการชล

นครนายก – รำลึกเจ้าพ่อขุนด่าน ประจำปี 2569 จัดใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ ณ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เขื่อนขุนด่านปราการชล

จังหวัดนครนายกเตรียมจัดงานยิ่งใหญ่ครั้งแรกของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น “งานรำลึกเจ้าพ่อ ขุนด่าน” ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ บริเวณศาลเจ้าพ่อขุนด่าน เขื่อนขุนด่านปราการชล และลานท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เพื่อเทิดทูนวีรกรรมและสืบสานตำนานของ เจ้าพ่อขุนด่าน (ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน) ผู้พิทักษ์ผืนป่าและเมืองด่านด้านตะวันออกอย่างกล้าหาญ

ไฮไลต์สำคัญ วันที่ 25 มีนาคม 2569 เวลา 08.00 น. พิธีบวงสรวงเจ้าพ่อขุนด่านอย่างยิ่งใหญ่ เวลา 18.00 น. การแสดงย้อนประวัติศาสตร์ “เรื่องเล่าตำนานเจ้าพ่อขุนด่าน” พร้อมกิจกรรมยกย่องวีรชนผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน วันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 19.00 น. การแสดง Mini Light & Sound ตำนานเจ้าพ่อขุนด่าน ถ่ายทอดเรื่องราวความกล้าหาญผ่านแสง สี เสียง สุดตระการตา

ภายในงานพบกับร้านจำหน่ายสินค้าและอาหารกว่า 200 ร้านค้า โซนสินค้าชุมชนและผลิต ภัณฑ์ผู้พิการ เครื่องเล่นสำหรับเด็กและกิจกรรมครอบครัว เวทีดนตรีและการแสดงทางวัฒนธรรมทุกค่ำคืน พื้นที่ท่องเที่ยวพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติของเขื่อนขุนด่านปราการชล การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และวัฒนธรรมพื้นถิ่นเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม (Cultural Tourism) และผลักดัน Soft Power ของจังหวัดนครนายก อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่โดยรอบเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด

งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก และจะผลักดันให้เป็น “ประเพณีประจำปีของจังหวัดนครนายก” เพื่อสืบสานคุณค่าทางจิตใจ อนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม และปลูกฝังสำนึกแห่งความรักชาติ หว งแหนแผ่นดินเกิด ตลอดจนรำลึกถึงความกล้าหาญของบรรพกาลชนที่ยอมสละชีวิตเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลาน จัดโดย สมาคมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครนายก โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาขุนด่านปราการชล กรมชลประทาน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครนายก ภาคประชาชน พ่อค้า กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ที่รักและศรัทธาในเจ้าพ่อขุนด่าน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์ ร่วมสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ร่วมสัมผัสตำนานความกล้าหาญ ร่วมสนับสนุนสินค้าชุมชน และร่วมกันสร้างพลังแห่งศรัทธาให้ดังก้องไปทั่วผืนแผ่นดินตะวันออก ในวันที่ 25–29 มีนาคม 2569 ณ ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน และลานท้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล นครนายก…เมืองด่านแห่งตะวันออก พร้อมเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

คึกคัก! นทท. แห่ชม “ดอกเหลืองอินเดีย” บานสะพรั่ง นทท.แวะชมไม่ขาดสาย

นครนายก – คึกคัก! นทท. แห่ชม “ดอกเหลืองอินเดีย” บานสะพรั่ง นทท.แวะชมไม่ขาดสาย

ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการท่องเที่ยวที่ “สวนคัยวะ” ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จัง หวัดนครนายก คึกคักอย่างเห็นได้ชัด หลังดอกเหลืองอินเดีย เริ่มทยอยออกดอกและบานสะพรั่ง มองไปทั่วบริเวณสีเหลืองสะดุดตา สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเก็บภาพความงดงามตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายติดภูเขาและน้ำตกยังมีคาเฟ่ และจุดแคมป์ปิ้งให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

จากการสอบถาม นายประยุทธ ศรีสุวรรณศักดา เจ้าหน้าที่ดูแลสวนคัยวะ เปิดเผยว่า ”ดอกเหลืองอินเดีย“ จะออกดอกปีละครั้งช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ระบุไม่ได้ว่าออกวันไหนมันเกี่ยวกับอากาศด้วย ออกดอกครั้งนึงก็ประมาณ 3 -4 วัน ปีนี้ดอกออกวันที่ 22-24 ดอกจะสวยช่วงวันที่ 23 จากนั้นก็จะเริ่มล่วง สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาก็จะทราบทางเพจ เมื่อมาเห็นแล้วต่างก็บอกว่าสวยมาก พอใจมาก จนทำให้มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ด้านนักท่องเที่ยวได้เล่าให้ฟังว่า ตนเดินทางมาจากกรุงเทพฯ ทราบข่าวทางโซเชียล เมื่อมาเห็นแล้ว ว๊าว สวยมากๆ ร่มรื่นสบายตา ให้ความรู้สึกแฮปปี้สำหรับคนรุ่นนี้ ประทับใจมาก

สำหรับ “สวนคัยวะ” เป็นคาเฟ่วิวธรรมชาติ มีน้ำตกและจุดลงเล่นน้ำ มีจุดแคมป์ปิ้ง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเดินทางมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งวัน


เนรมิต มงคลกิตติกานต์
ผู้สื่อข่าวนครนายก / รายงาน

สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

ประจวบคีรีขันธ์ – สภ.ห้วยยาง จัดโครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำบลยั่งยืนฯ หมู่บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายมนต์ชัย หนูสาย นายอำเภอทับสะเเก เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569

โดยมี พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงศ์เวียงจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์, พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง, พ.ต.ท.สหธัญ กำบิลดีลิราช รอง ผกก.ป.สภ.ห้วยยาง, นางสาวณุกานดา จันทราภรณ์ สาธารณสุขอำเภอทับสะเเก, ผู้แทนผู้อำนวยการ สกร.อำเภอทับสะเเก, นางรัตนากร ศรวัฒนา พัฒนาการอำเภอทับสะเเก, นางสาวอุษณีย์ ทอดสนิท กำนันตำบลห้วยยาง, นางพัชชา เเดงฉ่ำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 3 ต.ห้วยยาง, นายชาตรี วณิชวรสกุล ประธาน กต.ตร.สภ.ห้วยยาง, ร.ต.เอนก รูปโคม ชุด ฉก.จงอางศึก, นางสาวทิพวรรณ อิ่มชื่น รักษาการเเทน ผอ.รพ.สต.สภ.ห้วยยาง, นางศศิมน พิมลสกลวงศ์ ผอ.รพ.สต.บ้านเนินดินแดง, ผู้แทนองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พร้อมทั้งชาวบ้าน ทั้ง 2 ชุมชน คือบ้านทุ่งยาว ม.3 เเละ บ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะเเก เข้าร่วมกิจกรรม

พ.ต.อ.วีระพัฒน์ เกตุษา ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าวว่า การดำเนินงาน“โครงการตำบลยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปีงบประมาณ 2569” สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้กำหนดชุมชนเป้าหมาย 2 ชุมชน คือ บ้านทุ่งยาว ม.3 และบ้านน้ำตกสายหนึ่ง ม.11 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก โดยมีเป้าหมายในการดำเนินการค้นหาผู้ใช้ ผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดในชุมชน โดยการ x-ray คนในชุมชนอายุเป้าหมาย 12-65 ปี เพื่อนำมาบำบัดรักษาในชุมชนด้วยกระบวนการ CBTx เพื่อ ลด-ละ-เลิกยาเสพติด โดยมีภาคีเครือข่ายเข้าร่วมสนับสนุนในโครงการ อาทิ สาธารณสุข ปกครอง ท้องถิ่น และตำรวจ ถือเป็น 4 เสาหลักของโครงการ และมีท่านนายอำเภอทับสะแก เป็นเสาเอกของโครงการ ช่วยกำกับดูแลหน่วยงานในปกครองอย่างดี

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จตามเจตนารมณ์ได้ ต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชนที่สำคัญ คณะกรรมการคุ้มทุกคน จะเป็นผู้ช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการ ผกก.สภ.ห้วยยาง กล่าว



ข่าว ณัฐธภพ พันสาย 0623644468

ธ.ก.ส.สุพรรณบุรี ยันไม่ยุบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ยังคงดำเนินงานตามปกติ


ธ.ก.ส.สุพรรณบุรี ขอยืนยันว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี ยังคงมีความเข้มแข็งและสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ จึงขอแจ้งให้สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี ทุกรายทราบว่าสมาคมณาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี ไม่ได้ยุติการดำเนินงาน (ไม่ได้ยุบ) ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หากสมาชิกหรือครอบครัวของสมาชิกฯ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินงานของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.จังหวัดสุพรรณบุรี สามารถติดต่อสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ “สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลูกค้า ธ.ก.ส.” ที่เป็นสมาชิกได้โดยตรง


ภัทรพล พรมพัก สุพรรณบุรี