ข่าวใหม่อัพเดท » “บิ๊กอวบ” ร่วมแถลงตำรวจ 191 สกัดจับยาบ้า​ 2​ ล้านเม็ด, ทลายเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ ย่านบางนา​

“บิ๊กอวบ” ร่วมแถลงตำรวจ 191 สกัดจับยาบ้า​ 2​ ล้านเม็ด, ทลายเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ ย่านบางนา​

13 สิงหาคม 2019
70   0

          วันนี้​ วัน​อังคารที่ 13 ส.ค.62 เวลา 11.00 น. ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น.​ : พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น.,พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช รองผบช.น.,พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.สปพ.,พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8,พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี,พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รองผบก.สปพ.,พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์,พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ รองผบก.น. 8,พ.ต.อ.คมกฤช รักไทย ผกก.สส.บก.น.8​ และพ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจฯ​

          แถลงข่าวผลงานตำรวจ 191​ ร่วมบก.น.8​ สกัดจับยาบ้านับล้านเม็ด และ ทลายเครือข่ายยาเสพติดออนไลน์ ย่านบางนาโดย​สามารถ​จับกุมผู้ต้องหา​คือ นายกรีฑา หรือไอซ์ โพธิ์ปลุก อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 250/11 ซอยรามคำแหง 112 แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร​ และนายบัณฑิต หรือตั้ม กองแก้ว อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 ถนนกาญจนาภิเษก แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร​ พร้อมด้วยของกลาง
     1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาบ้า ) จำนวน ประมาณ 2,000,000 เม็ด
     2.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาไอซ์ ) จำนวน ประมาณ 15 กิโลกรัม
      3.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ( ยาอี ) จำนวน ประมาณ 4,000 เม็ด
     4.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน ประมาณ 1                 กิโลกรัม

          สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ได้เฝ้าติดตามขยายผลจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดเรื่อยมา​ จนกระทั่งวันที่ 10 ส.ค.62 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าเครือข่ายดังกล่าวจะมีการลำเลียงยาเสพติดจาก อ.องครักษ์ จ.นครนายก และจะนำมาเก็บซุกซ่อนภายในหมู่บ้านสัมมากรฯ เพื่อพักคอยรอส่งต่อให้ลูกค้าโดยมีนายกรีฑาฯ ใช้รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ถฐ – 2301 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีนายบัณฑิตฯ ขับรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็ค สีเทา หมายเลขทะเบียน ญร – 5989 กรุงเทพมหานคร นำทางและคอยระวังด่านตำรวจให้แก่ตน

          ต่อมาได้มีรถต้องสงสัยทั้ง 2 ขับออกมาจากชุมชนแออัด หมู่บ้านสัมมากร มุ่งหน้าถ.รังสิต-นครนายก เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามไปจนถึงปั้มน้ำมัน ปตท.สาขาองค์รักษ์ จ.นครนายก และเฝ้าดูพฤติกรรมซึ่งลักษณะมีพิรุธคล้ายผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการมารอรับยาเสพติดแล้วลำเลียงกลับไปซุกซ่อนที่ชุมชน ซึ่งทั้ง 2 ได้ขับรถออกไปจากปั้มน้ำมันพร้อมกันเข้าไปบริเวณถนนเปลี่ยวห่างจากปั้มประมาณ 5 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จึงไม่ได้ติดตามเข้าไป​ และเฝ้ารถทั้ง 2 กลับออกมา

          จนกระทั่งเวลา 03.00 น. รถยนต์ทั้ง 2 ได้ขับกลับออกมามุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยติดตามเรื่อยมา​ และได้ขับเข้าไปจอดภายในลานจอดรถหน้าห้างแม็คโคร ปากซอยรามคำแหง 110 จนกระทั่งเวลา 04.00 น.รถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ถฐ-2301 ขับเข้ามาในซอยรามคำแหง 110 หมู่บ้านสัมมากร จนมาถึงบริเวณกลางซอยหมู่บ้านสัมมากร ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังดักรออยู่ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจค้น เนื่องจากเชื่อว่ารถยนต์คันดังกล่าว​ ซุกซ่อนยาเสพติดมา ผลปรากฏพบยาบ้า จำนวนประมาณ 2,000,000 เม็ด ห่อหุ้มด้วยกระดาษสา เทียนไขสีเหลือง ประทับตราสัญลักษณ์ 999 สีน้ำเงิน แบ่งบรรจุเป็นมัดมัดละประมาณ 2,000 เม็ด จำนวน 1,000 มัด รวมจำนวนประมาณ 2,000,000 เม็ด

          ตรวจพบที่นั่งด้านหลังภายในรถยนต์และในเวลาเดียวกัน นายบัณฑิตฯ ได้ขับรถยนต์กระบะคันหมายเลขทะเบียน ญร – 5989 ออกจากลานจอดไป เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการติดตามไปจนถึงบริเวณริมถนนคู่ขนาน กรุงเทพ-ชลบุรี สายใหม่ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอทำการตรวจค้นและจากการสอบถามขยายผล ผู้ต้องหาทั้ง 2 ให้การรับว่า ยังมียาเสพติดอีกจำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในชุมชนแออัด หมู่บ้านสัมมากร จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปตรวจค้นบริเวณป่าด้านหลังเพิงพัก ในชุมชนแออัด หมู่บ้านสัมมากร ซอย 56 ซึ่งเพิงพักดังกล่าวอยู่ใกล้กับบ้านพักของนายบัณฑิตฯ ผลการตรวจค้นพบ ยาไอซ์ จำนวนประมาณ 15 กิโลกรัม และ ยาอี จำนวนประมาณ 4,000 เม็ด และเคตามีนจำนวนประมาณ 1 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในถุงพลาสติกสีดำและมีไม้กระดานปิดทับอยู่

          จากนั้นจึงนำตัวพร้อมของกลางทั้งหมดมาจัดทำประวัติเพื่อทำการขยายผลและทำบันทึกจับกุมที่ กองกำกับการสายตรวจ บก.สปพ.เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป​ โดยแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา​ทั้ง 2 คน​ “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์,ยาอี) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทให้โทษประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

         หากประชาชนท่านใด พบเห็น หรือมีเบาะแส เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายยาเสพติดหรือสิ่งของผิดกฎหมายผ่านทางโซเชียลมีเดีย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ หรือโทรศัพท์สายด่วน 191​

Cr.ทีมงานประชาสัมพันธ์ บช.น.
สุรเชษฐ​ ศิลา​นนท์​ รายงาน​