ข่าวใหม่อัพเดท » พิษณุโลก เปิดยุทธการฯ 5 วัน ยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวนฯ จากนายทุนได้ 10 แปลง รวม 1,550 – 1 – 03 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐประมาณ 105,749,145.80 บาท

พิษณุโลก เปิดยุทธการฯ 5 วัน ยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวนฯ จากนายทุนได้ 10 แปลง รวม 1,550 – 1 – 03 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐประมาณ 105,749,145.80 บาท

11 สิงหาคม 2019
65   0

          ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า(ศปก.พป.)ขอรายงานผลการปฏิบัติในการทวงคืนผืนป่าจากนายทุนที่บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าลุ่มน้ำวังทองฝั่งซ้าย และฝั่งขวา, ป่าสงวนแห่งชาติป่าเนินเพิ่ม และป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ในพื้นที่ อ.วังทอง อ.นครไทย และอ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก 

          เมื่อวันที่ 10 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.นำโดย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ร่วมกับ ชุดปฏิบัติการพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้นำโดยนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ศปป.4 กอ.รมน., กอ.รมน.ภาค 3, กอ.รมน.จังหวัด พ.ล., ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, สจป.ที่ 4 (สาขาพิษณุโลก), หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พล.3(หนองกระท้าว), พล.4 (ป่าแดง-แก่งบัวคำ), พล.6(พันชาลี), พล.8(น้ำยาง), พล.10(น้ำดำ), ตำรวจ กก.4 บก.ปทส., จ.พิษณุโลก, ฝ่ายปกครองอำเภอวังทอง, อำเภอนครไทย, อำเภอชาติตระการ และกก.ตชด.31 ร่วมกันออกปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าตามแผน “ ยุทธการพิทักษ์ป่า ครั้งที่ 2/2562” ในพื้นที่ อ.วังทอง, อ.นครไทย และอ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ต่อเนื่องเป็นวันที่5

          เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 10 ส.ค.62 คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ซึ่งจากการสืบทราบ บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าสวนเมี่ยง ท้องที่บ้านตีนตก หมู่ที่ 13 ต.บ้านดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก มีกลุ่มนายทุนต่างถิ่นเข้ามากว้านซื้อที่ดินในเขตป่าสงวนฯ จำนวนหลายร้อยไร่ เพื่อทำการปลูกสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน คณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณพื้นที่เป้าหมายพบว่ามีการปลูกยางพารา (บางส่วนยืนต้นตาย) ปาล์มน้ำมัน, มันสำปะหลัง อ้อย และข้าวโพด เต็มพื้นที่ โดยพื้นที่อยู่ 2 ข้างทางสาย บ้านตีนตก-หนองขาหย่าง ซึ่งแบ่งพื้นที่เป็น 2 แปลง คณะเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือตรวจวัดพิกัดจากสัญญาณดาวเทียม (GPS) (อ้างอิงหมุดหลักฐาน WGS 1984 Zone 47 ) หาค่าพิกัดของพื้นที่รอบแปลงที่ 1 มาคำนวณพื้นที่ได้ 257 – 2 – 64 ไร่ และแปลงที่ 2 คำนวณพื้นที่ได้ 114 – 3 – 36 ไร่ และเมื่อนำค่าพิกัดลงในแผนที่ภูมิประเทศ ปรากฏว่าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสวนเมี่ยง ตรวจสอบผลการดำเนินงานตามมติ ค.ร.ม.30 มิถุนายน 2541 ปรากฏว่าบริเวณแปลงที่ 1 ตรวจสอบพบว่าทับซ้อนแปลงที่ดินของนางอิ้งจิต ชมพูพล ซึ่งได้สำรวจรังวัด และขึ้นทะเบียนไว้จำนวนเนื้อที่ 70 – 1 – 75 ไร่ แต่จากการตรวจสอบสภาพปัจจุบันปรากฏว่าสภาพพื้นที่จริงมีลักษณะบุกรุกขยายเพิ่มเติม และจากการสอบถามนายจรัญ คณะใน ซึ่งเป็นผู้ทำกินในพื้นที่ข้างเคียงให้ถ้อยคำว่านาง อิ้งจิตฯ ได้ขายที่ดินให้กับ “ไร่ไตรสุวรรณ“ แล้ว และบริเวณพื้นที่ตรวจสอบทั้ง 2 แปลงเป็นพื้นที่ของไร่ไตรสุวรรณ สอดคล้องกับคำให้การของนายอำนาจ สุวรรณเกาะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 13 ซึ่งให้ถ้อยคำในลักษณะเดียวกัน

          เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่กับภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2545 ปรากฏว่าสภาพพื้นที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ป่าบางส่วนและบางส่วนเป็นพื้นที่ผ่านการบุกรกแผ้วถาง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการรวบรวมและตรวจสอบข้อมูล ได้ปรากฏผู้แสดงตนเป็นเจ้าของพื้นที่โดยใช้โทรศัพท์โทรติดต่อเจ้าหน้าที่ และแจ้งว่าบริเวณพื้นที่ตรวจสอบทั้งสองแปลงเป็นของนางแสงดาว ปัญเศษ ซึ่งเป็นภรรยาของผู้แจ้ง และแจ้งว่าได้ซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวเมื่อประมาณสิบปีที่ผ่านมาโดยพร้อมที่นำเอกสารมายืนยันชี้แจงพร้อมทั้งเมื่อได้รับการนัดหมาย แต่ปัจจุบันตนเองและภรรยาทำงานอยู่ต่างพื้นที่จึงขอให้แจ้งนัดหมายล่วงหน้า คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วลงความเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบุกรุกยึดถือครอบครองพื้นที่ป่าแปลงใหญ่เพื่อประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งมีลักษณะเป็นการซื้อขายเปลี่ยนมือและบุกรุกขยายพื้นที่เพิ่มเติม ซึ่งไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 และนโยบายรัฐที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการกระทำผิดกฎหมาย จึงได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ พร้อมทั้งจัดทำบันทึกการตรวจยึด นำส่ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวนางแสงดาวฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป รวมตรวจยึดพื้นที่บุกรุกจำนวน 2 แปลง พื้นที่รวม 372 – 2 – 00 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐรวม 25,420,922.0 บาท  แปลงที่ 1 ตรวจยึดพื้นที่ ปลูกยางพารา, มันสำปะหลัง, อ้อย, ข้าวโพด และปาล์ม เนื้อที่ 257 – 2 – 64 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 17,583,806.0 บาท   แปลงที่ 2 ตรวจยึดพื้นที่ปลูก ยางพารา และปาล์มน้ำมัน เนื้อที่ 114 – 3 – 36 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายของรัฐ 7,837,116.0 บาท

******สรุปรวมเปิดยุทธการฯ 5 วัน 6-10 ส.ค.62 สามารถตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าสงวนฯ จากนายทุนได้แล้วรวมจำนวน 10 แปลง พื้นที่รวม 1,550 – 1 – 03 ไร่ ค่าเสียหายของรัฐเป็นเงินรวม ประมาณ 105,749,145.80 บาทความคืบหน้าผลการปฏิบัติตามยุทธการฯ จะรายงานให้ทราบต่อไป****

ข้อมูล พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ
พรหมพร คงเนตร รายงาน